Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

15 พฤศจิกายน 2555 CTH ฟันPremier-League9พันล้าน3ปี (ลูกชายไทยรัฐและอดียทนายพี่ชายนายก)(กดดันต้องมียอด6.5แสนรายต่อ300บ/ด)TRUEลงทุน3Gดีกว่า

ประเด็นหลัก

ข่าวเกี่ยวข้อง
ข่าวเกี่ยวข้อง

17 สิงหาคม 2555 (เคเบิลร้อน)ผู้เล่นCTHจับมือ TRUEVISIONSขยายพื้นที่เนื้อหากีฬา/ลือไพบูลย์เตรียมถอดตัวจากCTH20%เหตุCTHต้องการให้GMMถือแทน // "อากู๋"ถอนร่วมทุนซีทีเอช "เสี่ยวิชัย"ไม่สนหารายใหม่เสียบ
http://somagawn.blogspot.com/2012/10/17-2555-cth-truevisionscth20cthgmm.html


17 สิงหาคม 2555( จับตา CTH ) CTH - TRUEVISIONS กินรวบเคเบิลทีวี รุกเข้าสู่พื้นที่กทม.และปริมณฑลมากขึ้น ด้วยฐานผู้ชม 9 ล้านครัวเรือน 
http://somagawn.blogspot.com/2012/10/17-2555-cth-cth-truevisions-9.html






โดยนายวิชัย ทองแตง กล่าวว่า วันนี้ตนรู้สึกภาคภูมิใจมาก ซึ่งไม่ใช่เพียงแต่บริษัทซีทีเอชเท่านั้น โดยนับว่าน่าปิติกับแฟนฟุตบอลทั่วประเทศไทยด้วย การประมูลกับทางพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีตัวแทน 4-5 บริษัทเข้าร่วมและมีบริษัทจากประเทศมาเลเซีย 1 บริษัท ซึ่งตนคิดว่าคนไทยจะยอมแพ้ไม่ได้และก็ไม่สามารถปล่อยให้การประมูลครั้งนี้หลุดมือไปจากประเทศไทยได้



“ปัจจุบันเรามีสมาชิก 3.5 ล้านครัวเรือนและในอีก 3 ฤดูกาลนับจากนี้ไปตั้งเป้าเพิ่มเป็น 7 ล้านครัวเรือน จากนี้เราพร้อมเปิดรับพันธมิตรจากทุกค่าย ซึ่งก็มีติดต่อเข้ามา 2-3 เจ้าแล้ว ไม่เว้นแม้กระทั่ง ทรู วิชันส์ ที่ยังมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน แต่ต้องอยู่ ภายใต้กฎที่ พรีเมียร์ ลีก วางเอาไว้ ขอยืนยันว่า ครั้งนี้ไม่มีฮั้วประมูล โดยงบประมาณที่เราวางเอาไว้ตอนนั้น ขั้นต่ำรวมค่าลิขสิทธิ์และจัดการทุกอย่างน่าจะอยู่ที่ 23,000 ล้านบาท ผมใช้เงินจากการกู้ธนาคาร 3 แห่งและเงินตัวผมเอง มั่นใจว่าจะคุ้มทุนใน 3 ฤดูกาลนี้ แต่ตอนนี้ยังไม่มีแผนการตลาดออกมา ผมก็ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดต่างๆ ได้ รวมถึงค่าบริการขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะถูกหรือแพงกว่าใคร”


สำหรับงบที่ “ซีทีเอช” ทุ่มลงไปครั้งนี้ นายวิชัย ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ตอนนี้ แต่คาดกันว่า อยู่ระหว่าง 7,000-9,000 ล้านบาท โดยกล่าวว่า “เราคว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอล พรีเมียร์ชิป ในประเทศไทย ครอบคลุมถึง กัมพูชา และ ลาว ตอนนี้แผนที่วางไว้คร่าวๆ คือ เป็นแบบขายกล่องบอกรับสมาชิกรายเดือน ส่วนเรื่องประมูลยังบอกไม่ได้ เพราะถือเป็นจรรยาบรรณต่อผู้ร่วมอาชีพและต้องรอ พรีเมียร์ ลีก อนุญาต รวมถึง คุณกฤษณัน งามผาติพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งเดินทางไปเจรจากลับมาก่อน”

โบกรฯประเมิน...เตรียมรับชะตากรรม “กลุ่มทรู” ลูกค้าเคเบิ้ลทีวีวูบ หลังโดน “วิชัย ทองแตงและตระกูลวัชรพล”ตัดหน้าคว้าลิขสิทธิ์บอลพรีเมียร์ลีคอังกฤษ 3ปี เชื่อกระทบแน่ แนะนำ “ทยอยขาย” และ “หลีกเลี่ยงลงทุน” แต่ในแง่ดีช่วยกดต้นทุนทรูวิชั่นลดลงไปอื้อ ภาพรวมทั้งกลุ่มถือว่ายังไม่มีความแน่นอน เหตุอาจต้องมีการเพิ่มทุนในอนาคต เพื่อนำเงินมาใช้ลงทุน3G ทำให้หุ้นที่มีอยู่ไดรูท ส่วน “ซีทีเอช”แม้มีพันธมิตรช่วยแบ่งเบาต้นทุน 7พันล้าน ก็ยังถือเป็นการช้าง ในการคืนทุนใน3ปี ชี้ต้องมีผู้ใช้บริการมากกว่า6.5 แสนรายต่อค่าบริการ300บาท/เดือน

โบรกฯเตือนปล่อยขายเพื่อความไม่ประมาท
      บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคที ซีมิโก้ จำกัด ระบุถึงเรื่องดังกล่าวว่า แนะนำ"ทยอยขาย" หรือ"หลีกเลี่ยง การลงทุน"ในหุ้น TRUE หลังแพ้ประมูลลิขสิทธิ์ถ่ายทอด 3  ฤดูกาลหน้าให้กับกลุ่ม ซีทีเอช อย่างไรก็ตามมองว่ากลุ่มทรูยังมี ออปชั่นประมูลสู้ แต่จำนวนเงินที่เพิ่มสูงขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อการบริหารรายการนี้ ให้คุ้มทุน และกรณีเลวร้ายไม่ได้สิทธิในการถ่ายทอดต่อจากนั้น เบื้องต้นว่าอาจกระทบต่อมูลค่าพื้นฐานราว 0.50 บาท  เมื่อผนวกกับความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของใบอนุญาต 3G จะเป็นแรงกดดัน ต่อราคาหุ้นระยะสั้น


   “แพคเกจเคเบิ้ลทีวีของทรู ที่ให้บริการลูกค้าอยู่ในปัจจุบันถือว่ามีราคาที่สูง เมื่อเทียบกับเจ้าอื่น การเสียลิขสิทธิ์บอลพรีเมียร์ลีคอังกฤษ ซึ่งนับเป็นรายการแม่เหล็กที่ดึงคนดูให้หันมาเป็ฯสมาชิกของทรูฯย่อมมีผลกับธุรกิจของบริษัทแน่ แต่จากต้นทุนที่ลดลงไปด้วยน่าจะช่วยสร้างความสมดุลได้





















______________________________





ล็อคถล่ม!"CTH"ฟันลิขสิทธิ์พรีเมียร์ ประมูลกระฉูด9พันล้าน-"ทรู"อกหัก


การประมูลลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลีกที่ดีที่สุดในโลก ตั้งแต่ฤดูกาล 2013-2016 ได้ประมูลเสร็จสิ้นลงแล้ว ปรากฏว่า เกิดการพลิกล็อคเมื่อ “ซีทีเอช” หรือ CABLE THAI HOLDING หยิบชิ้นปลามันคว้าลิชสิทธิ์นี้ไปครอง

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2555 ที่ โรงพยาบาลพญาไท 2 นายวิชัย ทองแตง ประธานกรรมการบริษัท เคเบิล ไทยโฮลดิ้ง จำกัด และ วัชร วัชรพล ทายาทหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ แถลงคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 3 ปี หลังทราบผลจากทาง พรีเมียร์ ลีก ประเทศอังกฤษตอน 8 โมงเช้า ตามเวลาท้องถิ่นวันเดียวกัน

โดยนายวิชัย ทองแตง กล่าวว่า วันนี้ตนรู้สึกภาคภูมิใจมาก ซึ่งไม่ใช่เพียงแต่บริษัทซีทีเอชเท่านั้น โดยนับว่าน่าปิติกับแฟนฟุตบอลทั่วประเทศไทยด้วย การประมูลกับทางพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีตัวแทน 4-5 บริษัทเข้าร่วมและมีบริษัทจากประเทศมาเลเซีย 1 บริษัท ซึ่งตนคิดว่าคนไทยจะยอมแพ้ไม่ได้และก็ไม่สามารถปล่อยให้การประมูลครั้งนี้หลุดมือไปจากประเทศไทยได้

“ปัจจุบันเรามีสมาชิก 3.5 ล้านครัวเรือนและในอีก 3 ฤดูกาลนับจากนี้ไปตั้งเป้าเพิ่มเป็น 7 ล้านครัวเรือน จากนี้เราพร้อมเปิดรับพันธมิตรจากทุกค่าย ซึ่งก็มีติดต่อเข้ามา 2-3 เจ้าแล้ว ไม่เว้นแม้กระทั่ง ทรู วิชันส์ ที่ยังมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน แต่ต้องอยู่ ภายใต้กฎที่ พรีเมียร์ ลีก วางเอาไว้ ขอยืนยันว่า ครั้งนี้ไม่มีฮั้วประมูล โดยงบประมาณที่เราวางเอาไว้ตอนนั้น ขั้นต่ำรวมค่าลิขสิทธิ์และจัดการทุกอย่างน่าจะอยู่ที่ 23,000 ล้านบาท ผมใช้เงินจากการกู้ธนาคาร 3 แห่งและเงินตัวผมเอง มั่นใจว่าจะคุ้มทุนใน 3 ฤดูกาลนี้ แต่ตอนนี้ยังไม่มีแผนการตลาดออกมา ผมก็ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดต่างๆ ได้ รวมถึงค่าบริการขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะถูกหรือแพงกว่าใคร”

สำหรับงบที่ “ซีทีเอช” ทุ่มลงไปครั้งนี้ นายวิชัย ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ตอนนี้ แต่คาดกันว่า อยู่ระหว่าง 7,000-9,000 ล้านบาท โดยทางสื่ออังกฤษได้เผยตัวเลขว่าการประมูลครั้งนี้ถือว่ามีตัวเงินสูงมากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ ทำให้โกยรายได้จากทั่วโลกไปทั้งสิ้น 5,000 ล้านปอนด์ (ประมาณ 250,000 ล้านบาท) โดยแชมป์จะได้เงินถึง 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5 พันล้านบาท)



http://www.naewna.com/sport/30240
________________________________________


“ซีทีเอช” ไม่เกี่ยง “ทรูฯ” ร่วมแจม เผยทุ่มงบ 2 หมื่นล.





บริษัท เคเบิล ไทยโฮลดิ้ง จำกัด (CABLE THAI HOLDING) แถลงข่าวคว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอล พรีเมียร์ชิป อังกฤษ อย่างเป็นทางการ 3 ปี นับตั้งแต่ฤดูกาล 2013-14 เป็นต้นไป เผยวางงบประมาณขั้นต่ำจากนี้ 20,000 ล้านบาท รวมค่าซื้อลิขสิทธิ์ และจัดการสร้างคอนเทนต์ต่างๆ ออกมาในรูปแบบกล่องบอกรับสมาชิกรายเดือน พร้อมเปิดกว้างจับมือพันธมิตร แม้กระทั่ง บริษัท ทรูวิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) แต่ยืนยันไม่มีการฮั้วประมูลเด็ดขาด
     
      วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2555 เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.ณ โรงพยาบาลพญาไท 2 นายวิชัย ทองแตง ประธานกรรมการบริษัท เคเบิล ไทยโฮลดิ้ง จำกัด และ วัชร วัชรพล ทายาทหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ตั้งโต๊ะแถลงคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอล พรีเมียร์ชิป อังกฤษ 3 ปี หลังทราบผลจากทาง พรีเมียร์ ลีก ประเทศอังกฤษตอน 8 โมงเช้า ตามเวลาท้องถิ่นวันเดียวกัน
     
      สำหรับงบที่ “ซีทีเอช” ทุ่มลงไปครั้งนี้ นายวิชัย ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ตอนนี้ แต่คาดกันว่า อยู่ระหว่าง 7,000-9,000 ล้านบาท โดยกล่าวว่า “เราคว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอล พรีเมียร์ชิป ในประเทศไทย ครอบคลุมถึง กัมพูชา และ ลาว ตอนนี้แผนที่วางไว้คร่าวๆ คือ เป็นแบบขายกล่องบอกรับสมาชิกรายเดือน ส่วนเรื่องประมูลยังบอกไม่ได้ เพราะถือเป็นจรรยาบรรณต่อผู้ร่วมอาชีพและต้องรอ พรีเมียร์ ลีก อนุญาต รวมถึง คุณกฤษณัน งามผาติพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งเดินทางไปเจรจากลับมาก่อน”
     
      นายวิชัย อดีตทนายความและนักลงทุนตัวยงในธุรกิจตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงมีหุ้นอยู่ในโรงพยาบาลหลายแห่ง เผยอีกว่า “จากนี้เราพร้อมเปิดรับพันธมิตรจากทุกค่าย ไม่เว้นแม้กระทั่ง ทรู วิชันส์ ที่ยังมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ซึ่งก็มีติดต่อเข้ามา 2-3 เจ้าแล้ว แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎที่ พรีเมียร์ ลีก วางเอาไว้ ขอยืนยันว่า ครั้งนี้ไม่มีฮั้วประมูล โดยงบประมาณที่เราวางเอาไว้ตอนนั้น ขั้นต่ำรวมค่าลิขสิทธิ์และจัดการทุกอย่างน่าจะอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท”
     
      เป็นอันว่าได้ข้อสรุปแล้วว่า ปีหน้า “ซีทีเอช” จะรับช่วงถ่ายทอดสดฟุตบอล พรีเมียร์ชิป ต่อจาก ทรูวิชั่นส์ ส่วน จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ จำกัด (มหาชน) กับ อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ก็ต้องอกหักไปตามระเบียบ โดยทางสื่ออังกฤษได้เผยตัวเลขว่าการประมูลครั้งนี้ถือว่ามีตัวเงินสูงมากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ ทำให้โกยรายได้จากทั่วโลกไปทั้งสิ้น 5,000 ล้านปอนด์ (ประมาณ 250,000 ล้านบาท) โดยแชมป์จะได้เงินถึง 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5 พันล้านบาท)

ASTV ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9550000139739&Keyword=%b7%c3%d9

______________________________________


ทรูฯงานเข้า! หลังชวดพรีเมียร์ลีค ฐานลูกค้าวูบ+หุ้นร่วง



      โบกรฯประเมิน...เตรียมรับชะตากรรม “กลุ่มทรู” ลูกค้าเคเบิ้ลทีวีวูบ หลังโดน “วิชัย ทองแตงและตระกูลวัชรพล”ตัดหน้าคว้าลิขสิทธิ์บอลพรีเมียร์ลีคอังกฤษ 3ปี เชื่อกระทบแน่ แนะนำ “ทยอยขาย” และ “หลีกเลี่ยงลงทุน” แต่ในแง่ดีช่วยกดต้นทุนทรูวิชั่นลดลงไปอื้อ ภาพรวมทั้งกลุ่มถือว่ายังไม่มีความแน่นอน เหตุอาจต้องมีการเพิ่มทุนในอนาคต เพื่อนำเงินมาใช้ลงทุน3G ทำให้หุ้นที่มีอยู่ไดรูท ส่วน “ซีทีเอช”แม้มีพันธมิตรช่วยแบ่งเบาต้นทุน 7พันล้าน ก็ยังถือเป็นการช้าง ในการคืนทุนใน3ปี ชี้ต้องมีผู้ใช้บริการมากกว่า6.5 แสนรายต่อค่าบริการ300บาท/เดือน
     
     
      บริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง หรือ ซีทีเอช ของนายวิชัย ทองแตงและตระกูลวัชรพล" ได้ทุ่มงบประมาณราว 7,000 ล้านบาท บรรลุข้อตกลงซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอล พรีเมียร์ชิป ของ อังกฤษ 3 ปีตั้งแต่ฤดูกาล 2013-14 เป็นต้นไป เรื่องดังกล่าวได้รับความสนใจจากนักลงทุนในตลาดหุ้นไทยจำนวนมาก เพราะมีต่อราคาหุ้นของบริษัท ทูร คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (TRUE) นั่นเอง โดยล่าสุด ปิดตลาดวานนี้ (15พ.ย.) ที่ระดับ 4.82 บาท ลดลง 0.08 บาท หรือ 1.63% มูลค่าการซื้อขาย 775.80 ล้านบาท
     
      ก่อนหน้านี้ บริษัท ทรู วิชั่นส์ (บริษัทย่อยของ TRUE)  บริษัท จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ และ บริษัท อาร์เอส ต่างออกมาประกาศว่าต้องการครอบครองลิขสิทธิการถ่ายทอดสดฟุตบอล พรีเมียร์ชิป ของ อังกฤษ ทว่าผลปรากฎว่าซีทีเอชกลับได้ลิขสิทธิไปครอง โดยฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก เริ่มทยอยประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิในการถ่ายทอดสดแล้ว ซึ่งคาดว่ามูลค่าลิขสิทธิที่จะได้รับจะสูงถึง 250,000 ล้านบาท
     
      โบรกฯเตือนปล่อยขายเพื่อความไม่ประมาท
      บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคที ซีมิโก้ จำกัด ระบุถึงเรื่องดังกล่าวว่า แนะนำ"ทยอยขาย" หรือ"หลีกเลี่ยง การลงทุน"ในหุ้น TRUE หลังแพ้ประมูลลิขสิทธิ์ถ่ายทอด 3  ฤดูกาลหน้าให้กับกลุ่ม ซีทีเอช อย่างไรก็ตามมองว่ากลุ่มทรูยังมี ออปชั่นประมูลสู้ แต่จำนวนเงินที่เพิ่มสูงขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อการบริหารรายการนี้ ให้คุ้มทุน และกรณีเลวร้ายไม่ได้สิทธิในการถ่ายทอดต่อจากนั้น เบื้องต้นว่าอาจกระทบต่อมูลค่าพื้นฐานราว 0.50 บาท  เมื่อผนวกกับความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของใบอนุญาต 3G จะเป็นแรงกดดัน ต่อราคาหุ้นระยะสั้น



       “ทรีนิตี้”ชี้เป็นปัจจัยลบระยะสั้น
      นักวิเคราะห์ บล.ทรีนิตี้ กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวมีผลต่อจิตวิทยาของนักลงทุนในระยะสั้นต่อหุ้น TRUE แน่ โดยจากข้อมูลที่รับทราบ พบว่าในการประมูล ทรูวิชั่นได้เสนอไปด้วยวงเงินสูงถึงประมาณ 4,000 ล้านบาทเพื่อคว้าลิขสิทธิ์ถ่านทอดสดฟุตบอลลีคดังกล่าว แต่ต้องแพ้ให้กับ “ซีทีเอช”ซึ่งจะทำให้ผลกระทบต่อฐานลูกค้าผู้ใช้บริการเคเบิลทีวีของทรูแน่ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม หากมองในมุมกลับถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ทรูไม่สามารถชนะการประมูลได้ เพราะหากชนะการประมูล นั่นหมายถึงต้องใช้เม็ดเงินจำนวนที่มากกว่ากลุ่มซีทีเอช ซึ่งจะมีผลต่อต้นทุนในการดำเนินงานทรู วิชั่นที่เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
     
     
      ดังนั้นเมือเปรียบเทียบต้นทุนที่หลายไปกับปริมาณฐานลูกค้าที่อาจลงไปแล้ว ประเมินว่าไม่มีผลต่อฐานะทางการเงินของบริษัทมากนัก
     
     
     
      “โดยทั่วไป นักลงทุนหลายคนมองหุ้น TRUE เป็นหุ้นที่ลงทุนเพื่อเก็งกำไรมากกว่า เพราะธุรกิจของบริษัทยังไม่มีความแน่นอน โดยเฉพาะในเรื่อง 3G ซึ่งหากไม่ผิดพลาด ทรูน่าจะได้สัมปทาน3G ด้วยนั่นหมายถึงบริษัทต้องมีค่าใช้จ่ายการลงทุนจำนวนมาก และเรื่องดังกล่าวอาจทำให้บริษัทจำเป็นต้องเพิ่มทุน เพื่อนำเงินไปลงทุนในเรื่องนี้ด้วย ซึ่งจะมีผลให้ราคาหุ้นTRUE ที่นักลงทุนถือยู่ในปัจจุบันปรับตัวลดลงตามไปด้วย
     
     
      ส่วนความกังวลเรื่องข้อกฎหมายต่อกรณีข้อตกลงที่ กลุ่มทรูทำไว้กับ กสท.นั้น มองว่าไม่น่ากังวลเท่าใดนัก เพราะในข้อตกลงที่ร่วมมือกันระบุไว้อย่างชัดเจนว่าแม้สัญญาที่ตกลงกันไว้ในปัจจุบัน จะมีข้อผิดพลาด กลุ่มทรูฯ และกสท. สามารถตกลงแก้ไขสัญญาความร่วมมือดังกล่าวได้เพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย โดยไม่จำเป็นต้องให้ถือว่าข้อตกลงที่ลงนามร่วมกันแล้วนั้นเป็นโมฆะ
     
     
      "ซีทีเอช"แม้ชนะแต่ก็ไม่ง่าย...
      สำหรับ กรณี “ซีทีเอช” ผู้ได้ลิขสิทธิ์ฟุตบอลลีคอังกฤษรายใหม่ ประเมินว่าด้วยวงเงินที่ยื่นไปถึง 7,000 ล้านบาทนั้นอยู่ในระดับที่สูงมาก แต่ยังมีข้อดีคือ “ซีทีเอช” จะมีพันธมิตรเข้ามาร่วมกันถ่ายทอดสด และร่วมกันแบกรับต้นทุนลิขสิทธิ์จำนวนมากนี้ ขณะเดียวกันการมีพันธมิตรช่วยถ่ายทอดจะทำให้ช่วงสร้างฐานลูกค้าให้กับกลุ่มธุรกิจดังกล่าวมากขึ้น ซึ่งนับเป็นอีกก้าวของวงการธุรกิจเคเบิ้ลทีวี ทีมีผู้ชมทั้งประมาณรวมกันประมาณ 30 ล้านคน หรือประมาณครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งประเทศ ขณะที่ ทรูวิชั่น มีฐานลูกค้าประมาณ 1 ล้านกว่าราย และเป็นลูกค้าระดับพรีเมี่ยมประมาณ 3-4 แสนราย
     
      “แพคเกจเคเบิ้ลทีวีของทรู ที่ให้บริการลูกค้าอยู่ในปัจจุบันถือว่ามีราคาที่สูง เมื่อเทียบกับเจ้าอื่น การเสียลิขสิทธิ์บอลพรีเมียร์ลีคอังกฤษ ซึ่งนับเป็นรายการแม่เหล็กที่ดึงคนดูให้หันมาเป็ฯสมาชิกของทรูฯย่อมมีผลกับธุรกิจของบริษัทแน่ แต่จากต้นทุนที่ลดลงไปด้วยน่าจะช่วยสร้างความสมดุลได้
     
      ดังนั้นจากนี้ไป สิ่งที่น่าจับตาดูคือการบริหารจัดการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีคของ “ซีทีเอช” ว่าจะดำเนินการจัดสรรและทำอย่างไรให้คุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไปถึง 7 พันล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงมาก หรือเฉลี่ยเป็นปีละ 2.33 พันล้านบาท/ปี แม้จะมีรายอื่นเข้ามาร่วมแชร์แบกรับต้นทุนตรงนี้ แต่การบริหารจัดการให้คุ้มค่า ยังถือว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เพราะทั้งกลุ่มจะต้องหาลูกค้าเข้ามาใช้บริการกว่า 6.5 แสนราย ด้วยค่าใช้บริการเดือนละ 300 บาท/ราย ซึ่งหากจะปรับเพิ่มราคาการให้บริการมากกว่า 300 บาท มองว่ายิ่งเป็นเรื่องที่ยากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามหากกลุ่มดังกล่าวประสบความสำเร็จได้รับการตอบรับจากคนดู ก็เชื่อว่าจะเป็นการพลิกโฉมวงการเคเบิ้ลทีวี และจะทำให้ต่อไปจะมีการแข่งขันแย่งชิงลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดต่างๆรุนแรงยิ่งขึ้น”


ASTV ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/StockMarket/ViewNews.aspx?NewsID=9550000139837&Keyword=%b7%c3%d9

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.