Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

17 ธันวาคม 2555 AIS DTAC ประสานเสียง ( ถึงเวลาลูกค้า เปลื่ยนเครื่อง ) จาก 2G เป็น 3G ( 2G มีกว่า 80% เป็นคนส่วนใหญ่ )

ประเด็นหลัก

แต่ปีหน้าจะหลากหลายมากขึ้น แต่ไม่ถึงกับแข่งด้านราคา เพราะกลไกตลาดและมีผลถึงรายได้ของแต่ละค่ายลดลงอีกด้วยที่แน่ ๆ กลยุทธ์ของผู้ให้บริการหลังได้รับใบอนุญาต 3G บนคลื่น 2.1 GHz นอกจากการเร่งวางโครงข่ายเพื่อเปิดให้บริการจะหนีไม่พ้นเรื่องดึงลูกค้าให้เข้ามาอยู่บนคลื่นใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องเปลี่ยนโทรศัพท์จากที่ใช้ 2G เป็น 3G


"สัดส่วนของลูกค้าที่ยังใช้ 2G มีกว่า 80% เป็นคนส่วนใหญ่ ใครทำมือถือออกมาได้ตรงความต้องการลูกค้ามากที่สุด ย่อมได้ลูกค้ากลุ่มนี้ไปก่อน เชื่อว่าการเคลื่อนย้ายลูกค้าจาก 2G ไปยัง 3G จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งโดยลูกค้าเองและการดึงของโอเปอเรเตอร์ สำหรับดีแทคมีลูกค้าใช้ 3G อยู่ 5 ล้าน จากฐาน 24 ล้าน"



___________________________________

ค่ายมือถือนับถอยหลังเปิด 3G จุดพลุ "เกมดึงลูกค้า" เปลี่ยนเครื่อง


การปลดแอกบริการ 3G คลื่นใหม่ 2.1 GH z ของ กสทช. โดยการเดินหน้าให้ใบอนุญาตใหม่แก่ 3 ค่ายมือถือ ทำให้ตลาดโทรศัพท์มือถือในปีหน้าดูดีมีอนาคตขึ้นโดยพลัน เพราะเป็นหลักประกันได้อย่างหนึ่งว่า ประชาชนคนใช้บริการจะได้มีโอกาสใช้ 3G ของจริงบนคลื่น 2.1 GHz เสียที หลังจากรอคอยกันมานานมาก ปัญหาคุณภาพบริการก็น่าจะคลี่คลายลงได้ด้วย อย่างน้อย ๆ ผู้ให้บริการก็จะไม่มีข้ออ้างเรื่องความถี่ไม่เพียงพออีกต่อไป สงครามการแข่งขันในสมรภูมิธุรกิจโทรศัพท์มือถือจะกลับมาคึกคักและมีสีสันขึ้นอย่างแน่นอน

ล่าสุด ยักษ์เอไอเอสรับบทเสือปืนไวเปิดตัวแฟลกชิปสโตร์ โดยแปลงโฉมช้อปที่เซ็นทรัลเวิร์ลด์ใหม่ให้ลุกดูทันสมัย และอบอุ่น โดยลงทุนกว่า 35 ล้านบาท เพิ่มความสะดวกและสร้างความประทับใจให้ลูกค้าเพิ่มขึ้น นอกจากมีทั้งสมาร์ทโฟน และแท็บเลตสารพัดรุ่นให้ทดลองใช้แล้วยังมี "โต๊ะอัจฉริยะ" อยากรู้ว่า สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ยี่ห้อไหนมีดีแตกต่างกันอย่างไรมีโปรแกรมเทียบให้ดูกันเองจะจะ



"ฐิติพงศ์ เขียวไพศาล" แม่ทัพการตลาด "เอไอเอส" บอกว่า 3G คลื่นใหม่ทำให้ตลาดคึกคักและมีสีสันขึ้นแน่นอน แต่ใครจะเลือกชิงซีนเปิดตัวด้วยวิธีไหนขึ้นอยู่กับสไตล์ของแต่ละเจ้า สำหรับเอไอเอสจะทำเมื่อมีอะไรที่พิเศษและแตกต่างไปจากเดิม

"ปกรณ์ พรรณเชษฐ์" ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค เชื่อว่า "การใช้งานดาต้าจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในปี 2556 ทำให้แพ็กเกจที่มีแต่การใช้งานวอยซ์เพียงอย่างเดียวค่อย ๆ หายไปจากตลาด เพราะลูกค้าเริ่มมองว่าไม่คุ้มค่าต่อการใช้ ทำให้แผนการออกแพ็กเกจในทุกโอเปอเรเตอร์จะมาในรูปแบบผูกดาต้าและวอยซ์เข้าด้วยกัน แต่ละรายเริ่มทำไปแล้ว

แต่ปีหน้าจะหลากหลายมากขึ้น แต่ไม่ถึงกับแข่งด้านราคา เพราะกลไกตลาดและมีผลถึงรายได้ของแต่ละค่ายลดลงอีกด้วยที่แน่ ๆ กลยุทธ์ของผู้ให้บริการหลังได้รับใบอนุญาต 3G บนคลื่น 2.1 GHz นอกจากการเร่งวางโครงข่ายเพื่อเปิดให้บริการจะหนีไม่พ้นเรื่องดึงลูกค้าให้เข้ามาอยู่บนคลื่นใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องเปลี่ยนโทรศัพท์จากที่ใช้ 2G เป็น 3G

"ปกรณ์" มองว่าในปี 2556 โอกาสที่โอเปอเรเตอร์ทุกรายจะลงมาเน้นเรื่อง "แฮนด์เซต" เพื่อดึงดูดลูกค้าเป็นไปได้สูงมาก เพราะเมื่อมีเครื่องราคาถูกที่ผูกแพ็กเกจบริการไว้ด้วยจะช่วยดึงดูดลูกค้าได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่ยังไม่เชี่ยวชาญเทคโนโลยีใหม่

ปัจจุบันมีผู้ให้บริการบางรายเริ่มใช้วิธีดังกล่าวแล้ว โดยสั่งผลิตเครื่องเฉพาะรุ่นออกมาขายคู่กับแพ็กเกจรายเดือนที่ใช้บริการฟรีเท่าราคาเครื่องเพื่อจูงใจลูกค้า ถือเป็นจุดเริ่มต้นให้ทุกค่ายตื่นตัวในเรื่องนี้ และอาจสั่งผลิตเครื่องแบรนด์ตนเองออกมาทำตลาดในลักษณะดังกล่าวเช่นกัน

"สัดส่วนของลูกค้าที่ยังใช้ 2G มีกว่า 80% เป็นคนส่วนใหญ่ ใครทำมือถือออกมาได้ตรงความต้องการลูกค้ามากที่สุด ย่อมได้ลูกค้ากลุ่มนี้ไปก่อน เชื่อว่าการเคลื่อนย้ายลูกค้าจาก 2G ไปยัง 3G จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งโดยลูกค้าเองและการดึงของโอเปอเรเตอร์ สำหรับดีแทคมีลูกค้าใช้ 3G อยู่ 5 ล้าน จากฐาน 24 ล้าน"

"ปกรณ์" ย้ำว่า ทุกค่ายจะหันมาใช้กลยุทธ์ดึงลูกค้าด้วยการออกเครื่องรุ่นพิเศษคู่กับแพ็กเกจ มีให้เลือกแค่ทำมือถือออกมาเอง หรือไม่ก็ผูกแพ็กเกจกับอินเตอร์แบรนด์อย่างแรกอาจคุ้มเรื่องกำไรเพราะราคาถูก ถ้าออกมาไม่ดีคงเสียแบรนด์ ถ้าผูกแพ็กเกจไปกับอินเตอร์แบรนด์ กำไรน้อยแต่ลูกค้าสบายใจเรื่องบริการกรณีเครื่องมีปัญหา

ประชาชาติธุรกิจ
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1355719352&grpid=02&catid=06&subcatid=0603

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.