Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

3 ธันวาคม 2555 (เกาะติดประมูล3G) ยะใส ข้องใจศาล ปค. ล้ำเส้นองค์กรอิสระ// ไพบูลย์เดินหน้ายื่นศาลรธน.พิจารณาอำนาจกทค.

ประเด็นหลัก

5 ประเด็น คือ ประเด็นแรก ศาลปกครองมีอำนาจตีความอำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2552 หรือไม่ เพราะผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญก็ได้ระบุอำนาจหน้าที่ไว้ตามรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นคำสั่งศาลปกครองถือเป็นการก้าวล่วงองค์กรอิสระอย่างผู้ตรวจการแผ่นดินหรือไม่
     
      ส่วนประเด็นที่ 3 คำสั่งศาลครั้งนี้ขัดแย้งกับคำสั่งศาลก่อนหน้านี้หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ศาลมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องขององค์กรภาคประชาชนและนักวิชาการด้วยเหตุว่าผู้ฟ้องไม่ได้เป็นผู้เสียหายโดยตรง แต่ศาลได้แนะนำให้ผู้ฟ้องไปร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ทำหน้าที่ผู้ฟ้องแทน แต่วันนี้ศาลกลับระบุว่าผู้ตรวจการแผ่นดินไม่มีอำนาจฟ้อง กสทช.
     
      ขณะที่ประเด็นที่ 4 ถ้าศาลเห็นว่าผู้ฟ้องไม่มีอำนาจ ก็ไม่ควรเปิดพิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริงตั้งแต่ต้น เพราะศาลปกครองย่อมพิจารณาได้เองเป็นการภายในอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไต่สวนให้เสียเวลา และประเด็นที่ 5 ขอเรียกร้องให้ตุลาการผู้พิจารณาคดีทั้งเสียงข้างมากและข้างน้อยเปิดเผยผลการลงมติและความเห็นประกอบการพิจารณาคดีของแต่ละท่านต่อสังคม เพื่อความโปร่งใสในการพิจารณาคดี


นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ในฐานะผู้ที่ร่วมยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน พิจารณาส่งเรื่องต่อให้ศาลปกครองพิจารณาว่า คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) มีอำนาจที่จะรับรองผลการประมูลคลื่นความถี่ 3จี หรือไม่ โดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 245 (2) กล่าวว่า ตนไม่ติดใจในประเด็นที่ศาลปกครองไม่รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน คดีประมูล 3จี ไว้พิจารณา เนื่องจากการวินิจฉัยเรื่องดังกล่าวไม่ได้ชี้เฉพาะเรื่องของความถูกต้องในการประมูล 3จี แต่เป็นเพียงเขตอำนาจในการพิจารณาเท่านั้น อย่างไรก็ตามประเด็นเรื่องอำนาจของกทค. ที่รับรองผลการประมูล 3จี แทน กสทช. คณะใหญ่ ตนเห็นว่ายังมีความขัดแย้งกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 47 และ มาตรา 305 (1) ที่ระบุว่าการจัดสรรหรือการอนุมัติคลื่นความถี่ ให้เป็นอำนาจของ กสทช. ส่วน กทค.เป็นคณะกรรมการเฉพาะด้านเป็นหน่วยย่อยภายในองค์กร ทำหน้าที่กำกับการประกอบกิจการดังนั้นการใช้อำนาจของ กทค. จึงถือว่าเป็นการใช้อำนาจเกินรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนเตรียมยื่นหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดินให้ส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาในประเด็นการใช้อำนาจดังกล่าวอีกครั้ง ในวันพรุ่งนี้ (4 ธ.ค.) เวลา 09.00 น.








___________________________________________


“ยะใส” ข้องใจศาล ปค. ล้ำเส้นองค์กรอิสระ ยกคำร้องฟ้อง กสทช.ปม 3G

“สุริยะใส” ตั้ง 5 ประเด็น ถามศาลปกครองกรณีไม่รับคดี 3G ห่วงองค์กรอิสระอย่าง กสทช.อยู่เหนือการตรวจสอบ พรุ่งนี้จะทำหนังสือยื่นขอความเห็นจากศาลปกครองว่าใครมีอำนาจยื่นฟ้อง กสทช.ได้บ้าง พร้อมร้องผู้ตรวจฯ อุทธรณ์คดีต่อ
     
      วันนี้ (3 ธ.ค.) นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน ระบุถึงกรณีที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับฟ้องคดี 3G กรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน (ผู้ฟ้องคดี) กับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ผู้ถูกฟ้องคดี) โดยศาลเห็นว่าผู้ตรวจการแผ่นดินไม่มีอำนาจในการฟ้องคดีนั้น มีประเด็นที่ต้องตั้งคำและสังคมต้องพิจารณาต่อ 5 ประเด็น คือ ประเด็นแรก ศาลปกครองมีอำนาจตีความอำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2552 หรือไม่ เพราะผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญก็ได้ระบุอำนาจหน้าที่ไว้ตามรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นคำสั่งศาลปกครองถือเป็นการก้าวล่วงองค์กรอิสระอย่างผู้ตรวจการแผ่นดินหรือไม่
     
      ส่วนประเด็นที่ 3 คำสั่งศาลครั้งนี้ขัดแย้งกับคำสั่งศาลก่อนหน้านี้หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ศาลมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องขององค์กรภาคประชาชนและนักวิชาการด้วยเหตุว่าผู้ฟ้องไม่ได้เป็นผู้เสียหายโดยตรง แต่ศาลได้แนะนำให้ผู้ฟ้องไปร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ทำหน้าที่ผู้ฟ้องแทน แต่วันนี้ศาลกลับระบุว่าผู้ตรวจการแผ่นดินไม่มีอำนาจฟ้อง กสทช.
     
      ขณะที่ประเด็นที่ 4 ถ้าศาลเห็นว่าผู้ฟ้องไม่มีอำนาจ ก็ไม่ควรเปิดพิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริงตั้งแต่ต้น เพราะศาลปกครองย่อมพิจารณาได้เองเป็นการภายในอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไต่สวนให้เสียเวลา และประเด็นที่ 5 ขอเรียกร้องให้ตุลาการผู้พิจารณาคดีทั้งเสียงข้างมากและข้างน้อยเปิดเผยผลการลงมติและความเห็นประกอบการพิจารณาคดีของแต่ละท่านต่อสังคม เพื่อความโปร่งใสในการพิจารณาคดี
     
      นายสุริยะใสยังระบุว่า ในวันพรุ่งนี้กลุ่มกรีนและเครือข่ายจะไปยื่นเรื่องสอบถามและขอคำปรึกษาศาลปกครองว่าใครและหน่วยงานใดมีอำนาจและมีสิทธิยื่นฟ้อง กสทช.ได้บ้าง และจะยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลปกครองสูงสุดเพื่อหาข้อยุติที่ชัดเจนต่อไป
     
ASTV ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9550000147212&Keyword=%a1%ca%b7


_________________________________________




ไพบูลย์เดินหน้ายื่นศาลรธน.พิจารณาอำนาจกทค.


นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ในฐานะผู้ที่ร่วมยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน พิจารณาส่งเรื่องต่อให้ศาลปกครองพิจารณาว่า คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) มีอำนาจที่จะรับรองผลการประมูลคลื่นความถี่ 3จี หรือไม่ โดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 245 (2) กล่าวว่า ตนไม่ติดใจในประเด็นที่ศาลปกครองไม่รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน คดีประมูล 3จี ไว้พิจารณา เนื่องจากการวินิจฉัยเรื่องดังกล่าวไม่ได้ชี้เฉพาะเรื่องของความถูกต้องในการประมูล 3จี แต่เป็นเพียงเขตอำนาจในการพิจารณาเท่านั้น อย่างไรก็ตามประเด็นเรื่องอำนาจของกทค. ที่รับรองผลการประมูล 3จี แทน กสทช. คณะใหญ่ ตนเห็นว่ายังมีความขัดแย้งกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 47 และ มาตรา 305 (1) ที่ระบุว่าการจัดสรรหรือการอนุมัติคลื่นความถี่ ให้เป็นอำนาจของ กสทช. ส่วน กทค.เป็นคณะกรรมการเฉพาะด้านเป็นหน่วยย่อยภายในองค์กร ทำหน้าที่กำกับการประกอบกิจการดังนั้นการใช้อำนาจของ กทค. จึงถือว่าเป็นการใช้อำนาจเกินรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนเตรียมยื่นหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดินให้ส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาในประเด็นการใช้อำนาจดังกล่าวอีกครั้ง ในวันพรุ่งนี้ (4 ธ.ค.) เวลา 09.00 น.

"ประเด็นที่คณะยังยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา เรื่องบทบัญญัติที่ขัดกันแห่งรัฐธรรมนูญ ผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น ไม่ใช่เป็นการกลั่นแกล้ง แต่เพื่อต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญมีการวินิจฉัยที่เป็นบรรทัดฐานการทำงานต่อไปในอนาคต หากมีการประมูล หรือออกใบอนุญาตความถี่อื่นๆ จะได้ไม่เกิดปัญหาขึ้นอีก" นายไพบูลย์ กล่าว

http://breakingnews.nationchannel.com/home/read.php?newsid=661147&lang=T&cat=&key=

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.