Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

20 ธันวาคม 2555 TOT เร่ง!! ผู้ตรวจการ ฟ้อง กสทช.(ยื่นอุทธรณ์ กรณี3G )และศาลรธน.ตีความอำนาจ กสทช.//ตั้งCEOใหม่ละ3Gทำ4Gดีกว่า

ประเด็นหลัก


นายอุดม พัวสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร(บอร์ด) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2555 ได้เห็นชอบให้นายยงยุทธ วัฒนสิทธิ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที สายงานโครงข่าย เป็น กรรมการผู้จัดการใหญ่(ซีอีโอ)ทีโอที คนใหม่ โดยขั้นตอนต่อไปจะเสนอเข้าสู่กระบวนการจัดจ้าง โดยเจรจาค่าตอบแทน และนำส่ง กระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ เพื่อลงนามในสัญญาจ้าง โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปีเงินเดือนเดือนละไม่เกิน 400,000 บาท คาดว่าจะสามารถแต่งตั้งได้ไม่เกิน 1 กุมภาพันธ์ 2556

สำหรับกรรมการที่ดูแลเรื่องการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ 3G ซึ่งประกอบด้วยกรรมการบอร์ด เช่น นายประสิทธิ์ ศิริภากรณ์ นายจักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ และนายกอบพงษ์ ตรีสุขี ได้รายงานความคืบหน้า 3G เฟส 1 ซึ่งมีความล่าช้าจากปัญหาการส่งมอบงาน โดยยังค้างการติดตั้งสถานีฐานที่ยังไม่เสร็จอีกจำนวน 1,000 สถานีในตอนนี้ จากทั้งหมด 5,320 สถานีฐาน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน เม.ย. 2556 เป็นอย่างช้า
   
      “เรามองว่ากำหนดการดังกล่าวยังถือว่าช้าไปอยู่ดี ดังนั้นคณะกรรมการ 3G จะต้องมีการหารือกันอีกครั้งในวันอังคารที่ 25 ธ.ค.นี้ว่าติดปัญหาอะไรทำไมถึงล่าช้าได้ขนาดนี้”
   
      ขณะเดียวกัน บอร์ดยังได้มีการหารือเบื้องต้นถึงเรื่องการเดินหน้าให้บริการ 4G บนคลื่นความถี่ 2.3 GHz พร้อมทั้งจะเร่งผลักดันโครงการ 3G เฟส 2 อีก 1.5 หมื่นสถานีฐาน ในวงเงินงบประมาณ 30,000 ล้านบาทต่อไป
   



กลุ่มผู้นำแรงงาน บมจ.ทีโอที นำโดยนายนราพล ปลายเนตร พร้อมนายพิราม เกษมวงศ์ นายพงศ์ฐิติ พงศ์ศิรามณี และคณะ เดินทางมายื่นหนังสือถึงนางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายรักษเกชา แฉ่ฉาย รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ในฐานะโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้เสนอความเห็นยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด และเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความข้อกฎหมาย


การประมูลครั้งนี้ ทางกลุ่มมองว่า ผลประโยชน์และรายได้ที่เข้าสู่ประเทศลดลง ไม่ได้ประโยชน์อย่างแท้จริง ผู้ตรวจการฯ ในฐานะองค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ มีอำนาจในการตรวจสอบ กสทช. ที่เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ให้มาบริหารจัดการคลื่นความถี่ ถือเป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ได้รับเงินงบประมาณสนับสนุนจากรัฐ ตามมาตรา 65 ของพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ดังนั้นถ้าหากศาลปกครองกลางเห็นว่า ผู้ตรวจการฯไม่มีอำนาจตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐ หน่วยงานของรัฐ คิดว่าก็คงไม่มีองค์กรไหนตรวจสอบ กสทช. ได้ ดังนั้นขอให้ผู้ตรวจการฯ เร่งดำเนินการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดโดยเร็ว พร้อมทั้งเสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตีความข้อกฎหมายกรณีที่ศาลปกครองกลางเห็นว่า กสทช. ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่อยู่ในอำนาจฟ้องของผู้ตรวจการฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา244(1) (ก)

นายรักษเกชา กล่าวว่า ผู้ตรวจการฯ ได้เห็นพ้องที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดอย่างแน่นอน ขณะนี้อยู่ระหว่างร่างคำฟ้อง โดยไม่ได้กังวลอะไร แต่เป็นห่วงว่าจะทำให้สาธารณชนคลายความสงสัยในเรื่องดังกล่าวได้อย่างไร เพราะการยื่นอุทธรณ์จำเป็นต้องได้ข้อมูลที่ชัดเจนมากที่สุด อีกทั้งตนจะนำคำร้องในวันนี้ไปศึกษา เพื่อประกอบการร่างคำฟ้องและเสนอเข้าที่ประชุมผู้ตรวจการฯ ในวันที่ 25ธ.ค.นี้ เพื่อให้ทันกรอบเวลา 30 วันของการยื่นอุทธรณ์ที่จะครบกำหนดในวันที่ 2 ม.ค.56 ทั้งนี้กระบวนการแรกอยากให้ศาลปกครองสูงสุดรับคำฟ้องก่อน และหลังจากนั้นผู้ตรวจการฯ ก็พร้อมจะให้ข้อมูลเอกสารและชี้แจงศาลต่อไป















____________________________________


บอร์ดทีโอทีตั้ง กก. 2 ชุดดูยุทธศาสตร์-รับมือรายได้สัมปทานหมด



บอร์ดทีโอทีเลือก “ยงยุทธ วัฒนสินธุ์” รองฯ โครงข่ายเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ เหลือแค่พิธีการต่อรองค่าจ้างและเซ็นสัญญาจ้าง พร้อมตั้งกรรมการ 2 ชุดดูเรื่องสัญญาสัมปทานและยุทธศาสตร์ความอยู่รอด กำชับต้องเร่ง 3G เฟส 1 ให้เสร็จโดยเร็ว หลังอืดเป็นเรือเกลือ จี้พนักงานต้องปรับตัว เปลี่ยนภาพลักษณ์องค์กรที่ยังติดการเป็นหน่วยงานรัฐ และเร่งพีอาร์บริการให้ประชาชนรับรู้
   
      นายอุดม พัวสกุล ประธานบอร์ดบริษัท ทีโอที กล่าวภายหลังการประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.ว่า ที่ประชุมได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุด โดยชุดแรกจะรับผิดชอบในเรื่องการวางแผนรับมือ หลังจากส่วนแบ่งรายได้จากสัญญาสัมปทานที่จะหายไปในปี 2556 ตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ปี 2553 รวมทั้งสัญญาร่วมงานกับเอไอเอสที่จะสิ้นสุดลงในปี 2558 พร้อมทั้งเรื่องการขอใช้คลื่นความถี่ 900 MHz และ 2.3 GHz ต่อภายหลังหมดสัญญา
   
      “เบื้องต้นเราให้เวลา 1 เดือนกับคณะกรรมการชุดดังกล่าว ในการวางแผนยุทธศาสตร์เพื่อเตรียมรับมือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น”
   
      ส่วนชุดที่ 2 จะเป็นคณะกรรมการยุทธศาสตร์ โดยจะมีฝ่ายบริหาร และกรรมการบอร์ดเป็นกรรมการอยู่ในคณะกรรมการชุดนี้ด้วยเพื่อความคล่องตัวในการทำงาน โดยมีหน้าที่หลักคือ ทบทวนยุทธศาสตร์ต่างๆ ของทีโอทีในช่วง 5-10 ปีข้างหน้าว่าจะดำเนินธุรกิจอะไรต่อไป หรือไม่ดำเนินธุรกิจอะไร โดยจะมีการประเมินผลคณะกรรมการชุดนี้ทุก 6 เดือน
   
      สำหรับกรรมการที่ดูแลเรื่องการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ 3G ซึ่งประกอบด้วยกรรมการบอร์ด เช่น นายประสิทธิ์ ศิริภากรณ์ นายจักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ และนายกอบพงษ์ ตรีสุขี ได้รายงานความคืบหน้า 3G เฟส 1 ซึ่งมีความล่าช้าจากปัญหาการส่งมอบงาน โดยยังค้างการติดตั้งสถานีฐานที่ยังไม่เสร็จอีกจำนวน 1,000 สถานีในตอนนี้ จากทั้งหมด 5,320 สถานีฐาน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน เม.ย. 2556 เป็นอย่างช้า
   
      “เรามองว่ากำหนดการดังกล่าวยังถือว่าช้าไปอยู่ดี ดังนั้นคณะกรรมการ 3G จะต้องมีการหารือกันอีกครั้งในวันอังคารที่ 25 ธ.ค.นี้ว่าติดปัญหาอะไรทำไมถึงล่าช้าได้ขนาดนี้”
   
      ขณะเดียวกัน บอร์ดยังได้มีการหารือเบื้องต้นถึงเรื่องการเดินหน้าให้บริการ 4G บนคลื่นความถี่ 2.3 GHz พร้อมทั้งจะเร่งผลักดันโครงการ 3G เฟส 2 อีก 1.5 หมื่นสถานีฐาน ในวงเงินงบประมาณ 30,000 ล้านบาทต่อไป
   
      นอกจากนี้ ที่ประชุมบอร์ดยังได้พิจารณาให้ความเห็นชอบนายยงยุทธ วัฒนสินธุ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการให้เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ทีโอทีคนใหม่ โดยขั้นตอนต่อไปจะเป็นการเจรจาค่าตอบแทนและส่งเรื่องให้กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้น เพื่อลงนามในสัญญาจ้าง โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี เงินเดือนเดือนละไม่เกิน 400,000 บาท คาดว่าจะสามารถแต่งตั้งได้ไม่เกิน 1 ก.พ. 2556
   
      นายอุดมกล่าวว่า ภายหลังจากได้กรรมการผู้จัดการคนใหม่อย่างเป็นทางการแล้วจะเร่งให้ดำเนินการตามนโยบายที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้มอบนโยบายไว้ให้เห็นผลภายในระยะเวลา 3 เดือน ได้แก่ 1. โครงการ 3G เฟส 1 ที่ยังไม่แล้วเสร็จ โดยเร่งให้ไปดำเนินการติดตั้งสถานีฐานที่เหลือ 1,000 กว่าสถานีให้ครบ 5,320 สถานีฐานให้ได้โดยเร็ว
   
      2. การปรับเปลี่ยนแผนการตลาดที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรในทุกๆ ส่วน อาทิ ในส่วนโทรศัพท์พื้นฐานที่ทีโอทีมีลูกค้ากว่า 3.6 ล้านเลขหมายจะต้องเร่งสร้างบริการเสริมเพื่อสร้างรายได้ จากปัจจุบันมีรายได้มาจากการบำรุงรักษาเลขหมายเพียงเดือนละ 107 บาทเท่านั้น ฉะนั้น หากมีบริการเสริมอื่นๆ เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ทีโอทีอย่างแน่นอน และ 3. การนำทรัพยากร หรือโครงข่ายที่มีศักยภาพอย่างธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ที่ถือเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ให้ทีโอทีอย่างต่อเนื่อง นำมาปรับปรุงคุณภาพให้บริการ และเพิ่มความเร็ว ก็จะสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน
   
      นอกจากนี้ สิ่งที่ทีโอทีจะต้องแก้ไข และปรับเปลี่ยนอย่างเร่งด่วนคือ เรื่องภาพลักษณ์ขององค์กรที่ยังดูเป็นหน่วยงานของรัฐอยู่ ส่วนพนักงานภายในก็จะต้องปรับตัวเช่นเดียวกันด้วย รวมไปถึงงานด้านประชาสัมพันธ์ที่จะต้องเน้นหนักให้มากขึ้น เพราะปัจจุบันผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักว่าทีโอทีมีการให้บริการอะไรบ้าง

ASTV ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/CBiZReview/ViewNews.aspx?NewsID=9550000154112



____________________________________


'ทีโอที'จี้ผู้ตรวจฯยื่นอุทธรณ์ศาล ปค.สูงสุด ปม3จี

“ทีโอที” จี้ผู้ตรวจฯ ยื่นอุทธรณ์ศาล ปค.สูงสุด ปม3จี พร้อมส่งศาล รธน. ตีความข้อกฎหมาย ชี้ผู้ตรวจฯ มีอำนาจสอบ กสทช. ด้านโฆษกฯ เผยเตรียมเข้าที่ประชุมอังคารหน้า คาดอุทธรณ์ก่อน 2 ม.ค.

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กลุ่มผู้นำแรงงาน บมจ.ทีโอที นำโดย นายนราพล ปลายเนตร พร้อมนายพิราม เกษมวงศ์ นายพงศ์ฐิติ พงศ์ศิรามณี และคณะ เดินทางมายื่นหนังสือถึงนางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายรักษเกชา แฉ่ฉาย รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ในฐานะโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้เสนอความเห็นยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด และเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความข้อกฎหมาย

โดยนายพงศ์ฐิติ กล่าวว่า ทางกลุ่มเห็นว่าคลื่นความถี่เป็นสมบัติของประเทศ โดยมีประชาชนเป็นเจ้าของ และมีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่เป็นผู้รับผิดชอบ เมื่อ กสทช. นำคลื่นความถี่ไปประมูลโดยไม่มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม แม้จะอ้างว่าต้องการให้ต้นทุนในการประมูลต่ำ เพื่อนำไปสู่ค่าบริการที่มีราคาถูกลง การประมูลครั้งนี้ ทางกลุ่มมองว่าผลประโยชน์และรายได้ที่เข้าสู่ประเทศลดลง ไม่ได้ประโยชน์อย่างแท้จริง ผู้ตรวจการฯ ในฐานะองค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ มีอำนาจในการตรวจสอบ กสทช. ที่เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ให้มาบริหารจัดการคลื่นความถี่ ถือเป็นหน่วยงานของรัฐที่ได้รับเงินงบประมาณสนับสนุนจากรัฐ ตามมาตรา 65 ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ดังนั้นถ้าหากศาลปกครองกลางเห็นว่า ผู้ตรวจการฯ ไม่มีอำนาจตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐ หน่วยงานของรัฐ คิดว่าก็คงไม่มีองค์กรไหนตรวจสอบ กสทช.ได้ ดังนั้นขอให้ผู้ตรวจการฯ เร่งดำเนินการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดโดยเร็ว พร้อมทั้งเสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตีความข้อกฎหมายกรณีที่ศาลปกครองกลางเห็นว่า กสทช.ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่อยู่ในอำนาจฟ้องของผู้ตรวจการฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 244(1) (ก)

นายรักษเกชา กล่าวว่า ผู้ตรวจการฯ ได้เห็นพ้องที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดอย่างแน่นอน ขณะนี้อยู่ระหว่างร่างคำฟ้องโดยไม่ได้กังวลอะไร แต่เป็นห่วงว่าจะทำให้สาธารณชนคลายความสงสัยในเรื่องดังกล่าวได้อย่างไร เพราะการยื่นอุทธรณ์จำเป็นต้องได้ข้อมูลที่ชัดเจนมากที่สุด อีกทั้งตนจะนำคำร้องในวันนี้ไปศึกษา เพื่อประกอบการร่างคำฟ้องและเสนอเข้าที่ประชุมผู้ตรวจการฯ ในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ เพื่อให้ทันกรอบเวลา 30 วันของการยื่นอุทธรณ์ที่จะครบกำหนดในวันที่ 2 ม.ค.56 ทั้งนี้กระบวนการแรกอยากให้ศาลปกครองสูงสุดรับคำฟ้องก่อน และหลังจากนั้นผู้ตรวจการฯ ก็พร้อมจะให้ข้อมูลเอกสารและชี้แจงศาลต่อไป.

ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/tech/314690

________________________________________



'ทีโอที'จี้ผู้ตรวจฯยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองปม3จี

"ทีโอที" จี้ผู้ตรวจฯยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุดปม 3จี พร้อมส่งศาลรธน.ตีความข้อกฏหมาย ระบุผู้ตรวจฯมีอำนาจสอบกสทช.

กลุ่มผู้นำแรงงาน บมจ.ทีโอที นำโดยนายนราพล ปลายเนตร พร้อมนายพิราม เกษมวงศ์ นายพงศ์ฐิติ พงศ์ศิรามณี และคณะ เดินทางมายื่นหนังสือถึงนางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายรักษเกชา แฉ่ฉาย รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ในฐานะโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้เสนอความเห็นยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด และเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความข้อกฎหมาย

นายพงศ์ฐิติ กล่าวว่า ทางกลุ่มเห็นว่าคลื่นความถี่ เป็นสมบัติของประเทศ โดยมีประชาชนเป็นเจ้าของ และมีคณะกรรมการกิจการกระจาย กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ที่เป็นผู้รับผิดชอบ เมื่อ กสทช.นำคลื่นความถี่ไปประมูลโดยไม่มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม แม้จะอ้างว่าต้องการให้ต้นทุนในการประมูลต่ำ เพื่อนำไปสู่ค่าบริการที่มีราคาถูกลง

การประมูลครั้งนี้ ทางกลุ่มมองว่า ผลประโยชน์และรายได้ที่เข้าสู่ประเทศลดลง ไม่ได้ประโยชน์อย่างแท้จริง ผู้ตรวจการฯ ในฐานะองค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ มีอำนาจในการตรวจสอบ กสทช. ที่เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ให้มาบริหารจัดการคลื่นความถี่ ถือเป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ได้รับเงินงบประมาณสนับสนุนจากรัฐ ตามมาตรา 65 ของพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ดังนั้นถ้าหากศาลปกครองกลางเห็นว่า ผู้ตรวจการฯไม่มีอำนาจตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐ หน่วยงานของรัฐ คิดว่าก็คงไม่มีองค์กรไหนตรวจสอบ กสทช. ได้ ดังนั้นขอให้ผู้ตรวจการฯ เร่งดำเนินการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดโดยเร็ว พร้อมทั้งเสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตีความข้อกฎหมายกรณีที่ศาลปกครองกลางเห็นว่า กสทช. ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่อยู่ในอำนาจฟ้องของผู้ตรวจการฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา244(1) (ก)

นายรักษเกชา กล่าวว่า ผู้ตรวจการฯ ได้เห็นพ้องที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดอย่างแน่นอน ขณะนี้อยู่ระหว่างร่างคำฟ้อง โดยไม่ได้กังวลอะไร แต่เป็นห่วงว่าจะทำให้สาธารณชนคลายความสงสัยในเรื่องดังกล่าวได้อย่างไร เพราะการยื่นอุทธรณ์จำเป็นต้องได้ข้อมูลที่ชัดเจนมากที่สุด อีกทั้งตนจะนำคำร้องในวันนี้ไปศึกษา เพื่อประกอบการร่างคำฟ้องและเสนอเข้าที่ประชุมผู้ตรวจการฯ ในวันที่ 25ธ.ค.นี้ เพื่อให้ทันกรอบเวลา 30 วันของการยื่นอุทธรณ์ที่จะครบกำหนดในวันที่ 2 ม.ค.56 ทั้งนี้กระบวนการแรกอยากให้ศาลปกครองสูงสุดรับคำฟ้องก่อน และหลังจากนั้นผู้ตรวจการฯ ก็พร้อมจะให้ข้อมูลเอกสารและชี้แจงศาลต่อไป

กรุงเทพธุรกิจ
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/it/20121220/4
82848/%B7%D5%E2%CD%B7%D5%A8%D5%E9%BC%D9%E9%
B5%C3%C7%A8%CF%C2%D7%E8%B9%CD%D8%B7%B8%C3%
B3%EC%C8%D2%C5%BB%A1%A4%C3%CD%A7%BB%C13%A8
%D5.html

_______________________________________


ตั้ง‘ยงยุทธ’นั่งซีอีโอ‘ทีโอที’คนใหม่


นายอุดม พัวสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร(บอร์ด) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2555 ได้เห็นชอบให้นายยงยุทธ วัฒนสิทธิ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที สายงานโครงข่าย เป็น กรรมการผู้จัดการใหญ่(ซีอีโอ)ทีโอที คนใหม่ โดยขั้นตอนต่อไปจะเสนอเข้าสู่กระบวนการจัดจ้าง โดยเจรจาค่าตอบแทน และนำส่ง กระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ เพื่อลงนามในสัญญาจ้าง โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปีเงินเดือนเดือนละไม่เกิน 400,000 บาท คาดว่าจะสามารถแต่งตั้งได้ไม่เกิน 1 กุมภาพันธ์ 2556



โดยกรรมการผู้จัดการคนใหม่จะต้องเร่งโครงการวางโครงข่าย 3G ในเฟส 1 ที่ยังไม่แล้วเสร็จ รวมทั้งการเร่งสร้างบริการเสริมเพื่อสร้างรายได้ นอกจากนี้ บอร์ดยังเสนอให้ตั้ง “คณะกรรมการยุทธศาสตร์”ขึ้นมา1ชุดโดยมีฝ่ายบริหาร เพื่อให้การทำงานคล่องตัวมากขึ้น โดยมีหน้าที่หลักเพื่อทบทวนยุทธศาสตร์ต่างๆ ของทีโอทีใน 5-10 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ บอร์ดยังให้ศึกษาโครงการเดินหน้าทำระบบ 4G บนคลื่นความถี่ 2.3GHz

ขณะที่บอร์ดทีโอที เอง จะวางแผนยุทธศาสตร์รับมือหลังสัมปทานของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ที่กำลังจะหมดลงในปี 2558 ด้วย

แนวหน้า
http://www.ryt9.com/s/nnd/1553408

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.