Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

19 พฤศจิกายน 2555 CTH ยอมรับเจรจา GRAMMY แต่ยังไม่สรุป // ล่าสุดสานฝันด่วน++ใช้เทคโนโลยีระบบเครือข่ายซีทีเอช เมโทรเน็ตที่พัฒนาโดยเอชพี

ประเด็นหลัก

นายกฤษณัน งามผาติพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CTH กล่าวว่า ขณะนี้ทางผู้บริหารระดับสูงยังคงมีการเจรจาต่อเนื่องกับ GRAMMY ในการเป็นพันธมิตรร่วมกัน แต่ยังไม่มีข้อสรุปในขณะนี้

"ในสมัยแรกๆที่ยังคุยกัน ตอนนี้ก็ยังคุยกันอยู่ แต่ยังไม่มีข้อสรุป ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้บริหารระดับสูง"นายกฤษณัน กล่าว

หลังจากที่บริษัทได้ลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษได้วางแผนการลงทุนระยะ 3 ปี ในวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท โดยวางตำแหน่งตัวเองเป็นดิจิตอล บรอดแบนด์ กำหนดราคาค่าบริการที่ทุกคนดูได้  โดยวางเป้าหมายใน 2-3 ปีจะมีจำนวนสมาชิกเพิ่มจาก 3.5 ล้านครัวเรือนในปัจจุบัน เป็น 7-10 ครัวเรือน

ล่าสุดได้ร่วมกับบริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด ในการติดตั้งระบบเครือข่ายเมโทรเน็ตที่เกิดจากการต่อยอดจากสถาปัตยกรรม HP FlexNetwork ที่ผนวกรวมระบบเครือข่ายทั่วศูนย์ข้อมูลของผู้ประกอบการเคเบิลทีวีท้องถิ่นเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้ระบบบริหารจัดการเครือข่ายเดี่ยวที่จะช่วยให้มีแบนด์วิดท์สูงถึง 10 กิกะไบต์ต่อวินาที ที่จะเพียงพอสำหรับการรองรับช่องรายการได้สูงกว่า 500 ช่อง คาดว่าจะติดตั้งเสร็จภายในปีนี้ พร้อมใช้จริงได้ตั้งแต่ต้นปีหน้าเป็นต้นไป

การใช้เทคโนโลยีระบบเครือข่ายซีทีเอช เมโทรเน็ตที่พัฒนาโดยเอชพี จะทำให้ซีทีเอชสามารถสร้างสรรค์     คอนเท้นท์หลากหลายประเภทให้แก่ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีท้องถิ่น อาทิ ระบบส่งสัญญาณภาพแบบปกติและเอชดีทั้งแบบเรียลไทม์หรือแบบออนดีมานด์  นอกจากนี้ ระบบเครือข่ายซีทีเอช เมโทรเน็ตยังมีความแข็งแกร่ง ทนทานสูง ซึ่งเป็นผลจากการออกแบบที่เปี่ยมประสิทธิภาพ และอัดแน่นด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นของอุปกรณ์สวิตช์ HP 5820 ส่งผลให้ผู้ให้บริการเคเบิลทีวีสามารถให้บริการรายการต่างๆ แก่ลูกค้าผ่านเครือข่ายซีทีเอช    เมโทรเน็ตได้อย่างต่อเนื่อง

เมื่อพิจารณาด้านคุณประโยชน์ทางธุรกิจ ระบบเครือข่ายซีทีเอช เมโทรเน็ตใหม่ดังกล่าวจะทำให้ซีทีเอชมี    แต้มต่อในการแข่งขันมากขึ้น เนื่องจากเครือข่ายดังกล่าวมีแบนด์วิธสูงและสามารถเข้าถึงผู้ใช้งานได้ทั่วประเทศ  ส่งผลให้ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีมีทางเลือกใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้ามากขึ้น ทั้งยังสามารถให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  นอกจากนี้ นวัตกรรมเครือข่ายซีทีเอช เมโทรเน็ต ยังช่วยสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีรายใหม่ๆ เข้าร่วมเป็นสมาชิกของซีทีเอชเพิ่มขึ้น  และเปิดให้ผู้บริโภคทั่วประเทศสามารถเข้าถึงและรับชมรายการคุณภาพสูงหลากหลายประเภท ทั้งด้านบันเทิง การศึกษา และกีฬาได้มากขึ้นเป็นประวัติการณ์  






___________________________________



CTH รับเจรจา GRAMMY ทำทีวีดาวเทียม แต่ยังไม่สรุป

บริษัท เคเบิ้ล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด หรือ CTH เปิดเผยว่า บริษัทยอมรับว่ามีการเจรจากับทางบริษัท จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAMMY ในการเป็นพันธมิตรการให้บริการเคเบิ้ลทีวี หรือทีวีดาวเทียมมาตั้งแต่ก่อนหน้าที่จะได้รับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษแล้ว แต่ยังไม่มีข้อสรุป ขณะที่บริษัทวางแผนธุรกิจที่จะมีช่องทีวีดาวเทียมเพิ่มเป็น 500 ช่องภายใน 3 ปีข้างหน้า หลังจากจะเปิดตัวให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปีหน้าที่ 120 ช่อง

ข่าวหุ้นธุรกิจ
http://www.kaohoon.com/online/50621/CTH-
%C3%D1%BA%E0%A8%C3%A8%D2-GRAMMY-
%B7%D3%B7%D5%C7%D5%B4%D2%C7%E0%B7%D5%C2%C1-
%E1%B5%E8%C2%D1%A7%E4%C1%E8%CA%C3%D8%BB-.htm

_______________________________________


CTH ยอมรับเจรจา GRAMMY จับมือทำทีวีดาวเทียมแต่ยังไม่สรุป

บริษัท เคเบิ้ล ไทย โฮลดิ้ง(CTH) ยอมรับว่ามีการเจรจากับทางบมจ.จีเอ็มเอ็มแกรมมี่(GRAMMY)ในการเป็นพันธมิตรในการให้บริการเคเบิ้ลทีวีหรือทีวีดาวเทียมมาตั้งแต่ก่อนหน้าที่จะได้รับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษแล้ว แต่ยังไม่มีข้อสรุป ขณะที่บริษัทวางแผนธุรกิจที่จะมีช่องทีวีดาวเทียมเพิ่มเป็น 500 ช่องภายใน 3 ปีข้างหน้า หลังจากจะเปิดตัวให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปีหน้าที่ 120 ช่อง



นายกฤษณัน งามผาติพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CTH กล่าวว่า ขณะนี้ทางผู้บริหารระดับสูงยังคงมีการเจรจาต่อเนื่องกับ GRAMMY ในการเป็นพันธมิตรร่วมกัน แต่ยังไม่มีข้อสรุปในขณะนี้

"ในสมัยแรกๆที่ยังคุยกัน ตอนนี้ก็ยังคุยกันอยู่ แต่ยังไม่มีข้อสรุป ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้บริหารระดับสูง"นายกฤษณัน กล่าว

หลังจากที่บริษัทได้ลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษได้วางแผนการลงทุนระยะ 3 ปี ในวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท โดยวางตำแหน่งตัวเองเป็นดิจิตอล บรอดแบนด์ กำหนดราคาค่าบริการที่ทุกคนดูได้  โดยวางเป้าหมายใน 2-3 ปีจะมีจำนวนสมาชิกเพิ่มจาก 3.5 ล้านครัวเรือนในปัจจุบัน เป็น 7-10 ครัวเรือน

ทั้งนี้ ช่วงแรก CTH จะมีการให้บริการ 120 ช่อง และวางเป้าหมายเพิ่มเป็น 500 ช่อง ในระบบ HD ทั้งหมดภายใน 3 ปี  โดยในปีหน้าจะเริ่มการปรับเปลี่ยนระบบให้บริการของลูกค้าเดิมจากระบบอนาล็อคเป็นระบบดิจิตอล

"ถ้าเราขยายเครือข่ายครอบคลุม 4-5 ล้านครัวเรือนแล้วจะทำให้การขยายจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นอีกได้รวดเร็วขึ้น ดังนั้นก็อาจจะต้องเห็นการลงทุนที่เร็วกว่าแผนก็ได้ แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับด้านภูมิศาสตร์ต่างๆ ที่พร้อมให้ขยายด้วยหรือไม่"นายกฤษณัน กล่าว

อินโฟเควสท์
http://www.ryt9.com/s/iq05/1533314

_____________________________________


“ซีทีเอช” ชูเมโทรเน็ต รับพรีเมียร์ลีก 500 ช่อง



“ซีทีเอช” เดินหน้าพัฒนาโครงข่ายต่อเนื่อง จับมือเอชพีวางระบบเครือข่ายเมโทรเน็ต พร้อมรองรับคอนเทนต์พรีเมียร์ลีก นำเสนอแบบอินเตอร์แอ็กทีฟ ต่อยอดช่องเอชดี 500 ช่องใน 3 ปีด้วยงบลงทุน 20,000 ล้านบาท มั่นใจครอบคลุม 10 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ
   
      นายกฤษณัน งามผาติพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือซีทีเอช เปิดเผยว่า ตามแผนการดำเนินงานของซีทีเอชที่ต้องการพัฒนาโครงข่ายสู่ความเป็นผู้ให้บริการด้านดิจิตอลบรอดแบนด์ภายใน 3 ปีนี้ ด้วยแพลตฟอร์มบนดินกับเทคโนโลยีไฟเบอร์ออปติก ที่ถือเป็นแพลตฟอร์มที่เสถียรที่สุด ภายใต้งบลงทุนรวมกว่า 20,000 ล้านบาทสำหรับ 3 ปีนี้
   
      ล่าสุดได้ร่วมกับบริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด ในการติดตั้งระบบเครือข่ายเมโทรเน็ตที่เกิดจากการต่อยอดจากสถาปัตยกรรม HP FlexNetwork ที่ผนวกรวมระบบเครือข่ายทั่วศูนย์ข้อมูลของผู้ประกอบการเคเบิลทีวีท้องถิ่นเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้ระบบบริหารจัดการเครือข่ายเดี่ยวที่จะช่วยให้มีแบนด์วิดท์สูงถึง 10 กิกะไบต์ต่อวินาที ที่จะเพียงพอสำหรับการรองรับช่องรายการได้สูงกว่า 500 ช่อง คาดว่าจะติดตั้งเสร็จภายในปีนี้ พร้อมใช้จริงได้ตั้งแต่ต้นปีหน้าเป็นต้นไป
   
      นายกฤษณันกล่าวต่อว่า การติดตั้งระบบเครือข่ายเมโทรเน็ต ส่วนหนึ่งจะช่วยให้การนำเสนอคอนเทนต์ฟุตบอลอังกฤษพรีเมียร์ลีกที่ได้มาด้วยบริการที่ดีและหลากหลายมากที่สุด และดีกว่าในปัจจุบันที่ให้บริการอยู่ โดยเฉพาะการให้บริการในรูปแบบของทูเวย์คอมมูนิเคชัน หรือแบบอินเตอร์แอ็กทีฟ ขณะที่กำลังมีการถ่ายทอดสดอยู่ในขณะนั้นได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างเช่น การสื่อสารระหว่างผู้ชมกับนักข่าว หรือผู้ที่อยู่ติดขอบสนาม ณ เวลานั้นได้แบบเรียลไทม์ เป็นต้น ถือเป็นการให้บริการพื้นฐานสำหรับการวางระบบโครงข่ายครั้งนี้ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
   
      สำหรับคอนเทนต์พรีเมียร์ลีกครั้งนี้ เบื้องต้นกำลังอยู่ในช่วงของการวางแผนงานอยู่ว่า จะสามารถให้บริการในรูปแบบใดได้บ้าง และจะมีกี่แพกเกจ ทั้งนี้ มั่นใจว่าคนไทยจะสามารถรับชมได้ทั้ง 380 แมตช์ผ่านทางแพลตฟอร์มของซีทีเอช ส่วนทางด้านราคาค่าสมาชิกในการรับชมนั้นเป็นไปตามที่ทางนายวิชัย ทองแตง ผู้บริหารสูงสุดได้เคยกล่าวไว้ จากปัจจุบันอยู่ที่ 300-400 บาทต่อเดือน
   
      อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการวางโครงข่ายครั้งนี้ มั่นใจจะมีฐานสมาชิกเพิ่มเป็น 7-10 ล้านครัวเรือนได้ภายใน 3 ปี โดยในต้นปีหน้าเชื่อว่าจะทำได้ถึง 4-5 ล้านครัวเรือนแน่ จากปัจจุบันมีฐานสมาชิกราว 3-3.5 ล้านครัวเรือน เป็น กทม. 1 ล้านกว่าครัวเรือน และอีก 2 ล้านครัวเรือนเป็นต่างจังหวัด โดยทางบริษัทจะเริ่มเปิดให้บริการแพลตฟอร์มผ่านไฟเบอร์ออปติกตั้งแต่ต้นปีหน้าเป็นต้นไป ด้วยจำนวนช่องรายการกว่า 120 ช่อง (ไม่รวมพรีเมียร์ลีก) โดยในจำนวนดังกล่าวเป็นช่องเอชดีราว 20-30 ช่อง และขยายสู่ 500 ช่องภายใน 3 ปี ซึ่งถึงเวลานั้นจะเป็นช่องเอชดีทั้งหมดเพื่อเป็นบริการในระดับพรีเมียม
   
      ขณะเดียวกัน พอถึงช่วงปลายปี 2556 โครงข่ายดังกล่าวจะสามารถให้บริการในรูปแบบทริปเปิลเพย์ ประกอบด้วย เคเบิลทีวี อินเทอร์เน็ต และ VoIP และในต้นปี 2557 จะก้าวสู่การให้บริการแบบควอสเพย์ ที่จะเพิ่มบริการโมบิลิตีเข้ามาอีก 1 บริการ

ASTV ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/Business/ViewNews.aspx?NewsID=9550000141298


_________________________________________


CTHเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมเคเบิลทีวีในไทยตั้งเอชพีวางระบบเครือข่ายเมโทรเน็ต



บริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือซีทีเอช ประกาศบรรลุข้อตกลงร่วมกับเอชพีในการพัฒนาและขยายเครือข่ายเมโทรเน็ต (MetroNet) ซึ่งเป็นระบบเครือข่ายอีเทอร์เน็ตขนาดใหญ่ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อให้ซีทีเอชสามารถสร้างสรรค์คอนเท้นท์ประเภทต่างๆ ให้แก่ผู้ให้บริการระบบเคเบิลทีวีกว่า 300 รายทั่วไทย

โดยระบบเครือข่ายเมโทรเน็ตดังกล่าวจะมีศูนย์กลางอยู่ที่อาคารสำนักงานใหญ่ของซีทีเอชในกรุงเทพฯ  และสนับสนุนอุปกรณ์สวิตช์กิกะบิท อีเธอร์เน็ต จึงทำให้มีแบนด์วิธที่เพียงพอสำหรับมอบความบันเทิงด้วยการส่งสัญญาณภาพความละเอียดสูงในระบบเอชดีได้แบบเรียลไทม์


ซีทีเอชก่อตั้งขึ้นในปี 2552 โดยผู้ประกอบการเคเบิลทีวีกว่า 100 รายจากทั่วประเทศ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อรวบรวมคอนเท้นท์ที่เปี่ยมคุณภาพและมีลิขสิทธิ์เข้าไว้ด้วยกันในแพลทฟอร์มเดียว ส่งผลให้ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีมีค่าใช้จ่ายลดลง และมีรายการที่มีคุณภาพมากขึ้นและมีจำนวนเพิ่มขึ้นสำหรับให้บริการแก่ลูกค้า  นอกจากนี้ ซีทีเอชยังช่วยผู้ประกอบการเคเบิลทีวีท้องถิ่นรายเล็กให้สามารถนำนวัตกรรมเทคโนโลยี          บรอดแบนด์ล่าสุด และระบบโครงสร้างพื้นฐานไอทีมาใช้สนับสนุนการให้บริการของตน ส่งผลให้ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีของไทยสามารถให้บริการที่มีคุณภาพดีขึ้นและมีชื่อเสียงได้รับการยอมรับมากขึ้น ปัจจุบัน ซีทีเอช     มีสมาชิกที่เป็นผู้ประกอบการเคเบิลทีวีท้องถิ่นจำนวนประมาณ 300 รายจากทั่วประเทศ ครอบคลุมสมาชิกกว่า 3.5 ล้านครัวเรือน

ภารกิจหลักของซีทีเอชคือมุ่งยกระดับและขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ เพื่อรองรับการให้บริการของบริษัทสมาชิกและลูกค้าที่จดทะเบียนใช้บริการของบริษัทสมาชิกดังกล่าว ซีทีเอชเดินหน้าพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานไอทีเพื่อจัดส่งคอนเท้นท์ต่างๆ ให้แก่ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีทั่วไทยได้รวดเร็วยิ่งขึ้น                โดยติดตั้งระบบเครือข่ายบรอดแบนด์ที่มีความเร็วและแบนด์วิธสูง เพื่อให้บริการคอนเท้นท์ด้วยระบบภาพหรือวิดีโอที่มีความละเอียดสูงแบบเอชดี (HD) อันล้ำสมัยล่าสุดให้แก่ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีท้องถิ่นแบบเรียลไทม์ ทั้งยังให้บริการคอนเท้นท์ที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษตามความต้องการเฉพาะด้านของผู้ให้บริการท้องถิ่น

ที่ผ่านมา ซีทีเอชได้ใช้เวลานานถึง 6 เดือนเริ่มตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเพื่อหารือกับทีมระบบเครือข่ายของเอชพี (HP Networking) ในการศึกษาและกำหนดแนวทางการพัฒนาระบบเครือข่ายดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล จนพบว่า การติดตั้งระบบเครือข่ายเมโทรเน็ต คือ คำตอบที่ดีที่สุด เพราะให้แบนด์วิธสูงถึง     10 กิ๊กะไบท์ต่อวินาที ซึ่งพอเพียงสำหรับการรองรับช่องรายการได้สูงกว่า 500 ช่อง ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการเคเบิลทีวีทั่วไทยได้อย่างดีเยี่ยม

ดังนั้น ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซีทีเอชและเอชพีจึงบรรลุข้อตกลงร่วมกันในการพัฒนาและติดตั้งระบบเครือข่ายเมโทรเน็ตและเริ่มต้นนำไปทดลองใช้งาน และคาดว่า เครือข่ายดังกล่าวจะติดตั้งเสร็จสิ้นสมบูรณ์ภายในสิ้นปีนี้


ระบบเครือข่ายซีทีเอช เมโทรเน็ต เป็นเครือข่ายการเชื่อมต่อแบบ Hub & Spoke เพื่อจัดเก็บคอนเท้นท์ไว้ในศูนย์จัดเก็บข้อมูลส่วนกลาง ก่อนนำออกจ่ายให้แก่ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีในเวลาจริงแบบเรียลไทม์ หัวใจสำคัญของเครือข่ายซีทีเอช เมโทรเน็ต คือ อุปกรณ์สวิตช์ซีรี่ส์ HP10500 ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์สวิตช์     เลเยอร์ 2 และ 3 และเชื่อมต่อกับระบบเคเบิลหรือระบบใยแก้วนำแสง (optic fiber) ของผู้ให้บริการเคเบิลทีวีท้องถิ่น ทั้งนี้ อุปกรณ์สวิตช์ของเอชพีมีสมรรถนะโดดเด่นด้านการกู้คืนกลับมาสู่ระบบปกติได้อย่างดีเยี่ยม       มีความปลอดภัยสูง และมีสมรรถนะรองรับบริการหลากหลายประเภท

เครือข่ายซีทีเอช เมโทรเน็ต คือ การพัฒนาต่อยอดจากสถาปัตยกรรม HP FlexNetwork ที่ผนวกรวมระบบเครือข่ายทั่วศูนย์ข้อมูลและของผู้ประกอบการเคเบิลทีวีท้องถิ่นเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้ระบบบริหารจัดการเครือข่ายแบบเดี่ยว


การใช้เทคโนโลยีระบบเครือข่ายซีทีเอช เมโทรเน็ตที่พัฒนาโดยเอชพี จะทำให้ซีทีเอชสามารถสร้างสรรค์     คอนเท้นท์หลากหลายประเภทให้แก่ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีท้องถิ่น อาทิ ระบบส่งสัญญาณภาพแบบปกติและเอชดีทั้งแบบเรียลไทม์หรือแบบออนดีมานด์  นอกจากนี้ ระบบเครือข่ายซีทีเอช เมโทรเน็ตยังมีความแข็งแกร่ง ทนทานสูง ซึ่งเป็นผลจากการออกแบบที่เปี่ยมประสิทธิภาพ และอัดแน่นด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นของอุปกรณ์สวิตช์ HP 5820 ส่งผลให้ผู้ให้บริการเคเบิลทีวีสามารถให้บริการรายการต่างๆ แก่ลูกค้าผ่านเครือข่ายซีทีเอช    เมโทรเน็ตได้อย่างต่อเนื่อง

เมื่อพิจารณาด้านคุณประโยชน์ทางธุรกิจ ระบบเครือข่ายซีทีเอช เมโทรเน็ตใหม่ดังกล่าวจะทำให้ซีทีเอชมี    แต้มต่อในการแข่งขันมากขึ้น เนื่องจากเครือข่ายดังกล่าวมีแบนด์วิธสูงและสามารถเข้าถึงผู้ใช้งานได้ทั่วประเทศ  ส่งผลให้ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีมีทางเลือกใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้ามากขึ้น ทั้งยังสามารถให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  นอกจากนี้ นวัตกรรมเครือข่ายซีทีเอช เมโทรเน็ต ยังช่วยสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีรายใหม่ๆ เข้าร่วมเป็นสมาชิกของซีทีเอชเพิ่มขึ้น  และเปิดให้ผู้บริโภคทั่วประเทศสามารถเข้าถึงและรับชมรายการคุณภาพสูงหลากหลายประเภท ทั้งด้านบันเทิง การศึกษา และกีฬาได้มากขึ้นเป็นประวัติการณ์  

ฐานเศรษฐกิจ
http://www.thanonline.com/index.php?
option=com_content&view=article&id=154909:cth&catid=176:200
9-06-25-09-26-02&Itemid=524


____________________________________


"ซีทีเอช"เปิดทาง"ทรู-แกรมมี่"ยิงสดพรีเมียร์ลีก


ในที่สุดบทสรุปของการประมูลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษเสร็จสิ้นลง โดยบริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือซีทีเอช ซึ่งประกอบด้วย นายวิชัย ทองแตง และวัชร วัชรพล คือผู้ชนะ ได้รับสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขัน 3 ฤดูกาลติดต่อกัน (2013-2016) รวมครอบคลุมประเทศกัมพูชา และลาว

ขณะที่ทรูวิชั่นส์ผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดรายเดิมแถลงว่า ได้พยายามอย่างเต็มที่ในการเสนอเพิ่มราคา แต่มูลค่าการประมูลครั้งนี้สูงเกินไป โดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ทรูวิชั่นส์ กล่าวขออภัยสมาชิกที่ต้องผิดหวัง

ซีทีเอชยิ้มรับทุกพันธมิตร

นายวิชัย ทองแตง ประธานกรรมการ บริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การได้รับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2013-2016 ครอบคลุม 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย กัมพูชา และลาว ขณะที่รูปแบบและแนวทางการตลาดอยู่ในระหว่างการวางแผน และพร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ที่ดำเนินธุรกิจคล้ายคลึงหรือเหมือนกัน เข้าเสนอแผนธุรกิจร่วมกันด้วย โดยปัจจุบันมีพันธมิตรสนใจเข้าเจรจาแล้ว 3 ราย แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้

"ถ้าซีทีเอชวางระบบโครงข่ายเสร็จสิ้นในต้นปีหน้า เราจะเป็นเครือข่ายที่กระจายได้ทั่วทั้งประเทศ และจะไม่เกิดปัญหาจอดำแน่นอน เพราะซีทีเอชเป็นมิตรกับทุกคน"

ลิขสิทธิ์กีฬาดังกล่าวคือใบเบิกทาง ทำให้ซีทีเอชเป็นที่รู้จักของทุกคน และคาดว่าภายใน 3 ปีนับจากนี้จะมีฐานสมาชิก 7 ล้านราย จากปัจจุบัน 3.5 ล้านราย

นายวิชัยระบุว่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก คือหนึ่งในแผนการลงทุน 3 ปี (2555-2557) ของซีทีเอช ที่วางไว้ 20,000 ล้านบาท เพื่อเดินหน้ายกระดับเคเบิลทีวีท้องถิ่นสู่ระดับชาติภายในระยะเวลาอันสั้น แบ่งเป็นการซื้อคอนเทนต์รายการใหม่และลงทุนระบบโครงข่ายประมาณ 8,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ช่วงกุมภาพันธ์ 2556 เตรียมเปิด 8 ช่องใหม่ เพื่อรองรับการถ่ายทอดการแข่งขันพรีเมียร์ลีกรวม 380 แมตช์ โดยได้ทีมผู้บรรยายจากสยามสปอร์ตเป็นหลักในส่วนของการบริหารลิขสิทธิ์ถ่ายทอดในกัมพูชา และลาว เตรียมให้ทีมงานออกไปเจรจากับพันธมิตรแต่ละประเทศในต้นปีหน้าว่ามีใครสนใจบ้าง และจะให้ผู้ประกอบธุรกิจแต่ละประเทศดำเนินการต่อ

นายวัชร วัชรพล รองประธานกรรมการ บริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง ยังกล่าวถึงแผนการประมูลลีกดัง ๆ และคอนเทนต์จากต่างประเทศเพิ่มเข้ามาอีกว่า "แม้ตอนนี้ฟุตบอลลีกชั้นนำต่าง ๆ จะกระจายอยู่กับหลาย ๆ บริษัทแต่หากหมดสัญญาแล้วอะไรก็เป็นไปได้ ทุกอย่างใครจะรู้ เชื่อว่าถ้าเป็นไปตามแผน 5 ปีจะคืนทุนแน่นอน"

ปูพรมเจาะตลาดแมส

แหล่งข่าวในซีทีเอชระบุเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากได้ลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก อาจต้องปรับค่าสมาชิกเพิ่มขึ้น จากเดิม 300-350 บาทต่อเดือน แบ่งระดับแพ็กเกจออกเป็นกลุ่ม ๆ ตามความสนใจ ตั้งแต่ชมถ่ายทอดสดครบ 380 แมตช์ หรือรับชมบางแมตช์ โดยราคาอาจเริ่มตั้งแต่ 399 บาท แต่ไม่ควรเกิน 1,000 บาท โดยมองว่าระดับราคานี้เหมาะสมกับฐานะผู้ชมในประเทศไทย

"หากฐานสมาชิกกว้างขึ้น ราคาจะลดลงมา เพราะถัวเฉลี่ยกันได้ ไม่ต้องกำไรมาก เพราะฟากเจ้าของลิขสิทธิ์เองต้องการให้มีจำนวนผู้ชมที่ครอบคลุม เพราะเป็นกีฬามหาชน ไม่ใช่ธุรกิจที่ต้องการสร้างผลกำไรจำนวนมาก ๆ เพียงแต่ว่าพรีเมียร์ลีกเป็นคอนเทนต์อันดับต้น ๆ ของโลกที่ทุกคนสนใจ" แหล่งข่าวระบุ

สมาชิก 1 ล.รายถึงคุ้มทุน

ผู้เกี่ยวข้องกับการประมูลครั้งนี้ระบุว่า การเสนอราคาประมูลที่สูงมากถึง 300 ล้านเหรียญ ทำให้ซีทีเอชมีปัญหาเชิงธุรกิจอย่างแน่นอน เพราะเดิมทรูจ่ายไปเพียง 50 ล้านเหรียญ (ฤดูกาล 2010-2013) เท่ากับครั้งนี้จ่ายแพงกว่าเดิมถึง 6 เท่า ขณะที่การศึกษาตลาดเชิงลึก ผู้ที่ติดตามดูการถ่ายทอดสดฟุตบอลเป็นประจำ และมีกำลังซื้อ สามารถเป็นสมาชิกเคเบิลทีวี มีตัวเลขอยู่ที่ 5-6 แสนรายเท่านั้น แต่เมื่อมีค่าลิขสิทธิ์ถึง 300 ล้านเหรียญ ซีทีเอชต้องมีสมาชิก 1 ล้านรายถึงจะคุ้มทุนและมองว่าผู้ที่เสียหายในครั้งนี้คือทรูวิชั่นส์ จากเดิมที่พรีเมียร์ลีกเป็นแม่เหล็กสำคัญในการสร้างฐานสมาชิก ทั้งยังเป็นไปได้สูงมากว่าจะมีสมาชิกไม่น้อยทีเดียวจะยุติการเป็นสมาชิก

ผู้เกี่ยวข้องรายนี้เชื่อว่า ค่าลิขสิทธิ์ที่สูงมากทำให้ท้ายที่สุด ซีทีเอชต้องขายการถ่ายทอดสดต่อให้ผู้สนใจรายอื่น ๆ ซึ่งอาจรวมถึงทรูวิชั่นส์ด้วยเพื่อแบ่งเบาภาระต้นทุน

แหล่งข่าวในจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ยอมรับว่า วงเงินดังกล่าวสูงเกินกว่าจะแบกรับได้ และแทบไม่มีความเป็นไปได้ในทางธุรกิจ วงเงินที่จีเอ็มเอ็มเสนอไปถือว่าสูงมากเช่นกัน แต่ถ้าได้มาแล้วธุรกิจขาดทุนคงไม่ทำแน่นอน

"ถือว่าไม่ได้ไม่เสีย เพราะเดิมก็ไม่มีพรีเมียร์ลีกในมืออยู่แล้ว"

จับตาดันซีทีเอชเข้าตลาดหุ้น

ขณะที่แหล่งข่าวใกล้ชิดกับการประมูลซื้อลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกตั้งข้อสังเกตว่า ตามธรรมชาติการทำธุรกิจของกลุ่มนายวิชัย ทองแตง ที่มีความโดดเด่นในแง่ของการสร้างธุรกิจและเน้นการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ สำหรับกรณีของซีทีเอชที่นอกจากเรื่องของธุรกิจเคเบิลแล้ว การที่ได้ลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกมาเพิ่มก็จะทำให้ธุรกิจมีมูลค่ามากขึ้น จึงมีความเป็นไปได้ที่นายวิชัยอาจจะมองถึงเรื่องการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯด้วย

บริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง เดิมมีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท มีนายเกษม อินทร์แก้ว นายกสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทยเป็นแกน ต่อมาได้เพิ่มทุนจดทะเบียนกว่า 1,000 ล้านบาท โดยมีกลุ่มทุนใหม่เข้ามาถือหุ้น หลัก ๆ ได้แก่ นายวิชัย ทองแตง 25% นายวัชร วัชรพล ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลวัชรพล เจ้าของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ 25%

ประชาชาติธุรกิจ
http://www.prachachat.net/news_detail.php?
newsid=1353311054&grpid=&catid=11&subcatid=1100

__________________________________


'วิชัย ทองแตง'ยันดูบอลอังกฤษผ่านCTH ต้องถูกลง

"วิชัย ทองแตง" ยืนยัน ดูฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 3 ฤดูกาลหน้า ในนาม CTH จะต้องถูกลงกว่าในปัจจุบันแน่นอน พร้อมเตรียมดันบอลอังกฤษฟีเวอร์ ขยายฐานลูกค้าสู่ 7 ล้านครัวเรือนภายใน 3 ปี…

นายวิชัย ทองแตง ประธานกรรมการบริษัท เคเบิลไทยโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ CTH เปิดเผยถึงความคืบหน้าภายหลังบริษัทได้รับลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีก 3 ฤดูกาลถัดไป ว่า ในส่วนของการรับชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลอังกฤษนั้น จะเป็นไปในรูปแบบของการรับสมาชิก ซึ่งจะใช้ลักษณะการเดินสายไฟเบอร์ออฟติกเข้าสู่บ้านเรือนของประชาชน อย่างไรก็ดี ล่าสุด บริษัทกำลังพัฒนาไปสู่การใช้รูปแบบใหม่คือ แซตเทิร์นบ็อกซ์ ซึ่งจะมีความทันสมัยที่สุดในเอเชีย โดยหากต้นทางใช้ระบบไฮเดฟฟิเนชั่น ทางปลายทางคือผู้รับก็จะได้รับชมในระบบไฮเดฟฟิเนชั่นด้วยเช่นกัน และจะเป็นความคมชัดที่มีความเสถียรมาก ซึ่งระบบนี้น่าจะแล้วเสร็จได้ประมาณเดือน ก.พ.2556

CTH ขอยืนยันว่า จะไม่มีการปิดกั้นทางธุรกิจ และยินดีที่จะเจรจากับบรรดาผู้ประกอบการเคเบิลทีวีรายอื่นๆ รวมทั้งผู้ประกอบการในประเทศลาวและกัมพูชา ซึ่ง CTH ได้ลิขสิทธิ์การเผยแพร่ใน 2 ประเทศดังกล่าวอยู่ด้วย เพราะทาง CTH ยึดหลักสร้างพันธมิตรมากกว่าศัตรู เพราะเราไม่อยากที่จะประมูลได้มาแล้วต้องสูญเสียมิตร อีกทั้งการที่เคเบิลบ้านนอกเช่นเรา สามารถมายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับเคเบิลรุ่นใหญ่ หรือฟรีทีวีได้นั้น ก็ถือเป็นความพึงพอใจแล้ว  

ส่วนตัวเลขการประมูลที่ใช้เงินทุนสูง จะทำให้มีการเรียกเก็บค่าบริการในราคาแพงหรือไม่นั้น นายวิชัย ยืนยันว่า หากจะต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้น ก็จะเป็นการจ่ายเงินน้อยกว่าที่เคยจ่ายอยู่ปกติในปัจจุบันอย่างแน่นอน ส่วนจะเป็นตัวเลขที่แน่ชัดเท่าไรนั้น ทางบริษัทกำลังอยู่ระหว่างการจัดทำแผนการทางการตลาดอยู่

ส่วนเรื่อง ของตัวเลขการประมูลอยู่ที่ประมาณเท่าใดนั้น นายวิชัย กล่าวว่า ต้องให้ทาง ENGLISH PREMIER LEAGUE หรือ EPL เป็นผู้พูดก่อน ตนจึงจะสามารถพูดได้ เพราะตราบใดที่ยังไม่มีการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ อะไรก็ยังไม่แน่นอน ส่วนจะเป็นตัวเลข 7 พันล้านบาท อย่างที่มีการนำเสนอทางสื่อมวลชนบางรายหรือไม่นั้น นายวิชัย กล่าวแบบติดตลกว่า "ก็มีทั้งใกล้และไกลแหละครับ (หัวเราะ) ผมพูดได้แค่นี้" อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่ได้เสนอไปนั้น ได้มีการคิดพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว ไม่ได้เป็นการใส่ตัวเลขแบบบ้าเลือด

ขณะที่เงื่อนไขการประมูลมีการ ระบุถึงเรื่องจำเป็นต้องมีการถ่ายทอดสดแบบ เอ็กซ์คลูซีฟ เท่านั้นหรือไม่ และการดำเนินการหาพันธมิตร จะเป็นไปในรูปแบบใด รวมทั้งจะผิดเงื่อนไขสัญญาหรือไม่นั้น นายวิชัย กล่าวว่า ลักษณะของการทำธุรกิจกับผู้ประกบการรายอื่นๆ จะเป็นไปในรูปแบบของพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อมุ่งหวังการกระจายการถ่ายทอดสดออกไปยังประชาชนให้ได้มากที่สุด ตามที่ได้มีการตั้งเป้าเอาไว้ในช่วงของการหารือ กับ EPL ส่วนจะมีตัวเลขผู้ชมเท่าใดนั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นจะอยู่บนเงื่อนไขที่ EPL ได้ระบุไว้ในสัญญา ที่กำลังจะมีการลงนามกันในอีกประมาณ​ 2 สัปดาห์ข้างหน้า ทั้งนี้ ทาง EPL เองมีความสนใจในแพรตฟอร์มของทาง CTH ที่มีฐานสมาชิกสูงถึง 3.5 ล้านครัวเรือน เน็ตเวิร์กกระจายอยู่ใน 900 อำเภอ 77 จังหวัด เป็นอย่างมาก

ทางด้านรูปแบบของการถ่ายทอดสดนั้น เบื้องต้นทางไทยรัฐและสยามกีฬา ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องฟุตบอลอังกฤษ มาเตรียมความพร้อมสำหรับเรื่องนี้แล้ว ขณะที่งบลงทุนในอนาคตอีก 20,000 ล้านบาท ของ CTH นั้น จะแยกเป็นการลงทุนทางด้านเน็ตเวิร์กและแพรตฟอร์ม ในราว 7-8 พันล้านบาท นอกจากนั้น จะอยู่ในรูปแบบของการขยายเครือข่าย ลงทุนซื้อคอนเทนต์ ที่มีคนชื่นชอบมาก เช่นในกรณีของ EPL

ทั้งนี้ ตนมีความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจของ CTH ครั้งนี้มาก โดยหากเมื่อใดก็ตามที่ระบบเน็ตเวิร์กครอบคลุมได้ทั่วประเทศ ก็จะทำให้เกิดเข้มแข็ง และสามารถป้องกันธุรกิจของไทยจากการรุกคืบธุรกิจยักษ์ใหญ่ระดับโลกได้ เพราะอย่าลืมว่า ในปี 2558 ที่จะเป็นการถือกำเนิดของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC หากเรายังนิ่งเฉยอยู่ ก็มีโอกาสสูงที่จะเสื่อมถอยและล่มสลายลงไปเรื่อยๆ  

พร้อมกันนี้ ในส่วนของการตั้งเป้ารับสมาชิกของ CTH หลังได้ลิขสิทธิ์ EPL นั้น เบื้องต้นตั้งเป้าไว้ที่ 7 ล้านครัวเรือน ภายในไม่ถึง 3 ปี สำหรับที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า ตัวเลขต้นทุนเฉลี่ยสำหรับการถ่ายทอดสดฟุตอบล ที่อาจจะสูงตกถึงคู่ละ 26 ล้านบาทนั้น นายวิชัย กล่าวว่า ไม่อยากให้มองในเรื่องของตัวเลขที่สูงถึงขนาดนั้น เพราะอยากให้คิดถึงฐานตัวเลขสมาชิกของ CTH ที่ปัจจุบันอยู่ในหลักตัวเลขเรือนล้านมากกว่า เพราะฉะนั้น ค่าเฉลี่ยจากตัวเลขสมาชิกดังกล่าว จึงไม่น่าจะทำให้ต้นทุนการถ่ายทอดสดสูงได้มากถึงขนาดนั้น ส่วนเงินที่จะนำไปชำระการประมูล เป็นเงินที่ได้จากการระดมทุนจากสถาบันการเงินทั้งหมด.

ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/eco/307213

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.