Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

24 มกราคม 2556 ผลประกอบการ Apple Q1 รายรับ54.5 พันล้าน iPhone ขายได้ 47.8 ล้านเครื่อง ขายได้มากกว่าเดิมเกือบเท่าตัว


ประเด็นหลัก

ก่อนหน้า

ราคาหุ้นบ.แอ๊ปเปิ้ล ดิ่งลง 8.5% วานนี้ แม้ผลประกอบการไตรมาส 3 อยู่ที่ 54.5 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 13.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายไอโฟนทุกรุ่นรวมกันได้กว่า 47.8 ล้านเครื่องทั่วโลก และขายไอแพดทุกรุ่นได้กว่า 22.9 ล้านเครื่อง

นักลงทุนและนักวิเคราะห์ มองว่า ตัวเลขที่ออกมาค่อนข้างน่าผิดหวัง เนื่องจากมีรายงานประเมินออกมาก่อนหน้านี้ว่า ยอดจำหน่ายไอโฟนน่าจะอยู่ที่กว่า 53 ล้านเครื่องทั่วโลก และกว่า 24.5 ล้านเครื่องสำหรับไอแพด






สำหรับผลประกอบการ Apple ในไตรมาสแรกของบริษัทในปี 2013 ออกมาแล้ว

-​ Apple มีรายรับในไตรมาสนี้ที่ $54.5 พันล้าน สูงที่สุดนับตั้งแต่ตั้ง Apple มา หักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือกำไร $13.1 พันล้าน

- iPhone ขายได้ 47.8 ล้านเครื่อง เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2012 ที่ขายได้ 26.9 ล้านเครื่อง ถือว่า iPhone ขายได้มากกว่าเดิมเกือบเท่าตัว

- iPad ขายได้ 22.9 ล้านเครื่อง เทียบกับไตรมาส 4 ปี 2012 ที่ขายได้ 14 ล้านเครื่อง ถือว่าการเปิดตัว iPad mini / iPad 4th ยังคงความแรงของ iPad อย่าไม่เสื่อมคลายเช่นกัน

- iPod ขายได้ 12.7 ล้านเครื่อง เทียบกับไตรมาส 4 ปี 2012 ที่ขายไป 5.3 ล้านเครื่อง การเปิดตัว iPod Nano และ iPod Touch ใหม่ ช่วยให้ยอดขาย iPod กลับมาได้พอสมควร

- Mac ขายได้ 4.1 ล้านเครื่อง เทียบกับไตรมาส 4 ปี 2012 ที่ขายไป 4.9 ล้านเครื่อง ถือว่าพลาดเป้าไปเล็กน้อย แต่ยังพอรับได้อยู่















__________________________________


แอปเปิลกำไรนิ่ง หุ้นตกฮวบ 11%



ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ของแอปเปิลในวันนี้คือความใหญ่โตของบริษัทที่ดูเหมือนว่าจะถึงจุดอิ่มตัว?
หุ้นแอปเปิล (Apple) ตกฮวบ 11% เพราะนักลงทุนไม่ปลื้มผลประกอบการไตรมาสล่าสุด โดยแม้ยักษ์ใหญ่ผลไม้จะประกาศว่าสามารถจำหน่ายไอโฟนได้มากขึ้น 28% และจัดส่งไอแพดได้มากขึ้น 48% ในช่วงปลายปี 2012 ที่ผ่านมา แต่ตัวเลขกำไรสุทธิกลับไม่เพิ่มขึ้น ทำได้เพียงใกล้เคียงกับปีก่อน
     
       แอปเปิลประกาศว่า ตลอดเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2012 ที่ผ่านมาบริษัทมีกำไรสุทธิ 1.31 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แม้จะเป็นตัวเลขที่สูงมาก แต่นักวิเคราะห์กลับมองว่าแอปเปิลกำลังประสบปัญหา เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวแอปเปิลระบุว่าสามารถจำหน่าย 2 สินค้าหลักอย่างไอโฟน (iPhone) และไอแพด (iPad) ได้เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด แต่กลับทำกำไรได้เท่าไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว เพราะแอปเปิลต้องปรับลดราคาเพื่อแข่งขันกับผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายอื่นในตลาด จนทำให้สัดส่วนกำไรในแต่ละผลิตภัณฑ์ลดลง
     
       ปัญหานี้ทำให้นักลงทุนหวั่นใจในอนาคตของแอปเปิล โดยอัตรากำไรหรือมาร์จิ้นของแอปเปิลอยู่ที่ 38.6% ลดลงจากปีก่อนที่อยู่ที่ 44.7% ทั้งหมดนี้ทำให้มูลค่าหุ้นแอปเปิลตกต่ำลงอย่างชัดเจน ซึ่งหากเทียบกับสถิติสูงสุดที่หุ้นแอปเปิลเคยทำไว้ 702.10 เหรียญเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา จะพบว่ามูลค่าหุ้นแอปเปิลซึ่งล่าสุดตกไปอยู่ที่ 461.30 นั้นลดลงเป็นสัดส่วนมากกว่า 34%



ซีอีโอแอปเปิล ทิม คุก (Timothy D. Cook)

ภาวะหุ้นตกของแอปเปิลนี้สะท้อนว่า ตัวเลขยอดขายกว่า 1.6 แสนล้านเหรียญสหรัฐที่แอปเปิลทำได้ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาไม่มีผลทำให้นักลงทุนมอบความมั่นใจให้บริษัทใหญ่อย่างแอปเปิล ตรงกันข้าม นโยบายการออกผลิตภัณฑ์กลับเรียกความสนใจจากนักลงทุนได้มากกว่า โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่ายังมีพื้นที่อีกมากที่แอปเปิลจะสามารถสร้างตลาดใหม่ได้ เช่นตลาดทีวี และตลาดระบบรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์
     
       เรื่องนี้ซีอีโอแอปเปิล ทิม คุก (Timothy D. Cook) ไม่ขยายความต่อ โดยบอกเพียงว่าบริษัทพอใจกับผลิตภัณฑ์ที่แอปเปิลวางตลาดในขณะนี้แล้ว
     
       นักวิเคราะห์มองว่าเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่แอปเปิลจะต้องจมอยู่ในภาวะหุ้นตก โดยมาร์ก มอสโกวิตซ์ (Mark Moskowitz) นักวิเคราะห์ของบริษัท J.P. Morgan Securities นั้นเปิดเผยว่า ยอดจำหน่ายสินค้าแอปเปิลช่วงเทศกาลปลายปีนั้นเป็นไปตามที่เขาคาดหมาย แม้ว่าตัวเลขที่ออกมาจะพลาดเป้าของบริษัทวิจัยสำนักอื่นก็ตาม
     
       ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ของแอปเปิลในวันนี้คือความใหญ่โตของบริษัทที่ดูเหมือนว่าจะถึงจุดอิ่มตัว เรื่องนี้ A.M. Sacconaghi นักวิเคราะห์จากบริษัท Bernstein Research เคยคำนวณว่าหากแอปเปิลเติบโตในสัดส่วนเดิมไปอีก 5 ปี รายรับรวมของแอปเปิลจะคิดเป็นมูลค่ามหาศาลถึง 1.2 ล้านล้านเหรียญ ซึ่งเทียบเท่ากับตัวเลขจีดีพีหรือผลิตภัณฑ์มวลรวมของออสเตรเลียทั้งประเทศ




ตลอด 3 เดือน แอปเปิลสามารถจำหน่ายไอโฟนได้ 47.8 ล้านเครื่อง
การเปรียบเทียบนี้ทำให้เห็นว่าเป็นเรื่องปกติที่บริษัทใหญ่จะเข้าสู่การเติบโตคงที่ไปจนถึงภาวะชะลอตัว ทั้งหมดนี้ทำให้มูลค่าหุ้นแอปเปิลมีโอกาสตกต่ำลงอีก 25% หรือมากกว่านั้น
     
       สำหรับผลประกอบการน่าสนใจที่แอปเปิลประกาศไว้ (ตุลาคม-ธันวาคม 2012 ถือเป็นไตรมาสแรกของปีการเงิน 2013 ของแอปเปิล) แอปเปิลระบุว่าสามารถทำรายได้รวม 5.45 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงิน 1.6 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันในปีก่อนที่ทำได้ 46.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยยอดขาย 61% มาจากพื้นที่นอกสหรัฐอเมริกา
     
       ที่น่าสนใจคือ แอปเปิลระบุว่าตลอด 3 เดือนแอปเปิลสามารถจำหน่ายไอโฟนได้ 47.8 ล้านเครื่อง (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 28%), ไอแพด 22.9 ล้านเครื่อง (เพิ่มขึ้น 48%) อย่างไรก็ตาม ยอดจำหน่ายคอมพิวเตอร์แมคอินทอชกลับลดลงเหลือ 4.1 ล้านเครื่อง เช่นเดียวกับไอพอด (iPod) อุปกรณ์เล่นมัลติมีเดียที่ยอดจำหน่ายลดลงเหลือ 12.7 ล้านเครื่องในไตรมาสที่ผ่านมา
     
       ผู้บริหารแอปเปิลชี้แจงว่า ยอดขายคอมพิวเตอร์แมคอินทอชที่หดตัวนั้นมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากปัญหาสินค้าผลิตไม่ทัน อย่างไรก็ตาม บริการเสริมอย่างร้านดาวน์โหลดคอนเทนต์ iTunes สามารถทำรายได้เติบโตเป็น 2.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเฉพาะ App Store พบว่ามียอดดาวน์โหลดสูงกว่า 2 พันล้านครั้ง ท่ามกลางบัญชีผู้ใช้บริการ iCloud มากกว่า 250 ล้านบัญชี
     
       ปัจจุบันแอปเปิลมีพนักงานรวม 80,000 คนทั่วโลก

http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9560000009654


____________________________




หุ้น'แอ๊ปเปิ้ล'ร่วง เหตุยอดขายไอโฟต่ำเป้า


คืนสังเวียนรอบนี้ ขอ “ใหญ่” กว่าเดิม BY “สมโภชน์ อาหุนัย”
ราคาหุ้นบ.แอ๊ปเปิ้ล ดิ่งลง 8.5% นักลงทุนเชื่อ สาเหตุมาจากไอแพดและไอโฟนต่ำกว่าเป้าหมาย


ราคาหุ้นบ.แอ๊ปเปิ้ล ดิ่งลง 8.5% วานนี้ แม้ผลประกอบการไตรมาส 3 อยู่ที่ 54.5 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 13.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายไอโฟนทุกรุ่นรวมกันได้กว่า 47.8 ล้านเครื่องทั่วโลก และขายไอแพดทุกรุ่นได้กว่า 22.9 ล้านเครื่อง

นักลงทุนและนักวิเคราะห์ มองว่า ตัวเลขที่ออกมาค่อนข้างน่าผิดหวัง เนื่องจากมีรายงานประเมินออกมาก่อนหน้านี้ว่า ยอดจำหน่ายไอโฟนน่าจะอยู่ที่กว่า 53 ล้านเครื่องทั่วโลก และกว่า 24.5 ล้านเครื่องสำหรับไอแพด

นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ราคาหุ้นของแอ๊ปเปิ้ลตกลงอย่างต่อเนื่อง อาจมาจากการที่ไอโฟน 5 เปิดตัวไม่เปรี้ยงปร้างเท่าที่ควรในจีน จนมีรายงานหลายกระแสออกมาว่า แอ๊ปเปิ้ลต้องยกเลิกการสั่งผลิตส่วนประกอบสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดนี้เป็นจำนวนมาก


http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/finance/foreign/20130124/487179/%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9
%89%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B9%8A%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4
%E0%B9%89%E0%B8%A5%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87-
%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%82%E0
%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%9F%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8
%B3%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%B2.html


_____________________________________________________


ผลประกอบการ APPLE ประจำไตรมาส 1 ปี 2013 ทำลายสถิติ+สยบข่าวลบทั้งหมด
โดย zipboy 
โดยปกติ Apple เป็นบริษัทที่มีรอบบัญชีผลประกอบการที่ต่างกับชาวบ้านเล็กน้อย นั้นคือเริ่มรอบบัญชีแรกของปีนั้นๆ ในไตรมาส 4 ของปีก่อนหน้า และวนมาจบที่ไตรมาส 3 ของปีดังกล่าวเป็นรอบบัญชีสุดท้าย สำหรับผลประกอบการ Apple ในไตรมาสแรกของบริษัทในปี 2013 ออกมาแล้ว

-​ Apple มีรายรับในไตรมาสนี้ที่ $54.5 พันล้าน สูงที่สุดนับตั้งแต่ตั้ง Apple มา หักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือกำไร $13.1 พันล้าน

- iPhone ขายได้ 47.8 ล้านเครื่อง เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2012 ที่ขายได้ 26.9 ล้านเครื่อง ถือว่า iPhone ขายได้มากกว่าเดิมเกือบเท่าตัว

- iPad ขายได้ 22.9 ล้านเครื่อง เทียบกับไตรมาส 4 ปี 2012 ที่ขายได้ 14 ล้านเครื่อง ถือว่าการเปิดตัว iPad mini / iPad 4th ยังคงความแรงของ iPad อย่าไม่เสื่อมคลายเช่นกัน

- iPod ขายได้ 12.7 ล้านเครื่อง เทียบกับไตรมาส 4 ปี 2012 ที่ขายไป 5.3 ล้านเครื่อง การเปิดตัว iPod Nano และ iPod Touch ใหม่ ช่วยให้ยอดขาย iPod กลับมาได้พอสมควร

- Mac ขายได้ 4.1 ล้านเครื่อง เทียบกับไตรมาส 4 ปี 2012 ที่ขายไป 4.9 ล้านเครื่อง ถือว่าพลาดเป้าไปเล็กน้อย แต่ยังพอรับได้อยู่

บอร์ด Apple อนุมัติปันผลให้ผู้ถือหุ้น Apple หุ้นละ $2.65 โดยจ่ายในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ งานนี้ถ้าบอกว่า Apple ถอยหลังแล้ว คงจะไม่ถูกแน่นอน

ที่มา: 9To5Mac
http://www.mxphone.net/240113-apple-q1-2013-finalcial-results/

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.