Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

10 ธันวาคม 2555 ยกฟ้อง ชี้กรณีเก็บค่าบริการล่วงหน้า กสทช. ลำเอียงการฟ้อง!! ปรับ TRUEMOVE วันละ 100000 บาท ( ศาลแนะต้อง ฟ้องทุกราย )

ประเด็นหลัก


โดยศาลพิจาณาเห็นว่า คำสั่งของ เลขาธิการ กสทช.ได้กระทำโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย คือข้อ 11 ของประกาศ กทช.  เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 และเมื่อผู้ฟ้องคดียังคงมีการกำหนดเงื่อนไขการให้บริการในลักษณะเป็นการบังคับให้ผู้ใช้บริการต้องใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนด คำสั่งกำหนดค่าปรับทางปกครองของเลขาธิการ กสทช. จึงเป็นมาตรการบังคับเพื่อให้ผู้ฟ้องคดีปฏิบัติตาม ซึ่งใช้มาตรการลงโทษดังกล่าวกับผู้ประกอบการรายอื่นด้วย ดังนั้นหากมีการทุเลาการบังคับตามคำสั่งดังกล่าวตามที่ฟ้องก็จะก่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม อันจะเป็นปัญหาและอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐหรือแก่บริการสาธารณะ






________________________________

ศาลปค.ยกคำร้อง ทรูมูฟขอไม่จ่ายค่าปรับ กสทช.วันละแสน

ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำขอ ทรูมูฟ ไม่ทุเลาการบังคับคำสั่งทางปกครองของ กสทช. ที่ห้ามผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้า ระบุทุกค่ายมือถือควรเร่งจ่ายค่าปรับและยุติการทำผิดกฎหมาย ชี้ยุคของ 3จี ต้องไร้การกำหนดระยะเวลาใช้บริการมือถือแบบเติมเงิน...

เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค และการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน กล่าวว่า เมื่อประมาณกลางเดือน พ.ย.2555 ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางได้พิพากษาในคดีที่บริษัท ทรูมูฟ จำกัด เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. จากกรณีที่เลขาธิการ กสทช. มีคำสั่งกำหนดห้ามผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมกำหนดเวลาการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเรียกเก็บเงินล่วงหน้า หรือ พรีเพด และสั่งปรับผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนในอัตราวันละ 1 แสนบาท เพื่อขอให้ศาลกำหนดมาตรการ และวิธีการเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา โดยศาลพิจาณาเห็นว่า คำสั่งของ เลขาธิการ กสทช.ได้กระทำโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย คือข้อ 11 ของประกาศ กทช.  เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 และเมื่อผู้ฟ้องคดียังคงมีการกำหนดเงื่อนไขการให้บริการในลักษณะเป็นการบังคับให้ผู้ใช้บริการต้องใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนด คำสั่งกำหนดค่าปรับทางปกครองของเลขาธิการ กสทช. จึงเป็นมาตรการบังคับเพื่อให้ผู้ฟ้องคดีปฏิบัติตาม ซึ่งใช้มาตรการลงโทษดังกล่าวกับผู้ประกอบการรายอื่นด้วย ดังนั้นหากมีการทุเลาการบังคับตามคำสั่งดังกล่าวตามที่ฟ้องก็จะก่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม อันจะเป็นปัญหาและอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐหรือแก่บริการสาธารณะ

กรรมการ กสทช. กล่าวต่อว่า รายละเอียดเกี่ยวกับคำศาลปกครองกลาง โดยสรุป คือศาลมีคำสั่งยกคำขอตามคำฟ้องของทางทรูมูฟทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองของสำนักงาน กสทช. และตามมติ กทค. รวมทั้งคำขอกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา โดยศาลเห็นว่า หากภายหลังศาลพิพากษาว่าคำสั่งของทางเลขาธิการ กสทช. หรือ มติ กทค. ไม่ชอบ ผู้ฟ้องคดีก็ย่อมมีสิทธิ์ได้รับชำระค่าปรับคืน ซึ่งไม่ใช่ความเสียหายที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลัง ตรงกันข้าม หากกำหนดมาตรการ หรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษาโดยให้ระงับการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง กลับจะเป็นปัญหาและอุปสรรคแก่การบริหารงานของเลขาธิการ กสทช. และ กทค. ในการคุ้มครองผู้บริโภคมิให้ถูกเอาเปรียบจากการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้า

นพ.ประวิทย์ กล่าวอีกว่า คำพิพากษาของศาลปกครองกลางยังชี้ด้วยว่า ข้อกำหนดตามข้อ 11 ของประกาศ กทช.  เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 นั้นไม่ใช่บทบังคับในลักษณะเด็ดขาด หากแต่มีข้อยกเว้นให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมสามารถกำหนดระยะเวลาได้โดยขอรับความเห็นชอบเป็นการล่วงหน้าจาก กทช. หรือ กทค. ในปัจจุบัน ส่วนในประเด็นที่ผู้ฟ้องคดีอ้างว่า การไม่กำหนดระยะเวลาการใช้บริการทำให้ผู้ฟ้องคดีต้องรับภาระต้นทุนในการให้บริการเป็นจำนวนมาก ศาลเห็นว่า แต่ในเมื่อผู้ฟ้องคดียังกำหนดเงื่อนไขในลักษณะเป็นการบังคับให้ผู้ใช้บริการต้องใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้ฟ้องคดีก็ย่อมได้รับประโยชน์จากเงินที่เหลืออยู่ของผู้ใช้บริการเมื่อครบกำหนดระยะเวลาการใช้งาน

“จากคำสั่งของศาลปกครองนั้นจะเห็นได้ว่า ศาลเข้าใจในประเด็นปัญหาในเรื่องของบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเรียกเก็บเงินล่วงหน้าและการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. ในเรื่องดังกล่าว ดังนั้น ผมจึงอยากเรียกร้องให้ผู้ประกอบกิจการมือถือประเภทพรีเพดให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎหมาย อันจะส่งผลเป็นการให้ความยุติธรรมต่อผู้บริโภคด้วย โดยสมควรยกเลิกการกำหนดระยะเวลาเร่งใช้บริการโดยเร็ว และเร่งจ่ายค่าปรับทางปกครองตามคำสั่งของสำนักงาน กสทช. ด้วย ซึ่งหากผู้ประกอบการยังละเลย ก็เป็นหน้าที่ของเลขาธิการ กสทช. ที่จะต้องดำเนินการบังคับให้เป็นผล” กรรมการ กสทช. กล่าว

กรรมการ กสทช. กล่าวด้วยว่า สำหรับการให้บริการในระบบ 3จี นั้น เป็นที่ชัดเจนว่าจะต้องไม่มีการกำหนดระยะเวลาการใช้งานอีกต่อไป ทั้งนี้ ตามที่มีกฎหมายห้ามไว้ เนื่องจาก 3จี เป็นบริการใหม่ที่ไม่เคยมีสัญญาบริการระหว่างผู้ประกอบการกับผู้ใช้บริการมาก่อน และประกาศ กทช.  เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม ก็มีผลใช้บังคับมาตั้งแต่ พ.ศ. 2549 แล้ว ดังนั้น จึงไม่อาจอ้างเรื่องข้อสัญญาเก่าเช่นเดียวกับบริการระบบ 2จี ปัจจุบัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ กทค. จะต้องกำกับดูแลให้เกิดการปฏิบัติตามกฎหมายโดยเคร่งครัดต่อไป รวมทั้งอยากฝากไปยังผู้ใช้บริการให้ทราบสิทธิ์อันชอบด้วยกฎหมายนี้ด้วย เพื่อจะไม่ถูกเอาเปรียบอย่างไม่สมควร.


ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/tech/312357

___________________________________


ศาลยกคำร้องทรูมูฟไม่จ่ายค่าปรับ กสทช.วันละ 1 แสนบาท

      นายประวิทย์ ลีสถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค และการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน เปิดเผยว่า เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางได้พิพากษาคดีที่บริษัททรูมูฟ จำกัด เป็นโจทย์ยื่นฟ้องเลขาธิการ กสทช.และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.) จากกรณีที่เลขาธิการ กสทช.มีคำสั่งกำหนดห้ามผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม กำหนดเวลาการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ประเภทเรียกเก็บเงินล่วงหน้า(prepaid) และสั่งปรับผู้ประกอบการทีฝ่าฝืนในอัตราวันละ 100,000 บาท เพื่อขอให้ศาลกำหนดมาตรการ และวิธีการเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา โดยศาลพิจารณาเห็นว่าคำสั่งของ เลขาธิการ กสทช.ได้กระทำโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย ข้อ 11 ของประกาศ กทช.เรื่องมาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ.2549 และเมื่อผู้ฟ้องคดียังคงมีการกำหนดเงื่อนไขการให้บริการในลักษณะเป็นการบังคับให้ผู้ใช้บริการต้องใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนด คำสั่งกำหนดค่าปรับทางปกครองของเลขาธิการ กสทช.จึงเป็นมาตรการบังคับ เพื่อให้ผู้ฟ้องคดีปฏิบัติตาม ซึ่งมีการใช้มาตรการลงโทษดังกล่าวกับผู้ประกอบการรายอื่นด้วย ดังนั้นหากมีการทุเลาการบังคับตามคำสั่งดังกล่าวตามที่ฟ้อง จะก่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ระหว่างผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม อันจะเป็นปัญหา และอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐหรือแก่บริการสาธารณะ



ASTV ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9550000149990&Keyword=%a1%ca%b7

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.