Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

18 พฤศจิกายน 2555 ไทยคม ลงทุนทำ 4G ในลาวเพิ่ม !! ดันลูกค้า 2.4 ล้านราย // ส่วนมือถือในเขมร ประกาศตั้งนานก็ไม่มีใครเอา !! แข่งกันแรง8-9ราย

ประเด็นหลัก

สำหรับแผนการทำตลาดแอลทีซีนั้น หลังจากที่ลาวได้เปิดให้บริการโทรศัพท์มือถือระบบ 4จี (แอลทีอี) ซึ่งแอลทีซีให้บริการอยู่ 20 สถานีฐาน และกำลังจะขยายเพิ่มขึ้น ส่วนการให้บริการระบบ 2จี และ 3จี ก็จะลงทุนขยายโครงข่ายในไตรมาส 4 เพิ่มอีก 108 สถานีฐาน จะทำให้ในสิ้นปี 2555 นี้มีสถานีฐานให้บริการกว่า 1 ,000 แห่ง ปัจจุบันมีลูกค้าใช้บริการ 1.8 ล้านราย มีส่วนแบ่งการตลาดกว่า 45% จากจำนวนลูกค้าผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือในตลาดรวม 2.4 ล้านราย ซึ่งบริษัทจะพยายามรักษาส่วนแบ่งการตลาดให้ได้

ส่วนการขายธุรกิจโทรศัพท์มือถือในกัมพูชา ซึ่งเอ็มโฟนที่ไทยคมถือหุ้นในเชนนิงตัน และบริษัทดังกล่าวถือหุ้นในเอ็มโฟน 100% คิดเป็น 24 ล้านหุ้นนั้น ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ (บอร์ด) ไทยคมเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2555 ขายให้แก่กลุ่มอินท์ แนแนจเม้นท์ เซอร์วิสส์ (ไอเอ็นที)มูลค่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ จะทำให้ไทยคมไม่ต้องรับรู้ภาระขาดทุนในเอ็มโฟนกว่า 252 ล้านบาท ในปี 2555 โดยสาเหตุที่ต้องขายเอ็มโฟนเพราะตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เอ็มโฟนประสบปัญหาขาดทุนมาตลาด จากการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือที่มีอยู่กว่า 8-9 ราย และต่างก็เล่นสงครามราคาอย่างรุนแรง











________________________________________________



“ไทยคม” เข็น ”LTC” เข้าหลักทรัพย์ลาว



แฟ้มภาพ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)

“ศุภจี” เผยเตรียมนำบริษัทลาวเทเลคอม (LTC) เข้าตลาดหลักทรัพย์ครึ่งปีหน้า เล็งขยายสถานี 2G-3G อีก 108 แห่งในไตรมาส 4 ปีนี้ พร้อมเตรียมหารือบอร์ดทีโอทีขายบิ๊กล็อตไทยคม 4
     
      นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยภายหลังงานสัมมนากลุ่มผู้ประกอบการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมไทยคมวานนี้ (16พ.ย.) ว่าในตอนนี้บริษัทกำลังศึกษาแนวทางการนำบริษัท ลาว เทเลอคม (LTC) ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในประเทศลาว ซึ่งไทยคมถือหุ้นในสัดส่วน 49% และรัฐบาลลาวถือหุ้นในสัดส่วน 51% เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งคาดว่าภายในครึ่งปีแรกของปี 56 จะได้เห็นความชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากต้องมีการหารือกับรัฐบาลลาวก่อนซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
     
      ทั้งนี้ ไทยคมมองว่าทางรัฐบาลลาวคงอยากให้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลาวมากกว่าในช่วงแรก เนื่องจากตอนนี้มูลค่าตลาดและทรัพย์สินของ LTC อยู่อันดับที่ 3 รองจาก "เบียร์ลาว" และบริษัทที่ทำธุรกิจด้านพลังงาน ซึ่งถึอว่าเป็นบริษัทที่มีความสำคัญต่อประเทศในแง่ของรายได้
     
      “เราไม่ได้ตั้งเป้าเพิ่มยอดจำนวนผู้ใช้ LTC เพิ่มขึ้น แต่ต้องการให้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นมากกว่า เนื่่องจากที่ลาวจะมีการลงทะเบียนซิมการ์ดซึ่งจะส่งผลให้จำนวนผู้ใช้ลดน้อยลง”
     
      ขณะเดียวกันภายหลังจากที่ไทยคมเปิดให้บริการโทรศัพท์มือถือระบบ 4G (LTE) ซึ่งในตอนนี้มีสถานีราว 20 สถานีฐาน บริษัทก็มีแผนจะขยายเพิ่มขึ้นอีก ส่วนการให้บริการระบบ 2G และ 3G บริษัทก็จะลงทุนขยายโครงข่ายเพิ่มในไตรมาส 4 อีก 108 แห่ง ซึ่งจะทำให้ในสิ้นปีนี้มีสถานีฐานให้บริการกว่า1,000แห่ง ซึ่งปัจจุบันไทยคมมีลูกค้าใช้บริการอยู่ 1.8 ล้านราย หรือมีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 45% จากจำนวนลูกค้าที่่ใช้บริการโทรศัพท์มือถือในตลาดรวมลาว 2.4 ล้านราย



ศุภจีระบุ "ดาวเทียมไทยคม 6 จะเข้าไปเปิดตลาดเพิ่มเติมในทวีปแอฟริกา"
นางศุภจีกล่าวว่ารายได้จากธุรกิจ LTC และธุรกิจโทรศัพท์มือถือในต่างประเทศของไทยคมมีมูลค่าประมาณ 266 ล้านบาทในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ส่วนการทำตลาดในปีหน้าบริษัทจะเน้นเพิ่มยอดลูกค้าที่มีอยู่แต่อาจจะเพิ่มไม่มากนัก โดยจะเน้นการเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายมากกว่า
     
      ส่วนภาพรวมการทำตลาดดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ในตอนนี้อยู่ระหว่างการเจรจาขยายช่องสัญญาณแบรนด์วิธ และช่องรับส่งสัญญาดาวเทียม (ทรานสปอนเดอร์) ให้แก่ลูกค่ารายใหญ่ในไทยและอินเดียอยู่ ซึ่งปัจจุบันไอพีสตาร์สามารถขยายอุปกรณ์บอกรับสัญญาณปลายทาง (ยูที) ได้แล้ว 25-26% โดยบริษัทตั้งเป้าภายในสิ้นปีนี้ จะพยายามขายยูทีให้ได้ 30% โดยมีลูกค้าในไทยรายใหญ่ที่สำคัญคือ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)
     
      “หลังจากที่ทีโอทีมีคณะกรรมการ (บอร์ด) ชุดใหม่แล้ว บริษัทก็จะเร่งเข้าไปเสนอแผนงานการขยายแบรนด์วิธในไอพีสตาร์ให้แก่บอร์ดใหม่รับทราบเร็วๆนี้”
     
      ขณะที่การยิงดาวเทียมไทยคม 6 ในตำแหน่งวงโคจรที่ 78.5 องศาตะวันออกนั้น คาดว่าจะยิงขึ้นสู่วงโคจรได้ในเดือนมิ.ย.ปีหน้า ซึ่งขณะนี้สามารถขายช่องสัญญาณของดาวเทียมไทยคม 6 ล่วงหน้าได้เกินเป้าหมายอยู่ที่ 36% คิดเป็น 12 ทรานสปอนเดอร์ จากจำนวนความจุ (คาปาซิตี้) ทั้งหมด 33 ทรานสปอนเดอร์ เกินจุดคุ้มทุนที่ 30% แล้ว
     
      จุดนี้ดาวเทียมไทยคม 6 จะเข้าไปเปิดตลาดเพิ่มเติมในทวีปแอฟริกา ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง โดยใช้ชื่อทางการตลาดว่า แอฟริคอม-1 โดยในสิ้นปีนี้ตั้งเป้าหมายเพิ่มการขยายช่องสัญญาณเป็น 39%
     
      อีกทั้งเมื่อเร็วๆนี้ ไทยคมได้ขายธุรกิจโทรศัพท์มือถือในประเทศกัมพูชาภายใต้แบรดน์ "เอ็มโฟน" ซึ่งไทยคมถือหุ้น 100% คิดเป็น 24 ล้านหุ้น ความเคลื่อนไหวนี้ได้รับการอนุมัติจากบอร์ดไทยคมเมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งขายให้แก่กลุ่มอินท์ แนแนจเม้นท์ เซอร์วิสส์ (ไอเอ็นที) มูลค่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังจากเอ็มโฟนทำให้ไทยคมขาดทุนไตรมาสละ 130 ล้านบาท

ASTV ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/CBiZReview/ViewNews.aspx?NewsID=9550000140385


____________________________________________

ไทยคมดันแอลทีซีเข้าตลาดหุ้นลาวปีหน้า เล็งเดินหน้าขยายสถานี



นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทกำลังศึกษาแนวทางการนำบริษัท ลาว เทเลคอม (แอลทีซี) ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในลาว ซึ่งไทยคมถือหุ้นในสัดส่วน 49% และรัฐบาลลาว 51% เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งคาดว่า ภายในครึ่งปีแรก 2556 จะได้เห็นความชัดเจน โดยเบื้องต้น การศึกษามีความเป็นไปได้ที่จะนำแอลทีซีจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และตลาดหลักทรัพย์ลาว (ดูอัล ลิส) แต่คงต้องมีการหารือกับรัฐบาลลาวก่อน เนื่องจากเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

“โดยส่วนตัวเชื่อว่าทางรัฐบาลลาวคงอยากให้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลาวในช่วงแรก เพราะที่ลาวมีตลาดหลักทรัพย์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2554 ซึ่งปัจจุบันมูลค่าตลาดและทรัพย์สินของแอลทีซีน่าจะใหญ่ลำดับที่ 3 รองจากเบียร์ลาว และบริษัทที่ทำธุรกิจด้านพลังงาน”นางศุภจี กล่าว

สำหรับแผนการทำตลาดแอลทีซีนั้น หลังจากที่ลาวได้เปิดให้บริการโทรศัพท์มือถือระบบ 4จี (แอลทีอี) ซึ่งแอลทีซีให้บริการอยู่ 20 สถานีฐาน และกำลังจะขยายเพิ่มขึ้น ส่วนการให้บริการระบบ 2จี และ 3จี ก็จะลงทุนขยายโครงข่ายในไตรมาส 4 เพิ่มอีก 108 สถานีฐาน จะทำให้ในสิ้นปี 2555 นี้มีสถานีฐานให้บริการกว่า 1 ,000 แห่ง ปัจจุบันมีลูกค้าใช้บริการ 1.8 ล้านราย มีส่วนแบ่งการตลาดกว่า 45% จากจำนวนลูกค้าผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือในตลาดรวม 2.4 ล้านราย ซึ่งบริษัทจะพยายามรักษาส่วนแบ่งการตลาดให้ได้

ส่วนการขายธุรกิจโทรศัพท์มือถือในกัมพูชา ซึ่งเอ็มโฟนที่ไทยคมถือหุ้นในเชนนิงตัน และบริษัทดังกล่าวถือหุ้นในเอ็มโฟน 100% คิดเป็น 24 ล้านหุ้นนั้น ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ (บอร์ด) ไทยคมเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2555 ขายให้แก่กลุ่มอินท์ แนแนจเม้นท์ เซอร์วิสส์ (ไอเอ็นที)มูลค่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ จะทำให้ไทยคมไม่ต้องรับรู้ภาระขาดทุนในเอ็มโฟนกว่า 252 ล้านบาท ในปี 2555 โดยสาเหตุที่ต้องขายเอ็มโฟนเพราะตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เอ็มโฟนประสบปัญหาขาดทุนมาตลาด จากการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือที่มีอยู่กว่า 8-9 ราย และต่างก็เล่นสงครามราคาอย่างรุนแรง

นางศุภจีกล่าวว่า ภาพรวมการทำตลาดดาวเทียมไทยคม 4(ไอพีสตาร์) ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างเจรจาขยายช่องสัญญาณแบรนด์วิธและทรานสปอนเดอร์ให้แก่ลูกค่ารายใหญ่ในไทย และอินเดียซึ่งปัจจุบันสามารถขยายอุปกรณ์บอกรับสัญญาณปลายทาง (ยูที) ได้ 25-26% ซึ่งสิ้นปี 2555 จะพยายามขายยูทีให้ได้ 30% ส่วนดาวเทียมไทยคม 6 ในตำแหน่งวงโคจรที่ 78.5 องศาตะวันออกนั้น คาดว่าจะยิงขึ้นสู่วงโคจรได้ในดือนมิถุนายน 2556

แนวหน้า
http://www.naewna.com/business/30375

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.