Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

19 พฤศจิกายน 2555 (เกาะติดประมูล3G) สมเกียรติยันไม่ให้ข้อมูล (บอร์ดมือถือ) กรณีฮั้วประมูล3G หวั่นถูกแอบอ้างความชอบธรรม

ประเด็นหลัก

ประการที่ 1 เห็นว่าขอบเขตของคณะทำงานดังกล่าวไม่ถูกต้อง ดังปรากฏในชื่อของคณะทำงาน เนื่องจากปัญหาใหญ่ที่สุดในการประมูลคลื่น 3จี นั้นเกิดจากการออกแบบการประมูลโดย กทค.เองมากกว่าเกิดจากพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมประมูล ซึ่งย่อมต้องเสนอราคาต่ำที่สุดเพื่อประโยชน์ของตน

ทั้งนี้ การเสนอราคาต่ำดังกล่าวจะไม่สามารถทำได้ หาก กทค.ไม่ออกกฎการประมูลจำกัดให้แต่ละรายถือได้คลื่นไม่เกิน 15 MHz ตั้งแต่แรก การตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมประมูล จึงเป็นการเบี่ยงเบนประเด็นให้สังคมเข้าใจว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจาก กทค.

ประการที่ 2 ตนเคยเข้าร่วมเป็นอนุกรรมการของ กทค.บางชุด เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของสัญญาประกอบกิจการด้านโทรคมนาคม และเห็นว่ากรรมการบางท่านซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐน่าจะไม่ได้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาในการรักษาผลประโยชน์ของประชาชน กรรมการรายเดียวกันนี้เองก็มีบทบาทสำคัญอยู่ในคณะทำงานตรวจสอบชุดนี้ ทำให้ตนไม่มีความเชื่อมั่นในการทำงานของคณะทำงานชุดดังกล่าว

ประการที่ 3 หลังการประมูล 3จี ล้มเหลวและสร้างความกังขาแก่สังคม กทค.มักกล่าวอ้างว่าการตัดสินใจต่างๆ ของตนเกิดขึ้นจากการเสนอของคณะอนุกรรมการ 3จี ซึ่งมีเพื่อนร่วมงานของตนและนักวิชาการอื่นร่วมอยู่ด้วย ทั้งที่ในความเป็นจริงการเปลี่ยนหลักเกณฑ์การประมูลให้ผู้ประกอบการถือคลื่นได้ไม่เกิน 15MHz ไม่ได้เป็นข้อเสนอของคณะอนุกรรมการฯ ตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด แต่เป็นการดำเนินการของ กทค.เอง ในครั้งนี้ตนจึงเชื่อว่าหากไปให้ข้อมูล ชื่อของตนก็จะถูกนำไปอ้างเพื่อสร้างความชอบธรรมของผลการตรวจสอบของคณะทำงานดังกล่าวในลักษณะเดียวกันอีก














___________________________________



สมเกียรติยันไม่ให้ข้อมูลกทค.กรณีฮั้วประมูล3G หวั่นถูกแอบอ้างความชอบธรรม


นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(TDRI) ระบุว่า จะไม่เดินทางไปให้ข้อมูลแก่คณะทำงานตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมประมูล 3จี ที่แต่งตั้งโดยคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.) ตามที่ประสานงานขอให้ไปให้ข้อมูลเกี่ยวกับการฮั้วประมูลคลื่น 3จี



ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญ 3 ประการที่จะไม่ไปให้ข้อมูล คือ ประการที่ 1 เห็นว่าขอบเขตของคณะทำงานดังกล่าวไม่ถูกต้อง ดังปรากฏในชื่อของคณะทำงาน เนื่องจากปัญหาใหญ่ที่สุดในการประมูลคลื่น 3จี นั้นเกิดจากการออกแบบการประมูลโดย กทค.เองมากกว่าเกิดจากพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมประมูล ซึ่งย่อมต้องเสนอราคาต่ำที่สุดเพื่อประโยชน์ของตน

ทั้งนี้ การเสนอราคาต่ำดังกล่าวจะไม่สามารถทำได้ หาก กทค.ไม่ออกกฎการประมูลจำกัดให้แต่ละรายถือได้คลื่นไม่เกิน 15 MHz ตั้งแต่แรก การตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมประมูล จึงเป็นการเบี่ยงเบนประเด็นให้สังคมเข้าใจว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจาก กทค.

ประการที่ 2 ตนเคยเข้าร่วมเป็นอนุกรรมการของ กทค.บางชุด เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของสัญญาประกอบกิจการด้านโทรคมนาคม และเห็นว่ากรรมการบางท่านซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐน่าจะไม่ได้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาในการรักษาผลประโยชน์ของประชาชน กรรมการรายเดียวกันนี้เองก็มีบทบาทสำคัญอยู่ในคณะทำงานตรวจสอบชุดนี้ ทำให้ตนไม่มีความเชื่อมั่นในการทำงานของคณะทำงานชุดดังกล่าว

ประการที่ 3 หลังการประมูล 3จี ล้มเหลวและสร้างความกังขาแก่สังคม กทค.มักกล่าวอ้างว่าการตัดสินใจต่างๆ ของตนเกิดขึ้นจากการเสนอของคณะอนุกรรมการ 3จี ซึ่งมีเพื่อนร่วมงานของตนและนักวิชาการอื่นร่วมอยู่ด้วย ทั้งที่ในความเป็นจริงการเปลี่ยนหลักเกณฑ์การประมูลให้ผู้ประกอบการถือคลื่นได้ไม่เกิน 15MHz ไม่ได้เป็นข้อเสนอของคณะอนุกรรมการฯ ตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด แต่เป็นการดำเนินการของ กทค.เอง ในครั้งนี้ตนจึงเชื่อว่าหากไปให้ข้อมูล ชื่อของตนก็จะถูกนำไปอ้างเพื่อสร้างความชอบธรรมของผลการตรวจสอบของคณะทำงานดังกล่าวในลักษณะเดียวกันอีก

"วิธีการที่ผมจะสามารถให้ข้อมูลแก่ กทค.โดยจะไม่ถูกนำไปแอบอ้างอย่างไม่เหมาะสมคือ การให้ข้อมูลแก่สาธารณะผ่านสื่อมวลชน ดังที่ได้เคยให้ความเห็นมาโดยตลอด ในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน หาก กทค.ประสงค์ที่จะได้รับข้อมูลจากผม ก็สามารถหาอ่านจากบทความที่ผมเคยเขียนและเคยให้สัมภาษณ์ทางสื่อมวลชน หรือที่อยู่ในเว็บไซต์ของทีดีอาร์ไอ" นายสมเกียรติ กล่าว

อินโฟเควสท์
http://www.ryt9.com/s/iq03/1533266

______________________________________


ประธานTDRIแจงกรณีไม่ไปให้ข้อมูลแก่คณะทำงานตรวจสอบการประมูล 3G ของ กทค.

วันนี้ (19 พ.ย.) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประะเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ ส่งคำชี้แจงของ ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยเรื่องการไม่ไปให้ข้อมูลแก่คณะทำงานตรวจสอบการประมูล 3G ของ กทค. ระบุว่า


ตามที่ คณะทำงานตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ หรือใบอนุญาต 3G ที่แต่งตั้งโดย กทค. ได้ประสานงานให้ผมไปให้ข้อมูลนั้น ผมขอแจ้งให้ทราบว่า ผมประสงค์ที่จะไม่ไปให้ข้อมูลแก่คณะทำงานดังกล่าว ด้วยเหตุผลต่างๆ ดังนี้

ประการที่หนึ่ง ผมเห็นว่า ขอบเขตของคณะทำงานดังกล่าวไม่ถูกต้อง ดังปรากฏในชื่อของคณะทำงาน เนื่องจากปัญหาใหญ่ที่สุดในการประมูลคลื่น 3G นั้น เกิดจากการออกแบบการประมูลโดย กทค. เอง มากกว่าเกิดจากพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมประมูล ซึ่งย่อมต้องเสนอราคาต่ำที่สุดเพื่อประโยชน์ของตน ทั้งนี้ การเสนอราคาต่ำดังกล่าว จะไม่สามารถทำได้ หาก กทค ไม่ออกกฎการประมูลจำกัดให้แต่ละรายถือได้คลื่นไม่เกิน 15 MHz ตั้งแต่แรก การตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมประมูล จึงเป็นการเบี่ยงเบนประเด็น ให้สังคมเข้าใจว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจาก กทค.

ประการที่สอง ผมเคยเข้าร่วมเป็นอนุกรรมการของ กทค. บางชุด เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของสัญญาประกอบกิจการด้านโทรคมนาคม และเห็นว่า กรรมการบางท่าน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ น่าจะไม่ได้ทำหน้าที่อย่การรักษาผลประโยชน์ของประชาชน กรรมการรายเดียวกันนี้เองก็มีบทบาทสำคัญอยู่ในคณะทำงานตรวจสอบชุดนี้ ทำให้ผมไม่เชื่อมั่นในการทำงานของคณะทำงานชุดนี้

ประการที่สาม ที่ผ่านมา หลังการประมูล 3G ล้มเหลวและสร้างความกังขาแก่สังคม กทค. มักกล่าวอ้างว่า การตัดสินใจต่างๆ ของตนเกิดขึ้นจากการเสนอของคณะอนุกรรมการ 3G ซึ่งมีเพื่อนร่วมงานของผม และนักวิชาการอื่นร่วมอยู่ด้วย ทั้งที่ในความเป็นจริง การเปลี่ยนหลักเกณฑ์การประมูลให้ผู้ประกอบการถือได้คลื่นไม่เกิน 15MHz ไม่ได้เป็นข้อเสนอของคณะอนุกรรมการฯ ตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด แต่เป็นการดำเนินการของ กทค. เอง ในครั้งนี้ ผมจึงเชื่อว่า หากผมไปให้ข้อมูล ชื่อของผมก็จะถูกนำไปอ้างเพื่อสร้างความชอบธรรมของผลการตรวจสอบของคณะทำงานดังกล่าวในลักษณะเดียวกันอีก

ผมเห็นว่า วิธีการที่ผมจะสามารถให้ข้อมูลแก่ กทค. โดยจะไม่ถูกนำไปแอบอ้างอย่างไม่เหมาะสมคือ การให้ข้อมูลแก่สาธารณะผ่านสื่อมวลชน ดังที่ได้เคยให้ความเห็นมาโดยตลอด ในครั้งนี้ ก็เช่นเดียวกัน หาก กทค. ประสงค์ที่จะได้รับข้อมูลจากผม ก็สามารถหาอ่านจากบทความที่ผมเคยเขียน และเคยให้สัมภาษณ์ ทางสื่อมวลชน หรือที่อยู่ในเว็บไซต์ของทีดีอาร์ไอ


ฐานเศษรฐกิจ
http://www.thanonline.com/index.php?
option=com_content&view=article&id=154882:tdri-3g--
&catid=176:2009-06-25-09-26-02&Itemid=524

___________________________________


'สมเกียรติ' แจงเหตุไม่ไปให้ข้อมูลคณะทำงานตรวจสอบประมูล3จี

“สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์” ประธานทีดีอาร์ไอ ชี้แจง เรื่องการไม่ไปให้ข้อมูลแก่คณะทำงานตรวจสอบการประมูล 3จี ของ กทค.

เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ ชี้แจงเหตุผลถึงการไม่ไปให้ข้อมูลแก่คณะทำงานตรวจสอบการประมูล 3จี ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. ตามที่คณะทำงานตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ หรือใบอนุญาต 3จี ที่แต่งตั้งโดย กทค. ได้ประสานงานให้ไปให้ข้อมูลนั้น ขอแจ้งให้ทราบว่า ส่วนตัวประสงค์ที่จะไม่ไปให้ข้อมูลแก่คณะทำงานดังกล่าว ด้วยเหตุผลต่างๆ ดังนี้

ประการที่หนึ่งเห็นว่าขอบเขตของคณะทำงานดังกล่าวไม่ถูกต้อง ดังปรากฏในชื่อของคณะทำงาน เนื่องจากปัญหาใหญ่ที่สุดในการประมูลคลื่น 3จี นั้น เกิดจากการออกแบบการประมูลโดย กทค. เอง มากกว่าเกิดจากพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมประมูล ซึ่งย่อมต้องเสนอราคาต่ำที่สุดเพื่อประโยชน์ของตน ทั้งนี้ การเสนอราคาต่ำดังกล่าวจะไม่สามารถทำได้ หาก กทค.ไม่ออกกฎการประมูลจำกัดให้แต่ละรายถือคลื่นไม่เกิน 15 MHz ตั้งแต่แรก การตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมประมูล จึงเป็นการเบี่ยงเบนประเด็นให้สังคมเข้าใจว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจาก กทค.

ประการที่สอง เคยเข้าร่วมเป็นอนุกรรมการของ กทค. บางชุด เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของสัญญาประกอบกิจการด้านโทรคมนาคม และเห็นว่ากรรมการบางท่าน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ น่าจะไม่ได้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาในการรักษาผลประโยชน์ของประชาชน กรรมการรายเดียวกันนี้เองก็มีบทบาทสำคัญอยู่ในคณะทำงานตรวจสอบชุดนี้ ทำให้ผมไม่เชื่อมั่นในการทำงานของคณะทำงานชุดนี้

ประการที่สาม ที่ผ่านมาหลังการประมูล 3จี ล้มเหลวและสร้างความกังขาแก่สังคม กทค. มักกล่าวอ้างว่า การตัดสินใจต่างๆ ของตนเกิดขึ้นจากการเสนอของคณะอนุกรรมการ 3จี ซึ่งมีเพื่อนร่วมงานของผม และนักวิชาการอื่นร่วมอยู่ด้วย ทั้งที่ในความเป็นจริง การเปลี่ยนหลักเกณฑ์การประมูลให้ผู้ประกอบการถือคลื่นได้ไม่เกิน 15MHz ไม่ได้เป็นข้อเสนอของคณะอนุกรรมการฯ ตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด แต่เป็นการดำเนินการของ กทค. เอง ในครั้งนี้ผมจึงเชื่อว่า หากผมไปให้ข้อมูล ชื่อของตนก็จะถูกนำไปอ้างเพื่อสร้างความชอบธรรมของผลการตรวจสอบของคณะทำงานดังกล่าวในลักษณะเดียวกันอีก

ส่วนตัวเห็นว่าวิธีการที่ผมจะสามารถให้ข้อมูลแก่ กทค. โดยจะไม่ถูกนำไปแอบอ้างอย่างไม่เหมาะสมคือ การให้ข้อมูลแก่สาธารณะผ่านสื่อมวลชน ดังที่ได้เคยให้ความเห็นมาโดยตลอด ในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน หาก กทค.ประสงค์ที่จะได้รับข้อมูลจากผม ก็สามารถหาอ่านจากบทความที่ผมเคยเขียน และเคยให้สัมภาษณ์ทางสื่อมวลชน หรือที่อยู่ในเว็บไซต์ของทีดีอาร์ไอ.

ไทยรัฐ

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.