Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

17 มกราคม 2555 TRUE ลงทุน MBK Center ให้บริการทุกอย่างในเครือทั้ง 3G เคเบิ้ลใยแก้วนำแสง อัลตร้าไวไฟ ฯ 5 ปีคืนทุนมากกว่า 60ล้านบาท



ประเด็นหลัก


กลุ่มทรูใช้เงินลงทุน 30 ล้านบาทในการพัฒนาโครงการนี้ ซึ่งแบ่งเงินลงทุนออกเป็น 20 ล้านบาทใช้ในการติดตั้งเทคโนโลยีเคเบิ้ลใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) โดยให้บริการสื่อสารแบบทริปเปิ้ล เพลย์ ประกอบไปด้วยอัลตร้าไฮสปีดอินเทอร์เน็ตจากทรูออนไลน์ ,เคเบิ้ลทีวีจากทรูวิชั่นส์ และโทรศัพท์พื้นฐาน พร้อมอัลตร้าไวไฟจากทรูมูฟ เอช ความเร็วสูง 100 Mbps และอีก 10 ล้านบาท นำไปใช้ปรับปรุงและขยายโครงข่ายไวไฟภายใน MBK Center

"การลงทุนในโครงการนี้กลุ่มทรูมองว่าจะสามารถรองรับความต้องการในการใช้งานที่เพิ่ทมากขึ้นทั้งด้านความเร็วและปริมาณความจุในการใช้งาน ให้แก่ลูกค้าทั้งร้านค้าผู้เช่าพื้นที่และลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในศูนย์การค้า ซึ่งจะสามารถเปิดให้บริการได้อีกภายในอีก 4 เดือนข่างหน้า และจะมีการเสนอขายแพ็คเกจให้กับลูกค้าที่เช่าพื้นที่ในMBK Center ในราคาที่เหมาะสม" นายขจร กล่าว

ทั้งนี้ กลุ่มทรูคาดว่าจะสามารถคืนทุนจากโครงการที่ร่วมกับ MBK ได้ภายใน 5 ปี โดยจะมีรายได้อยู่ที่ 60 ล้านบาท มีการแบ่งรายได้กับ MBK ตามสัดส่วนที่ตกลงกันไว้


ด้านโครงการเคเบิ้ลใยแก้วนำแสง ซึ่งมีแผนการขยายเพิ่มเติมนอกเหนือจาก MBK Center ซึ่งได้มีการเจรจากับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศกว่า 20 รายในการขยายโครงข่ายเคเบิ้ลใยแก้วนำแสงไปตามคอนโดมิเนียม หมู่บ้าน โรงแรมต่างๆ และจะเน้นขยายโครงข่ายไวไฟและ 3G ให้ครอบคลุมพื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้น










____________________________

TRUE ทุ่มงบ 30 ลบ.ทำโครงการ Triple play ในศูนย์การค้ามาบุญครอง


นายขจร เจียรวนนท์ ผู้อำนวยการบริหาร ด้านกิจการองค์กร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น(TRUE)กล่าวว่า การร่วมมือกับ บมจ.เอ็ม บ เค กรุ๊ป (MBK) ผู้ให้บริการศูนย์การค้ามาบุญครอง เพื่อการยกระดับการสื่อสารที่ล้ำสมัยทั่วทั้งศูนย์การค้า โดยเปิดบริการแบบทริปเปิ้ล เพลย์ ผ่านโครงข่ายใยแก้วนำแสงเป็นครั้งแรก ซึ่งให้ MBK Center เป็นโครงการนำร่องแห่งแรกของไทย ซึ่งกลุ่มทรูได้เล็งเห็นศักยภาพของ MBK ในด้านทำเลที่ตั้ง เป็นที่ยอมรับในฐานะผู้นำศูนย์การค้าของชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีและสินค้าไฮเทคอินเทรนด์ต่างๆ

กลุ่มทรูใช้เงินลงทุน 30 ล้านบาทในการพัฒนาโครงการนี้ ซึ่งแบ่งเงินลงทุนออกเป็น 20 ล้านบาทใช้ในการติดตั้งเทคโนโลยีเคเบิ้ลใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) โดยให้บริการสื่อสารแบบทริปเปิ้ล เพลย์ ประกอบไปด้วยอัลตร้าไฮสปีดอินเทอร์เน็ตจากทรูออนไลน์ ,เคเบิ้ลทีวีจากทรูวิชั่นส์ และโทรศัพท์พื้นฐาน พร้อมอัลตร้าไวไฟจากทรูมูฟ เอช ความเร็วสูง 100 Mbps และอีก 10 ล้านบาท นำไปใช้ปรับปรุงและขยายโครงข่ายไวไฟภายใน MBK Center

"การลงทุนในโครงการนี้กลุ่มทรูมองว่าจะสามารถรองรับความต้องการในการใช้งานที่เพิ่ทมากขึ้นทั้งด้านความเร็วและปริมาณความจุในการใช้งาน ให้แก่ลูกค้าทั้งร้านค้าผู้เช่าพื้นที่และลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในศูนย์การค้า ซึ่งจะสามารถเปิดให้บริการได้อีกภายในอีก 4 เดือนข่างหน้า และจะมีการเสนอขายแพ็คเกจให้กับลูกค้าที่เช่าพื้นที่ในMBK Center ในราคาที่เหมาะสม" นายขจร กล่าว

ทั้งนี้ กลุ่มทรูคาดว่าจะสามารถคืนทุนจากโครงการที่ร่วมกับ MBK ได้ภายใน 5 ปี โดยจะมีรายได้อยู่ที่ 60 ล้านบาท มีการแบ่งรายได้กับ MBK ตามสัดส่วนที่ตกลงกันไว้

นายขจร กล่าวว่า ในปีนี้กลุ่มทรูสามารถพลิกกลับมามีกำไรในปี 56 เนื่องจากการเติบโตของธุรกิจสื่อสารที่เติบโตขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะทรูมูฟ เอช ในปีนี้แนวโน้มยอดขายคาดว่าเติบโตเกิน 100% จากการมีลูกค้าจากผู้ให้บริการรายอื่นย้ายมาเป็นลูกค้าของทรูมูฟ เอช มากขึ้น ทำให้ความต้องการใช้บริการมากจนทำให้การย้ายเครือข่ายเกิดความล่าช้า โดยใช้เวลา 7 วันในการย้ายเครือข่าย จากปกติ 3 วัน

นอกจากนี้ การที่บริษัทได้รับใบอนุญาต 3G คลื่นความถี่ 2100 MHz ทำให้มีผู้ใช้บริการเข้ามาเพิ่มมากขึ้น ด้านทรูออนไลน์ก็มีลูกค้าใช้บริการเพิ่มขึ้น ส่วนทรูวิชชั่นด็มีการหาคอนเทนต์ต่างๆเพิ่มเข้ามาดึงดูดลูกค้า

ด้านโครงการเคเบิ้ลใยแก้วนำแสง ซึ่งมีแผนการขยายเพิ่มเติมนอกเหนือจาก MBK Center ซึ่งได้มีการเจรจากับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศกว่า 20 รายในการขยายโครงข่ายเคเบิ้ลใยแก้วนำแสงไปตามคอนโดมิเนียม หมู่บ้าน โรงแรมต่างๆ และจะเน้นขยายโครงข่ายไวไฟและ 3G ให้ครอบคลุมพื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้น

ส่วนการขยายการลงทุนในต่างประเทศขณะในยังไม่เน้นมากนัก เนื่องจากต้องการพัฒนาศักยภาพในประเทศให้ดีก่อน แต่ในต่างประเทศมีการเปิดทรูคอฟฟี่ในประเทศลาวและกัมพูชา ส่วนจะขยายต่อไปในประเทศอื่นหรือไม่นั้นต้องมีการศึกษาการลงทุนให้ดีก่อน เนื่องจากมองว่าเป็นธุรกิจยังเพิ่งเริ่มต้น แต่ก็มองว่ามีโอกาสขยายไปในต่างประเทศได้ในอนาคต

อินโฟเควสท์
http://www.ryt9.com/s/iq05/1570757

_____________________________



“ทรู” ลุยหาลูกค้าองค์กรวางเป้ากวาดหมื่นล้านปีนี้



ลุยจับลูกค้าองค์กร “ทรู”เสนอบริการ “อินเทอร์เน็ต-เคเบิ้ลทีวี- โทรศัพท์” ผ่านเทคโนโลยีโครงข่ายใยแก้วนำแสง ตั้งเป้าหมายมีรายได้ 1 หมื่นล้านในปีนี้ พร้อมร่วมมือกับ เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ เป็นแห่งแรก
วันนี้(17ม.ค.) ที่โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส นายขจร เจียรวนนท์ ผู้อำนวยการบริหาร ด้านกิจการองค์กร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากทรูได้มีการปรับองค์กรใหม่ จึงเตรียมที่จะรุกลูกค้าด้านองค์กร และอสังหาริมทรัยพ์ประเภทอาคารสำนักงาน และหมู่บ้านมากขึ้น โดยได้ตั้งทีมงานขายเพื่อมาดูแลลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะ ด้วยการเสนอขายผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจากทรูออนไลน์  จานดาวเทียมและเคเบิ้ลทีวีจากทรูวิชั่นส์ และโทรศัพท์เคลื่อนที่ของทรูมูฟ รวมถึงการเสนอบริการต่างๆผ่านเส้นใยแก้วนำแสงที่ให้สัญญาณภาพและเสียงคมชัดมากขึ้น มีเป้าหมายเป็นผู้ประกอบการด้านอสังหารริมทรัพย์ อาคารสำนักงานชั้นนำในไทย


“ปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายมีรายได้จากลูกค้าด้านกิจการองค์กรประมาณ 10,000 ล้านบาท  แบ่งเป็นจากทรูออนไลน์ ประมาณ 7,000 ล้านบาท ทรูมูฟ 2,000 ล้านบาท และอื่นๆอีก 1,000 ล้านบาท โดยรายได้จากลูกค้ากิจการองค์กรคิดเป็นสัดส่วนประมาณ15-20% ของรายได้รวมของกลุ่มทรูที่มีประมาณ 6-8 หมื่นล้านบาท ซึ่งลูกค้าด้านองค์กรจะถือเป็นลูกค้าที่ทำรายได้ที่ดีให้กับกลุ่มทรูในอนาคต”


นายขจร กล่าวต่อว่า ล่าสุดได้ร่วมมือกับศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ลงทุนประมาณ 30 ล้านบาท เพื่อยกระดับการสื่อสารครบวงจรผ่านโครงข่ายใยแก้วนำแสงทั่วศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เพื่อให้บริการแบบทริปเปิ้ล เพลย์ ประกอบด้วยอัลตร้า ไฮสปีด อินเทอร์เน็ต  เคเบิ้ลทีวีจากทรูวิชั่น และโทรศัพท์พื้นฐาน และ ไว-ไฟ จาก ทรูมูฟ เอช ให้กับลูกค้าที่เข้ามาเดินในห้างฯ ร่วมถึงร้านค้าที่อยู่ในเอ็มบีเค ประมาณ 3,000 ร้านค้า  ซึ่งถือว่าเป็นการบริการด้านไอทีในห้างสรรพสินค้าและอาคารสำนักงานที่ทันสมัยที่สุด โดยคาดว่าภายใน 5 ปี จะมีรายได้กลับมาประมาณ 60 ล้านบาท


ด้านนายสุวิทย์ ธีรวชิรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าว่า ปัจจุบันเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มีลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้ามาเดินซื้อสินค้าจำนวน 9 หมื่นคนต่อวัน การยกระดับเทคโนโลยีครั้งนี้ถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า โดยเฉพาะไว-ไฟ ที่มีถึง 269 จุด ด้วยความเร็วสูงสุด 100 เมกกะบิตต่อวินาที คอรอบคลุมพื้นที่กว่า 270,000 ตารางเมตร ทั่วห้างสรรพสินค้า

http://www.dailynews.co.th/technology/178958


ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.