Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

14 มกราคม 2556 ศูนย์วิจัยฯไทยพาณิชย์ เชื่อ หากคูปองมีมูลค่าสูงถึง 1,000 บาท ค่าประมูลต่อช่องจะอยู่ระดับหลักพันล้านบาทได้


ประเด็นหลัก


ต้องจับตาการหาจุดสมดุลของมูลค่าคูปองที่ทำให้ทั้งผู้บริโภคได้ประโยชน์สูงสุดและไม่ก่อให้เกิดภาระแก่ผู้ประกอบการมากเกินควร จากการวิเคราะห์พบว่า หากมูลค่าคูปองอยู่ระหว่าง 250-1,000 บาท ค่าประมูลตั้งต้นของผู้ประกอบการจะอยู่ระหว่าง 170-700 ล้านบาทสำหรับช่องปกติ และ 500-2,000 ล้านบาทสำหรับช่อง HD (รูปที่ 1) โดยหากคูปองมีมูลค่า 250 บาทต่อใบหรือต่ำกว่า มีแนวโน้มสูงที่ผู้บริโภคต้องชำระส่วนต่างเพิ่มอีกหลายเท่าตัว แต่หากคูปองมีมูลค่าสูงถึง 1,000 บาท ค่าประมูลต่อช่องจะอยู่ระดับหลักพันล้านบาทได้  อย่างไรก็ดี ราคากล่องแปลงสัญญาณอยู่ในช่วงขาลง และราคาต่อหน่วยจะลดลงได้มากเมื่อผลิตจำนวนมาก (economies of scale)
       
ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการช่องรายการยังคงต้องพึงพิจารณาถึงต้นทุนการเช่าโครงข่ายดิจิตอลทีวีประกอบไปด้วย ผู้ประกอบการช่องรายการยังคงจับตาดูการประมูลโครงข่ายดิจิตอลทีวีที่เลือนมาจากปลายปีที่แล้ว เพื่อรอความแน่ชัดของผู้เล่นด้านโครงข่ายว่าจะเป็นรายเดิมที่มีความพร้อมด้านโครงข่าย หรือรายใหม่ที่อาจยังต้องใช้ระยะเวลาและเงินทุนสร้างโครงข่าย  ทำให้ผู้ประกอบการช่องรายการยังไม่สามารถประเมินต้นทุนและความคุ้มทุนได้อย่างชัดเจน


___________________________

กสทช. กระตุ้นเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิตอลทีวีสนับสนุนคูปองซื้ออุปกรณ์รับชม: SCB EIC

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ บมจ. ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB EIC ออกบทวิเคราะห์ " กสทช. กระตุ้นเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิตอลทีวี สนับสนุนคูปองซื้ออุปกรณ์รับชม"

ระบุว่า เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา กสทช. มีมติเห็นชอบการออกคูปองแบบ 1 ครัวเรือน 1 ใบ ทั่วประเทศสำหรับซื้ออุปกรณ์รับชมแบบดิจิตอลโดยเฉพาะกล่องแปลงสัญญาณ (set-top box) เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคกว่า 22 ล้านครัวเรือนเปลี่ยนผ่านระบบโทรทัศน์บ้านสู่ระบบดิจิตอล โดยเม็ดเงินสนับสนุนจะได้มาจากการประมูลช่องดิจิตอลทีวีเชิงธุรกิจจำนวน 24 ช่อง ในเดือนกรกฎาคมนี้


ผู้ประกอบการน่าจะมั่นใจในการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีของผู้บริโภคมากขึ้น ถึงแม้มูลค่าคูปองจะถูกนำมากำหนดราคาตั้งต้นของการประมูลช่องรายการ ทำให้ภาระต้นทุน set-top box ถือว่ายังตกอยู่กับผู้ประกอบการช่องรายการเช่นเดิม แต่การออกคูปองเป็นแนวความคิดที่เป็นรูปธรรม แบ่งเบาภาระผู้ประกอบการในการจัดหา set-top box ให้ผู้บริโภคเอง และยังไม่มีความเสี่ยงของภาครัฐในการจัดหาเม็ดเงินสนับสนุนเหมือนที่เคยเป็นประเด็นในสหรัฐฯ ซึ่งจุดนี้จะช่วยกระตุ้นการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิตอลได้อย่างรวดเร็ว สร้างความเชื่อมั่นให้แก่บริษัทโฆษณา และทำให้การประมูลน่าสนใจมากขึ้น
       
ต้องจับตาการหาจุดสมดุลของมูลค่าคูปองที่ทำให้ทั้งผู้บริโภคได้ประโยชน์สูงสุดและไม่ก่อให้เกิดภาระแก่ผู้ประกอบการมากเกินควร จากการวิเคราะห์พบว่า หากมูลค่าคูปองอยู่ระหว่าง 250-1,000 บาท ค่าประมูลตั้งต้นของผู้ประกอบการจะอยู่ระหว่าง 170-700 ล้านบาทสำหรับช่องปกติ และ 500-2,000 ล้านบาทสำหรับช่อง HD (รูปที่ 1) โดยหากคูปองมีมูลค่า 250 บาทต่อใบหรือต่ำกว่า มีแนวโน้มสูงที่ผู้บริโภคต้องชำระส่วนต่างเพิ่มอีกหลายเท่าตัว แต่หากคูปองมีมูลค่าสูงถึง 1,000 บาท ค่าประมูลต่อช่องจะอยู่ระดับหลักพันล้านบาทได้  อย่างไรก็ดี ราคากล่องแปลงสัญญาณอยู่ในช่วงขาลง และราคาต่อหน่วยจะลดลงได้มากเมื่อผลิตจำนวนมาก (economies of scale)
       
ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการช่องรายการยังคงต้องพึงพิจารณาถึงต้นทุนการเช่าโครงข่ายดิจิตอลทีวีประกอบไปด้วย ผู้ประกอบการช่องรายการยังคงจับตาดูการประมูลโครงข่ายดิจิตอลทีวีที่เลือนมาจากปลายปีที่แล้ว เพื่อรอความแน่ชัดของผู้เล่นด้านโครงข่ายว่าจะเป็นรายเดิมที่มีความพร้อมด้านโครงข่าย หรือรายใหม่ที่อาจยังต้องใช้ระยะเวลาและเงินทุนสร้างโครงข่าย  ทำให้ผู้ประกอบการช่องรายการยังไม่สามารถประเมินต้นทุนและความคุ้มทุนได้อย่างชัดเจน

Implication         ธุรกิจที่เกี่ยวข้องควรเร่งทำความเข้าใจถึงข้อดีของเทคโนโลยีดิจิตอลเพื่อใช้ประโยชน์ให้เต็มที่  ในสภาพแวดล้อมที่การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิตอลกำลังดีขึ้นเช่นนี้ ธุรกิจเกี่ยวเนื่องควรคว้าโอกาสให้ได้ก่อนใคร โดยเฉพาะธุรกิจอุปกรณ์โทรทัศน์ที่จะได้ประโยชน์จากการออกคูปองอย่างชัดเจน เพราะผู้บริโภคจะสามารถเลือกซื้ออุปกรณ์ให้ตรงตามความต้องการได้ ในขณะที่วิธีให้ผู้ประกอบการแจก set-top box นั้น ผู้บริโภคอาจได้สินค้าที่ราคาต่ำสุดเนื่องมาจากการควบคุมต้นทุนของผู้ประกอบการ
       
อาจยังมีความจำเป็นที่รัฐบาลต้องออกเงินสนับสนุนเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ นอกจากจะนำรายได้จากการประมูลมาอุดหนุนค่า set-top box ให้แก่ผู้บริโภคแล้ว ภาครัฐอาจต้องเพิ่มเม็ดเงินสนับสนุนค่า set-top box โดยตรงเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านของผู้บริโภค และไม่นำมาคิดรวมในการตั้งค่าประมูลเพื่อไม่ให้กระทบความน่าลงทุน


* ระบบ HD ใช้ bandwidth มากกว่าระบบปกติ 3 เท่า จึงมีแนวโน้มที่ราคาประมูลตั้งต้นของระบบ HD จะถูกตั้งไว้สูงกว่าราคาประมูลตั้งต้นของระบบปกติอยู่ 3 เท่าตัว
สมมติฐาน: จำนวนครัวเรือน = 22 ล้านครัวเรือน
ที่มา: การวิเคราะห์โดย SCB EIC

โดย :       ทับขวัญ หอมจำปา (tubkwan.homchampa@scb.co.th)
    จาตุรนต์ อำไพ (jaturon.umpai@scb.co.th)

http://www.thannews.th.com/index.php?option=com_content&view=article&id=163624:-scb-eic&catid=176:2009-06-25-09-26-02&Itemid=524

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.