Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

14 มกราคม 2556 TRUEVISIONS สู้ลดราคา( สู้เนื้อหามากกว่า GMMz และ CTH แน่นอน ) DTV ชิวๆ ขายกล่อง HD 5000 บาทเหมือนเดิม


ประเด็นหลัก

ทรู วิชั่นส์  ได้ออกมาชิงปรับราคาแพ็กเกจทรู โนว-เลจ โฉมใหม่ออกมา โดยปรับราคา จาก 495 บาท/เดือนมาเป็น 299 บาท/เดือน และเพิ่มจาก 78 ช่องเป็น 90 ช่องรายการ เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2556 นี้เป็นต้นไป โดยเจาะกลุ่มตลาดแมส(มวลชน)มากขึ้น ในขณะที่กล่องจีเอ็มเอ็ม แซท จะเริ่มเก็บเงินค่าสมาชิกรายเดือนในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ โดยเสียค่าสมาชิกราว 200-400 บาท/เดือนจากเดิมที่ให้บริการฟรี และจับมือ  พีเอสไอ  ตั้งเป้าว่าปี 2556 จะขายกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมได้ถึง 4 ล้านกล่อง  ก็จะดันยอดการใช้กล่องพีเอสไอรวมทั้งปีเพิ่มขึ้นจาก 11 ล้านกล่อง เมื่อปีที่แล้วมาเป็น 15 ล้านกล่องในปีนี้  โดยกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมจะขยายตัวมากขึ้น เนื่องจาก 1.พีเอสไอมีการพัฒนากล่องใหม่ที่ทันสมัยขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีดีกว่าจึงมีการเทิร์นกล่องเก่าเกิดขึ้น 2.มีฐานลูกค้าใหม่เข้ามา โดยส่วนหนึ่งเกิดจากที่ปี2555 พีเอสไอจับมือกับทรู วิชั่นส์ร่วมมือทางธุรกิจ(synergy)ด้วยกันโดยการโค-แบรนด์ (CO - Brands)กันเป็นครั้งแรกใช้ชื่อกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมว่า"พีเอสไอทรูทีวี" ไม่เสียค่าบริการรายเดือน


    "เวลานี้ซีทีเอชตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับกล่องจีเอ็มเอ็ม แซท ของแกรมมี่เมื่อครั้งที่เปิดตัวใหม่ๆ คือมีแค่คอนเทนต์อยู่ในมือ ดังนั้นการทำธุรกิจจานและกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมจะต้องพร้อมด้านคนติดตั้งการให้บริการหลังการขาย  หากเมื่อขายได้ปริมาณน้อยทำตลาดไม่เป็นก็จะทำให้ต้นทุนในธุรกิจนี้สูง กำไรลดลง และต้องมาเจอกับคู่แข่งขันที่มีฐานลูกค้าอยู่แล้วจำนวนมากอย่างทรู วิชั่นส์ ก็เป็นโจทย์ที่เหนื่อยสำหรับแกรมมี่ อาร์เอส และซีทีเอช รวมถึงผู้ประกอบการรายเล็กทั้งหลายด้วย"

ตามลูกค้าเก่าของกล่องจีเอ็มเอ็ม แซทที่โทรศัพท์มาลงทะเบียนกับคอลล์เซ็นเตอร์ภายในวันที่ 15 มกราคมนี้จะได้ดูฟรีต่ออีก 1 เดือนโดยไม่เสียค่าสมาชิก ขณะที่ลูกค้าใหม่ที่มาลงทะเบียนก็จะได้ดูฟรี 1 เดือนแรกหลังจากที่มาลงทะเบียน โดยค่าสมาชิกถ้าเป็นหมวดเอนเตอร์เทนจะเสียค่าสมาชิก 200 บาท มี 4ช่อง หมวดกีฬา 300 บาท ซึ่งจะมีลีกดังๆทั้งหมด 6 ลีก  และถ้ารวมทั้ง 2 หมวดเป็นแพ็กเกจเดียวกันจะเสียค่าสมาชิก 400 บาท/เดือน

DTV
บริษัทคาดว่ายอดขายกล่องรุ่นเอชดีในปี 2556 จะมีจำนวน 5 หมื่นกล่อง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มียอดจำหน่าย 2 หมื่นกล่อง พร้อมตั้งเป้าหมายยอดจำหน่ายกล่องและจานรับสัญญาณของบริษัทในปี 2556 จำนวน 1.5 ล้านกล่อง โดยบริษัทจะทดลองจำหน่ายกล่องรับสัญญาณแบบไฮบริด ที่สามารถรับสัญญาณดาวเทียมและไอพีทีวีได้ ตั้งราคากล่องละ 5,000 บาท






___________________________

'ทรู วิชั่นส์'ไล่ทุบแกรมมี่ชิงปรับแพ็กเกจ

 "ทรู วิชั่นส์"เตะ-ตัดขาแกรมมี่ สกัดกล่องรับสัญญาณดาวเทียมจีเอ็มเอ็ม แซท ขณะที่ กล่องซันบ็อกซ์และซีทีเอช หืดขึ้นคอ ด้าน"พีเอสไอ"เจ้วตลาดจาน-กล่อง ตั้งเป้าขายปี 56 โต 4 ล้านกล่อง ดันยอดใช้กล่องรวมทั้งปีพุ่ง 15 ล้านกล่อง ชี้สงครามการแข่งขันปีมะเส็งเดือดแล้ว ทำดีมานด์เพิ่มราคากล่องรับสัญญาณร่วงกราวรูด

    แหล่งข่าวจากวงการทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีเปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ถึงธุรกิจกล่องและจานรับสัญญาณทีวีดาวเทียมว่า นับจากปี  2556 เป็นต้นไปจะเห็นการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยสงครามการแข่งขันเริ่มปะทุแล้วตั้งแต่ปลายปี 2555 เป็นต้นมา เมื่อวงการทีวีดาวเทียมต่างจับตามองการขยับตัวของคู่แข่ง  โดยเฉพาะการโฟกัสมายังกล่องจีเอ็มเอ็ม แซท จากค่ายแกรมมี่ ที่เคยตั้งเป้าว่าจะขายกล่องจีเอ็มเอ็ม แซทให้ได้ถึง 2 ล้านกล่อง จนถึงขณะนี้ก็ยังขายได้ไม่ถึงเป้า เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา คู่แข่งในตลาดอย่างบริษัท ทรู วิชั่นส์ จำกัด (มหาชน)หรือทรู วิชั่นส์  ได้ออกมาชิงปรับราคาแพ็กเกจทรู โนว-เลจ โฉมใหม่ออกมา โดยปรับราคา จาก 495 บาท/เดือนมาเป็น 299 บาท/เดือน และเพิ่มจาก 78 ช่องเป็น 90 ช่องรายการ เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2556 นี้เป็นต้นไป โดยเจาะกลุ่มตลาดแมส(มวลชน)มากขึ้น ในขณะที่กล่องจีเอ็มเอ็ม แซท จะเริ่มเก็บเงินค่าสมาชิกรายเดือนในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ โดยเสียค่าสมาชิกราว 200-400 บาท/เดือนจากเดิมที่ให้บริการฟรี
    "การที่ทรู วิชั่นส์ ออกมาปรับโฉมโปรโมชัน  ทรู โนว-เลจ ถือเป็นการสกัดแกรมมี่โดยตรง หากมองในแง่ตลาดก็เป็นเรื่องปกติเป็นสีสันของการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น"
     เช่นเดียวกับที่กล่องซันบ็อกซ์  หลังเกิดจากการรวมตัวของกลุ่มบิ๊กโฟร์ ที่มาจาก 4 กลุ่มพันธมิตรผู้ค้าจานดาวเทียม จับมือกับบริษัท อาร์เอส จำกัด(มหาชน)หรือ"อาร์เอส" เมื่อปี 2555  จนถึงขณะนี้ก็ยังขายกล่องซันบ็อกซ์ไม่ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ที่ 5 แสนกล่อง
    ส่วนบริษัท เคเบิลไทยโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ ซีทีเอช ที่เพิ่งชนะการประมูลพรีเมียร์ลีกมาสดๆร้อนๆก็มีเป้าหมายว่าปีนี้จะเดินหน้ารุกเข้าสู่ธุรกิจบรอดแคสต์เต็มตัว โดยเฉพาะธุรกิจทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวี จึงไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับค่ายที่ยังไม่มีฐานลูกค้าเป็นของตัวเอง เพราะปัจจุบันซีทีเอชเป็นผู้ป้อนคอนเทนต์ให้กับสมาชิกเคเบิลทีวีด้วยกันโดยนำคอนเทนต์ไปขาย แต่ถ้าซีทีเอชเก็บค่าสมาชิกกับผู้ประกอบการเคเบิลทั่วประเทศแพง ผู้ประกอบการเคเบิลก็มีทางเลือกอื่น  เช่น หันไปซื้อแพ็กเกจของทรูวิชั่นส์ได้ ขณะเดียวกันปัจจุบันซีทีเอชยังไม่มีจานและกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมของตัวเอง จึงมองไม่ออกว่าจะไปเพิ่มสมาชิกให้มากขึ้นได้อย่างไร  และเวลานี้เคเบิลทีวีหลายรายก็แห่มาใช้คอนเทนต์ของทรู วิชั่นส์ มากขึ้น
    "เวลานี้ซีทีเอชตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับกล่องจีเอ็มเอ็ม แซท ของแกรมมี่เมื่อครั้งที่เปิดตัวใหม่ๆ คือมีแค่คอนเทนต์อยู่ในมือ ดังนั้นการทำธุรกิจจานและกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมจะต้องพร้อมด้านคนติดตั้งการให้บริการหลังการขาย  หากเมื่อขายได้ปริมาณน้อยทำตลาดไม่เป็นก็จะทำให้ต้นทุนในธุรกิจนี้สูง กำไรลดลง และต้องมาเจอกับคู่แข่งขันที่มีฐานลูกค้าอยู่แล้วจำนวนมากอย่างทรู วิชั่นส์ ก็เป็นโจทย์ที่เหนื่อยสำหรับแกรมมี่ อาร์เอส และซีทีเอช รวมถึงผู้ประกอบการรายเล็กทั้งหลายด้วย"
สมพร ธีระโรจนพงษ์    ด้านนายสมพร ธีระโรจนพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง  จำกัด ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจจานดาวเทียม "PSI" ผู้ผลิตและจำหน่ายจานดาวเทียมและกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมทั้งจานเคยู-แบนด์และจานซี-แบนด์รายใหญ่   เปิดเผยว่า พีเอสไอตั้งเป้าว่าปี 2556 จะขายกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมได้ถึง 4 ล้านกล่อง  ก็จะดันยอดการใช้กล่องพีเอสไอรวมทั้งปีเพิ่มขึ้นจาก 11 ล้านกล่อง เมื่อปีที่แล้วมาเป็น 15 ล้านกล่องในปีนี้  โดยกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมจะขยายตัวมากขึ้น เนื่องจาก 1.พีเอสไอมีการพัฒนากล่องใหม่ที่ทันสมัยขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีดีกว่าจึงมีการเทิร์นกล่องเก่าเกิดขึ้น 2.มีฐานลูกค้าใหม่เข้ามา โดยส่วนหนึ่งเกิดจากที่ปี2555 พีเอสไอจับมือกับทรู วิชั่นส์ร่วมมือทางธุรกิจ(synergy)ด้วยกันโดยการโค-แบรนด์ (CO - Brands)กันเป็นครั้งแรกใช้ชื่อกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมว่า"พีเอสไอทรูทีวี" ไม่เสียค่าบริการรายเดือน
    สำหรับภาพรวมของธุรกิจทีวีดาวเทียมจะยังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่ผ่านมาคนเข้าใจผิดคิดว่าคนที่ดูทีวีอยู่แล้วสามารถดูดิจิตอลทีวีได้เลย แต่ตอนนี้คนเริ่มรู้แล้วว่าจะดูได้ต้องติดกล่องดิจิตอลทีวีของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นได้ง่าย  จึงทำให้ลูกค้ากลับมาสนใจกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมเพิ่มขึ้น  นอกจากนี้การแข่งขันทั้งแกรมมี่และอาร์เอส ต่างช่วยหนุนให้คนรู้จักทีวีดาวเทียมมากขึ้น  ทำให้การซื้อการขายกล่องและจานรับสัญญาณทีวีดาวเทียมง่ายขึ้นด้วย  สุดท้ายราคาจานและกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมก็จะถูกลง
    "การแข่งขันรุนแรงขึ้น ราคาจานกับกล่องครบชุดก็จะถูกลง โดยจานเคยู-แบนด์หรือจานโอเคของพีเอสไอ ในช่วงต้นปีนี้ราคาขายส่งจะมีชุดละไม่เกิน 800 บาทจากเดิมอยู่ที่ 900-1,000 บาท/ชุด ถ้าไปขายปลีกก็จะรวมค่าแรงค่าติดตั้งเพิ่มเข้าไปอีกเล็กน้อย ส่วนจานซี-แบนด์ขายส่งราคาไม่เกิน 1,300 บาท เปรียบเทียบกับราคาขายส่งก่อนหน้านี้อยู่ที่ 1,500-1,600บาท/ชุด โดยราคาในช่วงกลางปีและปลายปีอาจจะถูกลงอีก "
    ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง  จำกัด กล่าวอีกว่าจานและกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมต่อไปราคาจะค่อยๆถูกลงไปเรื่อยๆจนถึงขั้นแจกฟรีและพีเอสไอก็จะกลายเป็นผู้มีรายได้จากคอนเทนต์ จะตรงข้ามจากเมื่อ7 ปีที่แล้วที่กลุ่มผลิตจานและกล่องจะต้องไปขอคอนเทนต์จากคนอื่นมาออก แต่วันนี้คนที่มีคอนเทนต์กลับมาขอซื้อช่องจากพีเอสไอเพื่อออกคอนเทนต์ หรือใครที่มีแพลตฟอร์มมากที่สุดคนที่ทำคอนเทนต์ดีๆจะมาขอออกจากช่องนั้นๆ เป็นต้น
    อย่างไรก็ตามปี 2556 จะมีโฆษณาผ่านช่องทางทีวีดาวเทียมมากขึ้น โดยช่องรายการที่มีเรตติ้งไม่เกินอันดับที่ 20 จะปรับราคาโฆษณาขึ้นมา 100% โดยราคาโฆษณาต่อนาทีสูงสุดอยู่ที่ 5 หมื่นบาท ต่ำสุดอยู่ที่ 1,000 บาท/นาทีขึ้นไป
    นายเดียว วรตั้งตระกูล กรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์แพลตฟอร์ม บริษัท จีเอ็มเอ็ม แซท จำกัด กล่าวว่าวันที่ 15กุมภาพันธ์นี้  แกรมมี่จะเก็บค่าสมาชิกรายเดือนแบบไม่ผูกมัด กับลูกค้าที่ใช้กล่องจีเอ็มเอ็ม แซท โดยลูกค้ารายใดเมื่อดูผ่านไปแล้ว 1 เดือนแล้วไม่อยากดูต่อ ในเดือนถัดไปก็ไม่ต้องซื้อแพ็กเกจต่อ ซึ่งจะต่างจากคู่แข่งที่เสียค่าสมาชิกรายเดือนแบบผูกมัดต้องจ่ายทุกเดือน ส่วนกรณีที่มีข้อสงสัยกันว่า เมื่อกล่องจีเอ็มเอ็ม แซทต้องเสียค่าสมาชิกแล้วจะแข่งขันได้หรือไม่นั้น  ขึ้นอยู่ที่ตัวคอนเทนต์มากกว่า ว่าของใครจะมีความพิเศษกว่ากันและตรงกับเป้าหมายที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด และมองว่าการแข่งขันนี้จะไม่กระทบกับแกรมมี่ แต่โดยภาพรวมจะเป็นสีสันทางการตลาดมากกว่า ในขณะที่ลูกค้าจะมีทางเลือกมากขึ้น
    อย่างไรก็ตามลูกค้าเก่าของกล่องจีเอ็มเอ็ม แซทที่โทรศัพท์มาลงทะเบียนกับคอลล์เซ็นเตอร์ภายในวันที่ 15 มกราคมนี้จะได้ดูฟรีต่ออีก 1 เดือนโดยไม่เสียค่าสมาชิก ขณะที่ลูกค้าใหม่ที่มาลงทะเบียนก็จะได้ดูฟรี 1 เดือนแรกหลังจากที่มาลงทะเบียน โดยค่าสมาชิกถ้าเป็นหมวดเอนเตอร์เทนจะเสียค่าสมาชิก 200 บาท มี 4ช่อง หมวดกีฬา 300 บาท ซึ่งจะมีลีกดังๆทั้งหมด 6 ลีก  และถ้ารวมทั้ง 2 หมวดเป็นแพ็กเกจเดียวกันจะเสียค่าสมาชิก 400 บาท/เดือน
    ส่วนกล่องจีเอ็มเอ็ม แซท ตอนนี้แกรมมี่มียอดขายปี 2555 อยู่ที่ 1.2 ล้านกล่อง จากที่เคยตั้งเป้าไว้ที่ 2 ล้านกล่องในช่วงที่มีฟุตบอลยูโร แต่ยังทำไม่ถึง 2 ล้านกล่อง ยอมรับว่ามีการแข่งขันกันแรงขึ้น ซึ่งก็เป็นกลไกของตลาดมากกว่าเพราะตลาดมีขนาดใหญ่มาก และการแข่งขันที่เกิดขึ้นจะเป็นการกระตุ้นให้คนเข้ามาในตลาดทีวีดาวเทียมมากขึ้น มีช่องทางเลือกมากขึ้น และผู้บริโภคก็เริ่มตื่นตัวกันมาก
    อย่างไรก็ตามข้อมูลจากบริษัท นีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ช ประเทศไทย จำกัด ระบุเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2555   ว่าปัจจุบันมีครัวเรือนที่ชมทีวีทั่วประเทศ 22 ล้านครัวเรือน  ในจำนวนนี้ 60-70%จะดูทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวี

 จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
http://www.thannews.th.com/index.php?option=com_content&view=article&id=163366:2013-01-11-15-41-39&catid=85:2009-02-08-11-22-45&Itemid=417


_____________________



ดีทีวีลุยตลาดกล่องเอชดี


ดีทีวี นำร่องบุกตลาดเอชดี ชี้ปี 2556 แนวโน้มมาแรง ทีวี-กล่องรับสัญญาณราคาลงเกือบครึ่ง คาดยอดทะลุ 5 แสนกล่อง

นายปราโมทย์ บุญนำสุข ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ดีทีวี เซอร์วิส ผู้ผลิตและจำหน่ายจานดาวเทียม “ดีทีวี” ในเครือไทยคม เปิดเผยว่า ปี 2556 บริษัทจะบุกตลาดกล่องรับสัญญาณดาวเทียมระบบความคมชัดสูง (เอชดี) ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะเติบโตอย่างมาก เนื่องจากราคาเครื่องรับโทรทัศน์ระบบเอชดีถูกลงมาก เช่น ขนาด 40 นิ้ว เหลือเพียงหลักหมื่นบาท โดยปัจจุบันในตลาดมีประมาณ 3 ล้านเครื่อง

นอกจากนี้ ผู้ผลิตรายการรายใหญ่หันมาผลิตรายการในระบบเอชดีเพิ่มขึ้นเป็น 13-15 ช่อง สูงขึ้นจากปีก่อนที่มี 3 ช่องเท่านั้น รวมทั้งกล่องรับสัญญาณดาวเทียมในระบบเอชดี ราคาจะลดลงเหลือ 2,800 บาท จากเดิมกล่องละ 5,000 บาท โดยคาดว่าภาพรวมตลาดกล่องเอชดีจะมีจำนวน 4-5 แสนกล่อง เช่นเดียวกับกล่องในรุ่นทั่วไปที่จะมียอดจำหน่ายในระดับเดียวกัน

“ในปี 2556 ผู้ผลิตรายการจะมุ่งพัฒนารายการในรูปแบบเอชดีเป็นหลัก ซึ่งเชื่อว่าจะส่งผลให้ตลาดกล่องและจานรับสัญญาณดาวเทียมโตขึ้น” นายปราโมทย์ กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทคาดว่ายอดขายกล่องรุ่นเอชดีในปี 2556 จะมีจำนวน 5 หมื่นกล่อง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มียอดจำหน่าย 2 หมื่นกล่อง พร้อมตั้งเป้าหมายยอดจำหน่ายกล่องและจานรับสัญญาณของบริษัทในปี 2556 จำนวน 1.5 ล้านกล่อง โดยบริษัทจะทดลองจำหน่ายกล่องรับสัญญาณแบบไฮบริด ที่สามารถรับสัญญาณดาวเทียมและไอพีทีวีได้ ตั้งราคากล่องละ 5,000 บาท

http://www.posttoday.com/%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0
%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%9F%E0%B9%8C/198774/%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%9
7%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%A5%
E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%
B8%AD%E0%B8%8A%E0%B8%94%E0%B8%B5



ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.