Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

30 พฤศจิกายน 2555 GRAMMY พร้อมลุย Pay TV บันเทิง-กีฬา 14 ช่อง ใน 3 ธ.ค. 200 ถึง 450 บาทต่อเดือน

ประเด็นหลัก

การให้บริการแบบเสียค่ารับชมแบบจ่ายล่วงหน้า (Prepaid Pay TV) นี้ สมาชิกสามารถซื้อบัตรเติมเงินได้จากร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ ด้วย 2 แพคเกจ คือ Entertainment เพคเกจ ในราคา 200 บาทต่อเดือน และ Sport แพคเกจ ในราคา 300 บาทต่อเดือน หรือท่านที่ต้องการรับชมทั้งสาระบันเทิงและกีฬาก็มี Combo แพคเกจ ในราคาเพียง 450 บาทเท่านั้น

Pay Channels จำนวน 11 ช่อง ประกอบด้วย
-    Warner TV
-    Nat Geo Adventure
-    Nick Junior
-    GMM Club Channel
-    GMM Sport ONE
-    GMM Movie Channel
-    GMM Football Extra
-    Euro Sport (SD)
-    Euro Sport (HD)
-    GMM Sport Two (SD)
-    GMM Sport Two (HD)


นับเป็นช่องสาระบันเทิง จำนวน 5 ช่อง ที่สามารถรับชมได้ทุกเพศทุกวัย และช่องกีฬา จำนวน 6 ช่อง ซึ่งทุกคนจะได้รับชมลีกฟุตบอลระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Bundesliga (เยอรมัน)  Ligue 1 (ฝรั่งเศส) J.League (ญี่ปุ่น) nPower Championships (อังกฤษ) Argentina League (อาร์เจนติน่า) และ  Football Brasil (บราซิล)  โดยทั้ง 11 ช่องนี้เป็นการซื้อลิขสิทธิ์มาจากผู้ออกอากาศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
Free to box จำนวน 3 ช่อง ประกอบด้วย
-    GMM Theater
-    Nat GEO Wild (SD & HD)
-    GMM Sport Extra


_______________________________________




GRAMMY พร้อมลุย Pay TV บันเทิง-กีฬา 14 ช่องรายการ ไลเซ่นส์มีผล 3 ธ.ค.

นายธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานบรอดแคสติ้ง บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่(GRAMMY)เปิดเผยว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) มีมติพิจารณาใบอนุญาตฯ ให้กับจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำนวน  4 ช่อง และจีเอ็มเอ็ม บี จำนวน 10 ช่อง รวมเป็น 14 ช่องรายการ ซึ่ง 14 ช่องแบ่งเป็น Pay Channels จำนวน 11 ช่อง และเป็น Free to Box จำนวน 3 ช่อง โดยจะมีผลบังคับใช้ 3 ธันวาคมนี้ นับเป็นการออกใบอนุญาตรอบแรกของประเทศไทย



"หลังจากได้รับใบอนุญาตฯอย่างเป็นทางการจาก กสทช. แล้ว จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จะเริ่มเดินหน้าธุรกิจ Pay TV ทันที เพราะบริษัทฯได้เตรียมความพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว"นายธนา กล่าว

การให้บริการแบบเสียค่ารับชมแบบจ่ายล่วงหน้า (Prepaid Pay TV) นี้ สมาชิกสามารถซื้อบัตรเติมเงินได้จากร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ ด้วย 2 แพคเกจ คือ Entertainment เพคเกจ ในราคา 200 บาทต่อเดือน และ Sport แพคเกจ ในราคา 300 บาทต่อเดือน หรือท่านที่ต้องการรับชมทั้งสาระบันเทิงและกีฬาก็มี Combo แพคเกจ ในราคาเพียง 450 บาทเท่านั้น

ทั้งนี้  Pay Channels จำนวน 11 ช่อง ประกอบด้วย Warner TV, Nat Geo Adventure, Nick Junior, GMM Club Channel, GMM Sport ONE, GMM Movie Channel, GMM Football Extra, Euro Sport(SD), Euro Sport(HD), GMM Sport Two(SD), GMM Sport Two(HD)

เป็นช่องสาระบันเทิง จำนวน 5 ช่อง ที่สามารถรับชมได้ทุกเพศทุกวัย และช่องกีฬา จำนวน 6 ช่อง ซึ่งจะได้รับชมลีกฟุตบอลระดับโลก ทั้ง Bundesliga(เยอรมัน) Ligue 1(ฝรั่งเศส) J.League (ญี่ปุ่น) nPower Championships (อังกฤษ) Argentina League (อาร์เจนติน่า) และ  Football Brasil (บราซิล) โดยทั้ง 11 ช่องนี้เป็นการซื้อลิขสิทธิ์มาจากผู้ออกอากาศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ส่วน Free to box จำนวน 3 ช่อง ประกอบด้วย  GMM Theater ,  Nat GEO Wild (SD & HD) และ  GMM Sport Extra ซึ่งทุกคนสามารถรับชมได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย โดยจะสามารถรับชมได้จากกล่อง GMM Z เท่านั้น

ขณะที่ นายฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แซท จำกัด กล่าวว่า ด้วยฐานผู้ชมโทรทัศน์ดาวเทียมจากยอดขายกล่อง GMM Z ประมาณหนึ่งล้านกล่องใน 9 เดือนที่ผ่านมา ทำให้จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มั่นใจว่าในปี 2556 บริษัทฯจะมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง และสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจบรอดแคสติ้งได้อย่างมีนัยสำคัญ

อินโฟเควสท์
http://www.ryt9.com/s/iq05/1541306

______________________________________


จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ พร้อมลุย Pay TVเตรียมตัวรับใบอนุญาต 14 ช่องรายการ


นายธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานบรอดแคสติ้ง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “กสทช. มีมติพิจารณาใบอนุญาตฯ ให้กับจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำนวน  4 ช่อง

และจีเอ็มเอ็ม บี จำนวน 10 ช่อง รวมเป็น 14 ช่องรายการ ซึ่ง 14 ช่องรายนี้ แบ่งเป็น Pay Channels จำนวน 11 ช่อง และเป็น Free to Box จำนวน 3 ช่อง โดยจะมีผลบังคับใช้ 3 ธันวาคมนี้ นับเป็นการออกใบอนุญาตรอบแรกของประเทศไทย”

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. มีมติพิจารณาใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์เพื่อให้บริการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ แบบบอกรับสมาชิก โดยใช้ระบบและวิธีการให้บริการผ่านดาวเทียมแบบบอกรับสมาชิก ตามประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการให้บริการกระจายเสียง หรือโทรทัศน์ พ.ศ.2555 ให้กับ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำนวน 14 ช่องรายการ ตามรายละเอียด ดังนี้

Pay Channels จำนวน 11 ช่อง ประกอบด้วย
-    Warner TV
-    Nat Geo Adventure
-    Nick Junior
-    GMM Club Channel
-    GMM Sport ONE
-    GMM Movie Channel
-    GMM Football Extra
-    Euro Sport (SD)
-    Euro Sport (HD)
-    GMM Sport Two (SD)
-    GMM Sport Two (HD)


นับเป็นช่องสาระบันเทิง จำนวน 5 ช่อง ที่สามารถรับชมได้ทุกเพศทุกวัย และช่องกีฬา จำนวน 6 ช่อง ซึ่งทุกคนจะได้รับชมลีกฟุตบอลระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Bundesliga (เยอรมัน)  Ligue 1 (ฝรั่งเศส) J.League (ญี่ปุ่น) nPower Championships (อังกฤษ) Argentina League (อาร์เจนติน่า) และ  Football Brasil (บราซิล)  โดยทั้ง 11 ช่องนี้เป็นการซื้อลิขสิทธิ์มาจากผู้ออกอากาศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
Free to box จำนวน 3 ช่อง ประกอบด้วย
-    GMM Theater
-    Nat GEO Wild (SD & HD)
-    GMM Sport Extra
ซึ่งทุกคนสามารถรับชมได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย โดยจะสามารถรับชมได้จากกล่อง GMM Z เท่านั้น
“หลังจากได้รับใบอนุญาตฯอย่างเป็นทางการจาก กสทช. แล้ว จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จะเริ่มเดินหน้าธุรกิจ Pay TV ทันที เพราะบริษัทฯได้เตรียมความพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว โดยการให้บริการแบบเสียงค่ารับชมแบบจ่ายล่วงหน้า (Prepaid Pay TV) นี้ สมาชิกสามารถซื้อบัตรเติมเงินได้จากร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ ด้วย 2 แพคเกจ คือ Entertainment เพคเกจ ในราคา 200 บาทต่อเดือน และ Sport แพคเกจ ในราคา 300 บาทต่อเดือน หรือท่านที่ต้องการรับชมทั้งสาระบันเทิง และกีฬา ก็มี Combo แพคเกจ ในราคาเพียง 450 บาทเท่านั้น” นายธนา กล่าว

ในขณะที่ นายฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แซท จำกัด กล่าวว่าทิ้งท้ายอีกว่า “ด้วยฐานผู้ชมโทรทัศน์ดาวเทียมที่ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มี จากยอดขายกล่อง GMM Z ประมาณหนึ่งล้านกล่องใน 9 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มั่นใจว่าในปี 2556 บริษัทฯจะมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง และสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจบรอดแคสติ้งได้อย่างมีนัยสำคัญ”

ฐานเศรษฐกิจ
http://www.thanonline.com/index.php?
option=com_content&view=article&id=157095:----pay-tv-14-
&catid=176:2009-06-25-09-26-02&Itemid=524

_________________________________


แกรมมี่ปั้น"จีเอ็มเอ็มวัน"เทียบฟรีทีวี ส่งคอนเทนต์"วาไรตี้บันเทิง"เรียกเม็ดเงินโฆษณา

นายเดียว วรตั้งตระกูล กรรมการผู้จัดการสายงาน Platform Strategy บริษัท จีเอ็มเอ็ม แซท จำกัด กล่าวว่า ได้เปิดตัวช่องใหม่ "จีเอ็มเอ็ม วัน" อย่างเป็นทางการในต้นปีหน้า ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการทดลองออกอากาศภายในกล่องรับสัญญาณจีเอ็มเอ็ม แซท ก่อนที่จะขยายออกไปในทุกช่องทางการรับชมโดยช่องดังกล่าวถือเป็นช่องฟรีทีวี ของแกรมมี่ ที่รองรับคอนเทนต์ใหม่ทั้งหมด เช่น ซีรีส์หนังดัง ซิตคอมตอนใหม่เรื่อง "เป็นต่อ" ถือเป็นช่องวาไรตี้ที่จะมีคอนเทนต์ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ภายใต้แนวคิด "Fresh and forever" หมายถึง การผสมผสานระหว่างคอนเทนต์ใหม่และคอนเทนต์เก่าที่มีคุณภาพเข้าด้วยได้ เพื่อฉีกการนำเสนอรูปแบบเดิมของช่องทีวีดาวเทียมปัจจุบันที่นิยมนำคอนเทนต์ เก่ามารีรัน ซึ่งช่องจีเอ็มเอ็ม วันจะสะท้อนความเป็นตัวตนของแกรมมี่อย่างชัดเจน และคาดว่าอนาคตจะสร้างรายได้สำคัญให้แก่แกรมมี่ด้วย

"จีเอ็มเอ็ม วัน เป็นพระเอกคนใหม่ของจีเอ็มเอ็ม แซท ที่รองรับคอนเทนต์ใหม่ที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับฟรีทีวี โดยคอนเทนต์ส่วนใหญ่ที่นำเสนอผ่านช่องนี้จะเป็นคอนเทนต์ที่ติดตลาดอยู่แล้ว เรียกได้ว่าเป็นการต่อยอดฐานความสำเร็จเดิมให้เกิดขึ้นแก่แพลตฟอร์มจีเอ็ม เอ็ม แซท"



นอกจากนี้ เตรียมจะนำช่องรายการดังกล่าวขยายสู่ช่องการหารายได้ใหม่ ๆ ที่ทางคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะเปิดให้บริการ ซึ่งหาก กสทช.เปิดให้ประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัล แกรมมี่ก็พร้อมจะเข้าร่วมประมูล และหากประมูลได้ จะนำช่องจีเอ็มเอ็ม วัน ไปออกอากาศในรูปแบบทีวีดิจิทัล

ปัจจุบันแกรมมี่แบ่งคอนเทนต์ออกเป็น 2 ส่วน คือ ช่องฟรีทูแอร์ และเพย์ทีวี ในส่วนของฟรีทูแอร์ มีทั้งสิ้น 12 ช่อง แบ่งออกเป็น 3 เฟส คือ เฟสแรกประกอบด้วย 4 ช่องหลัก แอค แชนแนล กรีน แชนแนล แฟนทีวี และแบง แชนแนล ซึ่งช่องในเฟสแรกถือว่ามีกำไรและสร้างรายได้ให้แก่ตัวเองได้แล้ว

ส่วน เฟสที่ 2 ประกอบด้วย เจเคเอ็น แชนแนล, แม็กซี่ ทีวี, เพลย์ แชนแนล และสาระแน โดย 4 ช่องนี้เริ่มที่จะดูแลตัวเองได้ แต่ก็อยู่ในสถานการณ์การแข่งขันที่รุนแรง เพราะเปิดตัวในช่วงที่ตลาดทีวีดาวเทียมแข่งขันสูง และเซ็กเมนต์ของช่องทีวีในตลาดเริ่มแคบลง และเฟส 3 ประกอบด้วย โอช็อปปิ้ง และจีเอ็มเอ็มมิวสิก ซึ่งมีแนวโน้มที่ดี

สำหรับเป้าหมายสู่การเป็น โทรทัศน์บอกรับสมาชิกหรือเพย์ทีวีนั้น เตรียมช่องไว้ทั้งหมด 14 ช่อง แบ่งช่องไฮเดฟินิชั่น (HD) 3 ช่อง และสแตนดาร์ด (SD) 11 ช่อง ได้แก่ 3 ช่องเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับกล่องจีเอ็มเอ็ม แซท ได้แก่ จีเอ็มเอ็ม เธียเตอร์ แนท จีโอ ไวลด์ และจีเอ็มเอ็ม สปอร์ตเอ็กซ์ตร้า และ 8 ช่องสำหรับเพย์ทีวี แบ่งเป็น 2 แพ็กเกจ คือ แพ็กเกจบันเทิง 4 ช่อง เช่น ช่องภาพยนตร์จากวอร์เนอร์ ฟ็อกซ์ สารคดี และรายการเด็ก และแพ็กเกจกีฬา 4 ช่อง

"ความ พร้อมของช่องเพย์ทีวีนั้น อยู่ในระหว่างเตรียมความพร้อมของระบบหลังบ้าน เช่น คอลเซ็นเตอร์ และการทดลองออกอากาศช่องรายการทั้งหมดให้ผู้ชมฟรีผ่านกล่องจีเอ็มเอ็ม แซท และทันทีที่ได้ใบอนุญาตเพย์ทีวี พร้อมเดินหน้าทันที"

นายเดียวกล่าวต่อว่า คาดว่าใบอนุญาตเพย์ทีวีจะสามารถออกได้ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งถ้าต้องการให้เกิดการควบคุมดูแลกันได้ก็ต้องเปิดประตู เพื่อให้ผู้ประกอบการเดินเข้าไปอยู่ในกรอบ นั่นก็หมายถึงการให้ใบอนุญาตเพย์ทีวี ซึ่งเราก็พร้อมที่จะเข้าสู่กรอบ แต่ กสทช.ต้องเร็ว เพราะเทคโนโลยีเดินหน้าทุกวัน"

อย่างไรก็ตาม วันนี้ตลาดทีวีดาวเทียมเดินมาถึงช่วงพีกที่สุด เอเยนซี่ ผู้วางแผนสื่อโฆษณาต่าง ๆ เริ่มให้ความสนใจและยอมรับ บวกกับฐานผู้ชมขยายออกไปประมาณ 80% หรือคิดเป็น 17.5 ครัวเรือน จากจำนวนทั้งหมด 22 ล้านครัวเรือนที่รับชมโทรทัศน์ในประเทศไทย ส่งผลให้เม็ดเงินโฆษณาของช่องทีวีดาวเทียมขยายตัวขึ้นเช่นกัน

"ปัจจุบัน เม็ดเงินโฆษณาของทีวีดาวเทียมเริ่มไต่จากหลักพันสู่หลักหมื่น และไม่นานก็จะไต่ที่หลักแสน เทียบเท่ากับช่องฟรีทีวีที่เป็นอยู่ในปัจจุบันเช่นกัน"


ประชาชาติธุรกิจ
http://www.prachachat.net/news_detail.php?
newsid=1354198038&grpid=00&catid=11&subcatid=1100

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.