Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

14 มกราคม 2556 (เกาะติดประมูลDigital TV) MCOT รวมประมูลแน่ต้องการ 4 ใบ ( ส่วน ThaiPBSและ TOT เตรียมขอใบอนุญาติDigital TVตามกฏหมาย)


ประเด็นหลัก

น อสมท.จะเข้าร่วมประมูลช่องรายการธุรกิจทั้ง 3 ประเภทที่ กสทช.เปิดประมูล 24 ช่อง 3 ประเภท คือ รายการข่าวและสาระ 5 ช่อง รายการเด็กและเยาวชน 5 ช่อง และรายการทั่วไป 14 ช่อง คาดว่าจะเปิดประมูลในปลายไตรมาส 2/56 โดยมั่นใจว่าจะชนะการประมูลช่องรายการข่าวและสาระค่อนข้างแน่นอน เพราะเป็นการผลิตภายใต้"สำนักข่าวไทย"ซึ่ง อสมท.มีความชำนาญด้านนี้มานาน ขณะที่ช่องรายการเด็กและช่องรายการทั่วไป ยังไม่แน่ใจว่าจะชนะประมูลหรือไม่ เพราะแนวโน้มมีผู้เข้าร่วมประมูลจำนวนหลายราย

ทั้งนี้ อสมท.มีสถานีเครือข่ายส่งสัญญาณโทรทัศน์ทั่วประเทศ 36 สถานี ซึ่งเป็นระบบอะนาล็อก สถานีวิทยุ 54 แห่งทั่วประเทศ ศูนย์ข่าว 4 แห่งมีครบทุก 4 ภาค โดย อสมท.เตรียมเจรจากับสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 , ช่อง 11 (NBT) และ ไทยพีบีเอส(TPBS)  ที่จะร่วมทำโครงข่ายเป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้มีศักยภาพรองรับได้ทั่วถึง และรวมกันเป็น Digital Network


พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ( กสทช.) และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ ( กสท.) เปิดเผยว่าล่าสุดมีผู้ประกอบการยื่นขอใบอนุญาต(ไลเซ่นส์)ทีวีดิจิตอลประเภทสิ่งอำนวยความสะดวก (Facility provider) แล้ว 2 ราย ได้แก่ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ซึ่งคาดว่าจะสามารถพิจารณาออกใบอนุญาตได้ในเดือน มี.ค. นี้


___________________________

MCOT วางแผน คว้าใบอนุญาตทีวีดิจิทัล 4 ใบ

MCOT มั่นใจ ชนะประมูลช่องรายการข่าว หลังเข้ายื่นขอใบอนุญาตดิจิทัลทีวี 4 ใบ หวังต่อยอดเป็นผู้ผลิตคอนเท้นท์

นายสุระ เกนทะนะศิล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท. (MCOT) เปิดเผยว่า อสมท.จะเข้าขอใบอนุญาตที่เกี่ยวกับธุรกิจทีวีดิจิทัลทั้ง 4 ใบที่แบ่งเป็นใบอนุญาตดำเนินกิจการให้บริการโครงข่าย(Network) ใบอนุญาตดำเนินกิจการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวก (Infrastruture) ใบอนุญาตช่องรายการ (Program TV) และ ใบอนุญาตดำเนินกิจการโปรแกรมประยุกต์(Application) เพื่อทำครบวงจรและอยู่รอดได้ในที่สุด
       
สำหรับใบอนุญาตดำเนินกิจการให้บริการโครงข่าย(Network) และใบอนุญาตดำเนินกิจการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวก (Infrastruture)คาดว่าจะได้รับภายในไตรมาส 1/56 โดยบริษัทเตรียมยื่นขออนุญาตต่อคณะกรรมการกิจการกระจาย กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)ในเร็วๆ นี้
       
ทั้งนี้ อสมท.มีสถานีเครือข่ายส่งสัญญาณโทรทัศน์ทั่วประเทศ 36 สถานี ซึ่งเป็นระบบอะนาล็อก สถานีวิทยุ 54 แห่งทั่วประเทศ ศูนย์ข่าว 4 แห่งมีครบทุก 4 ภาค โดย อสมท.เตรียมเจรจากับสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 , ช่อง 11 (NBT) และ ไทยพีบีเอส(TPBS)  ที่จะร่วมทำโครงข่ายเป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้มีศักยภาพรองรับได้ทั่วถึง และรวมกันเป็น Digital Network
       
ขณะเดียวกัน อสมท.จะเข้าร่วมประมูลช่องรายการธุรกิจทั้ง 3 ประเภทที่ กสทช.เปิดประมูล 24 ช่อง 3 ประเภท คือ รายการข่าวและสาระ 5 ช่อง รายการเด็กและเยาวชน 5 ช่อง และรายการทั่วไป 14 ช่อง คาดว่าจะเปิดประมูลในปลายไตรมาส 2/56 โดยมั่นใจว่าจะชนะการประมูลช่องรายการข่าวและสาระค่อนข้างแน่นอน เพราะเป็นการผลิตภายใต้"สำนักข่าวไทย"ซึ่ง อสมท.มีความชำนาญด้านนี้มานาน ขณะที่ช่องรายการเด็กและช่องรายการทั่วไป ยังไม่แน่ใจว่าจะชนะประมูลหรือไม่ เพราะแนวโน้มมีผู้เข้าร่วมประมูลจำนวนหลายราย
       
ส่วนช่องรายการสาธารณะ นายสุระ กล่าวว่า ดูตามข้อกฎหมายแล้ว อสมท.คงไม่สามารถจะเข้าทำรายการได้ ขณะเดียวกันก็มีผู้ประสงค์จะเข้าทำรายการสาธารณะจำนวนมากนอกเหนือผู้ประกอบการที่ทำอยู่แล้ว ได้แก่ รัฐสภา กระทรวงสาธารณสุข  กระทรวงมหาดไทย กองทัพอากาศ เป็นต้น ซึ่ง อสมท.คาดว่าจะเข้าไปสนับสนุนหน่วยงานราชการเหล่านี้ แต่คงไม่ได้เข้าไปขอใบอนุญาตเอง
       
นายสุระ กล่าวว่า คู่แข่งที่จะเข้ามาร่วมประมูลใบอนุญาตดิจิทัลทีวีมีจำนวนมาก โดยเฉพาะรายใหญ่ ได้แก่ ทรูวิชั่นส์ ช่อง 3 ช่อง 7 ขณะที่ อสมท.เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ไม่มีเงินทุนหนาพอที่จะเข้าแข่งขันการประมูลทีใช้ทุนสูง ขณะเดียวกันรายได้จากสัญญาสัมปทานก็จะหายไป และการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วจะตามไม่ทัน
       
ดังนั้น อสมท. จะเข้าทำธุรกิจใหม่ที่เน้นทำคอนเท้นท์ โดยจะขอใบอนุญาตดำเนินกิจการโปรแกรมประยุกต์(Application) ซึ่งมองว่าเป็นทางรอดของอสมท.ในอนาคต โดยเป็น Master Content  ทั้งนี้ คาดว่าธุรกิจทีวีดาวเทียมจะถึงจุดอิ่มตัวในปี 60  โดยดาวเทียมไทยคม 6 ก็กำลังจะยิงขึ้นไปทำให้ขยายทรานสปอนเดอร์ขึ้นอีกยิ่งทำให้ทีวีดาวเทียมเพิ่มจำนวนมากขึ้น
       
ปัจจุบัน อสมท.มีช่องทีวีดาวเทียม 2 ช่อง และมี 18 ช่องในระบบ C-band ที่ให้ทรูวิชั่นส์เช่าอยู่


http://www.moneychannel.co.th/index.php/2012-06-30-12-32-32/9179-mcot-4.html


______________________


ทีโอที-ไทยพีบีเอส ตบเท้าขอไลเซ่นส์ทีวีดิจิตอล


       กสทช. เผย ทีโอที-ไทยพีบีเอส ยื่นขอไลเซ่นส์ทีวีดิจิตอลประเภทสิ่งอำนวยความสะดวกแล้ว ด้าน อสมท เตรียมยื่นเช่นกัน “นที” ชี้ผู้ประกอบการโทรคมเล็งยื่นอีกหลายรายหวังรุกตลาดทีวีดิจิตอล
     
       พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ( กสทช.) และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ ( กสท.) เปิดเผยว่าล่าสุดมีผู้ประกอบการยื่นขอใบอนุญาต(ไลเซ่นส์)ทีวีดิจิตอลประเภทสิ่งอำนวยความสะดวก (Facility provider) แล้ว 2 ราย ได้แก่ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ซึ่งคาดว่าจะสามารถพิจารณาออกใบอนุญาตได้ในเดือน มี.ค. นี้
     
       ขณะที่ตนคาดว่าต่อไปนี้จะมีผู้ประกอบการโทรทัศน์รายอื่นจะทยอยยื่นขอใบอนุญาตอย่างต่อเนื่อง เช่น สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ซึ่งต่างเป็นผู้ประกอบการที่มีเสาส่ง และสถานีส่งสัญญาณโทรทัศน์อยู่แล้ว รวมถึงผู้ประกอบการด้านโทรคมนาคม ที่มีเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็สามารถยื่นขอบริการประเภทสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อให้บริการในกิจการทีวีดิจิตอลได้ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการอนุญาตเพิ่มเติมในส่วนการให้บริการโครงข่ายทีวีดิจิตอล ซึ่งกำหนดให้ค่าความแรงสนามไฟฟ้าต้องสามารถรับสัญญาณแบบพกพาในอาคาร (Portable Indoor Reception) ได้
     
       ด้าน นายสุระ เกนทะนะศิล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานวิศวกรรม บริษัท อสมท จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมเอกสารเพื่อยื่นขอใบอนุญาตประเภทสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่ง อสมท มีสถานีส่งสัญญาณ 36 สถานีทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน เชื่อว่าผู้ประกอบการโทรคมที่มีเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์จะเข้ายื่นขอใบอนุญาตด้วย เพื่อใช้โครงสร้างพื้นฐานในการร่วมกันประกอบกิจการโครงข่ายต่อไป
     
       ขณะเดียวกัน นายสมชัย สุวรรณบรรณ ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) กล่าวว่า ไทยพีบีเอสได้ยื่นใบอนุญาตประเภทสิ่งอำนวยความสะดวกไปแล้วเมื่อปลายปี 2555 ที่ผ่านมา ซึ่งไทยพีบีเอสมีจำนวนสถานีส่งสัญญาณจำนวน 52 แห่งทั่วประเทศ
     
       อย่างไรก็ดีการขอใบอนุญาตดังกล่าวเป็นการเตรียมพร้อมสู่การขอใบอนุญาตประเภทโครงข่าย ซึ่งไทยพีบีเอสเตรียมงบประมาณไว้ที่ 2,000 ล้านบาท โดยศักยภาพความพร้อมของไทยพีบีเอสตั้งเป้าว่าจะสามารถกระจายโครงข่าย (Roll Out) ได้ครอบคลุมทั้งประเทศ 100% ภายในเวลา 1 ปี 8 เดือน

http://www.manager.co.th/CBiZReview/ViewNews.aspx?NewsID=9560000004670

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.