Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

23 มกราคม 2556 ( สตอเบอรี่ ลอกตาคนไทยที่สุด !! ) กสทช.ปั้นตัวเลขปรับ100ล้านบาท ปรับ AIS DTAC // อีก2วันตั้งคณะทำงานติดตามลดราคาPROMOTION 3G


ลองคิดค่าปรับ  กำหนดวันหมดอายุในระบบบัตรเติมเงินเท่านั้น

1. ลองคิดง่ายๆ ช่วงที่ 1 30 มิ.ย.2555- 17 ม.ค.2556  เป็นจำนวน 202วันปรับ80000บาท รวม 16,160,000 บาท  ช่วงที่ 2  18 ม.ค.2556 ถึงปัจจุบัน 6 วัน ปรับ 100,000 บาท  รวม 6 แสน  สรุป 16,760,000 บาท

 16760000 บาท  ปรับทั้ง AIS DTAC เป็นมูลค่า 33,520,000  บาท
เอา TRUE มารวม 16,160,000 บาท สรุปเป็น 49,680,000 บาท

2. เอาตัวเลข ค่าปรับของศาล 3 มกราคม 2556  จึงได้มีคำสั่งปรับวันละ 100,000 บาท นับตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. 2555 จนถึง 3 ม.ค. 2556 รวม 219 วัน คิดเป็นเงิน 21,900,000 บาท หรือรายละ 7.30 ล้านบาท ( แล้วบวกค่าปรับ ปัจจุบัน ก็ไม่ถึงแน่นอน !!!




ประเด็นหลัก


นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ได้สั่งปรับผู้ให้บริการทั้ง 3 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) บริษัท โเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) และทรูมูฟ เบื้องต้นรายละ 23.3 ล้านบาท กรณีไม่ปฏิบัติตามประกาศจของกสทช.ที่ห้ามกำหนดวันหมดอายุในระบบบัตรเติมเงิน (พรีเพด) ที่มีโทษปรับวันละ 1 แสนบาท

ทั้งนี้ หลังลงพื้นที่ตรวจสาขาของผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย พบว่า ยังไม่ได้ปฏิบัติตามกฎของกสทช.  คือ ยังมีการกำหนดวันหมดอายุในระบบพรีเพดอยู่ มีเพียงทรูมูฟ รายเดียวที่ได้ปรับเงื่อนขตามที่กสทช.กำหนด ดังนั้น  ค่าปรับของทรูมูฟจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พ.ค.2555-17 ม.ค.2556  รวม 23.3 ล้านราย  ขณะที่เอไอเอสและดีแทค ยังคงปรับต่อไปวันละ 1 แสนบาท จนกว่าทั้ง 2 รายจะปฏิบัติตามที่กสทช.กำหนด

(ส่วนนี้โพสต์ทูเดย์)
สำหรับค่าปรับดังกล่าวเฉพาะกรณีที่ผู้ประกอบการกำหนดวันหมดอายุในระบบบัตรเติมเงินเท่านั้น ไม่รวมถึงกรณีอื่น คือ  การไม่เก็บข้อมูลผู้เปิดใช้เบอร์ในระบบพรีเพด ที่จะต้องถูกปรับอีกวันละ 8 หมื่นบาท  ระหว่างวันที่ 30 มิ.ย.2555- 17 ม.ค.2556  เนื่องจากผู้ประกอบการได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขตั้งแต่วันที่ 18 ม.ค  2556 แต่ กสทช.จะคำนวณค่าปรับทั้งหมดอีกครั้ง ส่งผลให้กสทช.จะปรับเอกชนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

(ส่วนนี้ไทยรัฐ)
“ในหนังสือที่ กสทช.ส่งให้ 3 ค่ายมือถือ จะรวมเรื่องค่าปรับย้อนหลังด้วย ขณะนี้ค่าปรับของทั้ง 3 ค่ายกรณีบัตรเติมเงินกำหนดวันหมดอายุนั้น มีมูลค่า 70 กว่าล้านบาท และกรณีที่ไม่มีการลงทะเบียนซิมการ์ดมีมูลค่า 50 กว่าล้านบาท ส่วนกรณี 99 สตางค์นั้นยังไม่ได้เริ่มคิดค่าปรับ โดยให้ทั้ง 3 ค่ายอุทธรณ์เข้ามาถึงเหตุผลที่ไม่ปฏิบัติตามประกาศของ กสทช. หากสมเหตุสมผล จะเสนอบอร์ด กทค.พิจารณาเห็นชอบให้ดำเนินการหยุดค่าปรับตรงนี้ แต่ค่าปรับย้อนหลังก็ยังคงต้องมีการปรับอยู่ กสทช.จะต้องให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการ” นายฐากร กล่าว



นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. บอกว่า ในวันที่ 25 มกราคมนี้ สำนักงาน กสทช.จะเซ็นคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานติดตามการปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบอนุญาต 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ และคาดว่า ในส่วนของการลดราคาโปรโมชั่น หรือค่าบริการลง 15% นั้น จะสามารถประกาศอัตราค่าบริการกลางให้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบปรับลดราคาได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้



ประเด็นที่เกี่ยวข้อง

3 มกราคม 2556 ปรับทุกค่ายรวมมูลค่า 51 ล้านบาท (ศาลสรุปแล้ว) 3 กรณี TOT ไม่ต่อ IC กับDTAC // กำหนดวันในบัตรเติมเงิน // ลูกค้าเติมเงินไม่ไปลงทะเบียนตัวตน


 2. คำสั่งให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือทุกรายจัดเก็บข้อมูลหรือลงทะเบียนผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือแบบบัตรเติมเงินล่วงหน้า (พรีเพด) ทุกราย  ขณะที่กรณีผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทั้ง 3 ค่าย คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) บริษัท ทรูมูฟ และดีแทค ต้องลงทะเบียนผู้ใช้บัตรเติมเงินล่วงหน้า (ลูกค้าในระบบพรีเพด) นั้น ทั้ง 3 ค่ายมือถือไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง กสทช.จึงต้องสั่งปรับวันละ 80,000 บาท โดยมีคำสั่งปรับตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค. 2555 จนถึงวันที่ 3 ม.ค. 2556 รวม 182 วัน คิดเป็นเงินรวม 14,560,000 บาท หรือรายละประมาณ 3.64 ล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นวันละ 80,000 บาท ไปจนกว่าทั้ง 3 รายจะชำระค่าปรับตามคำสั่ง กสทช.



3. คำสั่งให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือทุกรายห้ามกำหนดวันหมดอายุบัตรเติมเงินล่วงหน้า โดยให้ผู้ประกอบการทุกรายปฏิบัติตามคำสั่ง กสทช.และชำระค่าปรับตามกฎหมายด้วย   ส่วนกรณีที่ 3 ค่ายมือถือยังคงกำหนดวันหมดอายุบัตรเติมเงิน ซึ่งถือว่าไม่ปฏิบัติตามคำสั่งกสทช. จึงได้มีคำสั่งปรับวันละ 100,000 บาท นับตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. 2555 จนถึง 3 ม.ค. 2556 รวม 219 วัน คิดเป็นเงิน 21,900,000 บาท หรือรายละ 7.30 ล้านบาท ไปจนกว่าทั้ง 3 ค่ายมือถือจะชำระค่าปรับดังกล่าวแล้ว
      
http://somagawn.blogspot.com/2013/01/3-2556-50000-3-tot-ic-dtac.html


4 มกราคม 2556 กสทช.เดินหน้าปรับตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ AIS DTAC TRUE ปรับวันละ 100000 บาท!! แน่นอน ( CAT TOT รอด )

ทั้งนี้ ทั้ง 3 บริษัท จะต้องจ่ายค่าปรับให้กสทช.เฉลี่ย รายละ 3,000,000 บาทต่อเดือน และหากคำนวณจนถึง วันที่ 3 มกราคม ทั้ง 3 บริษัท จ่ายค่าปรับเป็นเงิน จะต้องจ่ายเป็นเงินกว่า 52,800,000 บาท และหากผู้บริหารบริษัทเอกชนจะขอเข้าพบเพื่อเจรจาทาง กสทช.ก็ยืนยันว่า ยังต้องใช้คำสั่งปรับทางปกครองดำเนินการ เพราะที่ผ่านมาได้แจ้งและเจรจากันหลายครั้งแล้ว
http://somagawn.blogspot.com/2013/01/16-2556-950-ict-wifi-free-250000-5.html


_________________________________




กสทช.เคาะค่าบริการ 3G ก.พ.นี้

คณะกรรมการ กสทช. เตรียมสรุปราคาค่าบริการ 3G กุมภาพันธ์นี้ ก่อนเริ่มเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือนเมษายน


นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. บอกว่า ในวันที่ 25 มกราคมนี้ สำนักงาน กสทช.จะเซ็นคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานติดตามการปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบอนุญาต 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ และคาดว่า ในส่วนของการลดราคาโปรโมชั่น หรือค่าบริการลง 15% นั้น จะสามารถประกาศอัตราค่าบริการกลางให้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบปรับลดราคาได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้

จากนั้นจึงจะประกาศอัตราขั้นสูงของบริการประเภทข้อมูล หรือ ดาต้า แบบชั่วคราวในเดือนมีนาคม เพื่อให้ภาคเอกชนใช้เป็นเกณฑ์คิดค่าบริการแก่ผู้บริโภค ก่อนที่จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายนเป็นต้นไป



http://www.moneychannel.co.th/index.php/2012-06-30-12-32-32/9550-survice.html

_______________________



ลุยปรับเงิน3ค่ายมือถือกว่า100ล้านบาท


กสทช. เอาจริง!เตรียมสั่งปรับ 3 ค่ายมือถือกว่า100 ล้านบาท  หลังพบไม่ปฏิบัติตามกฎ บัตรเติมเงินยังมีวันหมดอายุ-ไม่เก็บข้อมูลผู้เปิดใช้เบอร์

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ได้สั่งปรับผู้ให้บริการทั้ง 3 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) บริษัท โเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) และทรูมูฟ เบื้องต้นรายละ 23.3 ล้านบาท กรณีไม่ปฏิบัติตามประกาศจของกสทช.ที่ห้ามกำหนดวันหมดอายุในระบบบัตรเติมเงิน (พรีเพด) ที่มีโทษปรับวันละ 1 แสนบาท

ทั้งนี้ หลังลงพื้นที่ตรวจสาขาของผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย พบว่า ยังไม่ได้ปฏิบัติตามกฎของกสทช.  คือ ยังมีการกำหนดวันหมดอายุในระบบพรีเพดอยู่ มีเพียงทรูมูฟ รายเดียวที่ได้ปรับเงื่อนขตามที่กสทช.กำหนด ดังนั้น  ค่าปรับของทรูมูฟจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พ.ค.2555-17 ม.ค.2556  รวม 23.3 ล้านราย  ขณะที่เอไอเอสและดีแทค ยังคงปรับต่อไปวันละ 1 แสนบาท จนกว่าทั้ง 2 รายจะปฏิบัติตามที่กสทช.กำหนด

สำหรับค่าปรับดังกล่าวเฉพาะกรณีที่ผู้ประกอบการกำหนดวันหมดอายุในระบบบัตรเติมเงินเท่านั้น ไม่รวมถึงกรณีอื่น คือ  การไม่เก็บข้อมูลผู้เปิดใช้เบอร์ในระบบพรีเพด ที่จะต้องถูกปรับอีกวันละ 8 หมื่นบาท  ระหว่างวันที่ 30 มิ.ย.2555- 17 ม.ค.2556  เนื่องจากผู้ประกอบการได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขตั้งแต่วันที่ 18 ม.ค  2556 แต่ กสทช.จะคำนวณค่าปรับทั้งหมดอีกครั้ง ส่งผลให้กสทช.จะปรับเอกชนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

นอกจากนี้ ทางทรูมูฟได้ยื่นเงื่อนไขมาที่กสทช. เพิ่มเติมว่า ขอให้ปรับเงื่อนไขจากไม่มีหมดอายุเป็น ซิมการ์ดมีอายุ 1 ปี ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างนาน เพราะโดยปกติการใช้งานพรีเพดจะมีอายุสั้นเฉลี่ย 30  -90 วันเท่านั้น ซึ่งทางกสทช.ได้นำเรื่องนี้เสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการฆโทรคมนาคม (กทค.) อนุมัติว่าจะยอมรับเงื่อนไขที่ทรูมูฟเสนอมาหรือไม่

นายฐากร กล่าวว่า กรณีอัตราค่าบริการที่ต้องไม่เกิน 99 สต.ต่อนาที  ซึ่งบังคับใช้เอไอเอสและดีแทค เนื่องจากเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ที่มีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 30% ทั้งเอไอเอสและดีแทคแจ้งว่าได้กำหนดค่าโทรไม่เกิน99 สต.ต่อนาทีแล้ว โดยเป็นการคิดค่าบริการแบบเฉลี่ย ตามที่กำหนดว่าไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นที่นาทีละ 99 สต.ก็ได้ โดยปัจจุบันมีผู้ใช้บริการมือถือประประมาณ 77 ล้านราย แบ่งเป็น เอไอเอส  34.8 ล้านราย ดีแทค 24 ล้านรายและทรูมูฟ 18 ล้านราย

ขณะที่การประชุมบอร์ดกทค.ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องราคาค่าบริการ 3 จีอย่างเป็นทางการ ว่าควรจะอยู่ที่เท่าไร จากประกาศของกสทช.ที่ต้องต่ำลงจากเดิม 15-20%  ซึ่งจะเป็นในรูปแบบเดียวกับการกำหนดเพดานค่าโทรในระบบ 2 จีที่นาทีละ 99 สต. และคาดว่าจะประกาศราคาเป็นทางการได้ต้นเดือน ก.พ.นี้

http://www.posttoday.com/%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0
%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%9F%E0%B9%8C/200609/%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%97
%E0%B8%8A-
%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0
%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8
%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2100%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%
9A%E0%B8%B2%E0%B8%97



_________________________________





ขู่ลงดาบ3ค่าย หากไม่เลิกกำหนดวันบัตรเติมเงิน

กสทช.ดีเดย์ 25 ม.ค. ส่งหนังสือถึง 3 ค่ายมือถือ ให้ปฏิบัติตามประกาศ กสทช. เผยเอไอเอส-ทรู ส่งหนังสือเสนอเงื่อนไขแล้ว หลังออกโรงตรวจ 3 ค่ายมือถือรอบสอง...

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กล่าวว่า ในวันที่ 25 ม.ค.นี้ กสทช.จะตั้งคณะกรรมการเพื่อติดตามการทำงาน และการดำเนินการของทั้ง 3 ค่ายมือถือที่ได้รับใบอนุญาตว่า ได้ลดค่าบริการให้ถูกลง 15-20% หรือไม่ ได้กำหนดราคาไม่เกินนาทีละ 99 สตางค์ ยังมีการกำหนดวันหมดอายุบัตรเติมเงินหรือไม่ และได้มีการดำเนินการลงทะเบียนซิมการ์ดหรือยัง ให้รายงานมายังสำนักงานทุกๆ 15 วัน




ทั้งนี้ หลังจาก กสทช. ออกตรวจรอบสอง เมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้เชิญผู้บริหารของทั้ง 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค และบริษัท ทรูมูฟ จำกัด ให้มารับฟังปัญญาที่เกิดขึ้น จะได้นำไปปรับปรุงแก้ไขให้ตรงจุด โดยในวันที่ 25 ม.ค. จะส่งหนังสือเตือนผู้ประกอบการทั้ง 3 ค่ายให้ปฏิบัติตามประกาศของ กสทช. อีกครั้ง

“ในหนังสือที่ กสทช.ส่งให้ 3 ค่ายมือถือ จะรวมเรื่องค่าปรับย้อนหลังด้วย ขณะนี้ค่าปรับของทั้ง 3 ค่ายกรณีบัตรเติมเงินกำหนดวันหมดอายุนั้น มีมูลค่า 70 กว่าล้านบาท และกรณีที่ไม่มีการลงทะเบียนซิมการ์ดมีมูลค่า 50 กว่าล้านบาท ส่วนกรณี 99 สตางค์นั้นยังไม่ได้เริ่มคิดค่าปรับ โดยให้ทั้ง 3 ค่ายอุทธรณ์เข้ามาถึงเหตุผลที่ไม่ปฏิบัติตามประกาศของ กสทช. หากสมเหตุสมผล จะเสนอบอร์ด กทค.พิจารณาเห็นชอบให้ดำเนินการหยุดค่าปรับตรงนี้ แต่ค่าปรับย้อนหลังก็ยังคงต้องมีการปรับอยู่ กสทช.จะต้องให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการ” นายฐากร กล่าว




นายสุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า การสุ่มตรวจของ กสทช. ยังไม่ค่อยเป็นที่น่าพอใจ แต่จะทำอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าร้านค้าบริการรายใหญ่ปรับตัวในทิศทางที่ดี ยกเว้นร้านค้ารายย่อย ยังต้องเพิ่มการสุ่มตรวจ ซึ่งตามเกณฑ์และข้อกฎหมายของ กสทช. ห้ามให้ผู้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กำหนดวันหมดอายุของบริการแบบเติมเงิน แต่ก็มีข้อยกเว้น โดยให้แต่ละรายทำเรื่องเสนอรายละเอียดว่าจำนวนบัตรของแต่ละรายมีอยู่มากน้อยแค่ไหน และจะต้องแก้ไขปัญหาอย่างไร ซึ่ง กสทช. จะขอพิจารณาตามความเหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง

พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. กล่าวว่า ผู้ประกอบการแจ้งว่าในการปฏิบัติตามประกาศของ กสทช. ขณะนี้ยังมีปัญหาทางด้านเทคนิค ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ แต่จะรีบดำเนินการให้เร็วที่สุด ซึ่งตรงนี้ทาง กสทช.ก็เข้าใจ ทาง กสทช.จะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับพี่น้องประชาชนว่าจะให้ปีนี้เป็นปีทองของผู้บริโภค




หลังจากที่ได้ลงพื้นที่ตรวจในวันนี้ นำโดย พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ นายสุทธิพล ทวีชัยการ นายประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ พ.อ.สุกิจ ขมะสุนทร และนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ พบว่าเอไอเอสได้ต่ออายุให้กับลูกค้าพรีเพดอัตโนมัติ 30 วัน และปรับปรุงบางโปรโมชั่นให้มีค่าเฉลี่ยนาทีละ 99 สตางค์แล้ว ส่วนทรู ได้ต่ออายุให้กับลูกค้าพรีเพดอัตโนมัติจำนวน 60 วัน ขณะที่มีประชาชนร้องเรียนเข้ามาที่คอลเซ็นเตอร์ 1200 ของ กสทช.เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแล้วจำนวน 708 เรื่อง และได้เสนอความคิดเห็นจากภาคประชาชนให้คิดค่าปรับสูงถึงวันละ 1 ล้านบาทอีกด้วย

 http://www.thairath.co.th/content/tech/322021



ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.