Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

28 ธันวาคม 2555 อนุดิษฐ์ ยุ CAT ห้ามคืนคลื่น!(ถ้า กสทช.ยอมให้ CAT ขึ้นศาลให้กฏหมายสู้รบทันที)เปิดCATทำMVNOเป็นทางออก//กสทช.พิจารณากุมภา

ประเด็นหลัก

นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวว่า แผนการดำเนินการเพื่อรองรับการสิ้นสุดสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจอย่าง บมจ. กสท โทรคมนาคม หรือ CAT ผู้ให้สัมปทาน กับบริษัท ทรูมูฟ จำกัด ที่มีลูกค้า 17 ล้านราย และ บริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด (ดีพีซี) (บริษัทในเครือของ AIS) มีลูกค้า 80,000 ราย ที่ได้สิทธิใช้คลื่นความถี่ รายละ 2.1 MHz เพื่อให้บริการลูกค้าระบบ 2 จี โดยจะสิ้นสัญญาสัมปทานในเดือน 15 ก.ย.56 นี้ จะต้องคืนกลับมาที่ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตามกฎหมาย พ.ร.บ.กสทช. พ.ศ.2553


       ขณะนี้ กสท อยู่ระหว่างเจรจากับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยส่วนตัวอยากให้ยุติในขั้นเจรจาให้ได้ แต่หากยุติไม่ได้ในเรื่องของกฎหมายอาจจะต้องไปถึงชั้นศาล เชื่อว่าในช่วงต้นปี 56 น่าจะได้ข้อยุติ ทั้งนี้ ก็เข้าใจทาง
กสทช.ว่า ต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.กสทช. ที่ระบุไว้ชัดเจนว่า การบริหารจัดการคลื่นไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ประโยชน์ต้องเกิดกับประชาชน เพราะฉะนั้น หากจะบริหารจัดการอย่างไรก็ต้องคำนึงถึงผู้บริโภคด้วย




“แนวทางที่ดีที่สุดที่เห็นคือให้คลื่นอยู่ที่ กสท โดยตั้งแต่วันที่ 16 กันยายนปีหน้า เป็นต้นไป จะถือว่าเป็นการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ของ กสท หาก กสท ทำได้ตามแผนที่วางไว้ รายได้จากตรงนี้จะมาช่วยเสริมในส่วนของรายได้สัมปทานที่จะหายไปด้วยนโยบายเรื่องนี้ทาง ไอซีทียึดประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้งอยู่แล้ว”

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวเพิ่มเติ่มถึงการดำเนินธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3Gภายใต้เทคโนโลยี HSPA บนคลื่นย่าน 850 MHz(3G HSPA) ว่า ธุรกิจนี้กสท ร่วมธุรกิจกับ ทรูมูฟ โดย ทรูมูฟจะเป็นเพียง MVNO (ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนโครงข่ายเสมือนในรูปแบบการประกอบธุรกิจที่ไม่จำเป็นต้องมีโครงข่ายเป็นของตนเอง)เท่านั้น โดยกสท จะมีรายได้จากการให้บริการ MVNO ซึ่งจะทดแทนรายได้สัมปทานหลังสัมปทานสิ้นสุดลง

ด้าน พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณรองประธาน กสทช และประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทค.) ยืนยันว่า กสทช.จะนำคลื่น 1800 MHz จาก กสท ไปจัดสรรด้วยวิธีประมูลในปีหน้านี้ คาดว่าคณะอนุกรรมการเตรียมความพร้อมรองรับสัญญาสัมปทานสิ้นสุด จะสรุปแผนการ 1800 MHz ได้ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2556 และจะนำเสนอต่อที่ประชุมบอร์ด กทค.ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2556

ก่อนหน้านี้นายฐากร ตัณฑสิทธิ์?เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า จะนำเรื่องการจัดสรรคลื่นเสนอต่อบอร์ด กทค.เพื่อจัดตั้งคณะทำงานในการเปิดประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz คาดว่าหลังจากนั้น จะสามารถเปิดประมูลคลื่นดังกล่าวได้ราวปลายปี 2556 หรือประมาณเดือนตุลาคม 2556
























________________________________


ยุCAT ไม่ต้องคืนคลื่นให้กสทช.‘อนุดิษฐ์’ห่วงผู้ใช้มือถือ‘ทรู-ดีพีซี’ ป่วนหลังสัมปทานสิ้นสุดลงปีหน้า



น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) เปิดเผยว่า คลื่นความถี่ที่บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) หรือ CAT ให้สัมปทาน กับบริษัท ทรูมูฟ จำกัด กับบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด (ดีพีซี) สัญญาสัมปทานจะสิ้นสุดลงในวันที่ 15?กันยายน 2556 ตาม พ.ร.บ.ตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 (พ.ร.บ.กสทช.) จะต้องส่งคืนคลื่นความถี่ให้กับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)



ล่าสุด กสท อยู่ระหว่างเจรจากับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อขอชะลอการคืนคลื่นออกไป และเข้าใจว่ากสทช.ก็ต้องการดำเนินตาม พ.ร.บ.กสทช.ที่ระบุไว้ โดยส่วนตัวแล้วอยากให้ยุติในขั้นเจรจาให้ได้ แต่หากยุติไม่ได้ก็อาจจะต้องไปจบที่ชั้นศาลเชื่อว่าน่าจะยุติได้ในช่วงต้นปี 2556ถ้าหากเกิดความขัดแย้งกันก็ไม่น่าจะเกิดประโยชน์

ปัจจุบัน ทรูมูฟ มีลูกค้า 17 ล้านราย ขณะที่ บริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด (ดีพีซี) มีลูกค้า 80,000 ราย โดยทั้ง 2 รายได้สิทธิใช้คลื่นความถี่ รายละ 12.5 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) เพื่อให้บริการลูกค้าระบบ 2G

รมว.ไอซีที แสดงความเป็นห่วงว่า เมื่อสัญญาสัมปทานสิ้นสุดลงแล้วหาก กสทช.ยืนยันที่จะนำคลื่นไปประมูลใหม่แล้วจะดูแลลูกค้าเดิมที่ไม่ยอมย้ายโครงข่ายอย่างไร ในความเป็นจริงแล้ว การโอนย้ายผู้ให้บริการนั้น เป็นสิทธิของลูกค้า ดูจากกรณีในต่างประเทศ ที่จะมีลูกค้าจำนวนหนึ่งที่ไม่ยอมย้าย และยังสมัครใจที่จะใช้โครงข่ายดั่งเดิมอยู่

“แนวทางที่ดีที่สุดที่เห็นคือให้คลื่นอยู่ที่ กสท โดยตั้งแต่วันที่ 16 กันยายนปีหน้า เป็นต้นไป จะถือว่าเป็นการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ของ กสท หาก กสท ทำได้ตามแผนที่วางไว้ รายได้จากตรงนี้จะมาช่วยเสริมในส่วนของรายได้สัมปทานที่จะหายไปด้วยนโยบายเรื่องนี้ทาง ไอซีทียึดประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้งอยู่แล้ว”

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวเพิ่มเติ่มถึงการดำเนินธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3Gภายใต้เทคโนโลยี HSPA บนคลื่นย่าน 850 MHz(3G HSPA) ว่า ธุรกิจนี้กสท ร่วมธุรกิจกับ ทรูมูฟ โดย ทรูมูฟจะเป็นเพียง MVNO (ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนโครงข่ายเสมือนในรูปแบบการประกอบธุรกิจที่ไม่จำเป็นต้องมีโครงข่ายเป็นของตนเอง)เท่านั้น โดยกสท จะมีรายได้จากการให้บริการ MVNO ซึ่งจะทดแทนรายได้สัมปทานหลังสัมปทานสิ้นสุดลง

ด้าน พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณรองประธาน กสทช และประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทค.) ยืนยันว่า กสทช.จะนำคลื่น 1800 MHz จาก กสท ไปจัดสรรด้วยวิธีประมูลในปีหน้านี้ คาดว่าคณะอนุกรรมการเตรียมความพร้อมรองรับสัญญาสัมปทานสิ้นสุด จะสรุปแผนการ 1800 MHz ได้ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2556 และจะนำเสนอต่อที่ประชุมบอร์ด กทค.ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2556

ก่อนหน้านี้นายฐากร ตัณฑสิทธิ์?เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า จะนำเรื่องการจัดสรรคลื่นเสนอต่อบอร์ด กทค.เพื่อจัดตั้งคณะทำงานในการเปิดประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz คาดว่าหลังจากนั้น จะสามารถเปิดประมูลคลื่นดังกล่าวได้ราวปลายปี 2556 หรือประมาณเดือนตุลาคม 2556

แนวหน้า
http://www.naewna.com/business/35652


____________________________________



'อนุดิษฐ์' จี้ กสทช.สางปัญหา กสท


น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า แผนการดำเนินการเพื่อรองรับการสิ้นสุดสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจอย่างบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ผู้ให้สัมปทาน กับบริษัท ทรูมูฟ จำกัด ที่มีลูกค้า 17 ล้านราย และ บริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด (ดีพีซี) มีลูกค้า 80,000 ราย ที่ได้สิทธิ์ใช้คลื่นความถี่ รายละ 12.5 MHz เพื่อให้บริการลูกค้าระบบ 2 จี โดยจะสิ้นสัญญาสัมปทานในวันที่ 15 ก.ย.56 นี้ จะต้องคืนกลับมาที่ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตามกฎหมาย พ.ร.บ. กสทช.พ.ศ.2553



อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ กสทฯ อยู่ระหว่างเจรจากับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยส่วนตนต้องการให้ยุติในขั้นเจรจาให้ได้ แต่หากยุติไม่ได้ในเรื่องของกฎหมาย อาจจะต้องไปถึงชั้นศาล เชื่อว่าน่าจะยุติได้ในช่วงต้นปี 56 เนื่องจากทุกหน่วยงานน่าจะมีโอกาสในการดำเนินธุรกิจร่วมกันได้ ซึ่งถ้าทะเลาะกันก็ไม่น่าจะเกิดประโยชน์อะไร ทั้งนี้ ก็เข้าใจว่า กสทช.ดำเนินตาม พ.ร.บ.กสทช.ที่เขียนไว้ชัดเจนว่า การบริหารจัดการคลื่นถ้าจะทำอะไรก็ตาม ประโยชน์ต้องเกิดกับประชาชน ดังนั้น จะบริหารจัดการธุรกิจอย่างไรก็ต้องคำนึงถึงผู้บริโภคด้วย

ทั้งนี้ ในความเป็นจริงแล้วการโอนย้ายลูกค้านั้น เป็นสิทธิ์ของลูกค้า โดยจากลักษณะการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ จะมีลูกค้าจำนวนหนึ่งที่ไม่ยอมย้ายและยังจะใช้โครงข่ายดั้งเดิมอยู่ ซึ่งในวันที่ 15 ก.ย.56 ทรูมูฟ และ ดีพีซี จะหมดสัญญาสัมปทาน แล้วหาก กสทช.ยืนยันที่จะเอาคลื่นคืนไปประมูลใหม่แล้ว กสทช.จะทำอย่างไรกับลูกค้าที่ไม่ยอมย้ายโครงข่าย ดังนั้น ตนจึงเห็นว่าแนวทางที่ดีที่สุดที่เห็นคือ ให้คลื่นอยู่ที่ กสทฯ ส่วนเรื่องระบบนั้น กสทฯ จะบริหารจัดการได้อย่างไร และต้องเจรจากับ ทรูมูฟ ว่าอย่างไร เช่น ให้ ทรูมูฟ มาดำเนินการให้ในฐานะลูกจ้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่ กสทฯ กับทรูมูฟจะตกลงกันอีกครั้ง

"ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.56 เป็นต้นไป จะถือว่าเป็นการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ของ กสทฯ ซึ่งหาก กสทฯ ทำได้ตามแผนที่วางไว้ รายได้จากตรงนี้จะมาช่วยเสริมในส่วนของรายได้สัมปทานที่จะหายไปด้วย ซึ่งการเริ่มต้นบริหารจัดการ กสทช.ควรทำโดยเร็ว ซึ่ง กสทช.น่าจะมีกระบวนการพิจารณาระยะเวลาที่เหมาะสม เพราะมีทั้งแผนและแนวทาง ซึ่งทาง กสท เองมีแผนแล้ว แต่ กสทช.ต้องชัดเจนกับ กสท ด้วย ซึ่งนโยบายไอซีทีก็ยึดประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้งอยู่แล้ว" น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว

ขณะที่ พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. และประธานกรรมการ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทค.) ระบุว่า กสทช.จะนำ คลื่น 1800 MHz จาก กสทฯ ดังกล่าวไปเปิดประมูลภายในปีหน้า ทั้งนี้ คาดว่าคณะอนุกรรมการเตรียมความพร้อมรองรับสัญญาสัมปทานสิ้นสุด จะสรุปแผนการ 1800 MHz ได้ในช่วงปลายเดือน ม.ค.56 และจะนำเสนอต่อที่ประชุมบอร์ด กทค.เดือน ก.พ.56



บ้านเมือง
http://www.ryt9.com/s/bmnd/1558748


________________________________


'อนุดิษฐ์'วอนคืนคลื่น1800ให้CAT


 “อนุดิษฐ์” แนะ หลังหมดสัญญาสัมปทานคลื่น 1800 ควรให้ CAT บริหารต่อ เกรงประชาชนได้รับผลกระทบ หวังทุกฝ่ายหารือกันก่อนหมดสัญญาสัมปทาน
   นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวว่า แผนการดำเนินการเพื่อรองรับการสิ้นสุดสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจอย่าง บมจ. กสท โทรคมนาคม หรือ CAT ผู้ให้สัมปทาน กับบริษัท ทรูมูฟ จำกัด ที่มีลูกค้า 17 ล้านราย และ บริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด (ดีพีซี) (บริษัทในเครือของ AIS) มีลูกค้า 80,000 ราย ที่ได้สิทธิใช้คลื่นความถี่ รายละ 2.1 MHz เพื่อให้บริการลูกค้าระบบ 2 จี โดยจะสิ้นสัญญาสัมปทานในเดือน 15 ก.ย.56 นี้ จะต้องคืนกลับมาที่ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตามกฎหมาย พ.ร.บ.กสทช. พ.ศ.2553
       ขณะนี้ กสท อยู่ระหว่างเจรจากับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยส่วนตัวอยากให้ยุติในขั้นเจรจาให้ได้ แต่หากยุติไม่ได้ในเรื่องของกฎหมายอาจจะต้องไปถึงชั้นศาล เชื่อว่าในช่วงต้นปี 56 น่าจะได้ข้อยุติ ทั้งนี้ ก็เข้าใจทาง
กสทช.ว่า ต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.กสทช. ที่ระบุไว้ชัดเจนว่า การบริหารจัดการคลื่นไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ประโยชน์ต้องเกิดกับประชาชน เพราะฉะนั้น หากจะบริหารจัดการอย่างไรก็ต้องคำนึงถึงผู้บริโภคด้วย
          กรณีการโอนย้ายค่ายของลูกค้านั้น เป็นสิทธิและความพึงพอใจของลูกค้า ยกตัวอย่างในต่างประเทศ ซึ่งจะมีลูกค้าจำนวนหนึ่งที่ไม่ยอมย้ายและยังจะใช้โครงข่ายเดิมอยู่ ซึ่งในวันที่ 15 ก.ย.56 ทรูมูฟ และ ดีพีซี จะหมดสัญญาสัมปทานแล้ว หาก กสทช.ยืนยันที่จะเอาคลื่นคืนไปประมูลใหม่แล้ว กสทช.จะมีแผนดำเนินการอย่างไรกับลูกค้าที่ไม่ยอมย้ายโครงข่าย ดังนั้น ตนจึงเห็นว่าแนวทางที่ดีที่สุดก็คือ คืนคลื่นให้กสท ไปก่อน ส่วนเรื่องระบบนั้น กสท จะบริหารจัดการคลื่นอย่างไร และต้องเจรจาหารือกับทรูมูฟอย่างไร เช่น ให้ทรูมูฟมาดำเนินการให้ในฐานะลูกจ้าง ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ กสท กับทรูมูฟ จะหาข้อตกลงกันอีกครั้ง
         “ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.56 เป็นต้นไป จะถือว่าเป็นการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ของกสท ซึ่งหาก กสท ทำได้ตามแผนที่วางไว้ รายได้จากตรงนี้จะมาช่วยเสริมในส่วนของรายได้สัมปทานที่จะหายไปด้วย ซึ่งการเริ่มต้นบริหารจัดการ กสทช.ควรทำโดยเร็ว ซึ่ง กสทช.น่าจะมีกระบวนการพิจารณาระยะเวลาที่เหมาะสม เพราะมีทั้งแผนและแนวทาง ซึ่งทาง กสท เองมีแผนแล้วแต่ กสทช. ต้องชัดเจนกับ กสท ด้วย ซึ่งนโยบายไอซีทีก็ยึดประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้งอยู่แล้ว” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว.

ไทยรัฐ
http://www.thaipost.net/news/281212/67290

____________________________________



'อนุดิษฐ์' จี้ กสท แก้สัญญา 3 จี



'อนุดิษฐ์' ระบุสัญญามือถือ 3จี กสท-ทรู ฉบับแก้ไขต้องให้สิทธิเอกชนทำตลาดแค่เอ็มวีเอ็นโอ หวังเป็นแหล่งรายได้ใหม่รองรับสัมปทานหมด ก.ย.56
       
สัญญา 3จี ระหว่าง บมจ.กสท โทรคมนาคม และ ทรู ที่ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติให้ทั้ง 2 บริษัทไปแก้ไขสัญญาให้ถูกต้องตามตัวบทกฎหมาย ยังเป็นที่จับตาของหลายฝ่ายว่าจะแก้ไขได้เสร็จเมื่อไหร่ ขณะที่ กสท เองรายได้จากสัมปทาน 2จี ที่ทำกับเอกชนจะหมดในปีหน้า กระทรวงไอซีทีต้นสังกัดจึงพยายามหาช่องทางให้ กสท มีรายได้เสริมเข้ามาแทน และสัญญา 3จี ฉบับนี้ก็เป็นช่องทางสร้างรายได้ที่สำคัญ หากแต่ต้องเร่งปรับแก้สัญญาให้ กสท ถือครองความจุโครงข่ายแทนเอกชน
       
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า หลังจากที่นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสท โทรคมนาคม ส่งแผนบริหารงานรองรับลูกค้าหลังสัมปทานบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และ บริษัท ดิจิตอลโฟน (ดีพีซี) จำกัด ที่ให้บริการมือถือระบบ 2จี สิ้นสุดเดือนก.ย. 2556 โดยขั้นตอนต่อไป จะเร่งหารือคณะกรรมการ (บอร์ด) กสท เรื่องการหารายได้อื่นมาเสริมให้องค์กร หลังไม่มีรายได้สัมปทาน

ทั้งนี้ได้กำชับให้ กสท วางแผนธุรกิจโครงการให้บริการโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่ 3จีเอชเอสพีเอ ที่ดำเนินร่วมกับ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ย่านความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ กสท ได้เซ็นเอ็มโอยูร่วมกับกลุ่มทรู ที่จะแก้ไขสัญญา 3จีดังกล่าวให้ถูกต้อง เป็นไปตามมติคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ดังนั้น การดำเนินธุรกิจโทรศัพท์ 3จี ดังกล่าว ทรูมูฟ เป็นได้แค่ผู้ให้บริการบนโครงข่ายเสมือน (เอ็มวีเอ็นโอ) ให้ กสท เท่านั้น และเมื่อสัญญาฉบับใหม่แก้ไขเสร็จ ทรูมูฟ จะเป็นเอ็มวีเอ็นโอรายหนึ่งของ กสท สิทธิที่เคยได้เสมือนสัมปทานที่เคยร่างกันไว้จะสิ้นสุดลง
       
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวถึงแผนดำเนินการรองรับการสิ้นสุดสัมปทาน ด้านอำนาจการถือครองคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่ ทรูมูฟ และดีพีซี ครอบครองอยู่รายละ 12.5 เมกะเฮิรตซ์ ที่ต้องคืนกลับมาที่ กสทช. ขณะนี้ กสท กำลังเจรจากับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยส่วนตัวเห็นว่า ต้องการให้ยุติในขั้นเจรจาให้ได้ เพราะ กสท ก็จำเป็นต้องใช้คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ในการให้บริการลูกค้าต่อในช่วงเปลี่ยนผ่าน และช่วงที่ต้องเยียวยาลูกค้าระหว่างโอนย้ายไประบบใหม่
       
อย่างไรก็ดี หาก กสทช. กับ กสท หาข้อยุติเรื่องกฎหมายไม่ได้ อาจต้องไปถึงชั้นศาลปกครอง เพื่อให้ชี้ขาดอำนาจการครอบครองคลื่น แต่ยังมั่นใจว่าความชัดเจนดังกล่าวจะเห็นช่วงต้นปี 2556 เนื่องจากทุกหน่วยงาน น่าจะมีโอกาสดำเนินธุรกิจร่วมกันได้
       
ทั้งนี้ ในความเป็นจริง การโอนย้ายลูกค้าถือเป็นสิทธิของลูกค้า จากลักษณะดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ จะมีลูกค้าจำนวนหนึ่งที่ไม่ยอมย้าย และยังจะใช้โครงข่ายดั้งเดิมอยู่ ซึ่งวันที่ 15 ก.ย. 2556 ทรูมูฟ และ ดีพีซี จะหมดสัญญาสัมปทาน แล้วหาก กสทช. ยืนยันที่จะเอาคลื่นคืนไปประมูลใหม่ กสทช. จะทำอย่างไรกับลูกค้าที่ไม่ยอมย้ายโครงข่าย จึงเห็นว่า แนวทางที่ดีที่สุด คือ ให้คลื่นอยู่ที่ กสท ส่วนเรื่องระบบ กสท จะบริหารจัดการอย่างไร ต้องเจรจากับทรูมูฟ เช่น ให้ ทรูมูฟ มาดำเนินการให้ในฐานะลูกจ้างเป็นสิ่งที่ กสท กับ ทรูมูฟ จะตกลงกันอีกครั้ง
       
ขณะที่นายกิตติศักดิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท ระบุว่า บริษัทได้ลงนามเอ็มโอยูกับกลุ่มทรู ในการแก้ไขสัญญาโครงการมือถือ 3จี บนคลื่น 850 เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค. ที่ผ่านมา ดังนั้น จึงถือว่าภาระผูกพันกับ กทค. ในการแก้ไขสัญญากลับกลุ่มทรูให้เสร็จตามมติ กทค. จึงสิ้นสุดลง
       
ขั้นตอนการดำเนินการต่อไป กสท ต้องส่งรายละเอียดโครงการ 3จีเอชเอสพีเอ ไปให้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นผู้ตีความในสัญญาดังกล่าว ว่าการดำเนินงานเข้าข่าย พ.ร.บ. ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุน) หลังจากนั้น จะต้องส่งแผนและแนวทางการแก้ไขสัญญาเพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และ ไอซีที
       
ส่วนแนวทางการดูแลลูกค้าช่วงเปลี่ยนผ่าน ที่ กสท เสนอต่อไอซีที ระบุว่า จะขอใช้คลื่นความถี่ในย่านดังกล่าวครึ่งหนึ่ง และยินยอมส่งคืนให้แก่ กสทช.ในส่วนที่เหลือ ซึ่ง กสท ต้องการจะเก็บคลื่นความถี่ในช่วงของทรูมูฟเอาไว้ ด้วยเหตุผลว่า มีฐานลูกค้าจำนวนมากราว 18 ล้านราย หากเปลี่ยนผ่านและไม่มีการเยียวยาที่เหมาะสมเพียงพอ จะเกิดผลกระทบหนัก และจะให้ไอซีทีทำเรื่องเสนอขอความเห็นชอบต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อใช้คลื่นดังกล่าวต่อในอนาคต สำหรับการให้บริการเทคโนโลยี 4จี และใช้สำหรับสร้างโครงข่ายหลักตามนโยบายสมาร์ทไทยแลนด์
       
ขณะที่คลื่นความถี่ในย่าน 1800 ที่เป็นของดีพีซี และให้บริการลูกค้าอยู่จำนวน 80,000 รายนั้น ยินยอมที่จะส่งคืนให้ กสทช. นำไปจัดสรรและเปิดประมูล 4จี (แอลทีอี) ต่อไป

moneychannel
http://www.moneychannel.co.th/index.php/2012-06-30-12-32-32/8579-2012-12-28-03-55-46.html

__________________________________


อนุดิษฐ์' แนะทางออกคลื่น 1800 MHz ต้องอยู่กับกสทต่อ

      “อนุดิษฐ์” แนะทางออกหลังสัมปทานคลื่น 1800 MHz หมดต้องอยู่กับ กสท ต่อ เชื่อต้นปีหน้าได้ข้อยุติ ส่วนสัญญา 3G กสท - ทรู ระบุต้องลดสถานะเป็นแค่ MVNO
   
      น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ในขณะนี้แผนการดำเนินการเพื่อรองรับหลังสิ้นสุดสัมปทานคลื่นความถี่ 1800 MHz ในการให้บริการระบบ 2G ของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ผู้ให้สัมปทาน กับบริษัท ทรูมูฟ จำกัด ซึ่งมีลูกค้า 17 ล้านราย และ บริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด (ดีพีซี) มีลูกค้าอีก 80,000 ราย ที่ได้สิทธิใช้คลื่นความถี่รายละ 12.5 MHz รวม 25MHz ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าใครจะถือครองคลื่นดังกล่าวหลังหมดสัญญาสัมปทานในวันที่ 15 ก.ย. 2556 เนื่องจาก กสท และ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ต่างมีจุดยืนที่เหมือนกันในการนำคลื่นหลังหมดสัญญาสัมปทานกลับมาไว้อยู่ที่ตนเพื่อบริหารจัดการเอง
   
      "เราเป็นห่วงว่าการที่ยังตกลงกันไม่ได้ทั้ง 2 ฝ่ายอาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคที่ใช้งานบนคลื่น 1800 MHz ซึ่งมีจำนวนราว 17.8 ล้านราย อาจเกิดสภาวะสูญญากาศในการใช้งานได้"
   
      น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาดังกล่าวควรที่จะได้ข้อยุติให้ในช่วงต้นปี 2556 โดยการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด คือภายหลังหมดสัญญาสัมปทาน คลื่นควรกลับมาอยู่ที่ กสท เพื่อที่ กสท จะได้นำคลื่นที่ได้มาบริหารจัดการให้ลูกค้าที่คงค้างอยู่ในระบบได้ใช้งานอย่างต่อเนื่องต่อไป รวมถึงการสร้างข้อตกลงทางธุรกิจกับ ทรู ว่าจะทำอย่างไรกับลูกค้าที่ถูกโอนย้ายมา รวมถึงในกรณีเดียวกันหากพิจารณาจาก พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ. กสทช.) ที่ระบุไว้ว่าการบริหารคลื่นจะเลือกวิธีใดก็ตาม จะต้องทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ฉะนั้นการคำนึงประชาชนในการได้ใช้งานโทรศัพท์บนคลื่น 1800 MHz จึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่การมารอเยียวยาปัญหาในภายหลัง
   
      "หากเรื่องดังกล่าวหาข้อยุติไม่ได้ในเรื่องของกฎหมายอาจจะต้องไปถึงชั้นศาล แต่ยังเชื่อว่าจะได้ข้อยุติในช่วงต้นปี 56 เนื่องจากทุกหน่วยงานน่าจะมีโอกาสในการดำเนินธุรกิจร่วมกันได้ ซึ่งถ้าทะเลาะกันก็ไม่น่าจะเกิดประโยชน์อะไร"
   
      น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าปัญหาสัญญาการทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่เพื่อให้บริการ 3G ด้วยเทคโนโลยี HSPA บนคลื่นความถี่ 850 MHz ระหว่าง กสท และ กลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นั้นตนเห็นว่าทั้ง 2 บริษัทควรตกลงเรื่องการแก้ไข้สัญญาให้เสร็จสิ้นภายในไตรมาส 1 ปี 2556 เพื่อให้ธุรกิจของทั้ง 2 บริษัทคล่องตัว
   
      "เชื่อว่าในปีหน้าเมื่อได้ข้อยุติทั้งหมด ทรูจะเป็น MVNO ของ กสท เท่านั้นโดยสิทธิที่เคยได้เสมือนสัมปทานก็ไม่มีในสัญญาอยู่แล้วในตอนแรก และส่งผลให้ กสท จะมีรายได้จากการให้บริการโครงข่ายร่วม (MVNO) ตรงนี้มาแทนรายได้สัมปทาน เพราะ กสท สามารถแบ่งสัดส่วนคาร์ปาซีตี้ให้เอกชนรายอื่นทำ MVNO ได้อีกหลังจากที่ กสท กับ ทรูมูฟ ได้มีการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการครองสิทธิคาร์ปาซิตี้ลงจาก 80% ลงแล้ว"
   
      นอกจากนี้เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 55 กระทรวงไอซีที ได้มีการลงบันทึกข้อตกลงร่วมกันกับ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด โดยข้อตกลงดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การสนับสนุน และยกระดับการเรียนรู้ และการศึกษาทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในประเทศไทย ตามนโยบายช่วยเหลือสังคม (CSR) ของบริษัทหัวเว่ยฯ
   
      โดย หัวเว่ยฯ จะเข้ามาทำหน้าที่จัดบรรยายทางวิชาการ ฝึกทดลอง ฝึกอบรม สัมมนาเชิงปฏิบัติ และกิจกรรมทางวิชาการอื่น เพื่อเสริมความรู้และทักษะให้แก่บุคลากรในกระทรวงไอซีที เป็นเวลา 2 พันชั่วโมง ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้จะมีระยะเวลาการดำเนินงานทั้งสิ้น 4 ปี
   

ASTV ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9550000157668

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.