Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

16 มกราคม 2556 (แก้ CAT TRUEผ่านไป200วันแล้ว)(เผาผีไป2รอบ) ชี้ CAT ไม่มีเจตนาทำผิดกฏหมาย ( ทางออก BFKT (เครื่อTRUE) ต้องมีใบอนุญาติ )


ประเด็นหลัก


นอกจากนี้ กทค.ยังจะพิจารณาผลสอบของคณะทำงาน กสทช. กรณี บริษัท บีเอฟเคทีประกอบกิจการให้เช่าอุปกรณ์และโครงข่ายโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดอาญาตามมาตรา 67 พ.ร.บ. ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 โดยคณะกรรมการสอบสวนของ กสทช.เห็นว่า เนื่องจากเป็นการดำเนินการตามสัญญากับ กสท จึงถือว่ามิได้มีเจตนาที่จะกระทำความผิดกฎหมาย ถ้ายุติการกระทำนับแต่ได้รับแจ้งจาก กทค.

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารในวงการโทรคมนาคมกล่าวว่า หากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงมีข้อสรุปดังกล่าวจริง จะทำให้เกิดความโกลาหลในการบังคับใช้กฎหมายเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากการจะพิจารณาว่า มีเจตนาในการกระทำความผิดหรือไม่ต้องพิจารณาในขณะที่ได้กระทำความผิดคือตั้งแต่บีเอฟเคที เริ่มประกอบกิจการไม่ใช่ในวันที่ กทค. มีมติว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิด ซึ่งมีฎีกากำหนดไว้อย่างชัดแจ้ง อีกทั้งกรณีนี้ยังเป็นกิจการที่ต้องขอใบอนุญาต  เหมือนเช่นใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต่างๆ ซี่งมีแนวคำพิพากษาฎีการองรับอยู่แล้ว “การที่ กทค. ตัดสินเอาเองว่าบีเอฟเคทีไม่มีเจตนาทำผิด สุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติหน้าที่เข้าข่ายเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อช่วยเหลือมิให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ”.



____________________________________




กทค.กระเตงเผือกร้อน 3 จี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) วันที่ 16 ม.ค.นี้ จะมีการพิจารณาการกำหนดอัตราค่าเชื่อมต่อโครงข่าย หรืออินเตอร์คอนเน็กชั่น ชาร์จ (ไอซี) ใหม่ โดยที่ปรึกษาเสนอให้จัดเก็บในอัตรา 0.45 บาทในปีแรกและจะปรับลดลง 40% ใน 3 ปี จากปัจจุบันมีการจัดเก็บไอซีที่นาทีละ 0.50 บาท ทั้งนี้ การปรับปรุงค่าไอซีดังกล่าว จะสอดคล้องกับการกำหนดอัตราค่าบริการขั้นสูงนาทีละ 99 สต. ซึ่งผู้ให้บริการจะต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค

นอกจากนี้ กทค.ยังจะพิจารณาผลสอบของคณะทำงาน กสทช. กรณี บริษัท บีเอฟเคทีประกอบกิจการให้เช่าอุปกรณ์และโครงข่ายโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดอาญาตามมาตรา 67 พ.ร.บ. ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 โดยคณะกรรมการสอบสวนของ กสทช.เห็นว่า เนื่องจากเป็นการดำเนินการตามสัญญากับ กสท จึงถือว่ามิได้มีเจตนาที่จะกระทำความผิดกฎหมาย ถ้ายุติการกระทำนับแต่ได้รับแจ้งจาก กทค.

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารในวงการโทรคมนาคมกล่าวว่า หากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงมีข้อสรุปดังกล่าวจริง จะทำให้เกิดความโกลาหลในการบังคับใช้กฎหมายเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากการจะพิจารณาว่า มีเจตนาในการกระทำความผิดหรือไม่ต้องพิจารณาในขณะที่ได้กระทำความผิดคือตั้งแต่บีเอฟเคที เริ่มประกอบกิจการไม่ใช่ในวันที่ กทค. มีมติว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิด ซึ่งมีฎีกากำหนดไว้อย่างชัดแจ้ง อีกทั้งกรณีนี้ยังเป็นกิจการที่ต้องขอใบอนุญาต  เหมือนเช่นใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต่างๆ ซี่งมีแนวคำพิพากษาฎีการองรับอยู่แล้ว “การที่ กทค. ตัดสินเอาเองว่าบีเอฟเคทีไม่มีเจตนาทำผิด สุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติหน้าที่เข้าข่ายเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อช่วยเหลือมิให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ”.

http://www.thairath.co.th/content/eco/320458

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.