Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

16 มกราคม 2556 ที่ปรึกษา กสทช.ค่า IC ใหม่อยู่ที่ 90 สต. รู้ชัด 22 มกราคมนี้ ( แพงกว่าที่ TDRI คิดไม่เกิน 25 สต. )


ประเด็นหลัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) วันที่ 16 ม.ค.นี้ จะมีการพิจารณาการกำหนดอัตราค่าเชื่อมต่อโครงข่าย หรืออินเตอร์คอนเน็กชั่น ชาร์จ (ไอซี) ใหม่ โดยที่ปรึกษาเสนอให้จัดเก็บในอัตรา 0.45 บาทในปีแรกและจะปรับลดลง 40% ใน 3 ปี จากปัจจุบันมีการจัดเก็บไอซีที่นาทีละ 0.50 บาท ทั้งนี้ การปรับปรุงค่าไอซีดังกล่าว จะสอดคล้องกับการกำหนดอัตราค่าบริการขั้นสูงนาทีละ 99 สต. ซึ่งผู้ให้บริการจะต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค

การดูแลผู้บริโภคในการกำหนดอัตราค่าเชื่อมโยงโครงข่าย (อินเตอร์คอนเนคชั่นชาร์จ หรือ ไอซี) เป็นอัตราเดียวกันทั้งอุตสาหกรรม โดยจะจะเข้าบอร์ด กทค.ในวันที่ 22 มกราคมนี้







ประเด็นที่เกี่ยวข้อง

05 มิถุนายน 2555 TDRI ชี้ค่า IC (ค่าเชื่อมโยงโครงข่าย)จริง0.25-0.50บาทไม่ใช้ 1 บาท ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน คนไทยประหยัดปีละ 3,600 ลบ.

ประเด็นหลัก

ทั้งนี้ TDRI ต้องการผลักดันให้กสทช.ออกประกาศบังคับใช้ค่าไอซีที่เป็นอัตราเดียวกันทั้ง อุตสาหกรรมซึ่ง TDRI ได้สำรวจสภาพแวดล้อมและการแข่งขันในตลาดพบว่าค่าไอซีที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 0.25-0.50 บาท จากปัจจุบันที่ผู้ประกอบการทุกรายตกลงร่วมกันที่นาทีละ 1 บาท

'หากกำหนดให้ค่าไอซีเท่ากันทั้งอุตสาหกรรมจะสามารถช่วยให้ผู้บริโภคประหยัด ค่าใช้บริการราวปีละ 3,600 ล้านบาท จากยอดผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในไทยรวมกว่า 90 ล้านเลขหมาย'

ในปี 2554 TDRI ได้สำรวจการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมร่วมกับองค์กร LIRNEasia พบว่าศักยภาพการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมไทยอยู่ลำดับ 3 เมื่อเทียบกับประเทศแถบเอเชีย จากคะแนนเต็ม 5 คะแนนไทยได้ 2.7 คะแนน ในส่วนการเชื่อมต่อโครงข่ายได้ 2.6 โทรศัพท์พื้นฐานได้ 2.4 โทรศัพท์มือถือได้ 2.8 และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ไทยได้ 2.6 คะแนน

ด้านนายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช. ในด้านคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.) ได้มีมติเบื้องต้นเห็นชอบให้มีการประกาศใช้อัตราค่าไอซีกลางที่ 0.50 บาทต่อนาที และได้มอบหมายให้สำนักงานกสทช.กลับไปพิจารณาหาช่องทางด้านกฎหมาย เพราะในประกาศของกทช.นั้น ให้สิทธิ์ผู้ประกอบการแต่ละรายกำหนดราคาค่าไอซีด้วยตัวเอง ตามความพึงพอใจของสองฝ่าย แต่หากตกลงไม่ได้กสทช.จึงมีสิทธิ์เข้าไปไกล่เกลี่ยและกำหนดอัตราชั่วคราว


http://somagawn.blogspot.com/2012/10/05-2555-tdri-ic-025-050-1-3600.html

23 ตุลาคม 2555 (เกาะติดประมูล3G) TDRI ค่าICต้องไม่ให้เกินนาทีละ 25 สตางค์ //สามารถลดได้ทันทีเพราะจ่ายสป.21-23% เป็น 5.5% ของรายได้

ประเด็นหลัก

นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ บอกว่า ค่าบริการ 3G มีแนวโน้มถูกลงแม้ กสทช. ไม่ดำเนินการใดๆ เพราะต้นทุนผู้ประกอบการลดลงทันทีจากการไม่ต้องจ่ายค่าสัมปทานให้รัฐประมาณ 21-23% ของรายได้ จากการปลี่ยนมาจ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและค่าธรรมเนียมอื่นๆ รวมประมาณ 5.5% แทน
แต่เนื่องจากการแข่งขันในตลาดโทรศัพท์มือถือของไทยในปัจจุบันยังมีอุปสรคคอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะค่าเชื่อมต่อ โครงข่าย หรือ IC ซึ่งเปรียบเหมือนราคาขายส่งระหว่างผู้ประกอบการ ยังถูกกำหนดอยู่ที่นาทีละ 99 สตางค์ ซึ่งสูงกว่าต้นทุนจริงที่เคยคำนวณไว้ที่นาทีละ 27 สตางค์ จึงทำให้ผู้บริโภคต้องจ่ายค่าโทรศัพท์มือถือแพงกว่าที่ควรจะเป็น
ดังนั้นกสทช.ควรเร่งปรับลดค่าเชื่อมต่อโครงข่ายมือถือไม่ให้เกินนาทีละ 25 สตางค์ และปรับลดค่าเชื่อมต่อโครงข่ายสื่อสารข้อมูลให้สอดคล้องต้นทุนจริง // รวมทั้งควรตั้งเป้าให้ค่าบริการโทรคมของไทยมีราคาถูกอย่างน้อยเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน // เร่งรัดพิจารณาเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภค สนับสนุนการทำหน้าที่ของคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมอย่างเต็มที่ // และลดอุปสรรคการเข้าสู่ตลาดของผู้ประกอบกิจการโทรคม โดยยกเลิกประกาศห้ามการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว ซึ่งมีผลกีดกันไม่ให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ตลาด ทั้งในการประมูล 3Gที่ผ่านมา จนมีผู้เข้าประมูลเหลือเพียง 3 ราย



ด้านนายสมเกียรติ ประธานทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า การประมูลราคาถูกไม่เกี่ยวกับการลดค่าบริการ 3 จีแก่ผู้บริโภค เพราะเป็นส่วนของต้นทุนไม่เกี่ยวกับกำไร และการประมูลคลื่นความถี่ในราคาถูกทำให้รัฐและประชาชนเสียหาย ขณะที่ตัวเลขเดิมจากระบบสัมปทาน ผู้ประกอบการอย่างเอไอเอสได้กำไรปีละ 2.2 หมื่นล้านบาท และดีแทคกว่า 1 หมื่นล้านบาท แต่ กสทช.กำหนดราคาประมูลตั้งต้นไว้ต่ำ 4.5 พันล้านบาท ซึ่งผู้ประกอบการได้รายละ 3 สลอต หรือ 13,500 ล้านบาท คิดต่อปีประมาณ 900 ล้านบาทเท่านั้น จึงทำให้รัฐเสียประโยชน์อย่างมาก และเมื่อเทียบกับการประมูล 17 ประเทศ ที่มีแจกใบอนุญาต 19 ใบ โดยการศึกษาวิธีการทางสถิติแล้ว ตัวเลขราคาประเมิน 6,440 ล้านบาท แต่ กสทช.เอาราคาขั้นต้น 4,500 ล้านบาท ทำให้รัฐเสียหาย 17,000 ล้านบาท ส่วนการกำหนดค่าประมูลต่ำทำให้รายย่อยเข้าร่วมนั้นไม่เป็นความจริง เพราะมีค่าต้นทุนโครงข่ายสูง จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีรายย่อยมาร่วมประมูล อย่างไรก็ตามสิ่งที่ กสทช.ให้ความสนใจไม่ใช่รายย่อยแต่ควรให้ความสนใจผู้ประกอบการรายใหม่ที่มีเงินทุนเข้าร่วมแข่งขันมากขึ้น

http://somagawn.blogspot.com/2012/10/23-2555-3g-tdri-ic-25-21-23-55.html


____________________________________




กทค.กระเตงเผือกร้อน 3 จี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) วันที่ 16 ม.ค.นี้ จะมีการพิจารณาการกำหนดอัตราค่าเชื่อมต่อโครงข่าย หรืออินเตอร์คอนเน็กชั่น ชาร์จ (ไอซี) ใหม่ โดยที่ปรึกษาเสนอให้จัดเก็บในอัตรา 0.45 บาทในปีแรกและจะปรับลดลง 40% ใน 3 ปี จากปัจจุบันมีการจัดเก็บไอซีที่นาทีละ 0.50 บาท ทั้งนี้ การปรับปรุงค่าไอซีดังกล่าว จะสอดคล้องกับการกำหนดอัตราค่าบริการขั้นสูงนาทีละ 99 สต. ซึ่งผู้ให้บริการจะต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค

นอกจากนี้ กทค.ยังจะพิจารณาผลสอบของคณะทำงาน กสทช. กรณี บริษัท บีเอฟเคทีประกอบกิจการให้เช่าอุปกรณ์และโครงข่ายโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดอาญาตามมาตรา 67 พ.ร.บ. ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 โดยคณะกรรมการสอบสวนของ กสทช.เห็นว่า เนื่องจากเป็นการดำเนินการตามสัญญากับ กสท จึงถือว่ามิได้มีเจตนาที่จะกระทำความผิดกฎหมาย ถ้ายุติการกระทำนับแต่ได้รับแจ้งจาก กทค.

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารในวงการโทรคมนาคมกล่าวว่า หากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงมีข้อสรุปดังกล่าวจริง จะทำให้เกิดความโกลาหลในการบังคับใช้กฎหมายเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากการจะพิจารณาว่า มีเจตนาในการกระทำความผิดหรือไม่ต้องพิจารณาในขณะที่ได้กระทำความผิดคือตั้งแต่บีเอฟเคที เริ่มประกอบกิจการไม่ใช่ในวันที่ กทค. มีมติว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิด ซึ่งมีฎีกากำหนดไว้อย่างชัดแจ้ง อีกทั้งกรณีนี้ยังเป็นกิจการที่ต้องขอใบอนุญาต  เหมือนเช่นใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต่างๆ ซี่งมีแนวคำพิพากษาฎีการองรับอยู่แล้ว “การที่ กทค. ตัดสินเอาเองว่าบีเอฟเคทีไม่มีเจตนาทำผิด สุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติหน้าที่เข้าข่ายเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อช่วยเหลือมิให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ”.

http://www.thairath.co.th/content/eco/320458

_______________________



____________________________________


กสทช.ส่อเลื่อนประมูล4G ‘เศรษฐพงค์’ชี้ไม่ทันปีนี้ รับเจอปัญหาเรียกคืนคลื่น

พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะรองประธานกสทช.และประธาน กรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.)แถลงผลงาน กทค.ว่า ในครึ่งปีหลังปี 2556 จะได้เห็นความชัดเจนเกี่ยวกับกรอบเวลาการเปิดประมูลใบอนุญาต (ไลเซ่นส์) 4G (LTE) ในย่านความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์(MHz) ที่ กสทช.จะจัดสรรคลื่นด้วยวิธีประมูล หลังจาก กสทช.ได้รับคืนคลื่นความถี่ จาก บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน)หลังเดือนกันยายน 2556

“แต่การประมูลคลื่น 1800 คงไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จทันภายในปีนี้ เพราะแม้คลื่นจะสิ้นสุดสัมปทานกับเอกชน แต่ยังมีความยุ่งยากในการบริหารจัดการ ซึ่งความเป็นไปได้น่าจะได้เห็นราวๆกลางปี 2557 หรือไตรมาส 3 เป็นต้นไป” พันเอกเศรษฐพงค์ กล่าว

นอกจากการวางกรอบเวลาการดำเนินการประมูลความถี่ 1800 แล้ว ยังให้ความสำคัญกับการเปิดประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการดาวเทียมเพื่อการสื่อสารในกิจการโทรคมนาคม ซึ่งภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยคณะอนุกรรมการที่ดูแลเรื่องการออกใบอนุญาตกิจการดาวเทียมจะส่งรายละเอียด แนวทางการประมูลใบอนุญาตกิจการดาวเทียมมายัง กสทช. รวมถึงการดูแลผู้บริโภคในการกำหนดอัตราค่าเชื่อมโยงโครงข่าย (อินเตอร์คอนเนคชั่นชาร์จ หรือ ไอซี) เป็นอัตราเดียวกันทั้งอุตสาหกรรม โดยจะจะเข้าบอร์ด กทค.ในวันที่ 22 มกราคมนี้

สำหรับมูลค่าตลาดโทรคมนาคมตามที่กสทช.ได้ประเมินคาดว่าปี พ.ศ. 2555 จะมีมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 2.7 แสนล้านบาท
และในปี 2559 จะเติบโตสูงเพิ่มขึ้นถึง 5.4 แสนล้านบาท โดยเมื่อมีการเปิดให้บริการ 3G อย่างเป็นทางการได้ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ จะส่งกระทบทางตรงกับมูลค่าตลาดผ่านการลงทุนทางด้านโครงข่าย สภาพการแข่งขันในตลาดบริการ

พันเอกนที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า ในส่วนการดำเนินงานของ กสท.ในปี 2556 คาดว่าในเดือนเมษายน 2556 จะเป็นการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านการรับส่งสัญญาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุทัศน์จากระบบอนาล็อคสู่ระบบดิจิตอล โดย การประมูลคลื่นทีวีดิจิตอล คาดว่าสามารถเปิดประมูลได้ในราวไตรมาส 2/2556  หรือในเดือนกรกฎาคม 2556 นอกจากนี้ยังจะอยู่ในช่วงระหว่างการศึกษาแนวทางและแผนการเปลี่ยนผ่านวิทยุดิจิตอลด้วย


http://www.naewna.com/business/37734

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.