Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

26 พฤศจิกายน 2555 (เกาะติดประมูล3G)(บทความ) ปิยบุตร แสงกนกกุล เปิดกฎหมายสแกน ปม 3G ( ศาลไม่ใช่ที่ปรึกษากฎหมายไม่ต้องแนะนำต่อท้าย)

ประเด็นหลัก

ผู้ไม่มีส่วนได้เสียไม่มีสิทธิฟ้อง

ทั้งนี้ เขาตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อศาลปกครองไม่รับฟ้องคดีนี้ แต่เหตุใดศาลจึงเขียนกำกับไปในคำสั่งศาลทั้ง 6 คดี โดยข้อความเดียวกันทั้งหมดว่า คนที่จะมีสิทธิฟ้องเกี่ยวกับการประกาศของ กสทช. คือ "ผู้ตรวจการแผ่นดิน"

"เวลาที่เราไปฟ้องศาล ถ้าศาลไม่รับ ก็บอกว่าไม่รับ จบ ศาลไม่ใช่ที่ปรึกษากฎหมาย ไม่ต้องแนะนำต่อท้ายว่า คุณต้องไปร้องผู้ตรวจการ ซึ่งปรากฏว่าคนกลุ่มนี้ไปร้องผู้ตรวจการจริงๆ ผู้ตรวจการก็ไปฟ้องศาลปกครอง แต่ปัญหา คือ กฎหมายผู้ตรวจการระบุว่า ผู้ที่อยู่ภายใต้อำนาจผู้ตรวจการ ได้แก่ ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง สังกัดหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น แต่ กสทช.เป็นหน่วยงานทางปกครองเป็นอิสระ ผู้ตรวจการตรวจสอบไม่ได้"

นายปิยบุตร บอกว่า ประเด็นนี้ ผู้ตรวจการเองก็ทราบดีว่า กสทช. ทั้ง 11 คน ไม่อยู่ภายใต้อำนาจ แต่ผู้ตรวจการเอาคำสั่งศาลที่เขียนแนะไว้ก่อนหน้านี้ว่า สามารถไปร้องผู้ตรวจการได้ไปอ้างในยื่นฟ้องศาลปกครอง

"กฎหมายมันไม่เปิด แต่ผู้ตรวจการไปอ้างศาลที่แนะแนวเอาไว้ แล้วก็เขียนลงไปในคำฟ้องว่าศาลแนะ นอกจากนี้ ผู้ตรวจการพอทราบว่า บอร์ด กสทช. ไม่อยู่ในอำนาจ สำนักงาน กสทช.ก็ไม่อยู่ในอำนาจเช่นกัน ผู้ตรวจการเลยจี้ไปที่เลขาธิการสำนักงาน กสทช. แทน ซึ่งเป็นตัวบุคคล เพราะในอำนาจผู้ตรวจการระบุว่า ต้องฟ้องที่ตัวบุคคล"


ศาลไม่จำเป็นต้องรับคำฟ้องตั้งแต่แรก ควรต้องดูว่าอยู่ในเขตอำนาจศาลหรือไม่ คนที่ฟ้องมีสิทธิฟ้องหรือไม่ รูปแบบการฟ้องถูกต้องไหม ถ้าจบตั้งแต่ตรงนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องไปเปิดกระบวนการพิจารณา ไม่ต้องเปิดไต่สวน แต่ศาลกลับไปเปิดไต่สวน แสดงโดยปริยายว่า ศาลรับเรื่องไปแล้ว

















______________________________________

ปิยบุตร แสงกนกกุล เปิดกฎหมายสแกน 'ปม 3จี'

โดย : เอกรัตน์ สาธุธรรม


แม้ กสทช. จะเป็นอิสระ แต่ความเป็นอิสระก็ไม่ได้หมายความว่าหลุดพ้นจากการควบคุมตรวจสอบ


การประมูล 3จี คลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ผ่านไปกว่าเดือนแล้ว หากแต่กระบวนการยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เอกชนผู้ชนะประมูลยังไม่มีรายใดได้ใบอนุญาต ปัญหาการฟ้องร้องกลายเป็น "เรื่องใหญ่" ที่คณะกรรมการกิจการโทรทัศน์ กิจการกระจายเสียง และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ยังต้องพิสูจน์ถึงความโปร่งใส โดยเฉพาะคำฟ้องของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ยังค้างอยู่ที่ศาลปกครอง


"นายปิยบุตร แสงกนกกุล" อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ในประเด็นความขัดแย้งดังกล่าว โดยยกข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับผู้มีอำนาจฟ้องร้อง กสทช.ที่ถือเป็นองค์กรผู้เชี่ยวชาญอิสระ รวมถึงตั้งข้อสังเกต การทำหน้าที่ของหน่วยงานผู้ตรวจสอบในประเด็นนี้

นายปิยบุตร บอกว่า ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อการประมูลครั้งนี้ มีกลุ่มคนโต้แย้งว่า เงินประมูลน้อยเกินไป การประมูลครั้งนี้ไม่ได้มีการแข่งขัน โดยก่อนประมูลมีคนไปฟ้องศาล 6 คดี แต่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับฟ้องทั้ง 6 คดี เพราะบุคคลที่ไปฟ้องไม่ใช่ผู้มีสิทธิฟ้อง ไม่มีส่วนได้เสียต่อเรื่องที่ไปฟ้อง


แม้จะอ้างว่าเป็นผู้บริโภค แต่ศาลบอกว่ายังเป็นผู้บริโภคไม่ได้ เนื่องจากใบอนุญาตยังไม่ออก กิจการยังไม่เริ่มทำจะมีผู้บริโภคได้อย่างไร ประเด็นยังไกลเกินไป ส่วนการที่คนฟ้องอ้างว่าเป็นคนไทย เป็นเจ้าของคลื่น ก็เป็นการอ้างที่ไกลเกินไปอีก


"ถ้าอ้างว่าเป็นคนไทย ทุกคนที่พกบัตรประชาชนไทยไป 1 ใบ ก็ฟ้องศาลได้หมด ซึ่งเป็นสภาวะที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง"

ผู้ไม่มีส่วนได้เสียไม่มีสิทธิฟ้อง

ทั้งนี้ เขาตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อศาลปกครองไม่รับฟ้องคดีนี้ แต่เหตุใดศาลจึงเขียนกำกับไปในคำสั่งศาลทั้ง 6 คดี โดยข้อความเดียวกันทั้งหมดว่า คนที่จะมีสิทธิฟ้องเกี่ยวกับการประกาศของ กสทช. คือ "ผู้ตรวจการแผ่นดิน"

"เวลาที่เราไปฟ้องศาล ถ้าศาลไม่รับ ก็บอกว่าไม่รับ จบ ศาลไม่ใช่ที่ปรึกษากฎหมาย ไม่ต้องแนะนำต่อท้ายว่า คุณต้องไปร้องผู้ตรวจการ ซึ่งปรากฏว่าคนกลุ่มนี้ไปร้องผู้ตรวจการจริงๆ ผู้ตรวจการก็ไปฟ้องศาลปกครอง แต่ปัญหา คือ กฎหมายผู้ตรวจการระบุว่า ผู้ที่อยู่ภายใต้อำนาจผู้ตรวจการ ได้แก่ ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง สังกัดหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น แต่ กสทช.เป็นหน่วยงานทางปกครองเป็นอิสระ ผู้ตรวจการตรวจสอบไม่ได้"

นายปิยบุตร บอกว่า ประเด็นนี้ ผู้ตรวจการเองก็ทราบดีว่า กสทช. ทั้ง 11 คน ไม่อยู่ภายใต้อำนาจ แต่ผู้ตรวจการเอาคำสั่งศาลที่เขียนแนะไว้ก่อนหน้านี้ว่า สามารถไปร้องผู้ตรวจการได้ไปอ้างในยื่นฟ้องศาลปกครอง

"กฎหมายมันไม่เปิด แต่ผู้ตรวจการไปอ้างศาลที่แนะแนวเอาไว้ แล้วก็เขียนลงไปในคำฟ้องว่าศาลแนะ นอกจากนี้ ผู้ตรวจการพอทราบว่า บอร์ด กสทช. ไม่อยู่ในอำนาจ สำนักงาน กสทช.ก็ไม่อยู่ในอำนาจเช่นกัน ผู้ตรวจการเลยจี้ไปที่เลขาธิการสำนักงาน กสทช. แทน ซึ่งเป็นตัวบุคคล เพราะในอำนาจผู้ตรวจการระบุว่า ต้องฟ้องที่ตัวบุคคล"


ผู้ตรวจการ"ฟ้องไม่ชัดเจน"

ผู้ตรวจการได้ยื่นฟ้องศาล 2 ประเด็น คือ 1. เรื่องการประมูลโดยอ้างว่า เลขาธิการสำนักงาน กสทช. เป็นคนทำ ก็น่าคิดอีกว่าการประมูลครั้งนี้ กสทช. ทั้ง 11 คนทำ หรือสำนักงาน หรือเลขาฯ เป็นคนทำ การประมูลวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมาจัดประมูลโดยอำนาจบอร์ด กทค.ในนาม กสทช. ใช้อำนาจของตัวกรรมการทั้งชุด ทำให้ตัวเลขาฯ ยิ่งไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย ขณะที่อีกเรื่อง คือ ประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ประมูล ที่ออกโดยกสทช.11 คน ยิ่งไม่อยู่ภายใต้อำนาจผู้ตรวจการ

"ผมเห็นว่า ที่ศาลปกครองไปแนะว่า ผู้มีอำนาจฟ้องเพิกถอนประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การประมูลของ กสทช. คือ ผู้ตรวจการ ตรงนี้ถือเป็นส่วนประกอบของคำสั่งศาลปกครอง ไม่ได้เป็นเหตุผลหลัก ไม่ได้เป็นตัวแก่นของคำสั่งศาลปกครอง ดังนั้นไม่ผูกพันคนอื่น ขณะที่เมื่อพิจารณาตัวกฎหมายผู้ตรวจการแผ่นดิน ตัวคำฟ้องเองยอมรับชัดเจนว่า กสทช. ทั้งหมดไม่อยู่ในอำนาจของเขาแต่ขอยืมคำแนะแนวของศาลที่ระบุไว้ก่อนหน้านี้อ้างเพื่อฟ้อง"


ทั้งนี้ เขาเห็นว่า ศาลไม่จำเป็นต้องรับคำฟ้องตั้งแต่แรก ควรต้องดูว่าอยู่ในเขตอำนาจศาลหรือไม่ คนที่ฟ้องมีสิทธิฟ้องหรือไม่ รูปแบบการฟ้องถูกต้องไหม ถ้าจบตั้งแต่ตรงนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องไปเปิดกระบวนการพิจารณา ไม่ต้องเปิดไต่สวน แต่ศาลกลับไปเปิดไต่สวน แสดงโดยปริยายว่า ศาลรับเรื่องไปแล้ว


จุดประเด็น "แทรกแซง"

อย่างไรก็ตาม ศาลปกครองสามารถตรวจสอบได้ แต่ศาลต้องดูว่าคนฟ้องเป็นใคร หากศาลปกครองเห็นว่าการกระทำทางปกครองไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยหลักแล้ว ศาลปกครองจะเพิกถอนการกระทำทางปกครองนั้น แต่ในการควบคุมความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำทางปกครอง มีขอบเขต หรือระดับความเข้มข้นของการควบคุมที่กำกับศาลปกครองไว้อยู่


ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้ศาลปกครองลงไปควบคุมลึกมากจนเกินไป ถึงขนาดลงไปควบคุมความเหมาะสมของการกระทำทางปกครอง เพราะหากศาลตรวจสอบฝ่ายปกครองมาก จนลงไปแทรกแซงการทำงานของฝ่ายปกครอง ก็จะกลายเป็นว่าศาลลงไปทำหน้าที่เสมือนเป็นฝ่ายปกครองเสียเอง


กิจกรรมทางปกครองทั้งหลาย ที่กฎหมายให้อำนาจฝ่ายปกครองกระทำการ เพราะฝ่ายปกครองมีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ ขณะที่โดยธรรมชาติของความเป็นองค์กรตุลาการที่มีบทบาทวินิจฉัยคดี ศาลจึงไม่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องเท่ากับฝ่ายปกครอง

ปัจจุบัน มีภารกิจใหม่ๆ ของฝ่ายปกครองที่ต้องอาศัยความรู้ทางเทคนิคเฉพาะทางมากขึ้น ดังนั้นการควบคุมการกระทำทางปกครองบางประเด็น ศาลต้องเคารพความเชี่ยวชาญของฝ่ายปกครองด้วย

"แม้ กสทช. จะเป็นอิสระ แต่ความเป็นอิสระก็ไม่ได้หมายความว่าหลุดพ้นจากการควบคุมตรวจสอบ ศาลปกครองยังมีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำของ กสทช. แต่ศาลปกครองไม่อาจควบคุมการกระทำของ กสทช. ได้ทุกการกระทำ และไม่อาจควบคุมในระดับเข้มข้นได้เหมือนกับที่ศาลปกครองควบคุมองค์กรเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอื่น"


จะเอาผิด "ฮั้ว" ต้องแก้ก.ม.

นายปิยบุตร บอกด้วยว่า การประมูลเพื่อให้ได้มาซึ่งใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ ไม่อยู่ภายใต้ "กฎหมายฮั้ว" จึงไม่มีทางเป็นความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐได้ ไม่เข้าองค์ประกอบของความผิด และคณะกรรมการ ปปช. ก็ไม่มีอำนาจรับเรื่องไว้พิจารณา เพราะพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) ใช้กับกรณีเสนอราคาเพื่อทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐเท่านั้น ไม่ใช้กับกรณีเสนอราคาเพื่อให้ได้ใบอนุญาต


กฎหมายฮั้วกำหนดให้เป็นความผิดอาญา มีโทษอาญา เมื่อการใช้และการตีความกฎหมายอาญาต้องเป็นไปอย่างเคร่งครัดตามหลัก "ไม่มีความผิด ไม่มีโทษ โดยไม่มีกฎหมายกำหนด" จึงไม่อาจตีความขยายความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ให้รวมไปถึงกรณีเสนอราคาเพื่อให้ได้ใบอนุญาตได้


อย่างไรก็ตาม หากเกิดกังวลใจว่า ต่อไปอาจมีการสมยอมหรือฮั้วประมูลกันเพื่อให้ได้มาซึ่งใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่นั้น และต้องการให้คณะกรรมการ ปปช. เข้ามามีบทบาทตรวจสอบ ก็ต้องไปแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ฮั้ว กำหนดให้นิยามของคำว่า "เสนอราคา" นอกจากจะเป็นการยื่นข้อเสนอเพื่อเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ยังครอบคลุมไปถึงการยื่นข้อเสนอเพื่อให้ได้ใบอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐด้วย


กรุงเทพธุรกิจ
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/it/20121126/479
653/%BB%D4%C2%BA%D8%B5%C3-
%E1%CA%A7%A1%B9%A1%A1%D8%C5-
%E0%BB%D4%B4%A1%AE%CB%C1%D2%C2%CA%E1%A1%B9
-%BB%C1-3%A8%D5.html

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.