Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

21 มกราคม 2556 (เปิดทุนด่วนเกินไป จนน่าคิด ทุนวิจัย 150 ล้าน กสทช.เปิดให้ขอด่วน แค่ 15 วัน


ประเด็นหลัก


  ผู้สื่อข่าวจึงลองโทรศัพท์ไปยังกลุ่มงานกองทุนฯ สำนักงาน กสทช.ตามหมายเลขโทรศัพท์ 02-554-7117 ที่ปรากฏอยู่ในข่าวประชาสัมพันธ์ของสำนักงาน กสทช. ว่าในกรณีที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้โทรศัพท์ไปยังหมายเลขดังกล่าว ซึ่งปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่รายหนึ่งเป็นผู้รับสาย เมื่อสอบถามว่าเหตุใดช่วงเวลาในการเปิดให้ยื่นคำขอถึงได้กระชั้นชิด เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวก็ให้ข้อมูลว่า เรื่องช่วงเวลาเป็นไปตามมติของบอร์ดกองทุนฯ ที่ให้เปิด 15 วัน แต่ทำไมต้องเป็นระหว่างวันที่ 17-31 ม.ค. ตนไม่สามารถให้คำตอบได้

     เมื่อถามว่าหากมีผู้สนใจต้องการรับการสนับสนุนจากกองทุนฯแต่ยื่นไม่ทันกำหนดระยะเวลาดังกล่าวจะทำอย่างไร เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวขอเวลาไปปรึกษากับเจ้าหน้าที่รายอื่นๆ ครู่ใหญ่ ก่อนกลับมาตอบว่า ในประกาศของบอร์ดกองทุนฯ เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการใช้จ่ายเงินฯ พ.ศ.2555 ได้กำหนดระยะเวลาเปิดรับโครงการปีละอย่างน้อย 1 ครั้ง แปลว่าอาจจะมีการเปิดรับโครงการมากกว่า 1 ครั้ง ดังนั้นหากยื่นไม่ทันรอบนี้ก็อาจจะมายื่นใหม่รอบหน้าได้

     เมื่อถามถึงเพดานการอนุมัติเงินสนับสนุน เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวให้ข้อมูลว่า “ไม่มีเพดานขั้นสูง ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบอร์ดกองทุนฯ จะพิจารณาตามความเหมาะสม”




_________________________________________



ทุนวิจัย 150 ล้าน กสทช.เปิดให้ขอด่วน แค่ 15 วัน




      เมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. (www.nbtc.go.th) ได้เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ เรื่องขอเชิญผู้ที่ประสงค์จะยื่นขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนเงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยกำหนดช่องทางการยื่นไว้ 2 ช่องทาง ได้แก่ 1.ยื่นได้ด้วยตัวเอง และ 2.ยื่นทางไปรษณีย์

     อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจในข่าวประชาสัมพันธ์ดังกล่าว ก็คือช่วงเวลาในการเปิดให้ยื่นโครงการเพื่อขอเงินสนับสนุนจากกองทุนฯ ที่กำหนดไว้ระหว่างวันที่ 17-31 ม.ค.นี้ ซึ่งถือว่าค่อนข้างสั้นและเป็นไปอย่างกระชั้นชิด จนยากที่ผู้ซึ่งไม่รู้ถึงเรื่องดังกล่าวล่วงหน้า จะเขียนโครงการเพื่อยื่นขอเงินสนับสนุนจากกองทุนฯ ดังกล่าวได้ทัน

     เนื่องจาก พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธาน กสทช.ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนฯ เพิ่งลงนามในประกาศคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) กองทุนฯ เรื่อง กรอบจำนวนเงินและการยื่นขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนเงินจากกองทุนฯ ประจำปี 2556 ไปเมื่อวันที่ 16 ม.ค.นี้เอง

     ทั้งนี้ ในประกาศบอร์ดกองทุนฯ ฉบับดังกล่าว ได้กำหนดกรอบจำนวนเงินสำหรับโครงการที่เกิดจากผู้ขอรับ ตามวัตถุประสงค์ของของกองทุนฯ ในมาตรา 52 (1) (2) (3) และ (4) แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553 สำหรับปี พ.ศ.2556 ไว้สูงถึง 150 ล้านบาท

     ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) พยายามโทรศัพท์ติดต่อนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.ในฐานะกรรมการบริหารและเลขานุการกองทุนฯ เพื่อสอบถามถึงข้อสงสัยเรื่องช่วงเวลาที่เปิดให้ยื่นโครงการขอเงินสนับสนุนจากกองทุนฯ ตั้งแต่วันที่ 18-19 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถติดต่อได้ เนื่องจากนายฐากรปิดเครื่อง

     ผู้สื่อข่าวจึงลองโทรศัพท์ไปยังกลุ่มงานกองทุนฯ สำนักงาน กสทช.ตามหมายเลขโทรศัพท์ 02-554-7117 ที่ปรากฏอยู่ในข่าวประชาสัมพันธ์ของสำนักงาน กสทช. ว่าในกรณีที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้โทรศัพท์ไปยังหมายเลขดังกล่าว ซึ่งปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่รายหนึ่งเป็นผู้รับสาย เมื่อสอบถามว่าเหตุใดช่วงเวลาในการเปิดให้ยื่นคำขอถึงได้กระชั้นชิด เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวก็ให้ข้อมูลว่า เรื่องช่วงเวลาเป็นไปตามมติของบอร์ดกองทุนฯ ที่ให้เปิด 15 วัน แต่ทำไมต้องเป็นระหว่างวันที่ 17-31 ม.ค. ตนไม่สามารถให้คำตอบได้

     เมื่อถามว่าหากมีผู้สนใจต้องการรับการสนับสนุนจากกองทุนฯแต่ยื่นไม่ทันกำหนดระยะเวลาดังกล่าวจะทำอย่างไร เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวขอเวลาไปปรึกษากับเจ้าหน้าที่รายอื่นๆ ครู่ใหญ่ ก่อนกลับมาตอบว่า ในประกาศของบอร์ดกองทุนฯ เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการใช้จ่ายเงินฯ พ.ศ.2555 ได้กำหนดระยะเวลาเปิดรับโครงการปีละอย่างน้อย 1 ครั้ง แปลว่าอาจจะมีการเปิดรับโครงการมากกว่า 1 ครั้ง ดังนั้นหากยื่นไม่ทันรอบนี้ก็อาจจะมายื่นใหม่รอบหน้าได้

     เมื่อถามถึงเพดานการอนุมัติเงินสนับสนุน เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวให้ข้อมูลว่า “ไม่มีเพดานขั้นสูง ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบอร์ดกองทุนฯ จะพิจารณาตามความเหมาะสม”

     ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาเบิกจ่ายเงินทุนฯ หน่วยงานจะใช้เวลาในการตรวจสอบเอกสาร 15 วัน หากพบว่าไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์จะแจ้งให้แก้ไขภายใน 7 วัน หากเอกสารครบถ้วนก็จะมีการเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดกองทุนที่มี พล.อ.อ.ธเรศเป็นประธาน เพื่อพิจารณาว่าจะอนุมัติหรือไม่ โดยจะดูจาก 1.แบบคำขอ 2.ข้อมูลเอกสารประกอบ และ 3.ความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์กองทุน หากโครงการใดผ่านการพิจารณาจากบอร์ดกองทุนฯ ก็จะได้รับแจ้งผล ภายใน 7 วัน หลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอนการทำสัญญาหรือบันทึกความตกลง ซึ่งต้องทำภายใน 15 วันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้งผล

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อบอร์ดกองทุนฯ ประกอบด้วย 1.พล.อ.อ.ธเรศ, 2.นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, 3.นายชาญวิทย์ อมตะมาทุชาติ ผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 4.นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง, 5.นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ,​ 6.พล.อ.ธงชัย เกื้อสกุล ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านการพัฒนาบุคลากรและวิชาชีพสื่อกระจายเสียง, 7.นายพนา ทองมีอาคม ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านการพัฒนาบุคลากรและวิชาชีพสื่อโทรทัศน์ 8.นายธีรวุฒิ บุญยโสภณ ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านการให้บริการโทรคมนาคมพื้นฐานอย่างทั่วถึงหรือในพื้นที่ห่างไกล รวมทั้งการให้บริการในด้านโทรคมนาคมแก่ผู้ด้อยโอกาส, 9.นายนันทพล กาญจนวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคหรือการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน 10.นายต่อพงศ์ เสลานนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส และ 11.นายฐากร

http://www.isranews.org/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/item/18909-nbtc-fund.html

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.