Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

28 พฤศจิกายน 2555 (เกาะติดประมูล3G) DSI ชี้ผลสอบเบื้องต้น(จากเอกสาร)ประมูล 3G ไม่พบการฮั้ว (เลยถาม กสทช. อีก 7 ประเด็นอีกครั้ง สป.สรุปผล )

ประเด็นหลัก

นายธาริต กล่าวว่า จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานตามที่ กสทช. ชี้แจง ในเบื้องต้นยังไม่พบการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ตามที่ได้มีการกล่าวอ้าง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ดีเอสไอ จึงได้เชิญเจ้าหน้าที่ของ กสทช. โดยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ การจัดประมูลคลื่นความถี่ โดยมีพนักงานอัยการจากสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นที่ปรึกษามาร่วมด้วยในประเด็นเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ กสทช. ตามที่บัญญัติไว้ตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการ ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 การกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการประมูล วิธีการเสนอราคา ผลของการประมูลราคา โดยเฉพาะประเด็นที่สำคัญ กรณีการกำหนดราคาประมูลเริ่มต้นที่ 4,500 ล้านบาท


อกจากนี้ ดีเอสไอได้ทำหนังสือเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมจากสำนักงาน กสทช.ใน 7 ประเด็น โดยคาดว่าภายใน 2 วันนี้สำนักงาน กสทช.จะส่งเอกสารตอบกลับมาเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งหลังจากที่ดีเอสไอได้ข้อมูลครบถ้วนแล้วเชื่อว่าภายในสัปดาห์หน้าจะสรุปผลสอบสวนทั้งหมดและแจ้งกลับไปยัง กสทช.ได้

________________________________

ดีเอสไอชี้ผลสอบเบื้องต้นประมูล 3G ไม่พบการฮั้ว


ดีเอสไอเผยผลสอบเบื้องต้นการประมูล 3G กสทช.ไม่พบการฮั้ว แต่ขอข้อมูลเพิ่มอีก 7 ประเด็นก่อนสรุปผลส่งให้ กสทช.สัปดาห์หน้า
     
      นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า หลังจากสำนักงาน กสทช.ได้ยื่นเรื่องมาให้ดีเอสไอเป็นผู้ตรวจสอบในประเด็นการออกหลักเกณฑ์ และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่การจัดการประมูลใบอนุญาต (ไลเซนส์) 3G ในย่านความถี่ 2.1GHz ของคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า ขั้นตอนต่างๆ มีการหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) หรือไม่นั้น ผลสรุปเบื้องต้นจากการสอบสวนไม่พบว่าการประมูล 3G มีการกระทำความผิดแต่อย่างใด
     
      ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมาดีเอสไอได้เชิญเจ้าหน้าที่ของ กสทช. โดยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ การจัดประมูลคลื่นความถี่ โดยมีพนักงานอัยการจากสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นที่ปรึกษามาร่วมด้วย ซึ่งเป็นการเข้าชี้แจงเพิ่มเติมในประเด็นเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ กสทช.ตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ พ.ศ. 2553 การกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการประมูล วิธีการเสนอราคา และผลของการประมูลราคา
     
      นอกจากนี้ ดีเอสไอได้ทำหนังสือเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมจากสำนักงาน กสทช.ใน 7 ประเด็น โดยคาดว่าภายใน 2 วันนี้สำนักงาน กสทช.จะส่งเอกสารตอบกลับมาเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งหลังจากที่ดีเอสไอได้ข้อมูลครบถ้วนแล้วเชื่อว่าภายในสัปดาห์หน้าจะสรุปผลสอบสวนทั้งหมดและแจ้งกลับไปยัง กสทช.ได้
     
      ส่วนในประเด็นการกำหนดราคาประมูลเริ่มต้นที่ 4,500 ล้านบาท ในขณะที่ผลการศึกษาของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสนอให้ กสทช.กำหนดราคาประมูลคลื่นความถี่ไว้ที่ 6,440 ล้านบาท และประเด็นมีผู้เสนอราคาเพียง 3 ราย ซึ่งผู้เข้าประมูลที่เสนอราคาสูงสุดเสนอราคาที่ 14,625 ล้านบาท แต่ขณะที่อีก 2 บริษัทเสนอราคาเท่ากันที่ 13,500 ล้านบาท เท่ากับราคาเริ่มต้น ซึ่งจากการชี้แจงปรากฏว่ามีรายละเอียดข้อเท็จจริงและเอกสารที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก ดังนั้นดีเอสไอจำเป็นต้องขอเอกสารเพิ่มเติม
     
      ขณะเดียวกัน นายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ รองผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 2 ในฐานะประธานสอบสวนการประมูล 3G กล่าวว่า ในเอกสารคำถาม 7 ประเด็นที่อธิบดีดีเอสไอลงนามไปยังสำนักงาน กสทช. ประกอบด้วย 1. การประมูลไลเซนส์ 3G ใช้หลักเกณฑ์อะไรที่สามารถชี้ชัดได้ว่าการประมูลไม่ใช่การเสนอราคาทางอิเล็กทรอนิกส์ (อี-ออกชัน) 2. การกำหนดสลอตความถี่ 45MHz ที่กำหนดไว้ 9 สลอต และให้ผู้ที่เข้าประมูลมีสิทธิประมูลได้สูงสุดรายละ 3 สลอตมีหลักเกณฑ์อะไร 3. การคิดราคาเริ่มต้นที่ 4,500 ล้านบาทต่อสลอตตามที่ กสทช.กำหนดไว้ 76% ของมูลค่าคลื่นเต็ม 6,440 ล้านบาทมีความแตกต่างกันอย่างไร
     
      4. การคิดค่าประกันซองที่ 1,350 ล้านบาท หรือเท่ากับ 10% ของจำนวนสลอตสูงสุดที่เข้าประมูลได้ใช้หลักเกณฑ์อะไร เพราะตามระเบียบสำนักนายกฯ กำหนดเงินประกันซองของการจัดซื้อจัดจ้างไว้เพียง 5% การกำหนดมูลค่าที่สูงถือเป็นการกีดกันรายย่อยหรือไม่ 5. ขอให้ กสทช.ส่งรายละเอียดการประมูลทั้งหมด ตั้งแต่การร่างหลักเกณฑ์ วันประมูล ภายหลังการประมูล และ กสทช.ระบุว่ามี 20 บริษัทในประเทศไทยที่สามารถเข้าประมูลได้ ขอให้ กสทช.แจงรายชื่อมาโดยละเอียด 6. การเคาะราคาวิธีการประมูล มีการเปิดประมูล 9 สลอตพร้อมกันของผู้เข้าประมูลทั้ง 3 ราย ถือเป็นการแข่งขันราคาแล้วหรือไม่
     
      และ 7. ทำไมในท้ายที่สุดถึงมีผู้เข้าประมูลเพียง 3 รายเท่านั้น และเมื่อมีผู้เข้าประมูลน้อยราย ทำให้ กสทช.ถึงไม่ใช้ภาคผนวก ข ในการสงวนสิทธิ์ยกเลิกการประมูลไป อย่างไรก็ตาม แม้ดีเอสไอจะได้ข้อมูล รายละเอียดในประเด็นคำถามทั้ง 7 ประเด็นไปบ้างแล้ว แต่ขอให้สำนักงาน กสทช.ส่งเอกสารตอบกลับมาเป็นลายลักษณ์อักษร

ASTV ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/CBiZReview/ViewNews.aspx?NewsID=9550000145304

___________________________________


'ธาริต' ยัน ไม่พบผู้เสนอราคาประมูลคลื่น 3 จี ผิด'พรบ.ฮั้วประมูล'

"ธาริต เพ็งดิษฐ์" อธิบดีดีเอสไอ ยัน ผลตรวจสอบ ไม่พบ ผู้เสนอราคาประมูลคลื่น 3 จี ทั้ง 3 ราย กระทำผิด พ.ร.บ.ฮั้วประมูล แต่ยังขอ กสทช.ส่งหนังสือมายืนยันความถูกต้อง คาดตรวจสอบเสร็จภายในสัปดาห์นี้

วันที่ 28 พ.ย. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เผยผลการตรวจสอบสัมปทาน 3จี  ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งต่อมา กสทช.ได้มีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงถึงการประมูลคลื่นความถี่ ย่าน 2.1 GHz หรือ 3จี เนื่องจากได้มีการร้องขอให้ดีเอสไอ ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. โดยเฉพาะการออกหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ การจัดประมูล โดยมีการหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ตาม พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 หรือไม่ นั้น

นายธาริต กล่าวว่า จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานตามที่ กสทช. ชี้แจง ในเบื้องต้นยังไม่พบการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ตามที่ได้มีการกล่าวอ้าง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ดีเอสไอ จึงได้เชิญเจ้าหน้าที่ของ กสทช. โดยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ การจัดประมูลคลื่นความถี่ โดยมีพนักงานอัยการจากสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นที่ปรึกษามาร่วมด้วยในประเด็นเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ กสทช. ตามที่บัญญัติไว้ตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการ ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 การกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการประมูล วิธีการเสนอราคา ผลของการประมูลราคา โดยเฉพาะประเด็นที่สำคัญ กรณีการกำหนดราคาประมูลเริ่มต้นที่ 4,500 ล้านบาท

ขณะที่ผลการศึกษาของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสนอให้ กสทช. กำหนดราคาประมูลคลื่นความถี่ย่าน 2.1 GHz  ไว้ที่ 6,440 ล้านบาท และประเด็นมีผู้เสนอราคาเพียง 3 ราย ซึ่งผู้เข้าประมูลที่เสนอราคาสูงสุด เสนอราคาที่ 14,625 ล้านบาท ส่วนอีก 2 บริษัท เสนอราคาเท่ากันที่ 13,500 ล้านบาท เท่ากับราคาเริ่มต้น

นายธาริต กล่าวว่า จากการชี้แจงดังกล่าว ปรากฏว่า มีรายละเอียดข้อเท็จจริง และเอกสารที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อให้เกิดความชัดเจน ดีเอสไอ จึงได้มีหนังสือถึง กสทช. เพื่อให้ชี้แจง มาเป็นหนังสือในประเด็นดังกล่าว พร้อมขอให้ส่งเอกสารหลักฐานมาประกอบการพิจารณาด้วย คาดว่า การตรวจสอบจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ แล้วกรมสอบสวนคดีพิเศษจะได้แจ้งผลกลับไปยัง กสทช. อย่างเป็นทางการต่อไป

"กรณี 3 จี เราทำหน้าที่ตรวจสอบความผิดในการเสนอราคาของภาครัฐ ซึ่งเท่าที่มีการสอบสวนมาก็ไม่พบการกระทำความผิดตามกฎหมายฮั้วประมูล" นายธาริต กล่าว

ส่วนกรณีที่มีการยกเลิกสัญญา 3จี 7,000 ล้านบาท จากผู้ประกอบการในต่างประเทศ แล้วมาให้ ฮัทช์ ดำเนินการในราคา 6,000 ล้านบาทนั้น นายธาริต ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานของดีเอสไอ

“หากจะมีหน่วยงานใดว่าการตรวจสอบไม่ถูกต้อง ผมเชื่อว่า กสทช.ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐคงไม่เอาเรื่องเท็จมาให้ดีเอสไอตรวจสอบ หน่วยอื่นจะเห็นต่างก็แล้วแต่ สำหรับดีเอสไอไม่พบว่ามีมูลความผิด” นายธาริต กล่าว.


ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/pol/309474

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.