Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

31 ธันวาคม 2555 ฐานเศรษฐกิจ ชี้ คุณแข่งขันที่แท้จริงคือ!! กาแลคซี่เอส 3 // IPhone 5 // กาแล็คซี่ โน้ต 2

ประเด็นหลัก


++กาแลคซี่เอส 3 ไล่ล่าสถิติ
   นวัตกรรมฝั่ง "สมาร์ทโฟน" ที่โดดเด่นในปีนี้เห็นจะเป็น "กาแล็คซี่ เอส 3"  ของค่าย "ซัมซุง"  ที่ออกมาสู่ตลาดโลก ในเดือนพฤษภาคม 2555     และตลาดไทยในเดือน มิถุนายน  2555   โดยซัมซุงเคลมว่ากาแล็คซี่ เอส 3 ถูกพัฒนาขึ้นมาภายใต้แนวคิด “ดีไซน์ฟอร์ฮิวแมน” ครั้งแรกในโลกกับสมาร์ทโฟนที่สามารถตอบโจทย์และเข้าใจพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือของมนุษย์   โดยมี 3 ฟังก์ชันเด่น คือ  Smart Stay (สมาร์ท สเตย์) Best Photo (เบสท์ โฟโต้) และ S Beam (เอส บีม) ที่จะมาเปลี่ยนชีวิตของมนุษย์ให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น
   กาแล็คซี่ เอส 3  สร้างสถิติใหม่ๆ ขึ้นมามากมาย  เริ่มตั้งแต่ยอดจองถล่มทลายกว่า 9 ล้านเครื่องทั่วโลก ในเวลาไม่ถึง 1 เดือน   กาแล็คซี่ เอส 3  ยังทำลายสถิติยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนรุ่น "กาแล็คซี่ เอส 2" อย่างราบคาบ   โดยสามารถทำยอดขายทะลุ 30 ล้านเครื่อง ภายในระยะเวลาเพียง 5 เดือน ขณะที่ "กาแล็คซี่ เอส 2"  ใช้เวลานานถึง 14 เดือน ถึงทำยอดขายทะลุ 30 ล้านเครื่อง   และยังคาดการณ์ว่ากระแสความแรงของ กาแล็คซี่ เอส 3 ทำยอดขายแซงหน้าไอโฟน 4 เอส ในไตรมาส 3 ของปีนี้



++ส่งไอโฟน 5 ทวงแชมป์คืน
 
   ส่วนในไทยมีเจ้าพ่อชาเขียว อย่าง "ตัน ภาสกรนที" ช่วยสร้างกระแส หิ้วไอโฟน 5 มาจัดกิจกรรมการตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊ก ก่อนโปรดักต์จะวางขายในไทยอย่างเป็นทางการ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2555 ที่ผ่านมา       ล่าสุดแอปเปิล ได้เปิดขายไอโฟน 5 ในจีนเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา   โดยสามารถสร้างสถิติยอดขาย 2 ล้านเครื่อง ภายในระยะเวลา 3 วัน
   สำหรับไอโฟน 5  บางเบา  แรง เร็ว   และหน้าจอใหญ่ขึ้นกว่า ไอโฟน 4 เอส    โดยมีความหนา 7.6 mm. บางกว่าไอโฟน 4เอส 18% เบากว่า 20%  ใช้ชิป A6  ทำงาน และรันกราฟิก ได้เร็วมากขึ้นกว่าเดิมประมาณ 2 เท่า  โดยประสิทธิภาพดีขึ้น 22% เปิดใช้งานแอพพลิเคชันได้เร็วขึ้นกว่าเดิม 2.1 เท่า  กล้องด้านหลัง 8 ล้านพิกเซลถ่ายภาพแบบพาโนรามาได้บันทึกภาพเคลื่อนไหวแบบ Full HD 1080p  ส่วนกล้องหน้าเฟซไทม์ความละเอียด 720p หน้าจอแบบ เรตินา ไวด์สกรีน ขนาด 4 นิ้ว อัตราส่วน 16:9  ตำแหน่งไมโครโฟน มี 3 จุด ด้านหน้า ด้านล่าง และด้านหลังตัวเครื่อง มีหูฟังสำหรับสนทนาด้านบน เป็นแบบตัดเสียงรบกวนรอบข้างด้วย  รองรับ TLE  และมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ iOS6   ซอฟต์แวร์ Siri สามารถแนะนำ "รอบหนัง" หรือ สอบถามผลการแข่งขันกีฬา  และยังช่วยโพสต์ เฟซบุ๊กแทนเราได้



++เปิด "โน้ต ทู" หน้าจอบิ๊กไซซ์
   แม้ว่าแอปเปิล จะเปิดตัวไอโฟน 5 ไปแล้วในวันที่ 14 กันยายน 2555   แต่กว่าโปรดักต์จะเข้ามาทำตลาดในไทยก็เดือนพฤศจิกายน 2555    ซึ่งในช่วงสุญญากาศของค่ายแอปเปิล ที่ยังไม่มีไอโฟน 5 เข้ามาทำตลาดในไทย    ผู้ผลิตจากเกาหลี "ซัมซุง"  ก็ชิงปล่อย กาแล็คซี่ โน้ต 2  เข้ามาตัดหน้า  โดยหวังปูพรมตลาดเซ็กเมนต์ใหม่ที่ยังไร้คู่แข่งในเดือนตุลาคม   2555   โดยโน้ต 2 มีสเปกสูงกว่า   " เอส 3" เล็กน้อย  และมีฟีดเจอร์ที่ "เอส 3" มีทุกประการ Smart Stay (สมาร์ท สเตย์) Best Photo (เบสท์ โฟโต้) และ S Beam (เอส บีม)     แต่มีหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว  และมีปากกา S Pen รุ่นใหม่มีการพัฒนาให้ใช้ร่วมกับโปรแกรม S Note ที่ใช้วาด ตัด แปะ  แชร์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น    โดยสามารถบันทึกสีเก็บไว้แล้วเวลาจะใช้  และเลือกเปลี่ยนสีของปากกาได้   โดยกดปุ่มบน S Pen และเอาไปจ่อใกล้ๆหน้าจอเพื่อเลือกสี เมื่อเลือกจนสุดแล้วจะเป็นยางลบ และเมื่อกดค้างจะลัดเข้าไปสู่คำสั่ง Idea Sketch














__________________________________

สมาร์ทโฟน-แท็บเลตดาวเด่นไอทีเด่นปีมะโรง

กระแสความนิยมสินค้าไอทีของคนไทยปีนี้คงหนีไม่พ้นอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์  ทั้งแท็บเลต และสมาร์ทโฟน ที่กำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงเบียด "โน้ตบุ๊ก"จนยอดเติบโตลดลงเป็นประวัติการณ์

 
โดยค่ายที่มาแรงและกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของ "แอปเปิล" คือ "ซัมซุง" จากเกาหลีใต้  ที่เกี่ยวก้อยกับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์   ของกูเกิล   พัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ของสมาร์ทโฟนและแท็บเลต ภายใต้ซับแบรนด์ "กาแล็คซี่"  ออกมาชนกับ "ไอโฟน" และ "ไอแพด" ของแอปเปิลได้อย่างสูสี   ว่ากันว่า  2   ค่ายนี้รวมกันสามารถกินส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทดีไวซ์ไปแล้วประมาณ 80% ของตลาดรวมทั้งหมด
++กาแลคซี่เอส 3 ไล่ล่าสถิติ
   นวัตกรรมฝั่ง "สมาร์ทโฟน" ที่โดดเด่นในปีนี้เห็นจะเป็น "กาแล็คซี่ เอส 3"  ของค่าย "ซัมซุง"  ที่ออกมาสู่ตลาดโลก ในเดือนพฤษภาคม 2555     และตลาดไทยในเดือน มิถุนายน  2555   โดยซัมซุงเคลมว่ากาแล็คซี่ เอส 3 ถูกพัฒนาขึ้นมาภายใต้แนวคิด “ดีไซน์ฟอร์ฮิวแมน” ครั้งแรกในโลกกับสมาร์ทโฟนที่สามารถตอบโจทย์และเข้าใจพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือของมนุษย์   โดยมี 3 ฟังก์ชันเด่น คือ  Smart Stay (สมาร์ท สเตย์) Best Photo (เบสท์ โฟโต้) และ S Beam (เอส บีม) ที่จะมาเปลี่ยนชีวิตของมนุษย์ให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น
   กาแล็คซี่ เอส 3  สร้างสถิติใหม่ๆ ขึ้นมามากมาย  เริ่มตั้งแต่ยอดจองถล่มทลายกว่า 9 ล้านเครื่องทั่วโลก ในเวลาไม่ถึง 1 เดือน   กาแล็คซี่ เอส 3  ยังทำลายสถิติยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนรุ่น "กาแล็คซี่ เอส 2" อย่างราบคาบ   โดยสามารถทำยอดขายทะลุ 30 ล้านเครื่อง ภายในระยะเวลาเพียง 5 เดือน ขณะที่ "กาแล็คซี่ เอส 2"  ใช้เวลานานถึง 14 เดือน ถึงทำยอดขายทะลุ 30 ล้านเครื่อง   และยังคาดการณ์ว่ากระแสความแรงของ กาแล็คซี่ เอส 3 ทำยอดขายแซงหน้าไอโฟน 4 เอส ในไตรมาส 3 ของปีนี้
++ส่งไอโฟน 5 ทวงแชมป์คืน
   หลังจากปล่อยให้ซัมซุง กอบโกยความสำเร็จได้ไปแล้ว "แอปเปิล" ยุคไร้ศาสดา "สตีฟ         จ็อบส์" ก็ได้ปล่อยไอโฟน 5  ออกสู่ตลาด แม้บรรยากาศการเปิดตัวไอโฟน 5 จะไม่ได้ลุ้นเหมือนอดีตที่ผ่านมา  เนื่องจากกระแสความสนใจของผู้คน ทำให้สื่อขุดคุ้ยข่าวไอโฟน 5 ออกมาตลอดก่อนหน้านี้   แต่ก็ไม่ได้ทำให้กระแสความนิยมผลิตภัณฑ์แอปเปิลลดลง    โดยภายหลังจากที่แอปเปิล เปิดพรีออร์เดอร์วันที่ 14 กันยายน   2555  ก่อนวางเริ่มขายใน 9 ประเทศทั่วโลก วันที่ 21 กันยายน 2555   ไอโฟน 5 ก็ทำลายสถิติไอโฟน 4 เอส  ลงอย่างราบคาบ โดยมีผู้สั่งจองมากถึง 2 ล้านเครื่อง ภายในเวลาเพียงแค่ 24 ชั่วโมง    และสามารถทำยอดขายได้มากกว่า 5 ล้านเครื่อง หลังจากเปิดวางจำหน่ายได้เพียงแค่ 3 วัน
   ส่วนในไทยมีเจ้าพ่อชาเขียว อย่าง "ตัน ภาสกรนที" ช่วยสร้างกระแส หิ้วไอโฟน 5 มาจัดกิจกรรมการตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊ก ก่อนโปรดักต์จะวางขายในไทยอย่างเป็นทางการ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2555 ที่ผ่านมา       ล่าสุดแอปเปิล ได้เปิดขายไอโฟน 5 ในจีนเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา   โดยสามารถสร้างสถิติยอดขาย 2 ล้านเครื่อง ภายในระยะเวลา 3 วัน
   สำหรับไอโฟน 5  บางเบา  แรง เร็ว   และหน้าจอใหญ่ขึ้นกว่า ไอโฟน 4 เอส    โดยมีความหนา 7.6 mm. บางกว่าไอโฟน 4เอส 18% เบากว่า 20%  ใช้ชิป A6  ทำงาน และรันกราฟิก ได้เร็วมากขึ้นกว่าเดิมประมาณ 2 เท่า  โดยประสิทธิภาพดีขึ้น 22% เปิดใช้งานแอพพลิเคชันได้เร็วขึ้นกว่าเดิม 2.1 เท่า  กล้องด้านหลัง 8 ล้านพิกเซลถ่ายภาพแบบพาโนรามาได้บันทึกภาพเคลื่อนไหวแบบ Full HD 1080p  ส่วนกล้องหน้าเฟซไทม์ความละเอียด 720p หน้าจอแบบ เรตินา ไวด์สกรีน ขนาด 4 นิ้ว อัตราส่วน 16:9  ตำแหน่งไมโครโฟน มี 3 จุด ด้านหน้า ด้านล่าง และด้านหลังตัวเครื่อง มีหูฟังสำหรับสนทนาด้านบน เป็นแบบตัดเสียงรบกวนรอบข้างด้วย  รองรับ TLE  และมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ iOS6   ซอฟต์แวร์ Siri สามารถแนะนำ "รอบหนัง" หรือ สอบถามผลการแข่งขันกีฬา  และยังช่วยโพสต์ เฟซบุ๊กแทนเราได้
++เปิด "โน้ต ทู" หน้าจอบิ๊กไซซ์
   แม้ว่าแอปเปิล จะเปิดตัวไอโฟน 5 ไปแล้วในวันที่ 14 กันยายน 2555   แต่กว่าโปรดักต์จะเข้ามาทำตลาดในไทยก็เดือนพฤศจิกายน 2555    ซึ่งในช่วงสุญญากาศของค่ายแอปเปิล ที่ยังไม่มีไอโฟน 5 เข้ามาทำตลาดในไทย    ผู้ผลิตจากเกาหลี "ซัมซุง"  ก็ชิงปล่อย กาแล็คซี่ โน้ต 2  เข้ามาตัดหน้า  โดยหวังปูพรมตลาดเซ็กเมนต์ใหม่ที่ยังไร้คู่แข่งในเดือนตุลาคม   2555   โดยโน้ต 2 มีสเปกสูงกว่า   " เอส 3" เล็กน้อย  และมีฟีดเจอร์ที่ "เอส 3" มีทุกประการ Smart Stay (สมาร์ท สเตย์) Best Photo (เบสท์ โฟโต้) และ S Beam (เอส บีม)     แต่มีหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว  และมีปากกา S Pen รุ่นใหม่มีการพัฒนาให้ใช้ร่วมกับโปรแกรม S Note ที่ใช้วาด ตัด แปะ  แชร์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น    โดยสามารถบันทึกสีเก็บไว้แล้วเวลาจะใช้  และเลือกเปลี่ยนสีของปากกาได้   โดยกดปุ่มบน S Pen และเอาไปจ่อใกล้ๆหน้าจอเพื่อเลือกสี เมื่อเลือกจนสุดแล้วจะเป็นยางลบ และเมื่อกดค้างจะลัดเข้าไปสู่คำสั่ง Idea Sketch
   ซึ่งกาแล็คซี่ โน้ต 2 ก็ไม่ทำให้ซัมซุงผิดหวัง  โดยสร้างยอดขายถล่มทลายทั่วโลก  สามารถทำยอดขายได้ 3 ล้านเครื่องภายในเดือนแรก   และเพิ่มเป็น 5 ล้านเครื่อง ภายในเวลา 2 เดือนหลังเปิดตัว    ทำลายสถิติ กาแล็คซี่ โน้ต รุ่นแรก ที่ใช้เวลา 5 เดือน ถึงขายได้ 5 ล้านเครื่อง
++สมรภูมิแท็บเลตเดือด
   ส่วนตลาดแท็บเลตผู้ผลิตทั้ง 2 ค่าย ก็ชิงปล่อยของออกสู่ตลาดเช่นเดียวกัน   โดยค่ายซัมซุง เปิดตัว ทั้งกาแล็คซี่ แท็บ ทู จอขนาด 7 นิ้ว, รุ่นขนาดจอ  10 นิ้ว   ประมาณกลางปี 2555   ซึ่งแท็บ ทู  มีราคาเปิดตัวลดลงกว่ารุ่นแรก ประมาณ 3,000 บาท   นอกจากนี้ยังได้ปล่อยกาแล็คซี่โน้ต 10.1   ที่มาพร้อมกับปากกา  S Pen และโปรแกรม S Note  เช่นเดียวกับ กาแล็คซี่ โน้ต ทู
   อย่างไรก็ตามที่เป็นที่จับตามองเห็นจะเป็น ไอแพด มินิ หน้าจอ 7.85 นิ้ว  ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์ใหม่ของแอปเปิลสู่ตลาดเป็นครั้งแรก เพื่อต่อกรกับอเมซอน คินเดิล , กูเกิล เน็กซัส 7  และซัมซุง กาแล็คซี่ แท็บ ในตลาดโลก    พร้อมกับ ไอแพด เจเนอเรชัน 4  (iPad with Retina display )    ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากบรรดาสาวกแอปเปิลเป็นอย่างดี
   โดยไอแพด มินิ   และไอแพด เจเนอเรชัน 4  เฉพาะ รุ่นไว-ไฟ อย่างเดียว  สามารถทำยอดขายได้ 3 ล้านเครื่อง ภายในเวลา 3 วัน  สูงกว่า เดอะ นิว ไอแพด ที่สามารถทำยอดขายได้ 1.5 ล้านเครื่องหลังเปิดตัว 3 วันแรก  

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
http://www.thanonline.com/index.php?
option=com_content&view=article&id=161420:2012-12-28-03-
45-24&catid=123:2009-02-08-11-44-33&Itemid=491

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.