Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

16 พฤศจิกายน 2555 CTH มั่นใจ "พรีเมียร์ลีก" คืนทุกแน่นอน!!! ( 7 ล้านครัวเรือนภายใน 3 ปี ) และขายกล่องครอบคลุมประเทศกัมพูชาและลาว

ประเด็นหลัก



"งบการลงทุนที่เคยตั้งเป้าไว้ว่าภายใน 3 ปีจะลงทุนขั้นต่ำประมาณ 2 หมื่นล้านบาท การประมูลครั้งนี้ก็จะนำเงินตรงนั้นมา แต่อีกส่วนจะกู้จากสถาบันการเงินในประเทศ เพราะหากกู้จากสถาบันการเงินต่างประเทศจะมีความเสี่ยงในด้านอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งลิขสิทธิ์ดังกล่าวเราคาดว่าจะทำให้เราสามารถขยายฐานลูกค้าได้เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ 3.5 ล้านครัวเรือนเป็น 7 ล้านครัวเรือนภายใน 3 ปี และซีทีเอชก็หวังว่าภายใน 3 ปีนี้เราก็หวังว่าเราจะคุ้มทุน"

ด้าน นายวัชร วัชรพล รองประธานคณะกรรมการ บริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การได้ลิขสิทธิ์ในครั้งนี้น่าจะช่วยทำให้ซีทีเอชมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังจะทำให้คนทั่วไปรู้จักซีทีเอชมากขึ้นอีกด้วย เนื่องจากฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเป็นสิ่งที่คอบอลไทยสนใจและติดตามมากที่สุด ซึ่งช่องทางการชมบอลพรีเมียร์ลีกครั้งนี้ตั้งใจไว้ว่าจะทำให้สามารถชมกันได้ผ่าน 3 ช่องทางคือ ทางทีวี ทางอินเทอร์เน็ต และทางแท็บเล็ตหรือโทรศัพท์เคลื่อนที่

ส่วนการได้รับลิขสิทธิ์ที่ครอบคลุมประเทศกัมพูชาและลาวนั้น นายวัชร กล่าวว่า เป็นเงื่อนไขที่ทางพรีเมียร์ลีกเป็นคนกำหนด ซึ่งคาดว่า ประมาณไตรมาส 1 ปี 56 ซีทีเอชจะสามารถขายกล่อง และคอบอลจะสามารถชมฟุตบอลได้ทันฤดูกาลบอลแน่นอน





_____________________________

CTH มั่นใจลิขสิทธิ์บอลพรีเมียร์ ดันยอดลูกค้าโตพรวด

CTH ผงาด รับพรีเมียร์ลีก หวังดึงฐานลูกค้า 3 ปี โตถึง 7 ล้านครัวเรือน แย้มมี 3 ราย ติดต่อขอเข้าร่วมเป็นพันธมิตร แต่ยังอุบเงียบราคาประมูล

เมื่อวันที่ 15 พ.ย. นายวิชัย ทองแตง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ ซีทีเอช กล่าวว่า การได้รับสิทธิการถ่ายทอดสดฟุตบอลอิงลิชพรีเมียร์ลีกในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำความตั้งใจของซีทีเอชในการนำเสนอเนื้อหากีฬาชั้นนำระดับโลก มาสู่ผู้ชมชาวไทยให้ได้รับชมกันทั้งประเทศอย่างทั่วถึง ซึ่งฟุตบอลอิงลิชพรีเมียร์ลีกถือว่าเป็นฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลกขณะนี้ โดยซีทีเอชจะนำเสนอรูปแบบการถ่ายทอดสดในระบบ ดิจิตอล บรอดแบนด์ ที่ยังไม่เคยมีผู้ใดทำมาก่อน และหวังว่าจะนำประโยชน์ของเทคโนโลยีระบบดิจิตอลเข้าสู่ทุกครัวเรือน

นายวิชัย กล่าวต่อว่า ตัวเลขในการประมูลครั้งนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากเป็นจรรยาบรรณและเป็นกฎของทางพรีเมียร์ลีกที่ยังไม่ให้เปิดเผย ซึ่งเงินลงทุนที่จะใช้ในครั้งนี้ส่วนหนึ่งจะมาจากงบการลงทุนที่เคยตั้งไว้ และอีกส่วนจะมาจากการกู้สถาบันการเงินในประเทศ สำหรับพันธมิตรนั้นขณะนี้มีการติดต่อมาแล้ว 3 ราย ซึ่งซีทีเอชยืนยันว่าพร้อมที่จะเจรจากับพันธมิตรทุกรายที่อยากจะเข้ามาร่วม แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นที่ใดบ้าง ส่วนอัตราค่าบริการนั้นมั่นใจได้ว่าซีทีเอชจะคิดในราคาที่ย่อมเยาคนทั่วไปเข้าถึงได้

"งบการลงทุนที่เคยตั้งเป้าไว้ว่าภายใน 3 ปีจะลงทุนขั้นต่ำประมาณ 2 หมื่นล้านบาท การประมูลครั้งนี้ก็จะนำเงินตรงนั้นมา แต่อีกส่วนจะกู้จากสถาบันการเงินในประเทศ เพราะหากกู้จากสถาบันการเงินต่างประเทศจะมีความเสี่ยงในด้านอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งลิขสิทธิ์ดังกล่าวเราคาดว่าจะทำให้เราสามารถขยายฐานลูกค้าได้เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ 3.5 ล้านครัวเรือนเป็น 7 ล้านครัวเรือนภายใน 3 ปี และซีทีเอชก็หวังว่าภายใน 3 ปีนี้เราก็หวังว่าเราจะคุ้มทุน"

ด้าน นายวัชร วัชรพล รองประธานคณะกรรมการ บริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การได้ลิขสิทธิ์ในครั้งนี้น่าจะช่วยทำให้ซีทีเอชมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังจะทำให้คนทั่วไปรู้จักซีทีเอชมากขึ้นอีกด้วย เนื่องจากฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเป็นสิ่งที่คอบอลไทยสนใจและติดตามมากที่สุด ซึ่งช่องทางการชมบอลพรีเมียร์ลีกครั้งนี้ตั้งใจไว้ว่าจะทำให้สามารถชมกันได้ผ่าน 3 ช่องทางคือ ทางทีวี ทางอินเทอร์เน็ต และทางแท็บเล็ตหรือโทรศัพท์เคลื่อนที่

ส่วนการได้รับลิขสิทธิ์ที่ครอบคลุมประเทศกัมพูชาและลาวนั้น นายวัชร กล่าวว่า เป็นเงื่อนไขที่ทางพรีเมียร์ลีกเป็นคนกำหนด ซึ่งคาดว่า ประมาณไตรมาส 1 ปี 56 ซีทีเอชจะสามารถขายกล่อง และคอบอลจะสามารถชมฟุตบอลได้ทันฤดูกาลบอลแน่นอน

"ขั้นตอนการประมูลพรีเมียร์ลีกในครั้งแรกนั้นจะเป็นการส่งเอกสารไม่ว่าจะเป็นแผนการตลาด ฐานลูกค้าแผนการถ่ายทอดฟุตบอล รวมถึงราคาที่เราต้องการประมูลในครั้งแรก ซึ่งทางพรีเมียร์ลีกไม่ได้กำหนดอัตราขั้นต่ำแต่เป็นการให้ทางเราเสนอเข้าไป ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาจะมีทั้งสิ้น 3 แบบคือ ชนะ แพ้ หรือ ต้องเข้ารอบต่อไป ซึ่งการเข้ารอบที่ 2 นั้นการเสนอราคาจะต้องเสนอเพิ่มจากรอบแรก 10%"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ลิขสิทธิ์ครั้งนี้ของซีทีเอช จะกินระยะเวลาทั้งสิ้น 3 ฤดูกาล คือ 2013/2014-2015/2016 และการประมูลฟุตบอลอิงลิชพรีเมียร์ลีกครั้งนี้กลุ่มทุนของไทยได้เข้าร่วมประมูลกันทั้งสิ้น 7 บริษัทฯ ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าดังๆ อย่าง ทรูวิชั่นส์, แกรมมี่, อาร์เอส เป็นหนึ่งในนั้นอย่างแน่นอน

ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/eco/306413

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.