Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

21 พฤศจิกายน 2555 จับมือ PSI วัดเรตติ้ง !!!! ล่าสุด ระบบวัดเรตติ้งของพีเอสไอมี 2,000 ตัวอย่างทั่วประเทศ

ประเด็นหลัก





สำหรับความร่วมมือดังกล่าวกับพีเอสไอนั้น สมาคมมีเดียฯได้เจรจากับบริษัท

จีเอฟเค รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยตลาดที่เชี่ยวชาญในการเก็บข้อมูลตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า ตลาดเทคโนโลยี ตลาดโทรคมนาคม เพื่อนำเทคโนโลยีจากบริษัทดังกล่าวเข้ามาร่วมพัฒนาระบบวัดเรตติ้งของพีเอสไอ เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นคือ กล่องดังกล่าวจะส่งข้อมูลการรับชมช่องรายการต่าง ๆ ผ่านซิมการ์ด เมื่อทีวีปิด แต่ระบบไม่ได้ปิด ทำให้ช่องรายการยังค้างอยู่ที่ช่องสุดท้ายของการรับชมในแต่ละครั้ง และยังดำเนินการส่งข้อมูลดังกล่าวไปยังส่วนกลาง

ดังนั้นสิ่งที่ต้องแก้ไขคือ การติดตั้งเครื่องตัดการส่งสัญญาณมาที่ส่วนกลาง เมื่อทีวีปิดระบบจะปิดลงเช่นกัน ซึ่งเป็นการวัดเรตติ้งได้เฉพาะครัวเรือนเท่านั้น เพราะยังไม่สามารถวัดระบบได้ว่าใครคือผู้ชมทีวีในช่องนั้น ๆ คาดว่าจะเสร็จในปีหน้า

แหล่งข่าวยังระบุอีกว่า หลังจากการพัฒนาผลวัดเรตติ้งของพีเอสไอในเฟสแรกเสร็จ จะเริ่มพัฒนาสู่การวัดผลเรตติ้งตามรายบุคคล สร้างทางเลือกให้แก่อุตสาหกรรมมีเดียเอเยนซี่ หวังใช้ข้อมูลอ้างอิงแก่เจ้าของสินค้า เอเยนซี่วางแผนลงโฆษณา

"ผลการวัดเรตติ้งของพีเอสไอ หลัก ๆ ก็รู้แล้วว่ามีผู้ชมมากน้อยแค่ไหน แต่ยังไม่รู้ว่าผู้ชมเป็นกลุ่มไหนในแต่ละช่วงเวลา ขณะที่ช่องทีวีดาวเทียมหรือเคเบิลไม่ค่อยมีปัญหา เพราะค่อนข้างชัดว่าคอนเทนต์แต่ละช่องเจาะกลุ่มผู้ชมกลุ่มไหน"

นายสมพร ธีระโรจนพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ระบบวัดเรตติ้งของพีเอสไอมี 2,000 ตัวอย่างทั่วประเทศ ปัจจุบันได้ร่วมกับสมาคมมีเดียฯ เพื่อสนับสนุนข้อมูลการวัดผลเรตติ้งให้แก่มีเดียเอเยนซี่ในเบื้องต้นแล้ว ขณะที่เฟสต่อไปอยู่ในระหว่างการลงทุนด้านซอฟต์แวร์ เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึก และสามารถวัดผลได้ว่าผู้ชมที่รับชมทีวีในแต่ละช่วงเวลา แต่ละรายการคือใคร เพื่อบาลานซ์ข้อมูลของการวัดเรตติ้งเจ้าเดิม





_______________________


สมาคมมีเดียฯเล็งยกเครื่องระบบวัดเรตติ้ง


สมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทยเดินหน้าหาวิธีเพิ่มความแม่นยำในการจัดสรรงบประมาณโฆษณา เนื่องจากหลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามถึงความถูกต้องการวัดเรตติ้งผู้ชมทีวีของเอจีบี

นีลเส็น โดยเฉพาะการกำหนดกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งส่งผลโดยตรงถึงความแม่นยำ กระทั่งมีผู้เสนอในที่ประชุมให้เปิดคัดเลือกหาผู้จัดทำเรตติ้งใหม่ แต่สุดท้ายเป็นเพียงยังไม่ได้ดำเนินการใด ๆ

ทั้งนี้ การคัดเลือกผู้จัดทำเรตติ้งครั้งล่าสุดเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2544 หรือราว 12 ปี เนื่องจากเหตุผลคล้าย ๆ กัน นั่นคือความไม่มั่นใจในผลสำรวจ แต่สุดท้ายเอจีบีนีลเส็น มีเดียรีเสิร์ท (ประเทศไทย) ได้รับเลือกเหนือบริษัท วีดีโอ รีเสิร์ช และไทเลอร์ เนลสัน

ก่อนหน้านี้นางวรรณี รัตนพล นายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย และประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินิชิเอทีฟ จำกัด กล่าวว่า หลังการเพิ่มจำนวนกลุ่มตัวอย่างครั้งล่าสุดของนีลเส็นเมื่อเมษายนที่ผ่านมา ทำให้บรรดามีเดียเอเยนซี่เกิดข้อกังขาต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ได้รับ จึงมีแนวคิดสร้างศูนย์ข้อมูลกลางด้านข่าวสาร รวมถึงการวัดผลเรตติ้ง เพื่อสร้างฐานข้อมูลกลางให้แก่สมาชิก

สอดรับกับแหล่งข่าวจากมีเดียเอเยนซี่ยักษ์ใหญ่รายหนึ่ง ชี้ว่า หากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ สมาคมได้เปิดประมูลผู้จัดทำเรตติ้งสื่อใหม่ครั้งหนึ่งแล้ว ซึ่งนีลเส็นเป็นผู้ชนะการประมูลครั้งนั้น แต่ที่ผ่านมาหลายฝ่ายตั้งคำถามเกี่ยวกับผลการวัดเรตติ้งของนีลเส็นถึงความถูกต้องของข้อมูลอยู่ตลอดเวลา

แม้เมษายนที่ผ่านมา นีลเส็นได้ปรับรูปแบบการวัดจำนวนกลุ่มตัวอย่าง ด้วยการขยายกลุ่มตัวอย่างผู้รับชมโทรทัศน์ผ่านระบบจานดาวเทียมหรือเคเบิลทีวีเป็น 6,000 ครัวเรือนแล้วก็ตาม แต่ยังถือว่ามีการพัฒนาช้า ไม่สามารถสนับสนุนข้อมูลตามที่ต้องการได้ ทำให้วงการมีเดียเอเยนซี่เริ่มมองหาทางเลือกอื่น ๆ เข้ามาทดแทน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้น จนเป็นที่มาของแนวคิดที่จะเปิดประมูลรอบใหม่อีกครั้ง

เบื้องต้นสมาคมมีเดียฯเริ่มสอบถามไปยังบริษัทวิจัยหลาย ๆ บริษัท เพื่อเสนอแนวคิดการเปิดประมูลผู้จัดทำเรตติ้งใหม่ แต่กลับไม่มีผู้สนใจเข้าร่วมประมูล เพราะการลงทุนด้านการวิจัยที่ค่อนข้างสูง และหลาย ๆ บริษัทยังไม่พร้อมลงทุน ดังนั้นสมาคมมีเดียฯเริ่มศึกษารายละเอียดร่วมกับพีเอสไอ ในการพัฒนาระบบวัดเรตติ้งทีวีดาวเทียมแบบเรียลไทม์

สำหรับความร่วมมือดังกล่าวกับพีเอสไอนั้น สมาคมมีเดียฯได้เจรจากับบริษัท

จีเอฟเค รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยตลาดที่เชี่ยวชาญในการเก็บข้อมูลตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า ตลาดเทคโนโลยี ตลาดโทรคมนาคม เพื่อนำเทคโนโลยีจากบริษัทดังกล่าวเข้ามาร่วมพัฒนาระบบวัดเรตติ้งของพีเอสไอ เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นคือ กล่องดังกล่าวจะส่งข้อมูลการรับชมช่องรายการต่าง ๆ ผ่านซิมการ์ด เมื่อทีวีปิด แต่ระบบไม่ได้ปิด ทำให้ช่องรายการยังค้างอยู่ที่ช่องสุดท้ายของการรับชมในแต่ละครั้ง และยังดำเนินการส่งข้อมูลดังกล่าวไปยังส่วนกลาง

ดังนั้นสิ่งที่ต้องแก้ไขคือ การติดตั้งเครื่องตัดการส่งสัญญาณมาที่ส่วนกลาง เมื่อทีวีปิดระบบจะปิดลงเช่นกัน ซึ่งเป็นการวัดเรตติ้งได้เฉพาะครัวเรือนเท่านั้น เพราะยังไม่สามารถวัดระบบได้ว่าใครคือผู้ชมทีวีในช่องนั้น ๆ คาดว่าจะเสร็จในปีหน้า

แหล่งข่าวยังระบุอีกว่า หลังจากการพัฒนาผลวัดเรตติ้งของพีเอสไอในเฟสแรกเสร็จ จะเริ่มพัฒนาสู่การวัดผลเรตติ้งตามรายบุคคล สร้างทางเลือกให้แก่อุตสาหกรรมมีเดียเอเยนซี่ หวังใช้ข้อมูลอ้างอิงแก่เจ้าของสินค้า เอเยนซี่วางแผนลงโฆษณา

"ผลการวัดเรตติ้งของพีเอสไอ หลัก ๆ ก็รู้แล้วว่ามีผู้ชมมากน้อยแค่ไหน แต่ยังไม่รู้ว่าผู้ชมเป็นกลุ่มไหนในแต่ละช่วงเวลา ขณะที่ช่องทีวีดาวเทียมหรือเคเบิลไม่ค่อยมีปัญหา เพราะค่อนข้างชัดว่าคอนเทนต์แต่ละช่องเจาะกลุ่มผู้ชมกลุ่มไหน"

นายสมพร ธีระโรจนพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ระบบวัดเรตติ้งของพีเอสไอมี 2,000 ตัวอย่างทั่วประเทศ ปัจจุบันได้ร่วมกับสมาคมมีเดียฯ เพื่อสนับสนุนข้อมูลการวัดผลเรตติ้งให้แก่มีเดียเอเยนซี่ในเบื้องต้นแล้ว ขณะที่เฟสต่อไปอยู่ในระหว่างการลงทุนด้านซอฟต์แวร์ เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึก และสามารถวัดผลได้ว่าผู้ชมที่รับชมทีวีในแต่ละช่วงเวลา แต่ละรายการคือใคร เพื่อบาลานซ์ข้อมูลของการวัดเรตติ้งเจ้าเดิม

ประชาชาติธุรกิจ
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1353474589&grpid=&catid=11&subcatid=1100

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.