Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

31 ตุลาคม 2555 (เกาะติดประมูลDigital TV-Radio)รองานวิจัยจุฬาก่อนประมูล//หมวดชุมชนปลายปี 2555//ละครแรงเงาไม่ได้ผิดต่อกฎด้านเนื้อหา

ประเด็นหลัก

เมื่อวันที่ 1 พ.ย. พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และรองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. กล่าวว่า ความคืบหน้าของการเปลี่ยนผ่านไปสู่ทีวีดิจิตอล ภายหลังได้ประกาศประเภทจำนวนช่องที่จะใช้ในทีวีดิจิตอลออกมาแล้ว ประกอบด้วยช่องบริการสาธารณะ 12 ช่อง บริการชุมชน รวมทั้งช่องบริการธุรกิจที่ให้เผยแพร่รายการเป็นการทั่วไปแบบปกติ 20 ช่อง และในแบบความคมชัดคุณภาพสูง รายการคมชัดสูง หรือไฮเดฟิเนชั่น 4 ช่อง

ขณะที่ขั้นตอนต่อไปจะออกหลักเกณฑ์การกระประมูล ส่วนราคาตั้งต้นการประมูลช่องรายการของทีวีดิจิตอลช่องบริการธุรกิจอยู่ระหว่างให้คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และไอทียู จัดทำมาให้ โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนช่วงเดือน ธ.ค.2555 จากนั้นจะให้ใบอนุญาตผู้ประกอบการ และจัดสรรช่องรายการในหมวดบริการสาธารณะ ในเดือน ม.ค.2556 การเปิดประมูลช่องบริการในหมวดธุรกิจราวช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. และการจัดสรรช่องบริการในหมวดชุมชนในช่วงปลายปี 2555

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงช่องรายการอาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งจะพิจารณาจากการทดลองออกอากาศทีวีดิจิตอลในเร็วๆ นี้ แต่เบื้องต้นเห็นว่าการกำหนดช่องรายการเช่นนี้ถือว่าถูกต้องตามหลักทฤษฎีแล้ว และคิดว่าไม่น่าจะเกิดความวุ่นวายเหมือนการประมูลใบอนุญาต หรือไลเซ่นส์ 3จี คลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เนื่องจากการประมูลมีความแตกต่างกัน โดยมองว่าการประมูลช่องทีวีดิจิตอลมีประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้าง ประชาชนได้ประโยชน์มากกว่านำเงินส่งเข้ารัฐเหมือน 3จี อีกทั้งยังแสดงจุดยืนชัดเจนมาตั้งแต่ต้นว่าไม่หวังเงินประมูล แต่ต้องการคนมีศักยภาพเข้ามาประมูลเพื่อให้บริการที่ดีแก่ประชาชน



พ.อ.ดร.นที กล่าวต่อว่า  สำหรับประกาศดังกล่าวครอบคลุมผู้ใช้บริการทั้งเด็ก เยาวชน และผู้ด้อยโอกาส ซึ่งช่วยส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของประชาชนต่อการรับชมรายการโทรทัศน์ และเพื่อให้ผู้ประกอบการได้กำหนดลักษณะรายการ สัดส่วนรายการ และกระบวนการพิจารณาผังรายการ ทั้งบริการสาธารณะ บริการชุมชน และบริการธุรกิจ ที่กำหนดไว้ว่าหากมีการปรับเปลี่ยนผังรายการ ต้องนำแผนส่งกสท.ภายใน 90 วัน



พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกสทช.ในฐานะประธาน กสท. เปิดเผยว่า ประกาศ 3 ฉบับเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์แบบกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ อาทิ เคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียม คาดว่าจะเร่งออกใบอนุญาตฯ ล็อตแรกได้ภายในเดือน พ.ย. 55 โดยเบื้องต้นผู้ประกอบการเคเบิลทั้งหมดจำนวน 900 โครงข่ายและมีผู้ให้บริการ 500 ราย ส่วนทีวีดาวเทียม มีช่องรายการ 500 ราย และมีโครงข่ายจำนวน 10 -20 ราย

สำหรับผู้ประกอบการกลุ่มเคเบิล และทีวีดาวเทียม เป็นรายแรกที่ได้รับใบประกอบอนุญาต โดยใบอนุญาตช่องรายการ ได้รับใบอนุญาต 1 ปี แต่หากไม่มีการกระทำความผิด กสท.ก็ออกใบอนุญาตระยะเวลาอีก 14 ปี ส่วนใบอนุญาตโครงข่ายให้ระยะเวลา 15 ปี เพื่อให้ผู้ประกอบการได้มีโอกาสพัฒนาโครงข่ายต่อไป

พ.อ.ดร.นที ระบุต่อว่า กระบวนการในวันที่ 2 – 3 พ.ย. 55 กสท. จัดการสาธิตและปฏิบัติการให้ผู้ประกอบเคเบิลดาวเทียม ทีวีดาวเทียม ที่ต้องการยื่นใบอนุญาตประกอบกิจการ หรือต้องการ ซักถามข้อสงสัยเอกสารต่างๆ ซึ่งได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกจำนวน 15 บูธ  เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ





























__________________________________________


กสทช. ย้ำประมูลไลเซ่นส์ทีวีดิจิตอล เพื่อปชช.-ปัดสอบแรงเงา

“นที ศุกลรัตน์” เดินหน้าประมูลไลเซ่นส์ทีวีดิจิตอล ชี้ประโยชน์แตกต่างจากประมูล 3จี ยันทำเพื่อประโยชน์ประชาชน ยังไม่หยิบละครแรงเงาวิพากษ์ หลังมีกระแสวิจารณ์รุนแรง...

เมื่อวันที่ 1 พ.ย. พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และรองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. กล่าวว่า ความคืบหน้าของการเปลี่ยนผ่านไปสู่ทีวีดิจิตอล ภายหลังได้ประกาศประเภทจำนวนช่องที่จะใช้ในทีวีดิจิตอลออกมาแล้ว ประกอบด้วยช่องบริการสาธารณะ 12 ช่อง บริการชุมชน รวมทั้งช่องบริการธุรกิจที่ให้เผยแพร่รายการเป็นการทั่วไปแบบปกติ 20 ช่อง และในแบบความคมชัดคุณภาพสูง รายการคมชัดสูง หรือไฮเดฟิเนชั่น 4 ช่อง

ขณะที่ขั้นตอนต่อไปจะออกหลักเกณฑ์การกระประมูล ส่วนราคาตั้งต้นการประมูลช่องรายการของทีวีดิจิตอลช่องบริการธุรกิจอยู่ระหว่างให้คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และไอทียู จัดทำมาให้ โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนช่วงเดือน ธ.ค.2555 จากนั้นจะให้ใบอนุญาตผู้ประกอบการ และจัดสรรช่องรายการในหมวดบริการสาธารณะ ในเดือน ม.ค.2556 การเปิดประมูลช่องบริการในหมวดธุรกิจราวช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. และการจัดสรรช่องบริการในหมวดชุมชนในช่วงปลายปี 2555

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงช่องรายการอาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งจะพิจารณาจากการทดลองออกอากาศทีวีดิจิตอลในเร็วๆ นี้ แต่เบื้องต้นเห็นว่าการกำหนดช่องรายการเช่นนี้ถือว่าถูกต้องตามหลักทฤษฎีแล้ว และคิดว่าไม่น่าจะเกิดความวุ่นวายเหมือนการประมูลใบอนุญาต หรือไลเซ่นส์ 3จี คลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เนื่องจากการประมูลมีความแตกต่างกัน โดยมองว่าการประมูลช่องทีวีดิจิตอลมีประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้าง ประชาชนได้ประโยชน์มากกว่านำเงินส่งเข้ารัฐเหมือน 3จี อีกทั้งยังแสดงจุดยืนชัดเจนมาตั้งแต่ต้นว่าไม่หวังเงินประมูล แต่ต้องการคนมีศักยภาพเข้ามาประมูลเพื่อให้บริการที่ดีแก่ประชาชน

ต่อข้อถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาละครเรื่องแรงเงาที่มีความรุนแรงนั้น พ.อ.นที กล่าวว่า ยังไม่มีแนวความคิดที่จะพิจารณาเนื้อหาของละครดังกล่าว เนื่องจากเบื้องต้นละครแรงเงาไม่ได้ผิดต่อกฎด้านเนื้อหาของ กสทช. และช่วงเวลาไปจนถึงเรตติ้งออกอากาศก็สามารถทำได้ตามช่วงเวลา ขณะที่ กระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นเพียงแค่ความเห็นส่วนบุคคลเท่านั้น

ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/tech/302951

_________________________________


กสท.ซ้อมความเข้าใจผู้ประกอบการเคเบิล – ทีวีดาวเทียม


กสท. ซ้อมความเข้าใจประกาศ 3 ฉบับ ให้กับผู้ประกอบการเคเบิลทีวี-ทีวีดาวเทียม และเตรียมออกใบอนุญาตครั้งแรกในประเทศ
วันนี้ (1 พ.ย. ) ที่โรงแรม เซ็นจูรี่ พาร์ค คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ได้เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อทำความเข้าใจต่อ ประกาศ กสทช. ที่เกี่ยวกับการออกใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ 3 ฉบับ ได้แก่ 1. การให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ 2 .  การให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ และ 3.การให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกระจายเสียงหรือโทรทัศน์

พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกสทช.ในฐานะประธาน กสท. เปิดเผยว่า ประกาศ 3 ฉบับเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์แบบกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ อาทิ เคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียม คาดว่าจะเร่งออกใบอนุญาตฯ ล็อตแรกได้ภายในเดือน พ.ย. 55 โดยเบื้องต้นผู้ประกอบการเคเบิลทั้งหมดจำนวน 900 โครงข่ายและมีผู้ให้บริการ 500 ราย ส่วนทีวีดาวเทียม มีช่องรายการ 500 ราย และมีโครงข่ายจำนวน 10 -20 ราย

สำหรับผู้ประกอบการกลุ่มเคเบิล และทีวีดาวเทียม เป็นรายแรกที่ได้รับใบประกอบอนุญาต โดยใบอนุญาตช่องรายการ ได้รับใบอนุญาต 1 ปี แต่หากไม่มีการกระทำความผิด กสท.ก็ออกใบอนุญาตระยะเวลาอีก 14 ปี ส่วนใบอนุญาตโครงข่ายให้ระยะเวลา 15 ปี เพื่อให้ผู้ประกอบการได้มีโอกาสพัฒนาโครงข่ายต่อไป

พ.อ.ดร.นที ระบุต่อว่า กระบวนการในวันที่ 2 – 3 พ.ย. 55 กสท. จัดการสาธิตและปฏิบัติการให้ผู้ประกอบเคเบิลดาวเทียม ทีวีดาวเทียม ที่ต้องการยื่นใบอนุญาตประกอบกิจการ หรือต้องการ ซักถามข้อสงสัยเอกสารต่างๆ ซึ่งได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกจำนวน 15 บูธ  เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ

“อย่างไรก็ตามหลังจาก 2 วัน นี้ผู้ประกอบการสามารถเข้ามาขอยื่นเอกสารเพื่อประกอบกิจการได้ตลอดที่สำนักงานกสทช. ส่วนผู้ประกอบการฟรีทีวีต้องไม่เกี่ยวข้องกับสัญญาสัมปทานเดิม แต่หากต้องการมายื่นขอ ก็ต้องเป็นธุรกิจใหม่เท่านั้น ” พ.อ.ดร.นที กล่าว



เดลินิวส์
http://www.dailynews.co.th/technology/164269

_________________________________


กสท.เดินหน้าประชาพิจารณ์แผนผังรายการทีวี


กสท. เปิดเวทีประชาพิจารณ์ 3 ฉบับ เพื่อใช้ดูแลกิจการโทรทัศน์ ส่วนกรณีละคร “แรงเงา” กสท.ยังไม่หยิบมาพิจารณา เพราะทำทุกอย่างถูกต้อง
วันนี้ (1 พ.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.)  เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อร่างประกาศ กสทช. จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ 1 เรื่องการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม 2. หลักเกณฑ์การจักทำผังรายการสำหรับการให้บริการกระจายเสียง หรือโทรทัศน์ และ 3 .หลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป   เพื่อนำข้อมูลที่ได้จากการแสดงความคิดเห็นนำไปรวบรวม แก้ไข ปรับปรุง นำเสนอบอร์ด กสท. และกสทช.เพื่อเตรียมขอความเห็นชอบลงประกาศราชกิจจานุเบกษาตามลำดับ

พ.อ.ดร.นที กล่าวต่อว่า  สำหรับประกาศดังกล่าวครอบคลุมผู้ใช้บริการทั้งเด็ก เยาวชน และผู้ด้อยโอกาส ซึ่งช่วยส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของประชาชนต่อการรับชมรายการโทรทัศน์ และเพื่อให้ผู้ประกอบการได้กำหนดลักษณะรายการ สัดส่วนรายการ และกระบวนการพิจารณาผังรายการ ทั้งบริการสาธารณะ บริการชุมชน และบริการธุรกิจ ที่กำหนดไว้ว่าหากมีการปรับเปลี่ยนผังรายการ ต้องนำแผนส่งกสท.ภายใน 90 วัน

ส่วนกรณีกระแสละคร “แรงเงา” ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ทีวิพากษ์วิจารณ์เรื่องเนื้อรุนแรงและไม่เหมาะสมนั้น กสท. ยังไม่มีแนวความคิดที่หยิบมาพิจารณา เนื่องจากในเบื้องต้นละครแรงเงาไม่ได้ผิดต่อกฎด้านเนื้อหาของ กสทช. และช่วงเวลาไปจนถึงเรตติ้งออกอากาศก็สามารถทำได้ตามช่วงเวลา  อีกทั้งกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเนื้อหารุนแรงเป็นเพียงแค่ความเห็นส่วนบุคคลเท่านั้น

ด้านนายชาญชัย วิกรวงวานิชย์ เครือข่ายครอบครัวเฝ้าระวังสื่อ  ระบุว่า ร่างประกาศได้กำหนดให้มีเวลาออกอากาศรายการที่มีเนื้อหาสร้างสรรค์ หรือรายการสำหรับเด็กและเยาวชนวันจันทร์ ถึง ศุกร์  ช่วงเวลา 16.00 – 18.00 น. และวันเสาร์ และอาทิตย์ ช่วงเวลา 07.00-9.00 น. โดยเห็นว่าร่างประกาศนี้ ควรครอบคลุมช่วงเวลา  16.00 – 18.00 น. ในวันเสาร์และอาทิตย์ ด้วย

นอกจากนี้ร่างควรกำหนดเนื้อหาต้องทำให้ชัดเจน ได้แก่ ก่อนเวลา 20.30 น.กำหนด น13 เหมาะสำหรับผู้ที่อายุ 13 ปีขึ้นไป ,ก่อนเวลา 22.00 น. กำหนด น18 ผู้ชมที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป  และหลัง 24.00 น.กำหนด ฉ เป็นรายการเฉพาะไม่เหมาะสำหรับเด็กและเยาวชน  เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน ซึ่งการที่ กสท . ออกร่างหลักเกณฑ์มาเป็นเรื่องที่ดีแล้ว.

เดลินิวส์
http://www.dailynews.co.th/technology/164197

_______________________________________


กสท.(กสทช.) คาดเปิดประมูลฯ ทีวีดิจิตอล มี.ค.56 :ระยะเปลี่ยนผ่าน5ปี



ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลเตรียมตัวให้พร้อม กสท.ออกมายืนยันการเปิดดประมูลใบอนุญาตใน มี.ค. 2556 ขณะนี้รอคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ และ ITU ประเมินหลักเกณฑ์ และราคาเริ่มต้นประมูล เท่านั้น

ความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างหลักเกณฑ์เกี่ยวกีบการประมูลและการศึกษาราคาตั้งต้นที่จะใช้ในการประมูลคลื่นความถี่ใบอนุญาตการประกอบกิจการโทรทัศน์ระบบดิจิตอล จากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ITU คาดการณ์ว่าจะมี ความชัดเจนประมาณ ธ.ค.2555 พร้อมทั้งเชื่อว่าจะไม่เกิดปัญหาในการการเปิดประมูลใบอนุญาตฯการประกอบกิจการเกี่ยวกับโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ในช่วงการเปิดประมูลเดือน มี.ค. 2556




พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า หลังจากประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการรับส่งสัญญาณโทรทัศน์จากระบบอนาล็อกไปสู่การส่งสัญญาณในระบบดิจิตอล จะทำให้ ประเทศไทยมีสถานีโทรทัศน์มีจำนวนช่องเพิ่มขึ้น และประสิทธิภาพดีขึ้น โดยฟรีทีวีเพิ่มขึ้น จากเดิมที่มีอยู่จำนวน 6 ช่อง คือ ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 9 ช่อง 11 และ ช่อง TPBS เป็น 48 ช่อง สัญญาณภาพ และเสียงมีความคมชัดมากยิ่งขึ้น และ มีความเสถียรของสัญญาณทั้งช่องช่องในระบบปกติ (standard definition) และช่องรายการคมชัดสูง (Hi-definition)

สำหรับการเปลี่ยนระบบทีวีดิจิตอล จะดำเนินการโดยไม่ให้เกิดผลกระทบต่อ ประชาชน หรือกระทบให้น้อยที่สุด โดยเฉพาะในด้านค่าใช้จ่ายที่เมื่อเป็นโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลอาจจะต้องรับชมโทรทัศน์ ด้วยกล่องรับสัญญาณ (Set top box) ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้เวลาในการเปลี่ยนผ่านระบบอนาล๊อกไปสู่ระบบดิจิตอลภายใน 5 ปี ยืนยันว่าประชาชนจะไม่ได้รับผลกระทบ ใดๆในการรับชมโทรทัศน์ในรายการปกติ

สำหรับความต่อเนื่องในส่วนของประเทศไทยเวที ITU ยังมีเกี่ยวกับการแก้ไข ITRs ก.ไอซีที ผู้รับผิดชอบให้รายละเอียดต่อเนื่องเพื่อความเข้าใจมากขึ้น ปลัดฯไอซีที ย้ำว่าคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดกับภาคโทรคมนาคม/ICT ของไทยทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล ผู้ประกอบการและประชาชนผู้ใช้บริการโทรคมนาคมและ ICT รวมทั้งจะยึดเอาผลประโยชน์ของประเทศในภาพรวมเป็นหลัก

สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union : ITU) ได้กำหนดจะจัดการประชุมระดับโลกว่าด้วยโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ค.ศ. 2012 หรือ World Conference on International Telecommunications 2012 (WCIT -12) ระหว่างวันที่ 3 - 14 ธันวาคม 2555 ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์


เพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้องล่าสุด : [adslthailand]ปลัดฯ ไอซีที ย้ำความมั่นใจแก้ ITRs กำกับเน็ตฯ ยึดชาติเป็นหลัก
http://www.adslthailand.com/board/sh...ad.php?t=58240


ADSLTHAILAND
http://www.adslthailand.com/board/showthread.php?t=58246

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.