Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

16 มกราคม 2556 กสทช.เซ็น(คำสั่งทางครอง) AIS DTAC ต้องปรับ ลงต่ำกว่านาทีละ 99 สต. ภายใน 7 วัน (ถ้าไม่ทำโดนฟ้อง)(ที่เป็นAIS DTAC เพราะมีส่วนแบ่งเกินร้อยละ25ตามกม.กำหนด)



ประเด็นหลัก

รายงานข่าวระบุว่า บอร์ด กสทช.เซ็นคำสั่งเอไอเอส - ดีแทคปรับอัตราค่าบริการลงต่ำกว่านาทีละ 99 สต. ภายใน 7 วัน ถ้าไม่ทำจะคิดค่าปรับตามคำสั่งทางปกครอง ซึ่งต้องสูงกว่า 1 แสนบาทต่อวัน


สำนักงาน กสทช. ได้มีการแจ้งคำสั่งบังคับใช้ไปแล้วกับผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดทั้งสองราย แต่อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กสทช. ได้มีการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการสำรวจและวิเคราะห์หลังจากวันที่ 31 ธ.ค. 55 ที่ผ่านมา พบว่ายังคงมีรายการส่งเสริมการขายที่มีการกำหนดอัตราค่าบริการเกินกว่าอัตราขั้นสูงของค่าบริการที่ กสทช. กำหนดไว้ แยกเป็นของ AIS จำนวน 66 รายการ และเป็นของ DTAC จำนวน 33 รายการ

ทั้งนี้ ทางสำนักงาน กสทช. ได้มีหนังสือแจ้งย้ำให้ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว ส่งไปให้บริษัททั้งสองแล้ว บริษัทผู้ให้บริการทั้งสองมีหน้าที่จะต้องแจ้งผลการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการดังกล่าวให้เป็นไปตามที่ กสทช. กำหนด หากยังคงเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามที่กำหนด สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตามกฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัดต่อไป









____________________________________







กสทช.สั่งAIS-DTAC หั่นค่าโทรต่ำกว่า 99 สต.

รายงานข่าวระบุว่า บอร์ด กสทช.เซ็นคำสั่งให้เอไอเอสและดีแทคปรับอัตราค่าบริการลงต่ำกว่านาทีละ 99 สต. ภายใน 7 วัน ถ้าไม่ทำจะคิดค่าปรับตามคำสั่งทางปกครอง ซึ่งต้องสูงกว่า 1 แสนบาทต่อวัน


http://www.moneychannel.co.th/index.php/2012-06-30-12-32-32/9287-ais-dtac-99.html

___________________________

กสทช.อนุมัติเอไอเอส-ดีแทค ปรับค่าบริการต่ำกว่า 99 สต.

กสทช.เซ็นคำสั่งเอไอเอส - ดีแทคปรับอัตราค่าบริการลงต่ำกว่านาทีละ 99 สต. ภายใน 7 วัน ถ้าไม่ทำจะคิดค่าปรับตามคำสั่งทางปกครอง


รายงานข่าวระบุว่า บอร์ด กสทช.เซ็นคำสั่งเอไอเอส - ดีแทคปรับอัตราค่าบริการลงต่ำกว่านาทีละ 99 สต. ภายใน 7 วัน ถ้าไม่ทำจะคิดค่าปรับตามคำสั่งทางปกครอง ซึ่งต้องสูงกว่า 1 แสนบาทต่อวัน

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/it/20130116/486024/%A1%CA%B7%AA.%CD%B9%D8%C
1%D1%B5%D4%E0%CD%E4%CD%E0%CD%CA-%B4%D5%E1%B7%A4-
%BB%C3%D1%BA%A4%E8%D2%BA%C3%D4%A1%D2%C3%B5%E8%D3%A1%C7%E8%D2-99-%CA%B5..html


____________________________

กสทช.จี้ ADVANC-DTAC ลดค่าบริการเสียงไม่เกิน 99 สต./นาทีภายใน 18 ม.ค.

  

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า นับตั้งแต่วันที่ 18 ม.ค.56 เป็นต้นไปผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งทางปกครองของ กสทช. ที่ได้แจ้งให้ทราบไปอย่างครบถ้วนให้ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากฝ่าฝืนจะมีการพิจารณามาตรการลงโทษปรับที่สูงขึ้น พร้อมขยายเวลา Callcenter เพื่อรับแจ้งเรื่องดังกล่าวจนถึง 4 ทุ่ม


  
สำหรับเรื่องที่ กสทช. มีคำสั่งให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต้องปฏิบัติให้ได้ ได้แก่ ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มีสิทธิเรียกเก็บค่าบริการประเภทเสียงภายในประเทศ อัตราค่าบริการต้องไม่เกิน 99 สตางค์/นาที และค่าบริการในลักษณะเหมาจ่าย(โปรโมชั่น)เฉลี่ยแล้วต้องไม่เกิน 99 สตางค์/นาที

ก่อนหน้านี้ ซึ่ง สำนักงาน กสทช. ได้มีการแจ้งคำสั่งบังคับใช้ไปแล้วกับผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดทั้งสองราย แต่อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กสทช. ได้มีการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการสำรวจและวิเคราะห์หลังจากวันที่ 31 ธ.ค. 55 ที่ผ่านมา พบว่ายังคงมีรายการส่งเสริมการขายที่มีการกำหนดอัตราค่าบริการเกินกว่าอัตราขั้นสูงของค่าบริการที่ กสทช. กำหนดไว้ แยกเป็นของ AIS จำนวน 66 รายการ และเป็นของ DTAC จำนวน 33 รายการ

ทั้งนี้ ทางสำนักงาน กสทช. ได้มีหนังสือแจ้งย้ำให้ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว ส่งไปให้บริษัททั้งสองแล้ว บริษัทผู้ให้บริการทั้งสองมีหน้าที่จะต้องแจ้งผลการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการดังกล่าวให้เป็นไปตามที่ กสทช. กำหนด หากยังคงเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามที่กำหนด สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตามกฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัดต่อไป

พร้อมกันนั้น ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายต้องยกเลิกวันหมดอายุในระบบสำหรับหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงิน(พรีเพด) โดยซิมการ์ดแบบเติมเงินจะไม่มีการกำหนดวันหมดอายุ และการเติมเงินไม่ว่าจะเป็นกรณีใดก็ตามจะไม่มีการกำหนดระยะเวลาใดๆทั้งสิ้น

และ ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายจะต้องจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยกำหนดให้ในการขอเปิดหมายเลขใหม่เพื่อใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบเติมเงิน(ซิมพรีเพด)ทุกครั้ง ผู้ให้บริการทุกค่ายจะต้องเรียกเก็บข้อมูลจากผู้มาขอเปิดใช้บริการคือเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก

สำนักงาน กสทช. เข้าใจดีว่า การดำเนินการดังกล่าวอาจจะเป็นการเพิ่มภาระขั้นตอนให้ประชาชน แต่ก็เป็นสิ่งที่ต้องขอร้องให้ประชาชนให้ความร่วมมือดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อการป้องกันความปลอดภัยและอันตรายจากมิจฉาชีพในด้านต่างๆให้กับประชาชนด้วย โดยการแสดงหลักฐานเพียงใช้บัตรประจำตัวประชาชนใบเดียวเท่านั้นในการแสดงตน ณ จุดขาย และไม่จำเป็นต้องถ่ายเอกสารหรือเก็บสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนใดๆทั้งสิ้น เพื่อให้อำนวยความสะดวกและส่งผลกระทบกับประชาชนให้น้อยที่สุด

อินโฟเควสท์ 
http://www.ryt9.com/s/iq05/1569717

_______________________________

กสทช. ส่งหนังสือย้ำAIS-DTACปรับโปรโมชั่นค่าโทรไม่เกินนาทีละ 99 สตางค์



นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เปิดเผยว่า วันนี้ (16 ม.ค.)สำนักงาน กสทช.ได้ออกหนังสือไปยังบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)

หรือ เอไอเอส และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค  เพื่อแจ้งให้ทั้ง 2 ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือปฏิบัติตามประกาศ กสทช.เกี่ยวกับอัตราขั้นสูงของบริการโทรศัพท์เสียงที่ต้องมีราคาไม่เกินนาทีละ 99 สตางค์  เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ กสทช.ได้ลงพื้นที่สำรวจการให้บริการของเอไอเอสและดีแทคในปัจจุบันพบว่าโปรโมชั่นค่าบริการโทรศัพท์เสียงยังเกินกว่านาทีละ 99 สตางค์   ซึ่งนับเป็นการไม่ปฏิบัติตามประกาศ กสทช.จึงได้ออกหนังสือแจ้งให้ปฏิบัติตามประกาศ กสทช.ดังกล่าวภายใน 7 วันนับตั้งแต่เอไอเอสและดีแทคได้รับหนังสือ

เนื่องจากที่ผ่านมาสำนักงานได้ส่งทีมงานตรวจสอบพบว่าทั้ง 2 บริษัทยังมีรายการส่งเสริมการขายแพ็กเกจ โปรโมชั่น เกินกว่ากำหนด แยกเป็นเอไอเอสจำนวน 66 รายการ และดีแทคจำนวน 33 รายการ

นายฐากร กล่าวว่า ให้ค่ายมือถือทั้ง 2บริษัท ไปปรับปรุง แก้ไข โปรโมชั่นภายใน 7 วัน แล้วทำหนังสืออย่างเป็นทางการกลับมายังสำนักงานกสทช. เพื่อยืนยัน ทั้งนี้หากไม่ปฎิบัติตามคำสั่งจะตั้งคณะกรรมการพิจารณาค่าปรับทางปกครอง โดยในจะนำรายได้ผลประโยชน์ของค่ายมือถือมาคำนวณเป็นค่าปรับต่อไป
          
นอกจากนี้สำนักงานยังขยายระยะเวลารับเรื่องราวร้องเรียนหมายเลข 1200 ถึงเวลา 22.00 น . เนื่องจากมองว่าในวันที่ 18 ม.ค.นี้ กสทช.ได้มีคำสั่งให้ค่ายมือถือ ไม่กำหนดวันหมดอายุบัตรเติมเงิน กำหนดให้มีการลงทะเบียนลูกค้าพรีเพด และกำหนดค่าโทรไม่เกิน 99 สตางค์ จึงดำเนินการรองรับหากมีผู้บริโภคร้องเรียน


http://www.thannews.th.com/index.php?option=com_content&view=article&id=163977:-ais-dtac-99-&catid=176:2009-06-25-09-26-02&Itemid=524

________________________

กสทช.ร่อนหนังสือย้ำค่ายมือถือ 18 ม.ค.ห้ามคิดค่าโทรเกิน 99 สตางค์-พรีเพดห้ามหมดอายุ

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า วันนี้(16 ม.ค.) ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงบมจ.แอดวานซ์ อินโฟว์ เซอร์วิส(เอไอเอส) และ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น(ดีแทค) เพื่อให้ปฏิบัติตามประกาศ กสทช. อัตราขั้นสูงของค่าบริการโทรคมนาคมมสำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเสียงภายในประเทศ พ.ศ. 2555 โดยให้แก้ไขอัตราโปรโมชั่นที่ยังมีราคาเฉลี่ยต่อนาทีเกิน 99 สตางค์ หลังส่งทีมงานสำรวจพบว่า เอไอเอสยังมีโปรโมชั่น 66 รายการที่ยังสูงกว่าอัตราตามประกาศ กสทช. ส่วนดีแทคยังมีอีก 33 ราย โดยให้แก้ไขให้เสร็จภายใน 7 วันหลังจากได้รับหนังสือ หากเพิกเฉย กสทช. จะดำเนินการกำหนดค่าปรับต่อไป
“กรณีนี้ได้แจ้งเฉพาะเอไอเอสและดีแทคเนื่องจากเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาด จึงต้องปฏิบัติตามประกาศ กสทช. ฉบับดังกล่าว ส่วนทรูมูฟ ทีโอที และ กสท โทรคมนาคมถือเป็นผู้ประกอบการที่ยังไม่เข้าเงื่อนไขการเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาด จึงไม่ได้อยู่ภายใต้บังคับของประกาศฉบับนี้”
ขณะเดียวกันยังได้กำกับให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายยกเลิกการกำหนดวันหมดอายุสำหรับบริการแบบเติมเงิน(พรีเพด) ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดๆ ตั้งแต่ 18 ม.ค. นี้เป็นต้นไปจนกว่าจะได้รับการอนุญาตจาก กสทช. หากฝ่าฝืนจะมีการพิจารณามาตรการลงโทษปรับที่สูงขึ้น พร้อมขยายเวลา Callcenter ของ กสทช. เพื่อให้ประชาชนสามารถร้องเรียนปัญหานี้ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1200 จนถึง 22.00 น.
นอกจากนี้ตั้งแต่ 18 ม.ค. เป็นต้นไป ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายต้องจัดเก็บข้อมูลเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก ของผู้ที่เปิดใช้ซิมการ์ดแบบพรีเพดทุกครั้ง แม้ว่าจะเป็นการเพิ่มภาระให้ผู้บริโภค แต่ต้องดำเนินการตามกฎหมายตามกฎหมาย เพื่อป้องกันการนำซิมการ์ดไปใช้ก่ออาชญากรรม

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1358326971&grpid=&catid=06&subcatid=0600


______________________________



กสทช.โชว์เหนือสั่งค่ายมือถือปรับแพ็กเกจห้ามเกิน 99 สต.


กสทช.ส่งหนังสือด่วนที่สุด ให้ค่ายมือถือ หลังตรวจพบแพ็กเกจเกิน 99 สต. เผยเอไอเอส 66 รายการ และดีแทค 33 รายการ จี้แก้ไขภายใน 7 วัน
วันนี้(16ม.ค.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช.เปิดเผยว่า  ได้มีหนังสือคำสั่งด่วนที่สุด ส่งไปยังบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ให้ปฎิบัติตามประกาศกสทช.เรื่อง อัตราขั้นสูงของค่าบริการโทรคมนาคมสำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเสียงภายในประเทศ พ.ศ.2555 ที่กำหนดให้เรียกเก็บค่าโทรไม่เกิน 99 สตางค์/ นาที  เนื่องจากที่ผ่านมาสำนักงานได้ส่งทีมงานตรวจสอบพบว่าทั้ง 2 บริษัทยังมีรายการส่งเสริมการขายแพ็กเกจ โปรโมชั่น เกินกว่ากำหนด แยกเป็นเอไอเอสจำนวน 66 รายการ และดีแทคจำนวน 33 รายการ  

นายฐากร ระบุต่อว่า ให้ค่ายมือถือทั้ง 2บริษัท ไปปรับปรุง แก้ไข โปรโมชั่นภายใน 7 วัน แล้วทำหนังสืออย่างเป็นทางการกลับมายังสำนักงานกสทช. เพื่อยืนยัน ทั้งนี้หากไม่ปฎิบัติตามคำสั่งจะตั้งคณะกรรมการพิจารณาค่าปรับทางปกครอง โดยในจะนำรายได้ผลประโยชน์ของค่ายมือถือมาคำนวณเป็นค่าปรับต่อไป

นอกจากนี้สำนักงานยังขยายระยะเวลารับเรื่องราวร้องเรียนหมายเลข 1200 ถึงเวลา 22.00 น . เนื่องจากมองว่าในวันที่ 18 ม.ค.นี้ กสทช.ได้มีคำสั่งให้ค่ายมือถือ ไม่กำหนดวันหมดอายุบัตรเติมเงิน กำหนดให้มีการลงทะเบียนลูกค้าพรีเพด และกำหนดค่าโทรไม่เกิน 99 สตางค์ จึงดำเนินการรองรับหากมีผู้บริโภคร้องเรียน

http://www.dailynews.co.th/technology/178631

________________


กสทช.จี้ "เอไอเอส-ดีแทค" คิดค่าโทรไม่เกิน 99 สต./นาที

กสทช.ส่งหนังสือย้ำ เอไอเอส-ดีแทค ปรับโปรโมชั่นค่าโทรศัพท์ไม่เกิน 99 สต./นาที ตามประกาศ กสทช. หลังพบโปรโมชั่นของ 2 ค่าย ยังเกินกว่าที่กำหนด...     

เมื่อวันที่ 16 ม.ค. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการ หรือ บอร์ด กสทช. ว่า วันนี้ กสทช. ได้ออกหนังสือไปยังผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ 2 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส และ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เพื่อแจ้งให้ 2 ราย ปฏิบัติตามประกาศ กสทช.เรื่อง อัตราขั้นสูงของค่าบริการโทรคมนาคมสำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเสียงภายในประเทศ พ.ศ.2555 ที่กำหนดให้เรียกเก็บค่าโทรไม่เกิน 99 สตางค์/ นาที

เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2556 เจ้าหน้าที่ กสทช.ได้ลงพื้นที่สำรวจการให้บริการของทั้ง 2 บริษัท โดยพบว่า 2 บริษัทยังมีรายการส่งเสริมการขายแพ็กเกจ โปรโมชั่นเกินกว่ากำหนด แยกเป็นเอไอเอสจำนวน 66 รายการ และดีแทคจำนวน 33 รายการ ซึ่งนับเป็นการไม่ปฏิบัติตามประกาศ กสทช.จึงได้ออกหนังสือแจ้งให้ปฏิบัติตามประกาศ กสทช.ดังกล่าวภายใน 7 วันนับตั้งแต่ได้รับหนังสือ


ทั้งนีิ้ หากไม่ปฏิบัติตามประกาศ กสทช. ก็จะมีการหารือเพื่อเพิ่มค่าปรับทางปกครองต่อผู้ให้บริการต่อไป พร้อมกันนี้ ได้ขยายระยะเวลาให้บริการคอลเซ็นเตอร์หมายเลข 1200 ของ กสทช.สำหรับร้องเรียนบริการโทรคมนาคมแก่ผู้บริโภคไปจนถึงเวลา 22.00 น. ด้วย โดยประกาศค่าโทรศัพท์ต้องไม่เกินนาทีละ 99 สตางค์บังคับใช้เฉพาะเอไอเอสและดีแทค ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ ส่วนทรูยังไม่บังคับใช้เนื่องจากเป็นรายเล็กโดยแบ่งประเภทจากสัดส่วนผู้ใช้บริการเครือข่าย



ส่วนข้อกำหนดในการต้องจัดเก็บข้อมูลการจำหน่ายซิมการ์ดโทรศัพท์แบบเติมเงิน หรือ พรีเพด ได้ให้ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนให้แสดงบัตรประชาชน หรือเลขบัตรประชาชน 13 หลักทุกครั้งที่ซื้อซิมการ์ดด้วย


http://www.thairath.co.th/content/tech/320631

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.