Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

15 มกราคม 2555 ( บทความ) ยุทธศาสตร์'กล่อง' ลงสนามเพย์ทีวี // "เพย์ทีวี" จากคอนเทนท์ที่แตกต่างและหวังปั้นรายได้จากอีกขาธุรกิจ


ประเด็นหลัก


แต่! ภายใต้การกำกับดูแลกิจการบรอดแคสต์ของ กสทช. ได้สร้างเวทีการแข่งขันในแพลตฟอร์มการรับชมช่องรายการใหม่ๆ พร้อมการออก "ใบอนุญาต" กิจการวิทยุโทรทัศน์หลากหลายในยุคดิจิทัลนับจากนี้
สำหรับทิศทางฮาร์ดแวร์ หรือกลุ่มกิจการไม่ใช้คลื่นความถี่ จะมุ่งไปที่การหา"โอกาสเติบโต" จากบริการ "เพย์ทีวี" จากคอนเทนท์ที่แตกต่างและหวังปั้นรายได้จากอีกขาธุรกิจ
สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ "พีเอสไอ" ที่หลังจากนี้จะเดินหน้าจับมือกับพันธมิตรด้านคอนเทนท์ เพื่อขยายธุรกิจด้านบริการทั้งฝั่งการพัฒนา "ช่องทีวีดาวเทียม" รูปแบบฟรีทูแอร์ ร่วมกับเวิร์คพ้อยท์ เอ็นเตอร์เทนท์เม้นต์ ด้วยการจัดตั้งบริษัท ฟรีไซซ์
บรอดแคสติ้ง จำกัด มุ่งหารายได้จากเม็ดเงินโฆษณา โดยมีฐานผู้ชมจากตลาดจานรับสัญญาณดาวเทียมทั่วประเทศ


_______________________________



ยุทธศาสตร์'กล่อง' ลงสนามเพย์ทีวี

โดย : รัตติยา อังกุลานนท์

การแจกใบอนุญาตโครงข่ายในกิจการไม่ใช้คลื่นความถี่ ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

ให้กับผู้ประกอบการ ฮาร์ดแวร์ "กล่องรับสัญญาณดาวเทียม"และ "เคเบิลทีวี" ช่วงธ.ค.ที่ผ่านมา ส่งให้เจ้าของแพลตฟอร์ม"กล่อง" หลายรายประกาศความพร้อมในปีนี้ เข้าสู่ธุรกิจ "เพย์ทีวี" อีกบริการที่เกิดจากเทคโนโลยียุคดิจิทัล เพื่อหวังสร้างโอกาสหารายได้ในยุคที่ "กล่อง"กระจายตัวอยู่ในครัวเรือนไทยเกินครึ่งประเทศ
ในมุมมองของพี่ใหญ่ตลาด "จานดำ" สมพร ธีระโรจนพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทพีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่าปี2556 จะเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญของผู้ประกอบการ "ฮาร์ดแวร์" ที่อยู่ในตลาดมา 20 ปี จากราคาชุดอุปกรณ์จานรับสัญญาณดาวเทียมและกล่องชุดละกว่า 2 หมื่นบาท ราคาล่าสุดเหลือไม่เกิน 3,000 บาทในระบบซีแบนด์ ขณะที่เคยูแบนด์ต่ำกว่า 1,000 บาท
"การแข่งขันในตลาดฮาร์ดแวร์จานและกล่อง ที่มีผู้เล่นเพิ่มขึ้นในปีก่อน สถานการณ์ขณะนี้มาถึงจุดที่เรียกได้ว่าเกือบไม่มีกำไร"
แต่! ภายใต้การกำกับดูแลกิจการบรอดแคสต์ของ กสทช. ได้สร้างเวทีการแข่งขันในแพลตฟอร์มการรับชมช่องรายการใหม่ๆ พร้อมการออก "ใบอนุญาต" กิจการวิทยุโทรทัศน์หลากหลายในยุคดิจิทัลนับจากนี้
สำหรับทิศทางฮาร์ดแวร์ หรือกลุ่มกิจการไม่ใช้คลื่นความถี่ จะมุ่งไปที่การหา"โอกาสเติบโต" จากบริการ "เพย์ทีวี" จากคอนเทนท์ที่แตกต่างและหวังปั้นรายได้จากอีกขาธุรกิจ
สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ "พีเอสไอ" ที่หลังจากนี้จะเดินหน้าจับมือกับพันธมิตรด้านคอนเทนท์ เพื่อขยายธุรกิจด้านบริการทั้งฝั่งการพัฒนา "ช่องทีวีดาวเทียม" รูปแบบฟรีทูแอร์ ร่วมกับเวิร์คพ้อยท์ เอ็นเตอร์เทนท์เม้นต์ ด้วยการจัดตั้งบริษัท ฟรีไซซ์
บรอดแคสติ้ง จำกัด มุ่งหารายได้จากเม็ดเงินโฆษณา โดยมีฐานผู้ชมจากตลาดจานรับสัญญาณดาวเทียมทั่วประเทศ
อีกด้านคือพันธมิตร "ทรูวิชั่นส์" เจ้าของคอนเทนท์ช่องรายการทั้งในและต่างประเทศกว่า 140 ช่อง เพื่อขยายความร่วมมือในเฟสสอง หลังทำงานเฟสแรกในการผลิตและจัดจำหน่ายกล่อง "พีเอสไอ ทรูทีวี"
โดยความร่วมมือต่อไป อาจจะเห็นในช่วงเดือน เม.ย.นี้ กับการเปิดตัวให้บริการ "เพย์ทีวี" ผ่านกล่องพีเอสไอ รุ่นใหม่ซอฟต์แวร์ OTA ที่มีระบบการเข้ารหัสขั้นสูงหรือ CA โดยเริ่มทำตลาดตั้งแต่ปี 2553 (ช่วงฟุตบอลโลก 2010) ปัจจุบันมีกล่องรุ่นดังกล่าวอยู่ในตลาดแล้ว 2.7 ล้านกล่อง นอกจากนี้ยังมีกล่องทรูทีวี อีกกว่า 3 แสนกล่องที่จำหน่ายไปแล้วในปี55 นับเป็นฐานลูกค้าในการให้บริการเพย์ทีวีปีนี้
บิซิเนส โมเดล ด้านบริการเพย์ทีวี กำหนดให้เป็นลักษณะ "เติมเงิน" เพื่อรับชม โดยจะมีราคาเริ่มต้นที่ 50 บาท 90 บาท 150 บาท เป็นต้น เพื่อเลือกรับชม "ช่องรายการ" ที่อยู่ในความสนใจของลูกค้า รูปแบบดังกล่าวเป็นการผสานจุดแข็งของฝั่งทรูวิชั่นส์ ที่มีคอนเทนท์จำนวนมาก มีธุรกิจในเครือคือร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทั่วประเทศกว่า 6,800 สาขา สำหรับใช้เป็นจุดเติมเงิน เพื่อรับรหัสไปเปิดรับชมช่องเพย์ทีวีที่กล่อง
ขณะที่พีเอสไอ จะมุ่งพัฒนาซอฟต์แวร์พร้อมขยายตลาด "กล่อง" อีกทั้งใช้ตัวแทนจำหน่ายและช่างติดตั้งกว่า 10,000 รายทั่วประเทศ เป็นอีกตัวแทนขายบริการเพย์ทีวี ในฐานะ "คอลล์ เซ็นเตอร์" ให้ผู้ชมที่ต้องการใช้บริการโทร.เข้ามาซื้อช่องรายการ และเรียกเก็บเงินภายหลัง
ภายใต้ยุทธศาตร์ดังกล่าว จะทำให้พีเอสไอ กระจายโอกาสทำ "กำไร"โดยภาพรวมจากเดิมน้ำหนักจะอยู่ที่ยอดขายจานและกล่องราว 70% แต่การแข่งขันในปัจจุบันทำให้โอกาสทำกำไรจากธุรกิจฮาร์ดแวร์เหลือไม่เกิน 5% จากปกติ 10-15% โดยทิศทางจากนี้จะขยายไปที่บริการอื่นๆ ทั้งบริการรับส่งสัญญาณดาวเทียม โฆษณา และเพย์ทีวี ซึ่งเป็นขาธุรกิจที่กำลัง"เติบโต" คาดว่าในปี2556 สัดส่วนกำไรของพีเอสไอ จะมาจากจานและกล่อง 50% และบริการอื่นๆ รวมทั้งเพย์ทีวี 50% ขณะที่รายได้รวมจะอยู่ที่ราว 3,000 ล้านบาท
เชื่อว่าหากมีคอนเทนท์ที่ดี บริการเพย์ทีวี จะเป็นอีกโอกาสการเติบโตของฝั่งฮาร์ดแวร์ในปีนี้
ฟากผู้ประกอบการคอนเทนท์ โปรวายเดอร์ ที่หันมารุกธุรกิจแพลตฟอร์ม "กล่อง" ในปีที่ผ่านมา หลังจากต้องสะดุดจากแผนการทำธุรกิจเพย์ทีวี ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ด้วยจากการออกใบอนุญาตเพย์ทีวี ของ กสทช. ล่าช้าไปกว่ากำหนดเดิม
ทำให้ทั้ง "จีเอ็มเอ็ม แซท” ของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และ “ซันบอกซ์” ของอาร์เอส พลาดโอกาสทำตลาดเพย์ทีวี จากคอนเทนท์ช่องกีฬาและบันเทิง ที่มีอยู่ในมือ
มาปีนี้ทั้ง 2 ค่าย ประกาศความพร้อมเตรียมเข้าสู่ธุรกิจ “เพย์ทีวี” เต็มตัวอีกครั้ง หลังจากได้รับใบอนุญาตโครงข่ายเพย์ทีวี จาก กสทช.ในเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา โดย จีเอ็มเอ็ม แซท เตรียมเปิดตัวแพ็คเกจเพย์ทีวี ในเดือน ก.พ.นี้ ประกอบด้วย 4 ช่องกีฬา ราคาเดือนละ 300บาท และ 4 ช่องบันเทิง เดือนละ 200 บาท โดยวางเป้าหมายปีแรก 2-3 แสนราย
เช่นเดียวกับ “ซันบ็อกซ์” ของอาร์เอส ที่มีไฮไลต์เด็ด ลาลิกา สเปน ลีกอันดับสองของโลกอยู่ในมือ 3 ฤดูกาล โดยะเปิดตัวแพ็คเกจรับชมช่องอาร์เอส สปอร์ต ลาลีกา สเปน ผ่านกล่องซันบ็อกซ์ ในราคาเดือนละ 100 บาทในช่วงต้นปีนี้เช่นกัน
ปัจจัยการอยู่รอด! ในสมรภูมิเพย์ทีวีปีนี้ คงอยู่ที่ "คอนเทนท์" ของแต่ละค่ายว่าจะสามารถดึงดูดเม็ดเงินจากผู้บริโภคได้หรือไม่ ท่ามกลางช่องฟรีทูแอร์ ดูฟรี! มีให้เลือกชมเกลื่อนจอ


http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/media/20130115/485709/%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%
97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0
%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87-
%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B
8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B5.html

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.