Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

11 พฤศจิกายน 2555 (เกาะติดประมูล3G) สนธิ ( เผย TOR การประมูล3Gครั้งแรก )( เขียน TOR อย่างนี้แล้ว กสทช. ลอยตัว ใครจะกล้าเข้ามาประมูลละ




ประเด็นหลัก


 ง่ายๆ หัวข้อที่สำคัญที่สุดคือ อยู่ในหน้า 2 แผ่นที่ 2 ของเอกสารชิ้นนี้ เขาเขียนว่า “สรุปข้อสนเทศนี้ก็คืออันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบข้อมูลเท่านั้น และไม่มีข้อผูกพันใดๆ แล้วสรุปข้อสนเทศนี้ มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของพื้นฐานในการตัดสินใจการลงทุน หรือการประเมินมูลค่าประกอบการตัดสินใจเข้าร่วมประมูล และไม่ได้ถือเป็นคำแนะนำ กสทช.ใดๆ ทั้งสิ้น”
   
      สรุปคือ อะไรเกิดขึ้นในทีโออาร์นี้ ประมูลได้แล้วถ้าผิดพลาด กสทช.จะไม่รับผิดชอบ นี่มันไม่ใช่ทีโออาร์ที่ทุกคนต้องอยู่ในกรอบกติกา คือ มันต้องระบุชัดเจนว่าผู้ใดทำผิดทีโออาร์จะไม่มีสิทธิอะไรบ้าง แต่นี่บอกว่า “กสทช.จะไม่แสดงตนแทน หรือรับประกัน หรือรับผิดชอบ หรือรับผิดใดๆ ในความถูกต้องแม่นยำ หรือความสมบูรณ์ของข้อมูลในสรุปข้อสนเทศนี้”



ซึ่งถ้าเป็นบริษัทต่างชาติ แล้วต้องเข้าประมูลเป็นหมื่นๆ ล้าน ถ้ามาเจอข้อความที่บอกว่า ไม่แสดงตนแทน หรือรับประกัน รับผิดชอบ รับผิดใดๆ ในความถูกต้องแม่นยำของข้อมูลนี้ จะเข้าประมูลหรือไม่ น่ากลัวฉิบหายเลยนะ



ข้อที่ 1 ในหน้า 29 ระบุชัดเจนว่า “เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนการดำเนินมาตรการป้องกันมิให้การกระทำอันเป็นการผูกขาด หรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน หรือถ้าฮั้วกัน ในกิจการโทรคมนาคม โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการ ทรู เอไอเอส และดีแทค มีอำนาจเหนือตลาด”


      ข้อที่ 2 ในหน้าที่ 35 ข้อ 7.6.7 ระบุว่า “ผู้รับใบอนุญาตต้องกำหนดอัตราค่าบริการให้เป็นธรรม สมเหตุสมผล และไม่เอาเปรียบผู้บริโภค” ในการประมูลครั้งนี้ไม่ได้ระบุชัดเจนเลยว่าเมื่อประมูลได้แล้วจะคิดราคาเท่าไหร่
   
      ข้อที่ 3 ในหน้าที่ 36-37 กำหนดในหัวข้อกระบวนการขอรับใบอนุญาต ขั้นตอนการประมูล เขาเขียนไว้อย่างนี้ “ในกรณีที่ไม่มีผู้เข้าร่วมประมูล หรือมีผู้เข้าร่วมประมูลเพียง 1 ราย กสทช.จะเลิกการประมูล และจะพิจารณากำหนดการประมูลครั้งต่อไปตามความเหมาะสม แต่ในกรณีที่มีผู้เข้าร่วมประมูล 3 ราย และมีของอยู่ 3 ชิ้น ไม่ยกเลิก”

   
      ข้อที่ 4 “ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ที่จัดตั้งตามกฎหมายไทย และต้องมิใช่คนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว” ความจริงคือ เอไอเอส คือ เทมาเส็ก ดีแทค คือ เทเลนอร์ ผู้ลงชื่อซีอีโอดีแทคลงนาม ชื่อจอห์น อับดุลลา โกหกหรือไม่
   

   
      ข้อที่ 6 ในหน้า 41 ได้กำหนดมาตรฐานรักษาความเป็นธรรม และผลประโยชน์ของรัฐ “ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องไม่ทำการใดๆ ในการตกลงร่วมกันในการเสนอราคา เพื่อให้วัตถุประสงค์ เพื่อให้ประโยชน์แก่ผู้ใดผู้หนึ่ง เป็นผู้มีสิทธิได้รับใบอนุญาตโดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นทางการ” ในความเป็นจริง ดูจากผลการประมูลที่ประชาชนส่วนใหญ่ ต่างรู้สึกว่าเป็นการฮั้วราคากัน
   
      ข้อที่ 7 ในหน้าที่ 43 กสทช.กำหนดให้ใช้วิธีการประมูล ซึ่งประกอบด้วย 2 ขั้นตอน “ขั้นตอนแรกเรียกว่า ขั้นตอนการประมูลคลื่นความถี่หลัก การเปิดประมูลคลื่นความถี่ให้ใบอนุญาตพร้อมกันเลย ขั้นที่สองเรียกว่าขั้นตอนการดำเนินการกำหนดย่านความถี่ คือได้คลื่นไปแล้ว แต่จะเอาย่านที่ใกล้ตรงนี้ ย่านไกลๆ นี้ ประมูลอีกทีนึง เลือกช่วงคลื่นความถี่ที่อยู่ติดกันตามจำนวนชุดคลื่นความถี่ที่ชนะการประมูล โดยผู้ที่ชนะการประมูลมีผลอนุโลมเสนอราคาสูงที่สุด จะได้เลือกย่านความถี่เป็นลำดับแรก”
   
      ข้อที่ 8 สรุปข้อสนเทศหน้า 46 ระบุเอาไว้ในหัวข้อ 2.7 เรื่องสิทธิของการไม่เสนอราคา “ผู้เข้าร่วมการประมูลแต่ละสิทธิ แต่ละราย มีสิทธิของการไม่เสนอราคาจำนวน 3 ครั้ง ตลอดระยะเวลาการประมูล เมื่อผู้เข้าร่วมประมูลใช้สิทธิในการไม่เสนอราคา”   ออกมาเพื่อ 3 เจ้าเท่านั้นเอง เพื่อฮั้วกัน ไอ้นี่ฟ้องดีๆ เข้า พ.ร.บ.ฮั้วติดตะรางแน่นอน


______________________________________________



___________________________________


นายสนธิ กล่าวถึงกรณี กสทช. ด้วยว่า ในการประมูลอะไรก็ตามๆ ข้อราชการ มันจะมีสิ่งที่เขาเรียกว่า TOR หรือ Terms of Reference คือ เงื่อนไขของผู้มีสิทธิเข้าประมูล เขาจะระบุชัดเจนว่า ใครบ้างมีสิทธิเข้าประมูล เงื่อนไขการประมูลมีอย่างไรบ้าง และผู้ประมูลจะต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง และในการประมูลนั้น จะให้ประมูลอะไรบ้าง เมื่อประมูลแล้วจะได้อะไรบ้าง เงื่อนไขพวกนี้ เขาเรียกเงื่อนไข TOR ที่ชัดเจน บริษัทต่างๆ ที่จะเข้าไปประมูลเรื่องพวกนี้ จะต้องอ่าน TOR ให้ละเอียด เมื่ออ่านเสร็จเรียบร้อยแล้ว บริษัทต้องพิจารณาว่าคุ้มหรือไม่
   
      เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้า TOR ไม่ชัดเจน TOR มีความอ่อนไหวมากไป TOR มีความไม่มั่นคงในข้อเสนอที่รัฐจะให้ TOR ไม่ได้ปกป้องผู้ที่ประมูลได้ บริษัทที่จะต้องลงทุนมหาศาลจะไม่กล้า จะถอย นอกเสียจากว่า บริษัทที่เข้าประมูลรู้เห็นเป็นใจกับเจ้าของ TOR ว่าเข้ามาเถอะถึง TOR ไม่มั่นคง
   
      ทีนี้ กสทช. เขาก็มี TOR แต่ใช้คำว่า IM (Information Memorandum) ซึ่งไม่ได้เปิดเผยสู่สาธารณะ แต่ตนได้มา เมื่ออ่านให้ละเอียดแล้ว สรุปง่ายๆ เขาโกหก 8 ข้อ คือเขารู้เห็นเป็นใจกับผู้ที่เข้าประมูล
   
      ง่ายๆ หัวข้อที่สำคัญที่สุดคือ อยู่ในหน้า 2 แผ่นที่ 2 ของเอกสารชิ้นนี้ เขาเขียนว่า “สรุปข้อสนเทศนี้ก็คืออันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบข้อมูลเท่านั้น และไม่มีข้อผูกพันใดๆ แล้วสรุปข้อสนเทศนี้ มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของพื้นฐานในการตัดสินใจการลงทุน หรือการประเมินมูลค่าประกอบการตัดสินใจเข้าร่วมประมูล และไม่ได้ถือเป็นคำแนะนำ กสทช.ใดๆ ทั้งสิ้น”
   
      สรุปคือ อะไรเกิดขึ้นในทีโออาร์นี้ ประมูลได้แล้วถ้าผิดพลาด กสทช.จะไม่รับผิดชอบ นี่มันไม่ใช่ทีโออาร์ที่ทุกคนต้องอยู่ในกรอบกติกา คือ มันต้องระบุชัดเจนว่าผู้ใดทำผิดทีโออาร์จะไม่มีสิทธิอะไรบ้าง แต่นี่บอกว่า “กสทช.จะไม่แสดงตนแทน หรือรับประกัน หรือรับผิดชอบ หรือรับผิดใดๆ ในความถูกต้องแม่นยำ หรือความสมบูรณ์ของข้อมูลในสรุปข้อสนเทศนี้”
   
      ซึ่งถ้าเป็นบริษัทต่างชาติ แล้วต้องเข้าประมูลเป็นหมื่นๆ ล้าน ถ้ามาเจอข้อความที่บอกว่า ไม่แสดงตนแทน หรือรับประกัน รับผิดชอบ รับผิดใดๆ ในความถูกต้องแม่นยำของข้อมูลนี้ จะเข้าประมูลหรือไม่ น่ากลัวฉิบหายเลยนะ
   
      “แสดงว่ามันรู้กันไง แต่ความกลัวของมัน มันจะปัดสวะออก เฮ้ย ไม่ต้องกลัว ผมเขียนไปอย่างนี้ แต่ว่าคุณประมูลได้เลย เข้าใจหรือยัง นี่คือการฮั้วในระดับหนึ่ง ตลกมาก เมื่ออ่านดูแล้วถ้าเป็นนักธุรกิจที่ไม่มีเส้นสายทางการเมือง สนใจจะเข้าร่วมประมูล ถ้าได้เอกสารสรุปข้อสนเทศที่มีความไม่แน่นอน และสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามอำเภอใจ ไม่รับผิดชอบด้วย คุณจะกล้าประมูลมั้ย นอกเสียจากว่าคุณแอบจับมือกันเรียบร้อยแล้ว รู้กัน นี่ไง นี่คือตัวที่จับผิดชัดเจน” นายสนธิระบุ
   
      แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวต่อว่า ข้อที่จับโกหกได้มี 8 ข้อ
   
      ข้อที่ 1 ในหน้า 29 ระบุชัดเจนว่า “เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนการดำเนินมาตรการป้องกันมิให้การกระทำอันเป็นการผูกขาด หรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน หรือถ้าฮั้วกัน ในกิจการโทรคมนาคม โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการ ทรู เอไอเอส และดีแทค มีอำนาจเหนือตลาด” คือพูดง่ายๆ ว่าถ้าเอไอเอส บีบให้ทุกคนต้องยอมตามราคาเอไอเอส ทุกคนต้องจัดทำรายงานบัญชีแยกประเภทเพื่อให้ กสทช.นำใช้ในการวิเคราะห์ เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมกีดกันการแข่งขัน และการกำหนดราคาเพื่อขจัดคู่แข่งขัน และบีบส่วนต่างกำไร แต่ปรากฏว่า ข้อตรงนี้ไม่ได้มีเงื่อนไขอยู่ในนี้เลย
   
      ข้อที่ 2 ในหน้าที่ 35 ข้อ 7.6.7 ระบุว่า “ผู้รับใบอนุญาตต้องกำหนดอัตราค่าบริการให้เป็นธรรม สมเหตุสมผล และไม่เอาเปรียบผู้บริโภค” ในการประมูลครั้งนี้ไม่ได้ระบุชัดเจนเลยว่าเมื่อประมูลได้แล้วจะคิดราคาเท่าไหร่
   
      ข้อที่ 3 ในหน้าที่ 36-37 กำหนดในหัวข้อกระบวนการขอรับใบอนุญาต ขั้นตอนการประมูล เขาเขียนไว้อย่างนี้ “ในกรณีที่ไม่มีผู้เข้าร่วมประมูล หรือมีผู้เข้าร่วมประมูลเพียง 1 ราย กสทช.จะเลิกการประมูล และจะพิจารณากำหนดการประมูลครั้งต่อไปตามความเหมาะสม แต่ในกรณีที่มีผู้เข้าร่วมประมูล 3 ราย และมีของอยู่ 3 ชิ้น ไม่ยกเลิก” คำถามมีอยู่ว่าเมื่อรู้ว่าสภาพมีผู้แข่งขัน 3 รายแน่นอน และ กสทช.เตรียมจัดสรรคลื่นความถี่เอาไว้ให้ครบ 3 ราย เหตุใดจึงไม่กำหนดว่า หากมีผู้เข้าร่วมประมูลเพียง 3 ราย ตามการจัดสรรคลื่นความถี่แล้ว กสทช.จะต้องยกเลิกการประมูล
   
      ในหน้าที่ 37 ระบุว่า “กสทช.จะออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ IMT ย่าน 2.1 กิกะเฮิรตซ์ และใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 ให้แก่ผู้ชนะการประมูล ภายหลังจากผู้ชนะการประมูลได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข และการดำเนินการก่อนรับใบอนุญาตอย่างครบถ้วนและถูกต้อง ภายใน 90 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งเป็นผู้ชนะการประมูล” เห็นพฤติกรรม กสทช.หรือไม่ ตอนแรกออกมาแถลงว่า ในตอนแรกจะออกใบอนุญาตให้เลย เมื่อเอไอเอสนำเงินมาให้ 50 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าที่ได้ประมูลไว้
   
      ข้อที่ 4 “ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ที่จัดตั้งตามกฎหมายไทย และต้องมิใช่คนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว” ความจริงคือ เอไอเอส คือ เทมาเส็ก ดีแทค คือ เทเลนอร์ ผู้ลงชื่อซีอีโอดีแทคลงนาม ชื่อจอห์น อับดุลลา โกหกหรือไม่
   
      ข้อที่ 5 ในหน้า 40 ข้อกำหนดคุณสมบัติ “ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องไม่มีความเกี่ยวโยงกับผู้ขอรับใบอนุญาตรายอื่น” วัตถุประสงค์ข้อนี้เขามีเอาไว้เพื่อให้มีการแข่งขันสมบูรณ์ ไม่ใช่ผูกขาดอยู่ในกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมรายเดิม แต่ทั่วประเทศไทยเขารู้กันหมดว่า ผู้เข้าร่วมประมูลทั้ง 3 บริษัท อาจเป็นบริษัทลูกของเอไอเอส ดีแทค และทรูทั้งสิ้น
   
      ข้อที่ 6 ในหน้า 41 ได้กำหนดมาตรฐานรักษาความเป็นธรรม และผลประโยชน์ของรัฐ “ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องไม่ทำการใดๆ ในการตกลงร่วมกันในการเสนอราคา เพื่อให้วัตถุประสงค์ เพื่อให้ประโยชน์แก่ผู้ใดผู้หนึ่ง เป็นผู้มีสิทธิได้รับใบอนุญาตโดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นทางการ” ในความเป็นจริง ดูจากผลการประมูลที่ประชาชนส่วนใหญ่ ต่างรู้สึกว่าเป็นการฮั้วราคากัน ความจริงเป็นการกระทำอย่างนี้ เข้าข่ายการกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2542 หรือเรียกสั้นๆ ว่า พ.ร.บ.ป้องกันการฮั้ว มาตรา 11 ต้องกำหนดอัตราโทษเจ้าหน้าที่รัฐว่าต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 1-4 แสนบาท
   
      ตนอยากเห็นผู้ใหญ่ใน กสทช.ติดคุกกันบ้าง กฎหมายนี้ใช้กับ กสทช. ได้แน่นอน เพราะในสรุปข้อสนเทศ ระบุไว้ว่าให้นำบทบัญญัติ พ.ร.บ.ฉบับนี้ มาใช้บังคับโดยอนุโลมอีกด้วย
   
      ข้อที่ 7 ในหน้าที่ 43 กสทช.กำหนดให้ใช้วิธีการประมูล ซึ่งประกอบด้วย 2 ขั้นตอน “ขั้นตอนแรกเรียกว่า ขั้นตอนการประมูลคลื่นความถี่หลัก การเปิดประมูลคลื่นความถี่ให้ใบอนุญาตพร้อมกันเลย ขั้นที่สองเรียกว่าขั้นตอนการดำเนินการกำหนดย่านความถี่ คือได้คลื่นไปแล้ว แต่จะเอาย่านที่ใกล้ตรงนี้ ย่านไกลๆ นี้ ประมูลอีกทีนึง เลือกช่วงคลื่นความถี่ที่อยู่ติดกันตามจำนวนชุดคลื่นความถี่ที่ชนะการประมูล โดยผู้ที่ชนะการประมูลมีผลอนุโลมเสนอราคาสูงที่สุด จะได้เลือกย่านความถี่เป็นลำดับแรก” นั่นคือที่มาของเอไอเอส การกำหนดให้ผู้ประมูล 3 ราย โดยที่มีสัญญาพอกับ 3 รายพอดี และให้เลือกช่วงคลื่นความถี่กันเอง ถ้าไม่ได้เรียกว่าฮั้วจะเรียกว่าอะไรกัน และยังมีข้อความอีกหลายข้อความ ที่บ่งบอกถึงความน่าสงสัยในการแบ่งสัญญาการประมูลเช่น ผู้เข้าร่วมประมูลแต่ละราย สามารถเสนอราคาสำหรับชุดคลื่นความถี่ได้เป็นจำนวน 3 ชุด เท่ากับจำนวนชุดคลื่นความถี่สูงสุด ที่เข้าร่วมประมูลแต่ละรายสามารถเสนอได้
   
      ข้อที่ 8 สรุปข้อสนเทศหน้า 46 ระบุเอาไว้ในหัวข้อ 2.7 เรื่องสิทธิของการไม่เสนอราคา “ผู้เข้าร่วมการประมูลแต่ละสิทธิ แต่ละราย มีสิทธิของการไม่เสนอราคาจำนวน 3 ครั้ง ตลอดระยะเวลาการประมูล เมื่อผู้เข้าร่วมประมูลใช้สิทธิในการไม่เสนอราคา” ไม่ใช้สิทธิในการไม่เสนอราคา ในรอบการประมูลใดๆ คะแนนกำหนดสิทธิในรอบการประมูลต่อไป ยังเท่ากับสิทธิในการประมูลรอบปัจจุบัน ถึงจะไม่ใช้สิทธิในรอบต่อไป คะแนนเหมือนเดิม การกำหนดเงื่อนไขทำให้ดีแทค และทรู ใช้สิทธิฮั้วกันโดยไม่เสนอราคา เพราะฉะนั้น ไอเอ็มอันนี้ ออกมาเพื่อ 3 เจ้าเท่านั้นเอง เพื่อฮั้วกัน ไอ้นี่ฟ้องดีๆ เข้า พ.ร.บ.ฮั้วติดตะรางแน่นอน

ASTV ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9550000137357&Keyword=%ca%b9%b8%d4


ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.