Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

19 พฤศจิกายน 2555 (เกาะติดประมูล3G) ล้มประมูล AIS มีทางออกเรื่องจำนวนคลื่นAISแล้ว++จ่ายเงินปันผลที่ 100% // AIS Smart Tracking Plus

ประเด็นหลัก


วิเชียร เมฆตระการ"ผลกระทบสำหรับ เอไอเอส  มีไม่มาก แต่ผลกระทบมากที่สุดคือ ประชาชนจะเสียหายไม่ได้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จี"

คำถาม ทำไม "เอไอเอส" ถึงเสียเปรียบ


   คำตอบ คือ  "เอไอเอส" ไม่มีคลื่นความถี่ 3 จีให้บริการเหมือนกับ ดีแทค หรือ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เรียล มูฟ จำกัด ที่ให้บริการคลื่นความถี่ 3 จี บนย่านความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์
   นั่นจึงเป็นที่มาที่ เอไอเอส ได้ส่งบริษัทลูกคือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ เอดับบลิวเอ็น ประกวดราคาด้วยการเสนอราคาประมูลอยู่ที่  14,625 ล้านบาท

*** ถ้าศาลวินิจฉัยให้ "ล้มประมูล" มีผลกระทบทางธุรกิจหรือไม่
   ผลกระทบสำหรับ เอไอเอส แล้วมีไม่มาก แต่ผลกระทบมากที่สุดคือ ประชาชนจะเสียหายไม่ได้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จี  นอกจากประชาชนเสียหายไม่ได้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จีแล้ว เศรษฐกิจของประเทศเสียโอกาสไปด้วยเช่นกันถึง 2-3 ปี เพราะหากระบบ 3 จี ได้มีการเปิดให้บริการเศรษฐกิจของประเทศขยายตัวเพราะมีการใช้เงินลงทุนในการขยายเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นจำนวนมาก และเมื่อเศรษฐกิจขยายตัวอัตราการจ้างงานก็เกิดขึ้น


***คลื่น 3 จีไม่มีให้บริการเมื่อเปรียบเทียบสองค่าย
   ถ้าจะมองว่า เอไอเอส เสียเปรียบกว่าคู่แข่งเพราะไม่มีคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จี ถ้ามองอย่างนั้นก็มองได้แต่ทุกอย่างมีทางออกทั้งหมด



   อย่างไรก็ตามแม้สัญญาสัมปทานจะหมดลงการลงทุนเครือข่ายที่ผ่านมาก็ต้องส่งคืนให้แก่เจ้าของสัมปทาน ดังนั้นถ้าหลังประมูลไม่ต้องลงทุนเพิ่มก็ถือว่าเป็นเหตุเป็นผลที่จะปรับลดราคา แต่เมื่อมีการลงทุนใหม่ทั้งหมดบนคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ที่อาจจะต้องสร้างสถานีฐานเพิ่ม 2-3 เท่าจากเดิมเป็น 51,000 สถานีฐาน ทำให้มีต้นทุนที่สูงขึ้นตามมาเช่นเดียวกัน




น.ส.ณัฐิยา พัวพวศกร ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) กล่าวยอมรับว่า บริษัทยังไม่สามารถให้ข้อมูลเรื่องแผนธุรกิจในปีหน้าได้ เนื่องจากต้องรอการพิจารณาใบอนุญาตให้บริการ 3G ให้เสร็จเรียบร้อยก่อน
     
       
         
          “ภาพรวมปีนี้เราจะใช้เงินลงทุนราว 6 พันล้านบาท จากวงเงินลงทุนที่ตั้งไว้ทั้งหมด 8 พันล้านบาท หลังจาก 9 เดือนแรกของปีนี้บริษัทใช้งบลงทุนไปราว 5.9 พันล้านบาทเพื่อลงทุนขยายเครือข่ายให้บริการ 3G บนคลื่นเดิมด้วยขยายจุดบริการด้าน Voice และเพิ่ม Internet Capacity”


ด้านสภาพคล่องบริษัทฯมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว หรือมูลค่า 4 พันล้านบาท ซึ่งนำไปไว้ใช้ในการลงทุนในอนาคตและพัฒนาโครงข่าย 3G และยังคงนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่ 100% ของกำไรสุทธิให้แก่ผู้ถือหุ้น





AIS Smart Tracking Plus บริการติดตามและตรวจสอบตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์ หนึ่งในบริการเพื่อความสำเร็จของธุรกิจทุกประเภทจาก AIS Business Solutions ที่ช่วยติดตาม ตรวจสอบตำแหน่งปัจจุบันของยานพาหนะด้วยเทคโนโลยี GPS ผ่านระบบเครือข่ายคุณภาพของเอไอเอสที่ครอบคลุมทั่วประเทศ




IS Smart Messaging บริการส่ง SMS และ MMS จากเว็บไซต์ หนึ่งในบริการเพื่อความสำเร็จของธุรกิจทุกประเภทจาก AIS Business Solutions ซึ่งเป็นบริการที่ช่วยให้สามารถส่งข้อความสู่มือถือของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้เป็นจำนวนมากพร้อมๆ กัน เพื่อให้ทุกกิจกรรมทางการตลาดของธุรกิจส่งตรงถึงมือลูกค้าได้อย่างแน่นอน












___________________________________



เปิดใจ'บิ๊ก'เอไอเอส ปชช.ไม่ได้ใช้3จีเสียหาย

วิเชียร เมฆตระการ"ผลกระทบสำหรับ เอไอเอส  มีไม่มาก แต่ผลกระทบมากที่สุดคือ ประชาชนจะเสียหายไม่ได้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จี"


   แม้ศาลปกครองยังไม่มีคำวินิจฉัยออกมาอย่างเป็นทางการกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งเรื่องให้ศาลปกครองสั่งระงับการออกใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จี ในย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ที่ กสทช.(สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) เปิดประมูลอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2555 ที่ผ่านมา
   หากแต่ กสทช.ยังไม่สามารถออกใบอนุญาตในครั้งนี้ได้เนื่องจากมีหลายฝ่ายออกมาคัดค้านจนไปสู่กระบวนการตัดสินของศาลปกครองอีกรอบหนึ่งซึ่งได้มีการพิจารณาไปแล้วเมื่อวันที่ 14-15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
   สำหรับการเปิดประมูลโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จี หากวิเคราะห์ในเชิงธุรกิจแล้วผู้ที่เสียเปรียบมากที่สุดคือ เอไอเอส หรือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
   คำถาม ทำไม "เอไอเอส" ถึงเสียเปรียบ
   คำตอบ คือ  "เอไอเอส" ไม่มีคลื่นความถี่ 3 จีให้บริการเหมือนกับ ดีแทค หรือ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เรียล มูฟ จำกัด ที่ให้บริการคลื่นความถี่ 3 จี บนย่านความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์
   นั่นจึงเป็นที่มาที่ เอไอเอส ได้ส่งบริษัทลูกคือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ เอดับบลิวเอ็น ประกวดราคาด้วยการเสนอราคาประมูลอยู่ที่  14,625 ล้านบาท
   อย่างไรก็ตาม "ฐานเศรษฐกิจ" ได้มีโอกาสต่อสายตรงเพื่อสัมภาษณ์พิเศษ นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ของ เอไอเอส  ติดตามอ่านได้จากบรรทัดถัดจากนี้!!
*** ถ้าศาลวินิจฉัยให้ "ล้มประมูล" มีผลกระทบทางธุรกิจหรือไม่
   ผลกระทบสำหรับ เอไอเอส แล้วมีไม่มาก แต่ผลกระทบมากที่สุดคือ ประชาชนจะเสียหายไม่ได้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จี  นอกจากประชาชนเสียหายไม่ได้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จีแล้ว เศรษฐกิจของประเทศเสียโอกาสไปด้วยเช่นกันถึง 2-3 ปี เพราะหากระบบ 3 จี ได้มีการเปิดให้บริการเศรษฐกิจของประเทศขยายตัวเพราะมีการใช้เงินลงทุนในการขยายเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นจำนวนมาก และเมื่อเศรษฐกิจขยายตัวอัตราการจ้างงานก็เกิดขึ้น
***คลื่น 3 จีไม่มีให้บริการเมื่อเปรียบเทียบสองค่าย
   ถ้าจะมองว่า เอไอเอส เสียเปรียบกว่าคู่แข่งเพราะไม่มีคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จี ถ้ามองอย่างนั้นก็มองได้แต่ทุกอย่างมีทางออกทั้งหมด
**แสดงว่ามีแผนสำรอง
   แผนสำรองทางธุรกิจหากไม่ได้รับใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จี  เอไอเอส ก็ได้เตรียมแผนทางธุรกิจเอาไว้แล้วเช่นเดียวกัน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ และเชื่อว่าภายใน 2 สัปดาห์นี้ ศาลปกครองน่าจะมีคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ ซึ่งต้องรอคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการเสียก่อน
*** ดูเหมือน เอไอเอส หยุดทำตลาด 2 จี
   เอไอเอส ก็ยังคงทำตลาดเหมือนบนสัญญาเดิม แต่การทำตลาดบนคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จี นั้นถ้า เอไอเอส มุ่งทำตลาดเพื่อให้ลูกค้าเข้ามาอยู่ในระบบอย่างเดียวไม่ได้ เพราะคลื่นความถี่ไม่พอในการใช้งานจะทำให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง และที่สำคัญ เอไอเอส คำนึงถึงคุณภาพการใช้งานของลูกค้าเป็นหลักสิ่งไหนที่ไม่สามารถให้บริการกับลูกค้าได้อย่างเต็มที่ เอไอเอส ก็จะไม่สามารถดำเนินการออกไปได้ เพราะนโยบายของ เอไอเอส คำนึงถึงคุณภาพและการให้บริการกับลูกค้า
*** แต่ลูกค้าจะไหลออกจากระบบ
   ถ้าลูกค้าต้องการออกจากระบบเพื่อไปใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จี ในฐานะที่ เอไอเอส เป็นผู้ประกอบการก็ไม่สามารถไปห้ามสิทธิ์ของผู้ใช้บริการได้
*** รักษาฐานลูกค้า 33 ล้านรายอย่างไร
   ในสถานการณ์แบบนี้ เอไอเอส ก็ต้องให้บริการที่ดีที่สุด และคำนึงถึงคุณภาพการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่ง เอไอเอส มั่นใจว่าลูกค้ายังมีความเชื่อมั่นในคุณภาพของการให้บริการของ เอไอเอส
***ประเด็นเรื่อง "ฮั้ว" ยังเป็นคำถาม
   ผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย (หมายถึง เอไอเอส-ดีแทค และ ทรูมูฟ) ได้ออกมาแถลงข่าวร่วมกันไปแล้วว่าไม่ได้มีการ "ฮั้ว" แต่อย่างใด อย่างที่ผมได้เคยแถลงข่าวไปแล้วว่าทุกบริษัทมีกลยุทธ์ในการประมูล ซึ่ง เอไอเอส ต้องการเสนอราคาสูงสุด เพื่อให้สามารถเลือกช่วงคลื่นความถี่ได้ตามที่ต้องการ ซึ่งผู้ประกอบการแต่ละรายก็ทำครบตามกระบวนการที่ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 (พ.ร.บ.กสทช.) กำหนดไว้
   ในประเด็นที่กสทช.ได้ออกมาประกาศเจตนารมณ์ว่าถ้าหากเอกชนทั้ง 3 รายที่ชนะการประมูล 3G ไม่ลดค่าบริการลงจากปัจจุบัน 15-20% จะไม่ออกใบอนุญาตให้เด็ดขาด ผู้ประกอบการทั้ง 3 รายให้ความเห็นว่า ถ้าต้องทำตามก็จะทำ เพียงแต่ต้องคำนึงถึงต้นทุนที่เป็นเหตุเป็นผลด้วย หากไม่เช่นนั้นคงต้องให้คนกลางหรือศาลเป็นผู้ตัดสิน
   นอกจากนี้แล้วในเรื่องการกำหนดราคาขั้นต่ำออกมาและบังคับให้ต้องทำตามก็จะทำ แต่มองว่ากสทช.จะไม่สามารถกำหนดได้โดยไม่มีการหารือกับผู้ประกอบการ เนื่องจากในการกำหนดราคาขั้นต่ำจำเป็นต้องดูต้นทุนผู้ประกอบการก่อนว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งถ้ากสทช.ประกาศลดค่าบริการขั้นต่ำออกมาแล้วไม่สามารถยอมรับได้ก็ต้องเดินหน้าฟ้องศาลปกครองกันต่อไป
   อย่างไรก็ตามแม้สัญญาสัมปทานจะหมดลงการลงทุนเครือข่ายที่ผ่านมาก็ต้องส่งคืนให้แก่เจ้าของสัมปทาน ดังนั้นถ้าหลังประมูลไม่ต้องลงทุนเพิ่มก็ถือว่าเป็นเหตุเป็นผลที่จะปรับลดราคา แต่เมื่อมีการลงทุนใหม่ทั้งหมดบนคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ที่อาจจะต้องสร้างสถานีฐานเพิ่ม 2-3 เท่าจากเดิมเป็น 51,000 สถานีฐาน ทำให้มีต้นทุนที่สูงขึ้นตามมาเช่นเดียวกัน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
http://www.thanonline.com/index.php?
option=com_content&view=article&id=154430:-3&catid=123:2009
-02-08-11-44-33&Itemid=491
_________________________________________

3G ไม่ชัด “เอไอเอส” ไปไม่เป็น ย้ำผู้ถือหุ้นปันผล 100% กำไรสุทธิ


      “เอไอเอส” แผนปีหน้ายังไม่สรุป เหตุรอลุ้นใบอนุญาต 3G ภาพรวม 9 เดือนแรกลงทุนต่ำกว่าเป้าหมาย ส่วนเงินสดในมือมีมากกว่า 4 พันล้าน หวังไว้ใช้ลงทุนในอนาคต ยืนยันยังจ่ายปันผล 100% ของกำไรสุทธิ
     
          น.ส.ณัฐิยา พัวพวศกร ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) กล่าวยอมรับว่า บริษัทยังไม่สามารถให้ข้อมูลเรื่องแผนธุรกิจในปีหน้าได้ เนื่องจากต้องรอการพิจารณาใบอนุญาตให้บริการ 3G ให้เสร็จเรียบร้อยก่อน
     
          โดยปัจจุบัน บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพในทุกมิติของการบริการ (Quality DNAs) ด้วยการนำเสนอสมาร์ทดีไวซ์ควบคู่กับแพกเกจที่คุ้มค่า และใช้งานผ่านโครงข่ายคุณภาพ พร้อมทั้งปรับปรุง AIS shop ให้ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชัน และทันสมัยขึ้น มีมุม Try&Buy ให้ลูกค้าสามารถลองเล่นอุปกรณ์โทรศัพท์ก่อนซื้อได้ และมีสมาร์ทดีไวซ์กูรูที่คอยให้คำแนะนะในการใช้งานแก่ลูกค้า
         
          “ภาพรวมปีนี้เราจะใช้เงินลงทุนราว 6 พันล้านบาท จากวงเงินลงทุนที่ตั้งไว้ทั้งหมด 8 พันล้านบาท หลังจาก 9 เดือนแรกของปีนี้บริษัทใช้งบลงทุนไปราว 5.9 พันล้านบาทเพื่อลงทุนขยายเครือข่ายให้บริการ 3G บนคลื่นเดิมด้วยขยายจุดบริการด้าน Voice และเพิ่ม Internet Capacity”
     
           
          ส่วนผลดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 55 รายได้บริการไม่รวมค่าเชื่อมโยงเครือข่ายเติบโต 11% สอดคล้องกับการคาดการณ์ของบริษัทฯ ที่คาดว่าทั้งปีนี้รายได้จะเติบโตราว 8-10% รายได้บริการด้านข้อมูลเติบโต 33% สูงกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 30%  และด้านสภาพคล่องบริษัทฯ มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว หรือมูลค่า 4 พันล้านบาท ซึ่งนำไปไว้ใช้ในการลงทุนในอนาคต และพัฒนาโครงข่าย 3G อีกทั้งยังคงนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่ 100% ของกำไรสุทธิให้แก่ผู้ถือหุ้น


ASTV ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/StockMarket/ViewNews.aspx?NewsID=9550000141294&Keyword=3g

_______________________________________

ADVANC ชะงักวางแผนธุรกิจปี 56 รอใบอนุญาต 3G ชัด, ปีนี้ลงทุนต่ำกว่าเป้า


นางสาวณัฐิยา พัวพวศกร ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส(ADVANC)กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทยังไม่สามารถให้ข้อมูลเรื่องแผนธุรกิจในปีหน้าได้ เนื่องจากต้องรอการพิจารณาใบอนุญาตให้บริการ 3G ให้เสร็จเรียบร้อยก่อน



แต่ตอนนี้ทางบริษัทฯก็ยังมีการมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพในทุกมิติของการบริการ(Quality DNAs) โดยนำเสนอสมาร์ทดีไวซ์ควบคู่กับแพคเกจที่คุ้มค่า และใช้งานผ่านโครงข่ายคุณภาพ พร้อมทั้งปรับปรุง AIS shop ให้ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่นและทันสมัยขึ้น มีมุม Try&Buy ให้ลูกค้าสามารถลองเล่นอุปกรณ์โทรศัพท์ก่อนซื้อได้ และมีสมาร์ทดีไวซ์กูรูที่คอยให้คำแนะนะในการใช้งานแก่ลูกค้า

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้คาดว่าจะใช้เงินลงทุนราว 6 พันล้านบาท จากวงเงินลงทุนที่ตั้งไว้ทั้งหมด 8 พันล้านบาท หลังจาก 9 เดือนแรกของปีนี้บริษัทใช้งบลงทุนไปราว 5.9 พันล้านบาทเพื่อลงทุนขยายเครือข่ายให้บริการ 3G บนคลื่นเดิมด้วยขยายจุดบริการด้าน Voice และเพิ่ม Internet Capacity

สำหรับผลดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 55 รายได้บริการไม่รวมค่าเชื่อมโยงเครือข่ายเติบโต 11% สอดคล้องกับการคาดการณ์ของบริษัทฯที่คาดว่าทั้งปีนี้รายได้ฯจะเติบโตราว 8-10% รายได้บริการด้านข้อมูลเติบโต 33% สูงกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 30%

ส่วนรายได้จากการขายอุปกรณ์ 9 เดือนแรกยังต่ำกว่าที่คาดการณ์ โดยเติบโตอยู่ที่ 17% ลดลงจากที่คาดการณ์ว่าจะเติบโตได้มากกว่า 20% เนื่องจากช่วงไตรมาส 3/55 ผู้บริโภคชะลอการซื้อ Smart Phone เพื่อรอการเปิดตัว iphone 5 แต่คาดว่าในไตรมาส 4/55 จะสามารถทำรายได้เติบโตเกินกว่า 20% และทำได้ตามเป้าหมายทั้งปีได้ เพราะเป็นช่วงไฮซีซั่นของการขายโทรศัพท์มือถือ และการเปิดตัวiphone 5 ไปแล้ว

ด้านสภาพคล่องบริษัทฯมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว หรือมูลค่า 4 พันล้านบาท ซึ่งนำไปไว้ใช้ในการลงทุนในอนาคตและพัฒนาโครงข่าย 3G และยังคงนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่ 100% ของกำไรสุทธิให้แก่ผู้ถือหุ้น

อินโฟเควสท์
http://www.ryt9.com/s/iq05/1533224

_____________________________________________
AISจับมือS&Pต้อนรับปีใหม่
กับส่วนลดพิเศษสุดคุ้ม15%


คุณวิลาสินี พุทธิการันต์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริหารลูกค้าและการบริการ เอไอเอส และ คุณภัทรา ศิลาอ่อน ประธานกรรมการ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ร่วมกันกล่าวว่า “เรามีความร่วมมืออย่างต่อเนื่องเพื่อส่งมอบความพิเศษของอาหารจากเมนูที่สร้างสรรค์อย่างตั้งใจในสไตล์ S&P ให้แก่ลูกค้า รวมไปถึงเป็นจุดให้บริการ Wifi เพื่อชีวิตในแบบคุณ ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีกับยอดการกดใช้สิทธิ์มากกว่า 40,000 ครั้ง เลยทีเดียว



ล่าสุดเพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขปลายปี จึงร่วมเสิร์ฟความอร่อยยกกำลังสองกับเมนูคาว-หวาน เอาใจลูกค้าเอไอเอสอีกครั้งพร้อมกับจัดเต็มส่วนลดสุดคุ้ม15%  เมื่อสั่งอาหารในหลากหลายเมนูความอร่อยใหม่จากปลาค้อดเนื้อดี (Cod Carnival) ที่เริ่มอร่อยได้ตั้งแต่วันนี้ - 31 มกราคม 2556  (1หมายเลข/1สิทธิ์ / สัปดาห์) นอกจากนี้ยังสามารถเลือกช้อปความอร่อยสดใหม่ของเบเกอรี่ S&P ได้ทุกวัน พร้อมรับส่วนลด 15% เช่นกัน เมื่อซื้อเมนู Cake&Cookies ขนาดใดก็ได้ จำนวน 2 กล่องขึ้นไป ตั้งแต่วันนี้ - 10 มกราคม 2556 (1 หมายเลข/1 สิทธิ์/ วัน)

ลูกค้าเอไอเอส สามารถไปลิ้มลองความอร่อยได้ก่อนใคร เพียงแสดงมือถือระบบเอไอเอส เพื่อรับสิทธิ์ ที่ร้าน S&P และเบเกอรี่ช็อป สาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ (ยกเว้นสาขาสุวรรณภูมิ, สาขาท่าอากาศยานดอนเมือง และบริการ S&P Delivery 1344 ) ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม www.ais.co.th/privilege/

ข่าวหุ้นธุรกิจ
http://www.kaohoon.com/online/50612/AIS%A8%D1%BA%C1%
D7%CDSP%B5%E9%CD%B9%C3%D1%BA%BB%D5%E3%CB%C1
%E8-
%A1%D1%BA%CA%E8%C7%B9%C5%B4%BE%D4%E0%C8%C
9%CA%D8%B4%A4%D8%E9%C115.htm

__________________________________________

AIS Smart Tracking Plus บริการติดตามตรวจสอบตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์ เหมาะกับธุรกิจที่ต้องเกี่ยวข้องกับการขนส่ง


AIS Smart Tracking Plus บริการติดตามและตรวจสอบตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์ หนึ่งในบริการเพื่อความสำเร็จของธุรกิจทุกประเภทจาก AIS Business Solutions ที่ช่วยติดตาม ตรวจสอบตำแหน่งปัจจุบันของยานพาหนะด้วยเทคโนโลยี GPS ผ่านระบบเครือข่ายคุณภาพของเอไอเอสที่ครอบคลุมทั่วประเทศ

ปัญหาสำหรับธุรกิจที่ต้องมีการขนส่ง และการใช้งานรถยนต์ทุกรูปแบบ เช่น รถขนส่งสินค้า รถรับส่งนักเรียน รถตู้โดยสาร รถเช่า รถแท็กซี่ ต้องเจอเป็นประจำก็คือ ไม่สามารถรู้ได้ว่าในขณะนั้นรถขนส่งของคุณอยู่ที่ไหน จะขนส่งได้ทันเวลาไหม ขับรถเร็วเกินกำหนดรึเปล่า คนขับนำรถวิ่งออกนอกเส้นทาง หรือว่าเอาไปใช้ส่วนตัว ค่าน้ำมันถึงได้เพิ่มขึ้นทุกวัน หรือมีการลักลอบขายน้ำมันกันรึเปล่า ตอนนี้ทุกปัญหามากมายที่ทำให้คุณกังวลจะหมดไป ด้วย AIS Smart Tracking Plus ที่ช่วยให้คุณสามารถวางแผนและควบคุมการขนส่งได้อย่างละเอียดแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้คุณสามารถรู้ตำแหน่งปัจจุบันของยานพาหนะ สถานะต่างๆ ของเครื่องยนต์และปริมาณน้ำมันที่เหลืออยู่ โดยติดตามและตรวจสอบได้ง่ายๆ ผ่านทางเว็บไซต์ หรือโปรแกรมพิเศษที่จัดหน้าจอให้เหมาะแก่การเรียกดูบนอุปกรณ์ต่างๆ ทั้ง คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล, โน๊ตบุ๊ค, แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน ให้คุณเข้าดูได้ทุกที่ทุกเวลาใช้งานง่าย ใช้ได้ทุกที่ ป้องกันการทุจริต สนใจเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจขนส่งทุกประเภท ด้วย AIS Smart Tracking Plus บริการติดตามและตรวจสอบตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์ และพบกับอีกหลากหลายบริการ จาก AIS Business Solutions เพื่อความสำเร็จของธุรกิจทุกประเภท สามารถติดต่อได้ที่ AIS CORPORATE CALL CENTER โทร. 1149 หรือ คลิก www.ais.co.th/business

ThaiPR.net
http://www.ryt9.com/s/prg/1529081

_________________________________________



AIS Smart Messaging ส่งข้อความจากเว็บไซต์ถึงลูกค้ากุ่มเป้าหมายจำนวนมากได้พร้อมกัน

AIS Smart Messaging บริการส่ง SMS และ MMS จากเว็บไซต์ หนึ่งในบริการเพื่อความสำเร็จของธุรกิจทุกประเภทจาก AIS Business Solutions ซึ่งเป็นบริการที่ช่วยให้สามารถส่งข้อความสู่มือถือของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้เป็นจำนวนมากพร้อมๆ กัน เพื่อให้ทุกกิจกรรมทางการตลาดของธุรกิจส่งตรงถึงมือลูกค้าได้อย่างแน่นอน



ถ้าธุรกิจของคุณมีฐานข้อมูลลูกค้าอยู่ และกำลังมองหาเครื่องมือในการแจ้งโปรโมชั่น สิทธิพิเศษ และส่วนลดให้กับลูกค้าที่รวดเร็ว และประหยัดกว่าการโฆษณา ประชาสัมพันธ์รูปแบบอื่นๆ แทนการแจกโบรชัวร์ หรือต้องการแจ้งข่าวสารในการนัดหมายกับลูกค้า หรือข่าวสารแก่พนักงานของบริษัทก็ทำได้ ด้วย AIS Smart Messaging เพียงคลิกเดียวคุณก็สามารถส่ง SMS หรือ MMS จากเว็บไซต์ผ่านระบบเครือข่ายคุณภาพของเอไอเอส ตรงไปยังมือถือของกลุ่มเป้าหมายจำนวนมากได้พร้อมๆ กัน ทั้งยังสามารถตั้งเวลาในการส่งข้อความ และติดตามผลว่าลูกค้าได้รับข้อความหรือไม่

ประหยัดกว่า รวดเร็ว ถึงมือผู้รับแน่นอน ไม่ว่าธุรกิจประเภทไหนก็สามารถเพิ่มโอกาสทางการตลาดได้ง่ายๆ ด้วย AIS Smart Messaging บริการส่ง SMS และ MMS จากเว็บไซต์ และพบกับอีกหลากหลายบริการ จาก AIS Business Solutions เพื่อความสำเร็จของธุรกิจทุกประเภท สามารถติดต่อได้ที่ AIS CORPORATE CALL CENTER โทร. 1149 หรือ คลิก www.ais.co.th/business


ThaiPR.net
http://www.ryt9.com/si/prg/1529076

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.