Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

14 มกราคม 2556 ชาติหน้าถึงแก้ได้!! สรุปคือแก้ไม่ได้ กสทช.บอกเหตุเพราะ BFKT (แหล่งข่าวชี้BFKTผิดกฏหมายอาญาไร้ใบอนุญาติ)(แก้ CAT TRUEผ่านไป198วันแล้ว)


ประเด็นหลัก


เลขาธิการ กสทช. กล่าวต่อว่า สาเหตุที่บอร์ด กทค. ไม่ได้รีบสรุปสัญญาดังกล่าว เพราะเกี่ยวพันกับกฎหมายหลายฉบับ โดยเฉพาะกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ดังนั้น จึงต้องรอบคอบให้มากที่สุดก่อนจะมีคำสั่งใดๆ ออกมา เพื่อไม่ให้กระทบกับผู้ใช้บริการและเกิดความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการ โดย บอร์ด กทค. เตรียมสรุปเรื่องสัญญา บีเอฟเคที ที่ให้บริการโครงข่ายโดยที่ไม่มีใบอนุญาต หรือ ไลเซนส์ ในวันที่ 15 ม.ค.2556 หลังจากการประชุมเมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2556 ที่ผ่านมา ไม่ได้บรรจุวาระดังกล่าวเข้าบอร์ด เนื่องจากบอร์ดต้องการใช้เวลาศึกษารายละเอียดทั้งหมดก่อน"


แหล่งข่าวจากวงการโทรคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี บริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบการโดยไม่ได้รับอนุญาต เตรียมส่งสรุปผลสอบให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) พิจารณา โดยมีความเห็นว่าบริษัท บีเอฟเคที ประกอบกิจการให้เช่าอุปกรณ์และโครงข่ายโทรคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดอาญาตามมาตรา 67 พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 แต่เนื่องจากเป็นการดำเนินการตามสัญญากับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ดังนั้นจึงถือว่าบริษัท บีเอฟเคทีไม่ได้มีเจตนาที่จะกระทำความผิด ถ้ายุติการกระทำดังกล่าวนับตั้งแต่ได้รับแจ้งจาก กทค.

นอกจากนี้การพิจารณาว่าบริษัท บีเอฟเคที จะมีเจตนาประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่นั้น บริษัท บีเอฟเคทีย่อมรู้ดีและประสงค์ที่จะให้เช่าอุปกรณ์และโครงข่ายโทรคมนาคม ซึ่งมีกฎหมายเขียนไว้อย่างชัดแจ้งว่า เป็นกิจการที่ต้องขอใบอนุญาตเหมือนใบอนุญาตก่อสร้าง หรือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต่างๆ ซึ่งมีคำพิพากษาฎีกาตัดสินว่าเป็นความผิดสำเร็จทันทีหากไม่มีใบอนุญาต แม้จะได้รับใบอนุญาตภายหลัง ก็ไม่สามารถลบล้างความผิดที่เกิดขึ้นได้







___________________________

กสทช. เล็งสรุปสัญญา บีเอฟเคที อีกครั้ง 15 ม.ค.นี้

เลขาฯ กสทช. เผย บอร์ด กทค. เล็งสรุปสัญญาบีเอฟเคที กับ กสท อีกครั้งในวันที่ 15 ม.ค.นี้ หลังเลื่อนพิจารณาจากการประชุมบอร์ด กทค.วันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา อ้างรายละเอียดมาก จึงต้องขอยืดเวลา...

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินการของบริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) จำกัด กรณีทำสัญญาเกี่ยวกับการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รูปแบบใหม่บนคลื่นความถี่ 800 MHz กับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ว่า ขณะนี้ คณะทำงานเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินการของ บีเอฟเคที กรณีทำสัญญาเกี่ยวกับการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รูปแบบใหม่บนคลื่นความถี่ 800 MHz กับ กสท ได้ส่งรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายฯ ฉบับสมบูรณ์ให้สำนักงาน กสทช. แล้วเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2555  ที่ผ่านมา ซึ่งทางสำนักงานฯ ได้นำเรียนกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. ทุกคนเพื่อศึกษาพิจารณาในรายละเอียดก่อนนำเข้าบรรจุเป็นวาระการประชุม ในการประชุมบอร์ด กทค. เนื่องจากเรื่องดังกล่าวมีรายละเอียดมาก และเมื่อ กทค. ทุกคนได้ศึกษาพิจารณาในรายละเอียดรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายฯ ฉบับสมบูรณ์ฉบับดังกล่าวจะนำเข้าบรรจุเป็นวาระการประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมต่อไป

เลขาธิการ กสทช. กล่าวต่อว่า สาเหตุที่บอร์ด กทค. ไม่ได้รีบสรุปสัญญาดังกล่าว เพราะเกี่ยวพันกับกฎหมายหลายฉบับ โดยเฉพาะกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ดังนั้น จึงต้องรอบคอบให้มากที่สุดก่อนจะมีคำสั่งใดๆ ออกมา เพื่อไม่ให้กระทบกับผู้ใช้บริการและเกิดความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการ โดย บอร์ด กทค. เตรียมสรุปเรื่องสัญญา บีเอฟเคที ที่ให้บริการโครงข่ายโดยที่ไม่มีใบอนุญาต หรือ ไลเซนส์ ในวันที่ 15 ม.ค.2556 หลังจากการประชุมเมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2556 ที่ผ่านมา ไม่ได้บรรจุวาระดังกล่าวเข้าบอร์ด เนื่องจากบอร์ดต้องการใช้เวลาศึกษารายละเอียดทั้งหมดก่อน"

http://www.thairath.co.th/content/tech/319947

______________________________________________

“บีเอฟเคที”ส่อเค้าพ้นข้อหา ให้เช่าโครงข่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

แหล่งข่าวจากวงการโทรคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี บริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบการโดยไม่ได้รับอนุญาต เตรียมส่งสรุปผลสอบให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) พิจารณา โดยมีความเห็นว่าบริษัท บีเอฟเคที ประกอบกิจการให้เช่าอุปกรณ์และโครงข่ายโทรคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดอาญาตามมาตรา 67 พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 แต่เนื่องจากเป็นการดำเนินการตามสัญญากับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ดังนั้นจึงถือว่าบริษัท บีเอฟเคทีไม่ได้มีเจตนาที่จะกระทำความผิด ถ้ายุติการกระทำดังกล่าวนับตั้งแต่ได้รับแจ้งจาก กทค.

ทั้งนี้หากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง มีข้อสรุปดังกล่าวจริง จะทำให้เกิดความโกลาหลในการบังคับใช้กฎหมายของ กทค.เป็นอย่างยิ่ง และต้องมีการทบทวนเรื่องเจตนาในการกระทำความผิดกันใหม่ เนื่องจากการจะพิจารณาว่ามีเจตนาในการกระความผิดหรือไม่ ต้องพิจารณาขณะที่ได้กระทำความผิดขึ้น ในกรณีนี้ คือ ตั้งแต่บริษัท บีเอฟเคที เริ่มประกอบกิจการ ไม่ใช่ในวันที่ กทค.มีมติว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิด

“เปรียบง่ายๆ เหมือนศาลมีคำพิพากษาว่า การกระทำของ นาย ก. เป็นความผิดจริง แต่ให้ถือว่านาย ก. มีเจตนากระทำความผิดนับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา ซึ่งหากนาย ก. ไม่ได้ทำความผิดนับจากนี้ นาย ก. ก็ไม่ต้องถูกลงโทษใดๆ ซึ่งไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง”แหล่งข่าว กล่าว

นอกจากนี้การพิจารณาว่าบริษัท บีเอฟเคที จะมีเจตนาประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่นั้น บริษัท บีเอฟเคทีย่อมรู้ดีและประสงค์ที่จะให้เช่าอุปกรณ์และโครงข่ายโทรคมนาคม ซึ่งมีกฎหมายเขียนไว้อย่างชัดแจ้งว่า เป็นกิจการที่ต้องขอใบอนุญาตเหมือนใบอนุญาตก่อสร้าง หรือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต่างๆ ซึ่งมีคำพิพากษาฎีกาตัดสินว่าเป็นความผิดสำเร็จทันทีหากไม่มีใบอนุญาต แม้จะได้รับใบอนุญาตภายหลัง ก็ไม่สามารถลบล้างความผิดที่เกิดขึ้นได้

โดยการกล่าวว่าบริษัท บีเอฟเคที ไม่มีเจตนาในการไม่ขอรับใบอนุญาต เนื่องจากเป็นการทำตามสัญญากับ กสท เท่ากับว่า ทุกคนสามารถประกอบกิจการโทรคมนาคมได้โดยไม่ต้องได้รับอนุญาตไปก่อนได้ หากเป็นการประกอบกิจการตามสัญญากับหน่วยงานของภาครัฐ



http://www.naewna.com/business/37428

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.