Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

20 พฤศจิกายน 2555 (เกาะติดประมูล3G) หวั่นไหวทั้งตลาดหุ้น ( กับกรณี 40 สว. ส่งศาลศาลรัฐธรรมนูญ ) แต่หุ้นปรับตัวสูงขึ้น

ประเด็นหลัก



น.ส.มยุรี โชวิกรานต์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง(ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงบ่ายปรับตัวลงมาก คาดว่าจะเป็นผลจากที่มีข่าวออกมาว่า ส.ว.จะยื่นให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค)ในการประมูล 3G ทำให้มีโจทก์เพิ่มขึ้น และตลาดยุโรปก็เปิดในช่วงบ่ายปรับตัวลง ภายหลังจากที่"มูดี้ส์"ปรับลดระดับความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจของฝรั่งเศส

ด้านนายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงบ่ายนี้ปรับตัวลง และอ่อนตัวมากกว่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียที่แกว่งตัวทั้งในแดนบวก-ลบ

ทั้งนี้ มองว่าตลาดบ้านเราเวลานี้ถือว่าไม่ถูก และนักลงทุนต่างชาติก็ยังขายหุ้นออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้คาดว่านักลงทุนต่างชาติยังคงขายอยู่ นอกจากนี้ปัจจัยจากนอกประเทศก็ยังไม่มีความชัดเจนในการแก้ปัญหา Fiscal Cliff ในสหรัฐฯ และเศรษฐกิจในยุโรปก็ยังไม่ฟื้นตัว อีกทั้งตลาดฯยังไม่มีประเด็นใหม่เข้ามาที่จะเป็นแรงจูงใจให้นักลงทุนเข้ามาซื้อได้ ทำให้เห็นได้ว่าวอลุ่มเทรดของตลาดฯมีอยู่น้อย และเมื่อวอลุ่มเทรดน้อยจึงดันตลาดฯให้ปรับตัวขึ้นไปยาก


โบรกฯเล็งกลุ่ม ICT ขยับขึ้นเก็งผลพิจารณาความคืบหน้าคดี 3G วันนี้


บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย)ระบุในบทวิเคราะห์ฯแนะให้ติดตามความคืบหน้ากรณี 3G วันนี้ โดยวันนี้ศาลปกครองได้นัดให้เอกชนทั้ง 3 รายเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อคดีการประมูลใบอนุญาต 3G เชื่อว่าภายในสัปดาห์นี้ ศาลปกครองน่าจะนัดวันเข้าฟังผลการพิจารณากรณีดังกล่าว หลังจากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมครบถ้วนแล้ว







_______________________________________











โบรกฯเล็งกลุ่ม ICT ขยับขึ้นเก็งผลพิจารณาความคืบหน้าคดี 3G วันนี้


บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย)ระบุในบทวิเคราะห์ฯแนะให้ติดตามความคืบหน้ากรณี 3G วันนี้ โดยวันนี้ศาลปกครองได้นัดให้เอกชนทั้ง 3 รายเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อคดีการประมูลใบอนุญาต 3G เชื่อว่าภายในสัปดาห์นี้ ศาลปกครองน่าจะนัดวันเข้าฟังผลการพิจารณากรณีดังกล่าว หลังจากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมครบถ้วนแล้ว


ดังนั้น ราคาหุ้นหลักในกลุ่ม ICT อย่าง ADVANC / DTAC / TRUE/ INTUCH น่าจะทรงตัวถึงขยับขึ้น เพื่อเก็งกำไรผลการพิจารณาของศาล

วานนี้(19 พ.ย.)หุ้น ADVANC ปิดที่ 198 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท(+0.51%)
หุ้น DTAC ปิดที่ 84 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท(+0.90%)
หุ้น TRUE ปิดที่ 4.82 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
หุ้น INTUCH ปิดที่ 61.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท(+0.82%)
อินโฟเควสท์
http://www.ryt9.com/s/iq05/1533788

_____________________


3ยักษ์มือถือ ขึ้นให้การศาลปกครอง คดี 3จี


วันที่ 20 พฤศจิกายน ศาลปกครองนัดไต่สวนคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นฟ?องสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เพื่อขอให้เพิกถอนการจัดประมูลใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ย่าน 2.1 กิกกะเฮิร์ตซ หรือ การประมูลใบอนุญาต 3 จี โดยเชิญบริษัทที่เข้าประมูลและได้รับการจัดสรรคลื่นความถี่ 3 บริษัท คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวเลส เน็ตเวิร์ค จำกัด ในเครือ เอไอเอส บริษัท ดีแทค เน็ตเวิร์ค จำกัด ในเครือดีแทค และบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด ในเครือทรู คอร์เปอเรชั่น



โดย บริษัท แอดวานซ์ ไวเลส เน็ตเวิร์คฯ ส่งนายสุทธิชัย ชื่นชูศิลป์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานธุรกิจสัมพันธ์และพัฒนา และนายพงศ์อมร นิ่มพูลสวัสดิ์ หัวหน้าคณะผู้บริการด้านการเงิน เป็นตัวแทน พร้อมทีมกฎหมาย เข้าชี้แจงต่อศาลเป็นบริษัทแรก โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง และไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อมวลชน

ส่วนบริษัท ดีแทค เน็ตเวิร์คฯ มอบหมายให้นายดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มาชี้แจงพร้อมฝ่ายกฎหมาย นายดามพ์ ระบุว่า ข้อมูลเกี่ยวกับการประมูลใบอนุญาต 3 จี ที่ชี้แจงต่อศาล เป็นข้อเท็จจริงเดียวกับที่เคยชี้แจงต่อหลายหน่วยงานก่อนหน้านี้ แม้ดีแทคจะมีผลเสียหายทางธุรกิจ กับการยังไม่ได้รับใบอนุญาตให้บริการ 3จี ที่ขณะนี้สามารถทำได้เพียงติดตั้งอุปกรณ์บางส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ 3 จีเท่านั้น แต่ที่เสียหายมากกว่า คือ ผู้บริโภคที่ได้ใช้เทคโนโลยี 3 จี ล่าช้ากว่าประเทศอื่น เพราะในปีหน้าหลายประเทศเริ่มเปิดให้บริการ 4 จีกันแล้ว แต่ทางดีแทคยังยืนยันเป้าหมายเปิดให้บริการ 3 จีให้ได้ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีหน้า

ขณะที่ บริษัทเรียล ฟิวเจอร์ฯ ซึ่งเข้าขี้แจงเป็นรายสุดท้าย มีนายอธึก อัศวานันท์ รองประธานกรรมการและหัวหน้าคณะกลุ่มกฏหมาย และนายนพปฎล เดชอุดม รองหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท ทรูฯ เข้าชี้แจง

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 14 และ 15 พฤศจิกายน ศาลปกครองได้ไต่สวนผู้ร้องและผู้ถูกร้อง คือผู้ตรวจการแผ่นดิน และสำนักงานกสทช.ไปแล้ว แต่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาว่า จะรับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ และจะกำหนดมาตราการคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาสั่งชะลอการออกใบอนุญาต 3 จีไว้ก่อน ตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินร้องขอหรือไม่


แนวหน้า
http://www.ryt9.com/s/nnd/1534247

_________________________________


ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดลบ 7.24 จุด หลังมีข่าว ส.ว.เล็งส่งศาลรธน.ตีความ 3G,ปัจจัยตปท.กดดัน


ตลาดหลักทรัพย์ปิดตลาดช่วงบ่ายวันนี้ที่ระดับ 1,276.41 จุด ลดลง 7.24 จุด(-0.56%)มูลค่าการซื้อขาย 24,863.14 ล้านบาท

การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวในแดนบวกตลอดช่วงเช้า แต่ช่วงบ่ายได้อ่อนตัวลงมาอยู่ในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ โดยขยับขึ้นแตะจุดสูงสุดของวันที่ระดับ 1,291.29 จุด ส่วนดัชนีจุดต่ำสุดของวันอยู่ที่ 1,273.82 จุด



ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 203 หลักทรัพย์ ลดลง 334 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 164 หลักทรัพย์

น.ส.มยุรี โชวิกรานต์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง(ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงบ่ายปรับตัวลงมาก คาดว่าจะเป็นผลจากที่มีข่าวออกมาว่า ส.ว.จะยื่นให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค)ในการประมูล 3G ทำให้มีโจทก์เพิ่มขึ้น และตลาดยุโรปก็เปิดในช่วงบ่ายปรับตัวลง ภายหลังจากที่"มูดี้ส์"ปรับลดระดับความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจของฝรั่งเศส

ด้านนายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงบ่ายนี้ปรับตัวลง และอ่อนตัวมากกว่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียที่แกว่งตัวทั้งในแดนบวก-ลบ

ทั้งนี้ มองว่าตลาดบ้านเราเวลานี้ถือว่าไม่ถูก และนักลงทุนต่างชาติก็ยังขายหุ้นออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้คาดว่านักลงทุนต่างชาติยังคงขายอยู่ นอกจากนี้ปัจจัยจากนอกประเทศก็ยังไม่มีความชัดเจนในการแก้ปัญหา Fiscal Cliff ในสหรัฐฯ และเศรษฐกิจในยุโรปก็ยังไม่ฟื้นตัว อีกทั้งตลาดฯยังไม่มีประเด็นใหม่เข้ามาที่จะเป็นแรงจูงใจให้นักลงทุนเข้ามาซื้อได้ ทำให้เห็นได้ว่าวอลุ่มเทรดของตลาดฯมีอยู่น้อย และเมื่อวอลุ่มเทรดน้อยจึงดันตลาดฯให้ปรับตัวขึ้นไปยาก

แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้(21 พ.ย.)นายธนเดช กล่าวว่า ตลาดฯคงะแกว่งตัว-อิงขาลง เพราะตราบใดที่ยังไม่มีปัจจัยใหม่ และนักลงทุนต่างชาติยังคงขาย มีเพียงแค่กองทุนที่ซื้อเพราะประโยชน์ทางภาษี พร้อมให้แนวรับ 1,270-1,250 จุด แนวต้าน 1,290-1,300 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
PTT    มูลค่าการซื้อขาย 1,538.31 ล้านบาท ปิดที่ 310.00 บาท ลดลง   2.00 บาท

PTTGC  มูลค่าการซื้อขาย 1,059.30 ล้านบาท ปิดที่  61.75 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 1,028.93 ล้านบาท ปิดที่ 191.50 บาท ลดลง   6.50 บาท
BAY    มูลค่าการซื้อขาย   902.12 ล้านบาท ปิดที่  29.75 บาท ลดลง   0.75 บาท

CPF    มูลค่าการซื้อขาย   869.60 ล้านบาท ปิดที่  33.00 บาท ลดลง   0.25 บาท

อินโฟเควสท์
http://www.ryt9.com/s/iq05/1534193

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.