Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

16 พฤศจิกายน 2555 (บทความ) 3G กับการพัฒนาภาคเกษตรไทย ความเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตา

ประเด็นหลัก


ดังนั้นหากในอนาคตผู้บริโภคในประเทศไทยหันมาใช้ “Smart phone”กันหมด อัตราการเข้าใช้อินเตอร์เน็ตก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 50 - 80 %ในพริบตา  เพราะทุกคนสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตผ่าน“Smart phone”ได้โดย ไม่ต้องเปิดคอมพิวเตอร์

         การที่ “Smart phone” ใช้งาน “ง่าย” ทำให้ทั้ง “เด็กและผู้สูงอายุ” สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ “ง่าย”กว่า ใช้ผ่านคอมพิวเตอร์ “3G” จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะเข้าช่วยมาปลดล็อค “Digital Divide”ของประเทศไทย

         กล่าวได้ว่าเป็นการ“พลิกโฉม”การใช้งานอินเตอร์เน็ตในประเทศไทยและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค การเปลี่ยนแปลงแบบพลิกโฉมที่จะเห็นชัด  ตัวอย่างหนึ่ง คือ อุตสาหกรรมเกษตร ซึ่งจะเกิดการพัฒนาใน 2 ส่วนหลัก ๆ

         ส่วนแรก คือ เกษตรกรจะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารง่ายขึ้น

         เมื่อ 2 ปีที่แล้ว “Smart phone” ในระบบ “Android”มีราคาถึงเครื่องละ 20,000 กว่าบาท แต่ปัจจุบันมี Smart phone ในระบบ Android ออกรุ่นใหม่ ๆ ในราคาที่ถูกลงออกมามาก  Smart phone ราคา 3,000 กว่าบาทก็มีให้เห็น  ต่อไปอาจมี Smart phone ที่ราคาเพียง 2,000 กว่าบาท และคาดว่าภายใน 1-2 ปีข้างหน้า ราคา Smart phone ในระบบ“Android” อาจจะเหลือเพียง 1,000 บาท ประกอบกับ Smart phone เหล่านี้มีรูปแบบการใช้งานที่ง่าย “เกษตรกร”ที่ไม่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ ก็สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ เข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้ทั่วโลก  จึงเป็น “โอกาส” ของ “ชาวนา”ที่จะเข้าถึง “E-commerce” เข้าถึง “ข้อมูลข่าวสาร” ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาในภาคเกษตรอย่างมากมาย









_______________________________

3G กับการพัฒนาภาคเกษตรไทย ความเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตา

การประมูลใบอนุญาต “3G” บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz  ที่ผ่านมา ไม่เพียงเป็นการส่งสัญญาณให้รู้ว่า ประชาชนจะมีบริการ “3G”ใช้กันอย่างเต็มรูปแบบในปีหน้า แต่ยังชี้ไห้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในสังคมอย่างน่าสนใจ



         เพราะ “3G” ในวันนี้มาในจังหวะที่ “iPhone” และ “Smart phone” ถูกพัฒนาให้มีฟังก์ชั่นการใช้งานง่าย การเข้าถึงอินเตอร์เน็ตจึงเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน

         “3G” จึงเป็น “โอกาส” ครั้งสำคัญของ “คนไทย” ที่จะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่มีอยู่ทั่วโลก

         ในอดีตผู้บริโภคที่ใช้บริการ “2G”จะสื่อสารในรูปแบบของเสียงเป็นหลัก แต่การใช้ข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตยังมีน้อยมาก  เมื่อ “ 3G” เปิดให้บริการ ผู้บริโภคก็ยังคงสื่อสารในรูปแบบเสียงเหมือนเดิม แต่การใช้ข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตสูงขึ้น เพราะความเร็วของ “Data” ในระบบ  “3G” เป็น “อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สาย” หรือเรียกว่า“Broadband”

         หากติดตามการพัฒนาโทรศัพท์มือถือในช่วงที่ผ่านมา พบว่าทันทีที่มี “iPhone”การใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์ไร้สายก็เพิ่มขึ้นกว่าเดิม เป็น 10 เท่า ยิ่งมีเสียงยืนยันจากผู้ใช้งานจริง ถึงประสิทธิภาพการทำงานของ “iPhone”

“iPhone” ก็ขายดิบขายดี

         ต่อมาเมื่อ “Google” จัดทำระบบ Operating system ชื่อ “Android” ที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานง่าย ราคาไม่แพง ทำให้ผู้ผลิตโทรศัพท์ชั้นนำหลายค่ายสนใจนำระบบนี้ไปพัฒนาต่อ  “Smart phone”รุ่นต่าง ๆ จึงออกสู่ตลาดมากขึ้น ทำให้ประชาชนสามารถใช้ “Smart phone”ในราคาที่ถูกลง

         คาดกันว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า คนไทยเกินครึ่งจะเปลี่ยนมาใช้ “Smart phone”แทนโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่า ๆ เพราะคนที่เงินเดือนน้อยก็สามารถซื้อหามาใช้งานได้

         การมาของ “3G” จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่ของสังคมไทย  เพราะหากมีการวางโครงข่ายการให้บริการแบบจริงจัง ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ว่า 80 %ของประชากรจะต้องเข้าถึง “3G” ภายใน 4 ปี ก็จะ“พลิกโฉมการใช้โทรศัพท์มือถือ”  “พลิกโฉมการใช้อินเตอร์เน็ต”อย่างแท้จริง

        ในเรื่องนี้ มีตัวอย่างให้เห็นในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อินเดีย หรือประเทศอื่นๆ ที่การเข้าถึงอินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ“Smart phone”  มีจำนวนสูงกว่าการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตผ่าน “คอมพิวเตอร์”แล้ว

         แนวโน้มการนิยมใช้ “Smart phone”กำลังเข้ามาในประเทศไทย เนื่องจากคอมพิวเตอร์มีราคาแพง ทำให้คนเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ยาก  ปัจจุบันมีครัวเรือนไม่ถึง 10 % ที่มีสิทธิเข้าถึงคอมพิวเตอร์

         แต่อย่างไรก็ตามการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตก็ยังกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนมีเงิน คนเมือง ส่วนคนที่อยู่ในภาคชนบทก็ยังเข้าไม่ถึงอินเตอร์เน็ต เกิดเป็นปัญหาที่เรียกว่า “Digital Divide” คือมีความเหลื่อมล้ำในสังคมที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการมี และการไม่มี หรือ ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร (Information) และความรู้ (Knowledge)

         เช่นเดียวกับ “เกาหลี” แม้จะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่บูมเรื่องอินเทอร์เน็ตมากที่สุด แต่จากการศึกษาพบว่า เกาหลีใต้ก็ยังประสบปัญหา “Digital Divide”เช่นกัน  พบว่า 68 % ของจำนวนประชากรทั้งสิ้น 45 ล้านคนที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไปมีการใช้งานอินเทอร์เน็ต แต่คนที่ใช้งานเป็นประจำก็ยังกระจุกตัวอยู่เฉพาะในกลุ่มคนที่อยู่ในเมืองเท่านั้น

         ดังนั้นหากในอนาคตผู้บริโภคในประเทศไทยหันมาใช้ “Smart phone”กันหมด อัตราการเข้าใช้อินเตอร์เน็ตก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 50 - 80 %ในพริบตา  เพราะทุกคนสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตผ่าน“Smart phone”ได้โดย ไม่ต้องเปิดคอมพิวเตอร์

         การที่ “Smart phone” ใช้งาน “ง่าย” ทำให้ทั้ง “เด็กและผู้สูงอายุ” สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ “ง่าย”กว่า ใช้ผ่านคอมพิวเตอร์ “3G” จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะเข้าช่วยมาปลดล็อค “Digital Divide”ของประเทศไทย

         กล่าวได้ว่าเป็นการ“พลิกโฉม”การใช้งานอินเตอร์เน็ตในประเทศไทยและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค การเปลี่ยนแปลงแบบพลิกโฉมที่จะเห็นชัด  ตัวอย่างหนึ่ง คือ อุตสาหกรรมเกษตร ซึ่งจะเกิดการพัฒนาใน 2 ส่วนหลัก ๆ

         ส่วนแรก คือ เกษตรกรจะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารง่ายขึ้น

         เมื่อ 2 ปีที่แล้ว “Smart phone” ในระบบ “Android”มีราคาถึงเครื่องละ 20,000 กว่าบาท แต่ปัจจุบันมี Smart phone ในระบบ Android ออกรุ่นใหม่ ๆ ในราคาที่ถูกลงออกมามาก  Smart phone ราคา 3,000 กว่าบาทก็มีให้เห็น  ต่อไปอาจมี Smart phone ที่ราคาเพียง 2,000 กว่าบาท และคาดว่าภายใน 1-2 ปีข้างหน้า ราคา Smart phone ในระบบ“Android” อาจจะเหลือเพียง 1,000 บาท ประกอบกับ Smart phone เหล่านี้มีรูปแบบการใช้งานที่ง่าย “เกษตรกร”ที่ไม่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ ก็สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ เข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้ทั่วโลก  จึงเป็น “โอกาส” ของ “ชาวนา”ที่จะเข้าถึง “E-commerce” เข้าถึง “ข้อมูลข่าวสาร” ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาในภาคเกษตรอย่างมากมาย

         ต่อไปผู้ประกอบการสามารถทำงานร่วมกับเกษตรกรได้  ชาวนาต้องการสินค้าอะไร สามารถสั่งซื้อผ่านอินเตอร์เน็ต โดยสื่อสารผ่าน Smart phone ได้

         “บังคลาเทศ”เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจในเรื่องนี้  มีการนำระบบ “E commerce” มาใช้สำหรับชาวนาโดยเฉพาะ  ยกตัวอย่างเช่น ชาวนาในพื้นที่หนึ่งต้องการวัตถุดิบอะไร ประเภทไหน  ก็สามารถโพสต์ลงไปในอินเตอร์เน็ต  หากชาวนาในอีกพื้นที่หนึ่งมีวัตถุดิบดังกล่าว เมื่อเห็นข้อความบนอินเตอร์เน็ตก็จะตอบสนองด้วยการประสานนำสินค้าไปส่งให้ทันที ทำให้ตลาด “E-commerce” ของชาวนาเป็นที่นิยมมาก

         สำหรับประเทศไทย ตลาด“E-commerce”เกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว แต่การใช้บริการยังจำกัดอยู่ในกลุ่มคนเมืองที่เข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้เท่านั้น ต่อไปถ้าทุกคนสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ ตลาด“E -commerce” ก็จะขยายตัวอย่างรวดเร็ว

         ส่วนที่สอง การควบคุมการทำงานเครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ในการเกษตรให้มีประสิทธิภาพ

         ในระบบ 3 G มี “ซิมการ์ด” และ “เสาอากาศ” ที่สามารถนำไปใส่ในเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตควบคุมการทำงานของเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมเกษตร

         ยกตัวอย่างเช่น ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่ ต้องใช้เครื่องมือในการควบคุมเป็น 1,000 เครื่องติดไว้ตามจุดต่าง ๆ กระจายทั่วโรงงาน เพื่อเก็บข้อมูลส่งเข้ามาประมวลผลที่ส่วนกลาง หรือเครื่องมือบางตัวอาจจะต้องเดินสายเชื่อมต่อยาวเป็นกิโลเมตร ใช้งบลงทุนสูง หากนำ“ซิมการ์ด”มาใช้ พร้อมกับติด“เสาอากาศ 3G” ลงทุนในราคาไม่กี่ร้อยบาทเพื่อเชื่อมต่อเครื่องมือต่าง ๆ ในโรงงานเข้ากับอินเตอร์เน็ต ก็สามารถสื่อสารและควบคุมการทำงานของเครื่องมือเหล่านี้ได้โดยง่าย ด้วยเงินลงทุนที่น้อยมาก และสามารถบริหารจัดการสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ต้องใช้คนจำนวนมากมาดูแล

         ที่สำคัญ “ซิมการ์ด”และ “เสาอากาศ”ปัจจุบันมีขนาดเล็กลงมาก และจะเล็กลงไปอีกเรื่อย ๆ โดยก่อนหน้านี้ซิมการ์ดมีลักษณะเป็น “ไมโครซิม” ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น “นาโนซิม”

         นอกจากนี้ในอนาคตหากเครือเจริญโภคภัณฑ์ในฐานะผู้นำด้านธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร ที่มีทั้งบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านการเกษตรและโทรคมนาคมอยู่ในเครือ อาจจะสร้างApplicationบนมือถือที่ผลิตขึ้นมาเพื่อสื่อสารกับเกษตรกรโดยเฉพาะ  เป็นApplicationที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่เหมาะกับเกษตรกร ราคาถูก แทนการติดต่อผ่านจดหมาย หรือโทรศัพท์เช่นในอดีต

         อีกด้านหนึ่งการทำวิจัยเชิงเกษตรอาจจะเพิ่มเรื่องของการควบคุมระบบต่าง ๆ โดยอาจจะคิดค้นวิธีการนำเอา “ซิมการ์ด”ไปใช้กับเครื่องมือต่าง ๆ ในโรงงาน เพื่อพัฒนาฟาร์มให้เป็นฟาร์ม Automation ทุกอย่างควบคุมด้วยระบบ“ซิมการ์ด” เป็นการทำเกษตรผ่านระบบ3Gที่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ดียิ่งขึ้นในอนาคต

         การพัฒนาระบบ 3G ในประเทศไทย จึงนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงประชาชนทุกคน

         อุตสาหกรรมเกษตรของไทยก็จะเป็นภาคส่วนหนึ่งที่จะมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น จากอิทธิพลของ 3G  จะเป็นการพัฒนาที่ก่อให้เกิดผลดีต่อการขับเคลื่อนภาคเกษตรของไทยให้ก้าวหน้าและเติบโตอย่างยั่งยืน



โดย….ดร.อธิป  อัศวานันท์  หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์และนวัตกรรม บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน)

สำนักข่าวอิศรา
http://www.isranews.org/%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8
%97%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%
B8%99%E0%B9%8C/59-
%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%
97%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B9%8C/17632-
3G-
%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%
B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8
%99%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%

B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0
%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%
80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8
%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%
B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0
%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B8%B2.html

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.