Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

26 ธันวาคม 2555 คาดแท้งแน่++ หลังศาลสกัดSUPERกสทช.จาก5ผ่าน4 (แต่ประธานให้เดินต่อ) กม.ชี้ผ่าน4ก็ประชุมไม่ได้เพราะขาดอีก1คน

ประเด็นหลัก

แต่เนื่องจากตาม พ.ร.บ. กสทช. มาตรา 70 ได้ระบุว่า คณะกรรมการติดตามและประเมินผลงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม(กสทช.) 1 คณะประกอบไปด้วยกรรมการจาก 5 ด้าน จึงเป็นปัญหาว่าเมื่อมีรายชื่อผู้เข้ารอบที่จะให้วุฒิสภาคัดเลือกได้เพียง 4 ด้าน กระบวนการสรรหาจะดำเนินการต่อไปได้หรือไม่ จึงเป็นประเด็นที่ประธานวุฒิสภาจะต้องวินิจฉัย

นายจิตติพจน์  วิริยะโรจน์ สมาชิกวุฒิสภา และคณะกรรมาธิการฯ กล่าวเสริมว่า ต่อให้ประธานวุฒิสภาตัดสินใจเดินหน้าต่อ และสมาชิกวุฒิสภาคัดเลือกผู้สมควรเป็นซุปเปอร์บอร์ดได้ แต่ก็จะมีปัญหาตามมาอีก เนื่องจากศาลเคยมีคำวินิจฉัยว่า หากคณะกรรมการต้องมีองค์ประกอบไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนดจะไม่สามารถประชุมหรือดำเนินการใดๆ ได้ ฉะนั้น ถ้าวุฒิสภาเลือกได้แค่ 4 คน ไม่ครบ 5 คน ซุปเปอร์ชุดนี้ก็จะทำงานไม่ได้


ส่วนการกำหนดระยะเวลาให้ประธานวุฒิสภาต้องเลือกซุปเปอร์บอร์ดให้ครบภายใน 30 วัน นับจากได้รับการเสนอรายชื่อมานั้น เป็นข้อกำหนดตามระเบียบวุฒิสภาในการสรรหาซุปเปอร์บอร์ด ซึ่งในการประชุมวุฒิสภาเมี่อวานนี้(24 ธ.ค.) ได้มีการขยายเวลาเพิ่มอีก 15 วันไปแล้ว จากเดิมที่จะครบกำหนดในวันที่ 10 ม.ค. นี้  หากประธานวุฒิสภาตัดสินใจยังไม่บรรจุวาระการเลือกซุปเปอร์บอร์ดอีก ก็จะมีการขยายเวลาไปเรื่อยๆ เพราะข้อกำหนดนี้เป็นเพียงแค่ระเบียบวุฒิสภาที่ประกาศขึ้นโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 70 ของ พ.ร.บ. กสทช. จึงไม่ได้มีอำนาจบังคับเหนือกว่า








__________________________


เลือก "ซุปเปอร์บอร์ด"ตรวจการบ้านกสทช.ส่อแววสะดุดอีกรอบ



รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้(25 ธ.ค.) ตั้งแต่เวลา 13.00 น. ณ ห้องรับรอง 1 อาคาร 2 รัฐสภา คณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมบุคคลที่ผ่านการคัดเลือกเป็นกรรมการติดตามและประเมินผลงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม(กสทช.) หรือซุปเปอร์บอร์ด ได้เชิญผู้ผ่านเข้ารอบ 8 คน มาแสดงวิสัยทัศน์และตอบข้อซักถามของคณะกรรมาธิการ

นายอนุรักษ์  นิยมเวช สมาชิกวุฒิสภาสรรหา ในฐานะกรรมาธิการฯ เปิดเผยว่า เนื่องจากศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งทุเลาชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดี ในกรณีที่นายวุฒิพร เดี่ยวพานิช 1 ในผู้สมัครเป็นซุปเปอร์บอร์ดด้านคุ้มครองผู้บริโภค แต่ไม่ผ่านการคัดเลือกได้ยื่นฟ้องต่อศาล  ดังนั้นคณะกรรมาธิการฯ จึงได้ยุติการคัดเลือกซุปเปอร์บอร์ดในด้านดังกล่าวไว้ก่อน  และเมื่อได้มีการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัครที่เหลืออีก 4 ด้านแล้ว ในวันที่ 27 ธ.ค. นี้คณะกรรมาธิการฯ จะสรุปและรับรองรายงานก่อนจะเสนอให้ประธานวุฒิสภาพิจารณาว่าจะบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมวุฒิสภาเมื่อใด

แต่เนื่องจากตาม พ.ร.บ. กสทช. มาตรา 70 ได้ระบุว่า คณะกรรมการติดตามและประเมินผลงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม(กสทช.) 1 คณะประกอบไปด้วยกรรมการจาก 5 ด้าน จึงเป็นปัญหาว่าเมื่อมีรายชื่อผู้เข้ารอบที่จะให้วุฒิสภาคัดเลือกได้เพียง 4 ด้าน กระบวนการสรรหาจะดำเนินการต่อไปได้หรือไม่ จึงเป็นประเด็นที่ประธานวุฒิสภาจะต้องวินิจฉัย

นายจิตติพจน์  วิริยะโรจน์ สมาชิกวุฒิสภา และคณะกรรมาธิการฯ กล่าวเสริมว่า ต่อให้ประธานวุฒิสภาตัดสินใจเดินหน้าต่อ และสมาชิกวุฒิสภาคัดเลือกผู้สมควรเป็นซุปเปอร์บอร์ดได้ แต่ก็จะมีปัญหาตามมาอีก เนื่องจากศาลเคยมีคำวินิจฉัยว่า หากคณะกรรมการต้องมีองค์ประกอบไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนดจะไม่สามารถประชุมหรือดำเนินการใดๆ ได้ ฉะนั้น ถ้าวุฒิสภาเลือกได้แค่ 4 คน ไม่ครบ 5 คน ซุปเปอร์ชุดนี้ก็จะทำงานไม่ได้

ส่วนการกำหนดระยะเวลาให้ประธานวุฒิสภาต้องเลือกซุปเปอร์บอร์ดให้ครบภายใน 30 วัน นับจากได้รับการเสนอรายชื่อมานั้น เป็นข้อกำหนดตามระเบียบวุฒิสภาในการสรรหาซุปเปอร์บอร์ด ซึ่งในการประชุมวุฒิสภาเมี่อวานนี้(24 ธ.ค.) ได้มีการขยายเวลาเพิ่มอีก 15 วันไปแล้ว จากเดิมที่จะครบกำหนดในวันที่ 10 ม.ค. นี้  หากประธานวุฒิสภาตัดสินใจยังไม่บรรจุวาระการเลือกซุปเปอร์บอร์ดอีก ก็จะมีการขยายเวลาไปเรื่อยๆ เพราะข้อกำหนดนี้เป็นเพียงแค่ระเบียบวุฒิสภาที่ประกาศขึ้นโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 70 ของ พ.ร.บ. กสทช. จึงไม่ได้มีอำนาจบังคับเหนือกว่า

นายอนุรักษ์ กล่าวว่า หากประธานวุฒิสภาพิจารณาแล้วว่าการลงมติเลือกซุปเปอร์บอร์ดแค่ 4 ด้านเป็นการขัดกับมาตรา 70 พ.ร.บ.กสทช. ก็ต้องเลื่อนการพิจารณาออกไปเรื่อยๆ จนกว่าศาลปกครองจะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น  แต่ถ้าประธานตัดสินใจลงมติเลือก ก็เชื่อว่าจะต้องมีผู้ยื่นฟ้องเกี่ยวกับการลงมติครั้งนี้แน่นอน

สำหรับผู้ที่เข้ารอบทั้ง 10 คนแยกเป็นผู้เชี่ยวชาญ 5 ด้านๆ ละ 2 คน คือ  ด้านกิจการโทรคมนาคม ได้แก่ นายอนันต์ วรธิติพงศ์ อายุ 57 ปี อดีต ส.ว.สรรหาปี 2551-2554 และอดีตกรรมการบริหารบริษัทโทรคมนาคมหลายแห่ง  นายอมรเทพ จิรัฐิติเจริญ อายุ 43 ปี อาจารย์ ม.เทคโนโลยีมหานคร และอดีตวิศวกรในเครือล๊อกซเลย์และเครือเทเลคอมเอเชีย

ด้านกิจการกระจายเสียง พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อายุ 60 ปี ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบกและกรรมการบริหารนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  น.ส.ลักษมี ศรีสมเพ็ชร อายุ 48 ปี กรรมการบริหารบริษัทศรีสมเพ็ชร ประกอบธุรกิจด้านโฆษณา ประชาสัมพันธ์ นายกสมาคมนักจัดรายการวิทยุและผู้สื่อข่าว จ.เชียงใหม่ และอดีตรองประธานหอการค้าเชียงใหม่

3.ด้านกิจการโทรทัศน์ นายพิชัย อุตมาภินันท์ อายุ 61 ปี กรรมการบริษัทยูไนเต็ดเท็กซ์ไทล์ มิลส์ จำกัดและอดีต ส.ว.สรรหาปี 2551-2554  พล.อ.จิรเดช คชรัตน์ อายุ 63 ปี อดีตที่ปรึกษาและกรรมการในคณะกรรมการบริหารวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก

4.ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค นายพันธรัตน์ จันทร์ปัญญา อายุ 40 ปี นักธุรกิจ อดีตที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ รมว.ยุติธรรมและ รมว.วัฒนธรรม  อันดับ 2 นายประเสริฐ อภิปุญญา อายุ 49 ปี รองเลขาธิการ กสทช. และเลขานุการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.)

และ 5.ด้านส่งเสริมสิทธิเสรีภาพประชาชน พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์ อายุ 59 ปี อดีต ผอ.สำนักงบประมาณ กระทรวงกลาโหม และอดีตกรรมการบริหารวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  นายจเด็จ อินสว่าง อายุ 65 ปี ข้าราชการบำนาญ อดีตปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ประชาชาติธุรกิจ
http://www.prachachat.net/news_detail.php?
newsid=1356426091&grpid=&catid=06&subcatid=0600


_________________________


ว่าที่ซุปเปอร์บอร์ด กสทช. แสดงวิสัยทัศน์

คณะกรรมาธิการสามัญตรวจสอบประวัติ และประเมินการปฏิบัติงาน กสทช. เปิดให้ว่าที่ซุปเปอร์บอร์ด กสทช. แสดงวิสัยทัศน์ ขณะที่งดนายประเสริฐ อภิปุญญา และนายพันธ์ศักดิ์ จันทร์ปัญญา ตามคำสังศาลปกครอง...

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ที่ห้องรับรอง 1–2 อาคารวุฒิสภา คณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้สมควรได้รับเลือกเป็นกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ของคณะกรรมการจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ได้จัดให้ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเป็นกรรมการติดตามและประเมินงาน กสทช. ในรอบแรกจำนวน 8 คน ใน 4 ด้าน ได้แก่ กิจการกระจายเสียง ประกอบด้วย พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร และ น.ส.ลักษมี ศรีสมเพ็ชร ด้านกิจการโทรทัศน์ ประกอบด้วย พล.อ.จิรเดช คชรัตน์ และนายพิชัย อุตมาภินันท์ ด้านกิจการโทรคมนาคม ประกอบด้วย นายอนันต์ วรธิติพงศ์ และนายอมรเทพ จิรัฐิติเจริญ และด้านการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ประกอบด้วย นายจะเด็จ อินสว่าง และ พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์ มาแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติฯ และสื่อมวลชน ที่มาสังเกตการณ์

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้งดการแสดงวิสัยทัศน์ของ นายประเสริฐ อภิปุญญา และนายพันธ์ศักดิ์ จันทร์ปัญญา ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเป็นกรรมการติดตามและประเมินงาน กสทช. ในรอบแรกด้านการคุ้มครองผู้บริโภค เนื่องจากศาลปกครองกลางมีคำสั่งทุเลาและคุ้มครองตามที่ นายวุฒิพร เดี่ยวพาณิช ผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการติดตามและประเมินผลงาน กสทช. ฟ้องร้องโดยการแสดงวิสัยทัศน์ดังกล่าวผู้ที่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรก ได้ยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่เสมือนเป็นตัวแทน ส.ว.ในการตรวจสอบ ติดตามและประเมินผลงาน กสทช. ตามความรู้และความสามารถที่มีและกฎหมายที่มีบังคับใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศมากที่สุด

ภายหลังการประชุมเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ นายอนุรักษ์ นิยมเวช ส.ว.สรรหา ในฐานะกรรมาธิการสามัญตรวจสอบฯ เปิดเผยว่า หลังจากที่กรรมาธิการสามัญตรวจสอบประวัติ จะจัดทำรายงานการประชุมเพื่อเสนอให้กับ นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา เพื่อให้พิจารณาบรรจุวาระในการลงคะแนนเลือกกรรมการติดตาม ประเมินผลงานของ กสทช. ในรอบสุดท้าย ที่จะต้องคัดเลือกให้เหลือ 5 คน จากจำนวนทั้งหมด 10 คน

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นการบรรจุระเบียบวาระเพื่อลงมติเลือกรอบสุดท้ายนั้น พบว่ามีปัญหาว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ หลังจากที่มีผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกด้านคุ้มครองผู้บริโภคต้องถูกชะลอไว้ เนื่องจากคำสั่งของศาลปกครองกลาง ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาตามบทบัญญัติของ พ.ร.บ.กสทช. พ.ศ.2553 มาตรา 70 วรรคสองว่าด้วยการคัดเลือกกรรมการติดตามและประเมินงาน กสทช. ที่ระบุให้มีการคัดเลือกผู้สมควรเป็นกรรมการติดตามประเมินผลงาน กสทช. ที่ได้รับคัดเลือกเป็นจำนวน 2 เท่า ของกรรมการทั้ง 5 ด้าน หมายความว่าการคัดเลือกในรอบสุดท้ายนั้น จะต้องรอให้ผู้สมัครครบทั้ง 5 ด้านก่อนหรือไม่ ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าหากประธานวุฒิสภาเดินหน้าเลือกโดยไม่รอผู้สมัครฯ จากด้านการคุ้มครองผู้บริโภค จะถูกนำไปฟ้องร้องและอนาคตจะเกิดปัญหา โดยเฉพาะอายุการดำรงตำแหน่งของกรรมการ ติดตามและประเมินงาน กสทช.ที่ตามกฎหมายระบุให้ดำรงตำแหน่งวาระละ 3 ปี

“ผมมองว่าประเด็นนี้ ประธานวุฒิสภาต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนที่จะให้มีการลงคะแนนเลือกในรอบสุดท้าย โดยเฉพาะหากให้มีการลงคะแนนตัดสินใน 4 ด้าน โดยไม่รอด้านคุ้มครองผู้บริโภคที่มีปัญหาฟ้องร้องตามกฎหมายระบุชัดเจนว่า กรรมการที่ผ่านการคัดเลือกจะไม่สามารถนับเป็นองค์ประชุมและจัดประชุมได้ นอกจากนั้น หากการเลือกกรรมการเข้าดำรงตำแหน่งมีความเหลื่อมล้ำอาจทำให้เป็นปัญหาเรื่องการดำรงวาระอีก” นายอนุรักษ์ กล่าว

ขณะที่ นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ ฐานะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) เปิดเผยว่า ที่ประชุมวิปวุฒิสภาไม่ได้มีการหารือในประเด็นดังกล่าว แต่ได้คุยกันนอกรอบถึงประเด็นปัญหาเรื่องการคัดเลือกเบื้องต้นในเรื่องขององค์ประชุมที่ตามกฎหมายระบุว่า ต้องมีสมาชิกให้ครบทุกด้านก่อนโดยคำวินิจฉัยนั้นระบุว่าต้องให้ครบก่อน และหากไม่ครบก็จะไม่นับเป็นองค์ประชุม ดังนั้น ประเด็นนี้น่าสนใจและควรพิจารณาให้รอบคอบ.


ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/tech/315928


________________________________


ส.ว.หวั่นคัดเลือก “ซูเปอร์บอร์ด กสทช.” ส่อแท้ง เหตุด้านคุ้มครองผู้บริโภคถูกศาลเบรก


การประชุมแสดงวิสัยทัศน์เป็นกรรมการติดตามและประเมินผลงาน กสทช. รอบแรกมีเพียง 8 คนใน 4 ด้าน ย้ำชัดจะทำหน้าที่เสมือนตัวแทน ส.ว.ตรวจสอบ ส่วนด้านการคุ้มครองผู้บริโภคถูกงด หลังศาลปกครองคุ้มครองชั่วคราวตามที่ผู้สมัครรายหนึ่งฟ้องร้อง กมธ.ตรวจสอบเผยมีปัญหาลงมติคัดเลือกรอบสุดท้าย หวั่นถูกฟ้องร้อง-เกิดปัญหา ส่วนวิปวุฒิสภาชี้รอให้ครบก่อน เตือนให้รอบคอบ
     
      วันนี้ (25 ธ.ค.) ที่ห้องรับรอง 1-2 อาคารวุฒิสภา คณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้สมควรได้รับเลือกเป็นกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ได้จัดให้ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเป็นกรรมการติดตามและประเมินงาน กสทช.ในรอบแรก จำนวน 8 คน ใน 4 ด้าน ได้แก่ กิจการกระจายเสียง ประกอบด้วย พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร และ น.ส.ลักษมี ศรีสมเพ็ชร, ด้านกิจการโทรทัศน์ ประกอบด้วย พล.อ.จิรเดช คชรัตน์ และนายพิชัย อุตมาภินันท์, ด้านกิจการโทรคมนาคม ประกอบด้วย นายอนันต์ วรธิติพงศ์ และนายอมรเทพ จิรัฐิติเจริญ และ ด้านการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ประกอบด้วย นายจเด็จ อินสว่าง และ พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์ มาแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติฯ และสื่อมวลชนที่มาสังเกตการณ์
     
      ทั้งนี้ ที่ประชุมได้งดการแสดงวิสัยทัศน์ของนายประเสริฐ อภิปุญญา และนายพันธ์ศักดิ์ จันทร์ปัญญา ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเป็นกรรมการติดตามและประเมินงาน กสทช. ในรอบแรก ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค เนื่องจากศาลปกครองกลางมีคำสั่งทุเลาและคุ้มครอง ตามที่นายวุฒิพร เดี่ยวพาณิช ผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการติดตามและประเมินผลงาน กสทช.ฟ้องร้อง โดยการแสดงวิสัยทัศน์ดังกล่าว ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรก ได้ยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่เสมือนเป็นตัวแทน ส.ว.ในการตรวจสอบ ติดตามและประเมินผลงาน กสทช. ตามความรู้และความสามารถที่มี และกฎหมายที่มีบังคับใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศมากที่สุด
     
      ภายหลังการประชุมเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ นายอนุรักษ์ นิยมเวช ส.ว.สรรหา ในฐานะกรรมาธิการสามัญตรวจสอบฯ เปิดเผยว่า หลังจากที่กรรมาธิการสามัญตรวจสอบประวัติ จะจัดทำรายงานการประชุม เพื่อเสนอให้กับนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา เพื่อให้พิจารณาบรรจุวาระในการลงคะแนนเลือกกรรมการติดตามประเมินผลงานของ กสทช.ในรอบสุดท้าย ที่จะต้องคัดเลือกให้เหลือ 5 คนจากจำนวนทั้งหมด 10 คน อย่างไรก็ตาม ในประเด็นการบรรจุระเบียบวาระเพื่อลงมติเลือกรอบสุดท้ายนั้น พบว่ามีปัญหาว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ หลังจากที่มีผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือก ด้านคุ้มครองผู้บริโภคต้องถูกชะลอไว้ เนื่องจากคำสั่งของศาลปกครองกลาง
     
      ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาตามบทบัญญัติของ พ.ร.บ.กสทช. พ.ศ. 2553 มาตรา 70 วรรคสอง ว่าด้วยการคัดเลือกกรรมการติดตามและประเมินงาน กสทช. ที่ระบุให้มีการคัดเลือกผู้สมควรเป็นกรรมการติดตามประเมินผลงาน กสทช.ที่ได้รับคัดเลือกเป็นจำนวน 2 เท่าของกรรมการทั้ง 5 ด้าน หมายความว่าการคัดเลือกในรอบสุดท้ายนั้นจะต้องรอให้ผู้สมัครครบทั้ง 5 ด้านก่อนหรือไม่ ทั้งนี้ตนเชื่อว่าหากประธานวุฒิสภา เดินหน้าเลือกโดยไม่รอผู้สมัครฯ จากด้านการคุ้มครองผู้บริโภค จะถูกนำไปฟ้องร้อง และอนาคตจะเกิดปัญหา โดยเฉพาะอายุการดำรงตำแหน่งของกรรมการติดตามและประเมินงาน กสทช.ที่ตามกฎหมายระบุให้ดำรงตำแหน่ง วาระละ 3 ปี
     
      “ผมมองว่าประเด็นนี้ ประธานวุฒิสภาต้องพิจารณาให้รอบคอบ ก่อนที่จะให้มีการลงคะแนนเลือกในรอบสุดท้าย โดยเฉพาะหากให้มีการลงคะแนนตัดสินใน 4 ด้าน โดยไม่รอด้านคุ้มครองผู้บริโภคที่มีปัญหาฟ้องร้อง ตามกฎหมายระบุชัดเจนว่า กรรมการที่ผ่านการคัดเลือกจะไม่สามารถนับเป็นองค์ประชุมและจัดประชุมได้ นอกจากนั้นหากการเลือกกรรมการเข้าดำรงตำแหน่งมีความเหลื่อมล้ำอาจทำให้เป็นปัญหาเรื่องการดำรงวาระอีก” นายอนุรักษ์กล่าว
     
      ขณะที่นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) เปิดเผยว่า ที่ประชุมวิปวุฒิสภาไม่ได้มีการหารือในประเด็นดังกล่าว แต่ได้คุยกันนอกรอบถึงประเด็นปัญหาเรื่องการคัดเลือก เบื้องต้นในเรื่องขององค์ประชุมที่ตามกฎหมายระบุว่าต้องมีสมาชิกให้ครบทุกด้านก่อน โดยคำวินิจฉัยนั้นระบุว่าต้องให้ครบก่อน และหากไม่ครบก็จะไม่นับเป็นองค์ประชุม ดังนั้นประเด็นนี้น่าสนใจและควรพิจารณาให้รอบคอบ

ASTV ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9550000156490&Keyword=%a1%ca%b7

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.