Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

21 มกราคม 2556 กสทช.เตือนผู้ประกอบการวิทยุชุมชุน ระวังมิจฉาชีพอ้างเป็น จนท.เรียกเก็บเงิน



ประเด็นหลัก

สำนักงานคณะกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) อยู่ระหว่างเปิดให้ผู้ประกอบกิจการยื่นคำร้องขอใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการสถานีวิทยุ ซึ่งมีรวมกว่า 7,000 สถานีทั่วประเทศ เพื่อทดลองประกอบกิจการอย่างถูกต้อง โดย พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ งามสง่า หนึ่งในกรรมการ กสทช. เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับแจ้งว่า มีกลุ่มบุคคลแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ กสทช.ไปเรียกรับผลประโยชน์ และเรียกเก็บเงินโดยอ้างว่า หากให้เงินแล้ว จะได้ช่วยจัดการกระบวนการให้ได้ใบอนุญาตแน่นอน




พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในการพิจารณาใบอนุญาตฯ นั้น ทางเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช.จะต้องทำการตรวจสอบความครบถ้วนสมบูรณ์ของเอกสารและหลักฐานต่างๆ ก่อนที่จะนำเสนอเข้าที่ประชุม กสท. เพื่อให้บอร์ดกระจายเสียง ทั้ง 5 คน พิจารณาร่วมกัน ขั้นตอนดังกล่าวจึงไปเป็นด้วยความรัดกุม ไม่สามารถใช้การพิจารณาส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่งได้



_________________________________________





กสทช.เตือนผู้ประกอบการวิทยุระวังมิจฉาชีพอ้างเป็น จนท.เรียกเก็บเงิน


       สำนักงานคณะกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) อยู่ระหว่างเปิดให้ผู้ประกอบกิจการยื่นคำร้องขอใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการสถานีวิทยุ ซึ่งมีรวมกว่า 7,000 สถานีทั่วประเทศ เพื่อทดลองประกอบกิจการอย่างถูกต้อง โดย พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ งามสง่า หนึ่งในกรรมการ กสทช. เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับแจ้งว่า มีกลุ่มบุคคลแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ กสทช.ไปเรียกรับผลประโยชน์ และเรียกเก็บเงินโดยอ้างว่า หากให้เงินแล้ว จะได้ช่วยจัดการกระบวนการให้ได้ใบอนุญาตแน่นอน
        ซึ่งในช่วงนี้ แม้ กสทช.จะได้มอบใบอนุญาตให้ผู้ประกอบกิจการไปแล้วจำนวน 151 ใบอนุญาต แต่ยังมีอีกหลายพันสถานีที่อยู่ระหว่างกระบวนการยื่นคำขอไปจนถึงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2556 ซึ่งหากรายใดยื่นขอเข้ามาต้องผ่านการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช.ตามขั้นตอน
        ทั้งนี้ หากผู้เสียหายรายใดตกเป็นเหยื่อ ขอให้แจ้งความดำเนินคดี หรือช่วยแจ้งเบาะแส ที่สายด่วน 1200


http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9560000008311


_______________________________________



เตือนผู้ประกอบการ อย่าตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ! แอบอ้างชื่อ “กสทช.”

กสทช. เตือนผู้ประกอบการ ระวังกลุ่มบุคคล แอบอ้างชื่อ กสทช. หรือเจ้าหน้าที่ กสทช. แสวงหาผลประโยชน์ เรียกเก็บค่าใช้จ่าย ยื่นขอใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการ หากรายใดโดนให้รีบแจ้งความดำเนินคดี...

เมื่อวันที่ 21 ม.ค. พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ งามสง่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม หรือ กสทช. รับผิดชอบในด้านกฎหมายของกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ หรือ กสท. กล่าวว่า  ขณะนี้ ขอเตือนผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียงที่ประสงค์จะยื่นคำขอทดลองประกอบกิจการฯ เนื่องจากได้รับข้อมูลว่า มีกลุ่มบุคคลตระเวนแอบอ้างชื่อของ กสทช. เพื่อหลอกลวงผู้ประกอบการ โดยรับเป็นนายหน้าในการยื่นคำขอฯ เพื่อแลกกับการได้รับใบอนุญาตอย่างแน่นอน

กรรมการ กสทช. กล่าวต่อว่า ด้วยขณะนี้ ทางสำนักงาน กสทช. อยู่ในระหว่างการดำเนินการให้บริการยื่นคำขอทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง ตามประกาศสำนักงาน กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการ พ.ศ.2555 ซึ่งได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2555 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. 2555 ที่ผ่านมา โดยกำหนดให้กลุ่มผู้ที่ได้รับสิทธิ์ทดลองออกอากาศในลักษณะชั่วคราว กลุ่มผู้รับใบอนุญาตตามประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. และกลุ่มผู้ยื่นคำขอใบอนุญาตตามประกาศ กทช. (เดิม) รวมจำนวนทั้งสิ้นกว่า 7,000 สถานีทั่วประเทศ เข้ามายื่นคำขออนุญาตประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงภายใน 120 วัน นับตั้งแต่วันที่ประกาศมีผลบังคับ ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 17 ม.ค. 2556

ทั้งนี้ เบื้องต้นได้มีการมอบใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการแก่ผู้ประกอบการไปบางส่วนบ้างแล้ว และเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิ์ยื่นคำขอฯ ได้ดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วนและสมบูรณ์ จึงได้ขยายระยะเวลาการยื่นคำขออนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงออกไปอีก เป็นวันที่ 18 ก.พ. 2556 อย่างไรก็ตาม อาจทำให้กลุ่มบุคคลที่แอบอ้าง ฉวยโอกาส หาผลประโยชน์ในการหลอกลวงผู้ประกอบการได้

พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในการพิจารณาใบอนุญาตฯ นั้น ทางเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช.จะต้องทำการตรวจสอบความครบถ้วนสมบูรณ์ของเอกสารและหลักฐานต่างๆ ก่อนที่จะนำเสนอเข้าที่ประชุม กสท. เพื่อให้บอร์ดกระจายเสียง ทั้ง 5 คน พิจารณาร่วมกัน ขั้นตอนดังกล่าวจึงไปเป็นด้วยความรัดกุม ไม่สามารถใช้การพิจารณาส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่งได้

ทั้งนี้ ทางสำนักงาน กสทช. ขอให้ผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อ สามารถเข้าแจ้งความดำเนินคดี และหากผู้ประกอบการรายใดพบเบาะแส สามารถให้ข้อมูลเพื่อนำไปสู่การจับกุมได้ต่อไป.

ไทยรัฐออนไลน์
http://www.thairath.co.th/content/tech/321614

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.