Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

18 พฤศจิกายน 2555 (เกาะติประมูลDigital TV-Radio)( บทความ) ทีวีดาวเทียมหวั่นถูก'ทีวีดิจิทัล'เบียดจนสูญพันธุ์ ( แต่มาช้าเกินไป )

ประเด็นหลัก



พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานบอร์ดกระจายเสียง กล่าวว่า การประกอบกิจการทีวีดาวเทียนับจากนี้ไป ต้องได้รับใบอนุญาตและต้องดำเนินการตามที่ประกาศเกี่ยวกับกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ ซึ่งเริ่มเปิดให้ขอรับใบอนุญาตตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งในบทเฉพาะกาลได้กำหนดวันสุดท้ายที่สามารถยื่นขอใบอนุญาตวันที่ 16 ธ.ค. นี้

ซึ่งการให้ใบอนุญาตแต่ละครั้งจะให้เป็นล็อต ล็อตละ 200-300 ราย โดยใบอนุญาตมีอายุชั่วคราว 1 ปี เพื่อพิจารณาถึงความประพฤติว่าทำผิดกฎเกณฑ์ใดหรือไม่ หากไม่กระทำความผิดจะต่ออายุใบอนุญาตให้ทันที 14 ปี รวมทั้งสิ้น 15 ปี เป้าหมายในปีแรกของบอร์ดกระจายเสียงคือ ต้องการควบคุมคอนเทนท์ ไม่ให้เนื้อหาไม่เหมาะสม เนื้อหาลามกอนาจาร โฆษณเกินจริงไปสู่ประชาชน ขณะที่เวลาการโฆษณาหรืออื่นๆ จะเป็นเป้าหมายรองต่อไป

“ทีวีดิจิทัล”มาช้าเกินไป

นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเปิดขอใบอนุญาตสำหรับรายเก่าไม่ควรกำหนดเดดไลน์ดังที่กล่าวไว้ ขณะเดียวกัน หลายประกาศที่ออกมาสร้างความไม่แน่นอนทางธุรกิจค่อนข้างสูง โดยเฉพาะข้อความที่ระบุว่า การเพิ่มเติมใดๆ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของกรรมการ กสทช.

"ดูเหมือนว่า กสทช. ร่างหลักเกณฑ์ต่างๆ นำปัญหาที่เกิดขึ้นจากคนส่วนน้อยมากำหนดคนส่วนมาก ซึ่งหลายอย่างทำให้เกิดความไม่แน่นอน ซึ่งในทางธุรกิจความมั่นคงคือสิ่งสำคัญที่สุด วิธีคิดของ กสทช. ดูเหมือนส่งเสริม แต่พิจารณาแล้วเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต"นายอดิศักดิ์ กล่าว

ผู้บริหารเอ็นบีซี กล่าวด้วยว่า ช่วงหลังๆ กสทช. ไปให้ความสำคัญกับทีวีดิจิทัลค่อนข้างมาก ซึ่งแน่นอนว่า กสทช. มีจุดมุ่งหมายให้เป็นแพลทฟอร์มหลักในการแพร่ภาพขโทรทัศน์ของไทย แต่การเกิดของทีวีดิจิทัลช้าเกินไป ซึ่งหากต้องการให้เป็นระบบหลัก ก็ควรให้ประชาชนเลือกเอง

นอกจากนี้ยังเป็นห่วงช่องรายการประเภทสาธารณะ 12 ช่อง ที่อาจกลายเป็นช่องสาธารณะจำแลง กล่าวคือเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์ของกระทรวง หน่วยงานของรัฐ แทนที่จะเป็นสื่อสาธารณะที่แท้จริง ขณะเดียวกันก็ไม่คิดว่าคอนเทนท์บนทีวีดิจิทัลจะมีประโยชน์มากกว่าทีวีดาวเทียม

ข้อมูลจากนีลเส็นล่าสุดระบุว่า ครัวเรือนไทยเข้าถึงทีวีดาวเทียมทั้งเคยูแบนด์ ซีแบนด์ ทรูวิชั่นส์ และเคเบิลทีวีแล้วกว่า 64% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า กสทช. ควรให้ความสำคัญกับแพลทฟอร์มใดมากกว่า

"กสทช. อาจให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีมากไป แต่สิ่งสำคัญมากกว่านั้นคือการให้ความสำคัญกับคอนเทนท์ การจัดกลุ่มเนื้อหาผ่านทุกแพลทฟอร์ม รวมถึงลอคัลคอนเทนท์" นายอิดศักดิ์ กล่าว








________________________________________________


ทีวีดาวเทียมหวั่นถูก'ทีวีดิจิทัล'เบียดจนสูญพันธุ์

"ทีวีดาวเทียม" ผวา“ทีวีดิจิทัล”ทำดาวเทียมสูญพันธุ์ ชี้ศักยภาพสูงกว่า จี้กสทช. สนับสนุนทีวีดาวเทียมบ้าง รักษาของเดิมคู่ของใหม่


บริษัท ไทยคม จำกัด(มหาชน) ได้จัดสัมนาภายใต้หัวข้อ “อนาคตโทรทัศน์ดาวเทียมภายใต้กฎใหม่าของกสทช.” เพื่อเชิญผู้ประกอบการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ซึ่งออกอากาศผ่านดาวเทียมไทยคม รับฟังคำบรรยายเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎระเบียบใหม่ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.)

เป้าหมายหลักกำกับ “คอนเทนท์”

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานบอร์ดกระจายเสียง กล่าวว่า การประกอบกิจการทีวีดาวเทียนับจากนี้ไป ต้องได้รับใบอนุญาตและต้องดำเนินการตามที่ประกาศเกี่ยวกับกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ ซึ่งเริ่มเปิดให้ขอรับใบอนุญาตตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งในบทเฉพาะกาลได้กำหนดวันสุดท้ายที่สามารถยื่นขอใบอนุญาตวันที่ 16 ธ.ค. นี้

ซึ่งการให้ใบอนุญาตแต่ละครั้งจะให้เป็นล็อต ล็อตละ 200-300 ราย โดยใบอนุญาตมีอายุชั่วคราว 1 ปี เพื่อพิจารณาถึงความประพฤติว่าทำผิดกฎเกณฑ์ใดหรือไม่ หากไม่กระทำความผิดจะต่ออายุใบอนุญาตให้ทันที 14 ปี รวมทั้งสิ้น 15 ปี เป้าหมายในปีแรกของบอร์ดกระจายเสียงคือ ต้องการควบคุมคอนเทนท์ ไม่ให้เนื้อหาไม่เหมาะสม เนื้อหาลามกอนาจาร โฆษณเกินจริงไปสู่ประชาชน ขณะที่เวลาการโฆษณาหรืออื่นๆ จะเป็นเป้าหมายรองต่อไป

“ผู้ประกอบการทุกรายควรคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะร่วมกัน เราจะไม่ทำตัวเป็นอุปสรรค และจะพยายามสนับสนุนผู้ประกอบการทุกราย ให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของประชาชน ซึ่งในเร็วๆ นี้จะมีการนำร่างประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์การการลดหย่อนค่าธรรมเนียมตามความเหมาะสมในกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่เข้าบอร์ดเพื่อพิจารณาอีกครั้ง เพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่เนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ซึ่งสื่อจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะทำให้เกิดการพัฒนาด้านสังคม” พ.อ.นทีกล่าว

การกำกับดูแลที่เกิดขึ้น นอกจากจะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังช่วยลดปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ที่ไม่ใช่ของต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิทธิทางปัญญาของผู้ประกอบการไทยด้วยกันด้วย ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมเติบโตได้

ขณะเดียวกัน เมื่อการออกอากาศโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมกินพื้นที่กว่า 20 ประเทศ ทำให้ต่างชาติเห็นคอนเทนท์ไทยได้ ซึ่งถ้าคอนเทนท์ดีก็จะเป็นโอกาสในการขายคอนเทนท์ให้ต่างชาติ แต่หากเป็นคอนเทนท์ที่ด้อยคุณภาพ ก็จะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงประเทศ

ชี้เคเบิล-ดาวเทียมขอไลเซ่น 300 ราย

นายประเสริฐ อภิปุญญา เลขานุการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมยื่นขอใบอนุญาตแล้วกว่า 300 ราย โดย 90% เป็นผู้ประกอบการเคเบิลทีวี ขณะที่อีก 10% เป็นผู้ประกอบการช่องรายการ ซึ่งผู้ประกอบการช่องรายการส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยมีความเข้าใจถึงวิธีการและหลักเกณฑ์ในการขออนุญาตมากนัก อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยและทำความเข้าใจกับทางสมาคมดาวเทียมแห่งประเทศไทยแล้ว ซึ่งหลังจากนี้จะมีการทยอยยื่นขอใบอนุญาตต่อไป

จี้มองตลาดดาวเทียมให้ชัด

นายสุระ เกนทะนะศิลป์ รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จริงๆ แล้ว การเกิดขึ้นของทีวีดิจิทัลน่าจะส่งเสริมช่องรายการประเภทชุมชนก่อนระดับชาติ เนื่องจากปัจจุบันในต่างจังหวัดรับโชมโทรทัศน์ผ่านระบบดาวเทียมหมดแล้ว สิ่งที่ให้ควรทำให้เกิดขึ้นใหม่คือ “ลอคัลคอนเทนท์” ที่จะทำให้เกิดความหลากหลายของคอนเทนท์ในต่างจังหวัด

“ทุกวันนี้ปัญหาคือ ประเทศไทยคือกรุงเทพฯ ขอให้ กสทช. มองตลาดทีวีดาวเทียมให้ชัด วันนี้ทีวีดิจิทัลเดินช้ากว่าทีวีดาวเทียมแล้ว ทำอย่างไรที่จะทำให้การเกิดขึ้นของทีวีดิจิทัลและการคงอยู่ของทีวีดาวเทียมคู่ขนานกันไป โดยเฉพาะการเก็บค่าธรรมเนียมรายปีก่อนหักค่าใช้จ่าย 2% นั้น ซึ่งทุกวันนี้ กสทช. ฝั่งโทรคมและกระจายเสียงทำงานร่วมกันแล้ว ก็น่าจะนำค่าธรรมเนียมฝั่งโทรคมเข้ามาจุนเจือฝั่งกระจายเสียงบ้าง ซึ่งเป็นการสนับสนุนคอนเทน์ในอีกทางหนึ่ง” นายสุระกล่าวและว่า ถ้าทีวีดิจิทัลเกิดขึ้น ทีวีดาวเทียมตาย เพราะประสิทธิภาพที่ก้าวล้ำกว่าของทีวีดิจิทัลที่สามารถต่อยอดเป็นอินเตอร์แอคทีฟทีวี ทีวีออนดีมานด์ ตลอดจนโมบายทีวี

ซึ่งสิ่งที่ กสทช. ต้องคิดต่อคือ ทำอย่างไรให้ของใหม่ที่กำลังจะเกิดสามารถเกิดขึ้นได้ และทำอย่างไรให้ของที่มีอยู่เดิมอย่างเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมยังคงอยู่

สอดคล้องกับความเห็นของนายอมรภัทร ชมรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนกซ์สเตป จำกัด กล่าวว่า ช่องรายการที่มีจำนวนมากขึ้นไม่ว่าผ่านระบบใดก็ตาม สิ่งที่ กสทช. ควรตระหนักและสนับสนุนคือ การทำให้คอนเทนท์มีสาระและมีมิติมากขึ้น มากกว่าที่ออกจากกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน ทำอย่างไรจะให้ใกล้ตัวคนต่างจังหวัดมากขึ้น

“ทีวีดิจิทัล”มาช้าเกินไป

นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเปิดขอใบอนุญาตสำหรับรายเก่าไม่ควรกำหนดเดดไลน์ดังที่กล่าวไว้ ขณะเดียวกัน หลายประกาศที่ออกมาสร้างความไม่แน่นอนทางธุรกิจค่อนข้างสูง โดยเฉพาะข้อความที่ระบุว่า การเพิ่มเติมใดๆ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของกรรมการ กสทช.

"ดูเหมือนว่า กสทช. ร่างหลักเกณฑ์ต่างๆ นำปัญหาที่เกิดขึ้นจากคนส่วนน้อยมากำหนดคนส่วนมาก ซึ่งหลายอย่างทำให้เกิดความไม่แน่นอน ซึ่งในทางธุรกิจความมั่นคงคือสิ่งสำคัญที่สุด วิธีคิดของ กสทช. ดูเหมือนส่งเสริม แต่พิจารณาแล้วเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต"นายอดิศักดิ์ กล่าว

ผู้บริหารเอ็นบีซี กล่าวด้วยว่า ช่วงหลังๆ กสทช. ไปให้ความสำคัญกับทีวีดิจิทัลค่อนข้างมาก ซึ่งแน่นอนว่า กสทช. มีจุดมุ่งหมายให้เป็นแพลทฟอร์มหลักในการแพร่ภาพขโทรทัศน์ของไทย แต่การเกิดของทีวีดิจิทัลช้าเกินไป ซึ่งหากต้องการให้เป็นระบบหลัก ก็ควรให้ประชาชนเลือกเอง

นอกจากนี้ยังเป็นห่วงช่องรายการประเภทสาธารณะ 12 ช่อง ที่อาจกลายเป็นช่องสาธารณะจำแลง กล่าวคือเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์ของกระทรวง หน่วยงานของรัฐ แทนที่จะเป็นสื่อสาธารณะที่แท้จริง ขณะเดียวกันก็ไม่คิดว่าคอนเทนท์บนทีวีดิจิทัลจะมีประโยชน์มากกว่าทีวีดาวเทียม

ข้อมูลจากนีลเส็นล่าสุดระบุว่า ครัวเรือนไทยเข้าถึงทีวีดาวเทียมทั้งเคยูแบนด์ ซีแบนด์ ทรูวิชั่นส์ และเคเบิลทีวีแล้วกว่า 64% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า กสทช. ควรให้ความสำคัญกับแพลทฟอร์มใดมากกว่า

"กสทช. อาจให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีมากไป แต่สิ่งสำคัญมากกว่านั้นคือการให้ความสำคัญกับคอนเทนท์ การจัดกลุ่มเนื้อหาผ่านทุกแพลทฟอร์ม รวมถึงลอคัลคอนเทนท์" นายอิดศักดิ์ กล่าว

แนะกสทช.คำนึงพฤติกรรมผู้บริโภค

นายเดียว วรตั้งตระกูล กรรมการผู้จัดการ สายงานแพลทฟอร์มสแตรททิจี้ บริษัท จีเอ็มเอ็มแซท จำกัด กล่าวว่า สิ่งที่ห่วงคือ ความชัดเจนของกฎเกณฑ์ที่ออกแล้วและยังไม่ออกของ กสทช. ที่นำมาซึ่งความไม่แน่นอนของธุรกิจ รวมถึงการสร้างภาระอื่นๆ เพิ่ม โดยเฉพาะค่าธรรมเนียม 2% ที่บางครั้งเกิดความซ้ำซ้อน ทำให้บริษัทต้องปรับโครงสร้างหลังบ้านกันวุ่นวาย เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด

นอกจากนี้ ขอให้คำนึงถึงพฤติกรรมผู้บริโภค เคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมใช้เวลากว่า 20 ปี เมื่อผู้บริโภคคุ้นเคยแล้วจะต้องเปลี่ยนอีก ทั้งนี้อยากให้การเปลี่ยนแปลงระบบต่างๆ เกิดขึ้นอย่างเสรี และให้ผู้บริโภคเป็นผู้เลือกเอง

"วันนี้เราไล่เทคโนโลยีไม่จบ ถ้าควบคุมตามเทคโนโลยีเราเหนื่อยขอให้ดูที่ต้นทางนั่นคือคอนเทนท์ ถ้าเดินทางผิดก็เลี้ยวกลับได้ และขอให้เปิดใจกว้างแล้วรับฟัง" นายเดียวกล่าว

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า อยากให้ภาครัฐและภาคเอกชนมีความร่วมมือกันมากขึ้น ตลอดจนคอนเทนท์ที่มีคุณภาพ รวมถึงการได้รับการสนับสนุนอย่างเท่าเทียม เสรี และเป็นธรรม

กรุงเทพธุรกิจ
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/it/20121117/4784
52/%B7%D5%C7%D5%B4%D2%C7%E0%B7%D5%C2%C1%CB%
C7%D1%E8%B9%B6%D9%A1%B7%D5%C7%D5%B4%D4%A8%D
4%B7%D1%C5%E0%BA%D5%C2%B4%A8%B9%CA%D9%AD%BE
%D1%B9%B8%D8%EC.html

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.