Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

23 มกราคม 2556 I-Mobile3GX (เตรียมเซ็นMVNOฉบับใหม่ก.พ.นี้)จะทำตลาดระยะยาว 12ปี)2.8ล้านเลขหมายหรือ40%ของโครงข่ายทั้งหมด // กว่าติดเสร็จครบ 5,320 สถานีฐานเดือน5


ประเด็นหลัก



ส่วนบริษัทลูก บมจ.สามารถเทลคอม(SAMTEL) คาดว่าในปีนี้จะมีรายได้ 15,000 ล้านบาท กำไรเพิ่มขึ้น 70% จากปัจจุบันที่มีงานในมือกว่า 10,000 ล้านบาท และจะมีการเข้าประมูลงานใหม่กว่า 4 หมื่นล้านบาท ได้แก่ โครงการขยายโครงข่าย 3G เฟส 2 ของ บมจ.ทีโอที เป็นต้น

ด้านบมจ.สามารถ ไอ-โมบาย(SIM) ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 11,000 ล้านบาท กำไรเพิ่มขึ้น 200% เกิดจากการขยายเครือข่าย 3G ของทุกโอเปอเรเตอร์ โดยคาดว่าภายในปี 2556 จะมีผู้ใช้บริการ 3GX เพิ่มเป็น 1.2 ล้านราย รวมทั้งตั้งเป้ายอดจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์มือถือ 3.2 ล้านเครื่อง ซึ่ง 70% จะเป็นโทรศัพท์สมาร์ทโฟน




    นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าในปี 2556 กลุ่มสามารถตั้งเป้าหมายรายได้รวม 30,000 ล้านบาท คิดเป็นรายได้จากสาย ICT Solutions 15,000 ล้านบาท Mobile Multi-media 11,000 ล้านบาท สายธุรกิจ Related Businesses 2,400 ล้านบาท และสายธุรกิจ Utility Services อีก 1,655 ล้านบาท



    ***เซ็นMVNOฉบับใหม่ก.พ.นี้
     
       นายวัฒน์ชัย กล่าวว่าภายในเดือนก.พ.56นี้ กลุ่มสามารถจะลงนามในสัญญาฉบับใหม่กับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ในการเป็น MVNO ภายใต้ i-mobile 3GX ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าทีโอทีจะมีความจุของโครงข่ายทั้งหมด 7.2 ล้านเลขหมาย ซึ่งสามารถจะลงนามในสัญญาระยะยาว 12 ปีโดยจะขอทำตลาดรวม 2.8 ล้านเลขหมายหรือคิดเป็น 40% ของโครงข่ายทั้งหมด พร้อมทั้งคาดหวังจะเพิ่มลูกค้าอีก 1 ล้านราย จากเดิมที่มี 2-3 แสนรายในขณะนี้
     
       ช่วงปลายปี 55 ที่ผ่านมา สามารถระบุว่ามีการติดตั้งสถานีฐาน 3G เฟส 1 ให้กับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ไปแล้ว 3,800 สถานีฐาน และในเดือนก.พ.56 จะมีการติดตั้งเป็น 4,000 สถานีฐาน โดยคาดว่าจะครบ 5,320 สถานีฐานในเฟส 1 ภายในเดือนพ.ค.นี้ จุดนี้บริษัทจะเดินหน้าติดตั้ง 3G ทีโอทีในเฟส 2 อีก 15,000 สถานีฐาน ซึ่งมีมูลค่าทั้งโครงการ 30,000 ล้านบาท โดยสามารถตั้งเป้าเป็นผู้ติดตั้งสถานีฐานให้ได้ 50% ของโครงการทั้งหมด ซึ่งจะมีการประมูลช่วงเดือนเม.ย.นี้ และจะเริ่มดำเนินการติดตั้งได้ภายในเดือนมิ.ย.นี้
     
       “ในวันที่ 24 ก.พ. ทีโอทีจะเปิดให้บริการ 3G อีกครั้งหนึ่ง โดยสามารถอยู่ระหว่างร่วมกับทีโอทีในการทดลองเปิดให้บริการ 4G ด้วยเทคโนโลยี LTE บนคลื่นความถี่ 2.3GHz ซึ่งบริษัทมีแผนจะติดตั้งสถานีฐาน 4G จำนวน 200 แห่งในกรุงเทพฯ”
     
       อย่างไรก็ดี บริษัทตั้งเป้ายอดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือในปี 56 ไว้จำนวน 3.2 ล้านเครื่อง คิดเป็นสมาร์ทโฟน 2.2 ล้านเครื่อง หรือ 70% ของจำนวนเครื่องทั้งหมด ซึ่งล่าสุด สามารถไอ-โมบายประกาศเปิดตัว iQ6 ซึ่งคาดหวังว่าจะเป็นตัวไฮไลท์ในไตรมาสที่ 1 เนื่องจากมีความโดดเด่นด้วยหน้าจอไอพีเอส ภาพคมชัดระดับ HD และกันรอยขีดข่วน ในราคาสุดคุ้มตามสไตล์ไอ-โมบาย
     
       “ปัจจุบัน มูลค่าตลาดรวมเครื่องลูกข่ายมีประมาณ 40,000-50,000 ล้านบาท สมาร์ทโฟนนั้นกินแชร์อยู่ 45% ของมูลค่ารวม“
     
       ที่ผ่านมา ธุรกิจ MVNO ภายใต้ i-mobile 3GX มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีขึ้น ด้วยคุณภาพสัญญาณที่พัฒนาขึ้นและการอัดฉีดโปรโมชั่น คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการเพิ่มเป็น 1.2 ล้านรายในสิ้นปี 56 สำหรับแผนงานเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้แก่กลุ่มโมบาย-มัลติมีเดียในระยะยาว สามารถได้กำหนดเป้าหมายไว้ว่าภายใน 3 ปี ผลิตภัณฑ์ และบริการของกลุ่มโมบาย-มัลติมีเดีย อาทิ โทรศัพท์มือถือ บริการคอนเทนต์ และบริการ MVNO จะต้องเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตแบบ Mobility ของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยจะมุ่งเน้นที่กลุ่ม Mass ซึ่งมีฐานตลาดขนาดใหญ่











_________________________________





SIM ตั้งเป้าปี 56 กำไรโต 200%



บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) หรือ  SIM เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าปี 2556 ว่า จะมีรายได้รวม 11,000  ล้านบาท และคาดกำไรสุทธิเติบโต 200% และคาดว่ามียอดขายโทรมือถือ 3.2 ล้านเครื่อง  โดบ70% เป็นสมาร์ทโฟน พร้อมตั้งเป้าลูกค้า 3GX ในปีนี้เพิ่มเป็น 1.2 ล้านราย

http://www.moneychannel.co.th/index.php/2012-06-30-12-32-53/9583-sim-56-200.html

_____________________________



SAMART ตั้งเป้าเกำไรปีนี้โต 50%

SAMART ตั้งเป้ารายได้รวมปีนี้แตะ 3 หมื่นล้านบาท กำไรโตพรวด 50% จากปีก่อนที่ทำกำไรทะลุ 1พันล้านบาท ส่วนบริษัทลูกคาดทำกำไรได้สูงทั่วหน้า SIM คาดกำไรโตถึง 200%

บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น(SAMRT) เปิดเผยว่า ในปี 2556 บริษัทตั้งเป้ารายได้รวม 30,000 ล้านบาท ซึ่งเติบโตก้าวกระโดดจากปีก่อน และคาดกำไรเพิ่มขึ้น 50% จากปี 2555 ที่ทำกำไรทะลุ 1,000 ล้านบาท

ส่วนบริษัทลูก บมจ.สามารถเทลคอม(SAMTEL) คาดว่าในปีนี้จะมีรายได้ 15,000 ล้านบาท กำไรเพิ่มขึ้น 70% จากปัจจุบันที่มีงานในมือกว่า 10,000 ล้านบาท และจะมีการเข้าประมูลงานใหม่กว่า 4 หมื่นล้านบาท ได้แก่ โครงการขยายโครงข่าย 3G เฟส 2 ของ บมจ.ทีโอที เป็นต้น

ด้านบมจ.สามารถ ไอ-โมบาย(SIM) ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 11,000 ล้านบาท กำไรเพิ่มขึ้น 200% เกิดจากการขยายเครือข่าย 3G ของทุกโอเปอเรเตอร์ โดยคาดว่าภายในปี 2556 จะมีผู้ใช้บริการ 3GX เพิ่มเป็น 1.2 ล้านราย รวมทั้งตั้งเป้ายอดจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์มือถือ 3.2 ล้านเครื่อง ซึ่ง 70% จะเป็นโทรศัพท์สมาร์ทโฟน
         
สำหรับบมจ.วันทูวัน คอนแทคส์ ในปีนี้ตั้งเป้ารายได้ 2,400  ล้านบาท และคาดว่าจะนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในไตรมาส 3/2556 พร้อมเตรียมขยายธุรกิจไปต่างประเทศทั้งพม่า ลาว และกัมพูชา
         
ด้านธุรกิจยูทิลิตี้ เซอร์วิสเซส 3 บริษัท ตั้งเป้ารายได้ 1.65 พันล้านบาท มาจาก บริษัท แคมโบเดีย แอร์ ทราฟฟิก เซอร์วิสเซส จำกัด , บริษัท กัมปอต เพาเวอร์แพลนท์ จำกัด และ บริษัท เทด้า จำกัด โดยเทด้าจะเป็นหัวหอกสำคัญในการขยายธุรกิจด้านพลังงานมีแผนเข้าประมูลโครงการมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาทภายใน 3 ปี


http://www.moneychannel.co.th/index.php/2012-06-30-12-32-32/9586-samart.html

___________________________________



SAMART เผย 2Q56 มีแผนประมูลงานโครงข่าย 3G เฟส 2 ของทีโอที



นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนประมูลงานโครงข่ายระบบ 3G เฟส 2 ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) มูลค่าประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ในช่วงไตรมาส 2/56 นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนใช้เงินประมาณ 800-1,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนเครือข่ายดิจิตอลทีวีด้วย

http://www.kaohoon.com/online/54738/SAMART-%E0%BC%C2-2Q56-
%C1%D5%E1%BC%B9%BB%C3%D0%C1%D9%C5%A7%D2%B9%E2%A4%C3%A7%A2%E8%D2%C2-3G-
%E0%BF%CA-2-%A2%CD%A7%B7%D5%E2%CD%B7%D5-.htm

_______________________



SAMART ส่องกำไรสุทธิปีนี้โต 50% จากกว่า 1 พันลบ.ปีก่อน


นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ SAMART บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART เปิดเผยว่า บริษัทคาดกำไรสุทธิปี 56 จะเติบโต 50% จากกว่า1 พันล้านบาทในปีก่อน จากการเติบโตของบริษัทลูก ตามภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัว และการมีเทคโนโลยี 3G ช่วยหนุนตลาด

โดยคาดว่าปีนี้จะมีรายได้ระดับ 3 หมื่นล้านบาท และกำไรสุทธิเติบโต 50% จากปีก่อนเนื่องจากแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศ ,การใช้จ่ายภาคครัวเรือน รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยงบประมาณภาครัฐ ตลอดจนเทคโนโลยีด้านการสื่อสารมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน อย่าง 3G และดิจิตอล ทีวี

ขณะที่บริษัทลูก อย่างบมจ.สามารถเทลคอม (SAM) คาดว่าจะมีรายได้ในปีนี้ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท และบมจ.สามารถไอ-โมบาย (SIM) จะมีรายได้ 1.1 หมื่นล้านบาท โดยในส่วน SIM คาดว่าจะมีกำไรสุทธิเติบโตได้ถึง 200% จากปีก่อน ขณะที่ตั้งเป้าหมายการขายโทรศัพท์เคลื่อนที่รวมในปีนี้ที่ 3.2 ล้านเครื่อง

http://www.kaohoon.com/online/54722/SAMART-
%CA%E8%CD%A7%A1%D3%E4%C3%CA%D8%B7%B8%D4%BB%D5%B9%D5%E9%E2%B5-50-
%A8%D2%A1%A1%C7%E8%D2-1-%BE%D1%B9%C5%BA.%BB%D5%A1%E8%CD%B9-.htm

__________________________



“กลุ่มสามารถ” ตั้งธงปี 56 ฟัน 3 หมื่นลบ. โต 50%


วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ ในงานเปิดตัวแท็บเล็ตรุ่นหนึ่งของไอ-โมบาย
กลุ่มสามารถ มั่นใจปีนี้ฟันรายได้รวม 30,000 ล้านบาท เติบโต 50% ขีดเส้นก.พ.นี้เซ็น MVNO ฉบับใหม่คาดลูกค้าทะลุ 1.2 ล้านเลขหมาย พร้อมดีล 3G เฟส 2 ต่อบนเป้าหมายเป็นผู้ติดตั้งสถานีฐานให้ได้ 50% ของโครงการทั้งหมด แย้มเตรียมควักกระเป๋า 1,000 ล้านบาทหวังเป็นผู้ให้บริการด้านโครงข่ายทีวีดิจิตอล
     
       นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าในปี 2556 กลุ่มสามารถตั้งเป้าหมายรายได้รวม 30,000 ล้านบาท คิดเป็นรายได้จากสาย ICT Solutions 15,000 ล้านบาท Mobile Multi-media 11,000 ล้านบาท สายธุรกิจ Related Businesses 2,400 ล้านบาท และสายธุรกิจ Utility Services อีก 1,655 ล้านบาท
     
       สาย ICT Solutions นำโดย บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 15,000 ล้านบาท คาดว่ากำไรปี 56 จะเพิ่มขึ้น 70% เนื่องจากปัจจุบันสามารถฯมีงานสะสมในมือ (Backlog) มูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท โดยในปีนี้ตั้งเป้าลุยงานใหญ่ที่รอการประมูลรวมมูลค่ากว่า 40,000 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย โครงการ 3G เฟส 2 ของทีโอที รวมถึงโครงการต่างๆของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, กรมสรรพากร, กรุงเทพมหานคร และอื่นๆ
     
       สายธุรกิจ Mobile Multi-media นำโดย บริษัท สามารถไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) ตั้งเป้ารายได้ที่ 11,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะมีกำไรเพิ่มขึ้นถึง 200% โดยปี 56 จะเป็นปีแห่งการเติบโตแบบก้าวกระโดดของธุรกิจโมบาย และคอนเทนต์ อันเนื่องมาจากการขยายเครือข่าย 3G อย่างจริงจัง และรวดเร็วของผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกค่ายที่อยู่ในตลาด ส่งผลให้เกิดโอกาสทางการตลาดอย่างมหาศาล
     
       ***เซ็นMVNOฉบับใหม่ก.พ.นี้
     
       นายวัฒน์ชัย กล่าวว่าภายในเดือนก.พ.56นี้ กลุ่มสามารถจะลงนามในสัญญาฉบับใหม่กับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ในการเป็น MVNO ภายใต้ i-mobile 3GX ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าทีโอทีจะมีความจุของโครงข่ายทั้งหมด 7.2 ล้านเลขหมาย ซึ่งสามารถจะลงนามในสัญญาระยะยาว 12 ปีโดยจะขอทำตลาดรวม 2.8 ล้านเลขหมายหรือคิดเป็น 40% ของโครงข่ายทั้งหมด พร้อมทั้งคาดหวังจะเพิ่มลูกค้าอีก 1 ล้านราย จากเดิมที่มี 2-3 แสนรายในขณะนี้
     
       ช่วงปลายปี 55 ที่ผ่านมา สามารถระบุว่ามีการติดตั้งสถานีฐาน 3G เฟส 1 ให้กับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ไปแล้ว 3,800 สถานีฐาน และในเดือนก.พ.56 จะมีการติดตั้งเป็น 4,000 สถานีฐาน โดยคาดว่าจะครบ 5,320 สถานีฐานในเฟส 1 ภายในเดือนพ.ค.นี้ จุดนี้บริษัทจะเดินหน้าติดตั้ง 3G ทีโอทีในเฟส 2 อีก 15,000 สถานีฐาน ซึ่งมีมูลค่าทั้งโครงการ 30,000 ล้านบาท โดยสามารถตั้งเป้าเป็นผู้ติดตั้งสถานีฐานให้ได้ 50% ของโครงการทั้งหมด ซึ่งจะมีการประมูลช่วงเดือนเม.ย.นี้ และจะเริ่มดำเนินการติดตั้งได้ภายในเดือนมิ.ย.นี้
     
       “ในวันที่ 24 ก.พ. ทีโอทีจะเปิดให้บริการ 3G อีกครั้งหนึ่ง โดยสามารถอยู่ระหว่างร่วมกับทีโอทีในการทดลองเปิดให้บริการ 4G ด้วยเทคโนโลยี LTE บนคลื่นความถี่ 2.3GHz ซึ่งบริษัทมีแผนจะติดตั้งสถานีฐาน 4G จำนวน 200 แห่งในกรุงเทพฯ”
     
       อย่างไรก็ดี บริษัทตั้งเป้ายอดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือในปี 56 ไว้จำนวน 3.2 ล้านเครื่อง คิดเป็นสมาร์ทโฟน 2.2 ล้านเครื่อง หรือ 70% ของจำนวนเครื่องทั้งหมด ซึ่งล่าสุด สามารถไอ-โมบายประกาศเปิดตัว iQ6 ซึ่งคาดหวังว่าจะเป็นตัวไฮไลท์ในไตรมาสที่ 1 เนื่องจากมีความโดดเด่นด้วยหน้าจอไอพีเอส ภาพคมชัดระดับ HD และกันรอยขีดข่วน ในราคาสุดคุ้มตามสไตล์ไอ-โมบาย
     
       “ปัจจุบัน มูลค่าตลาดรวมเครื่องลูกข่ายมีประมาณ 40,000-50,000 ล้านบาท สมาร์ทโฟนนั้นกินแชร์อยู่ 45% ของมูลค่ารวม“
     
       ที่ผ่านมา ธุรกิจ MVNO ภายใต้ i-mobile 3GX มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีขึ้น ด้วยคุณภาพสัญญาณที่พัฒนาขึ้นและการอัดฉีดโปรโมชั่น คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการเพิ่มเป็น 1.2 ล้านรายในสิ้นปี 56 สำหรับแผนงานเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้แก่กลุ่มโมบาย-มัลติมีเดียในระยะยาว สามารถได้กำหนดเป้าหมายไว้ว่าภายใน 3 ปี ผลิตภัณฑ์ และบริการของกลุ่มโมบาย-มัลติมีเดีย อาทิ โทรศัพท์มือถือ บริการคอนเทนต์ และบริการ MVNO จะต้องเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตแบบ Mobility ของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยจะมุ่งเน้นที่กลุ่ม Mass ซึ่งมีฐานตลาดขนาดใหญ่
     
       ขณะที่สายธุรกิจ Related Businesses ตั้งเป้ารายได้ 2,400 ล้านบาท จากบริษัท วันทูวันคอนแทคส์ จำกัด ผู้ให้บริการ Contact Center มาตรฐานโลก โดยคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในไตรมาส 3 ปีนี้ และเตรียมขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศปลายไตรมาสที่ 2 ทั้งกัมพูชา พม่า และลาว ต่อไป
     
       ส่วนด้านบริษัท สามารถวิศวกรรม จำกัด ซึ่งปัจจุบันได้ขยายไลน์การผลิตจากเสาอากาศและจานดาวเทียมไปสู่อุปกรณ์รับ-ส่งสัญญานอื่นๆ เช่น กล่องรับสัญญานดิจิตอลทีวี สามารถมั่นใจว่าจะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับบริษัท วิชั่นแอนด์ ซิเคียวริตี้ ซิสเต็ม จำกัด ซึ่งปัจจุบันมีงานในมือมูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท และมีงานที่จะเข้าประมูลในปีนี้ มูลค่าราว 1,200 ล้านบาท
     
       ***ควักพันล้านบาทลุยทีวีดิจิตอล
     
       นายวัฒน์ชัย กล่าวว่าในปีนี้กลุ่มสามารถยังเห็นถึงโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ จากการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีจากทีวีอนาล็อกสู่ทีวีดิจิตอล จุดนี้ทำให้กลุ่มสามารถตั้งเป้าขอใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการด้านโครงข่ายทีวีดิจิตอล ทันทีที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดให้ยื่นแบบคำขอ เพื่อเป็นผู้ให้บริการด้านโครงข่ายของทีวีดิจิตอล โดยตั้งเป้างบการลงทุนในส่วนดังกล่าวไว้ที่ 800-1,000 ล้านบาท คาดจะถึงจุดคุ้มทุนได้ใน 2-3 ปี เมื่อมีช่องทีวีดิจิตอลเปิดให้บริการครบทั้ง 48 ช่อง
     
       อย่างไรก็ตามกลุ่มสามารถยังได้ตั้งเป้าจะเป็นผู้จัดจำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอล (เซ็ตท็อป บ็อกซ์) เพื่อให้บริการในการรับชมทีวีดิจิตอล ซึ่งกลุ่มสามารถได้เตรียมจำหน่ายไว้ 2 รุ่นด้วยกัน ประกอบด้วยกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลแบบปกติในราคาราว 1,000 บาท และกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลสำหรับสมาร์ททีวีที่สามารถรับสัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สาย (wi-fi) ได้ ราคาราว 2,000 บาท โดยกล่องทั้ง 2 รุ่น กลุ่มสามารถมีความพร้อมในการจัดจำหน่ายทันทีที่มีการเริ่มใช้งานทีวีดิจิตอล รวมทั้งเตรียมนำเข้าราว 1 ล้านกล่อง เมื่อ กสทช. อนุมัติการออกใบอนุญาตให้นำเข้ากล่องรับสัญญาณ ทั้งนี้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทีวีดิจิตอล กลุ่มสามารถจะดำเนินการในนามบริษัทลูก "สามารถดิจิตอลทีวี"
     
       “ในปีนี้จะเป็นปีทองของแห่งการเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยีในตัวทีวีดิจิตอล ดังนั้นเราจึงจะเข้าไปขอใบอนุญาตประเภทผู้ให้บริการโครงข่ายทีวีดิจิตอลกับทางคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อให้บริการลูกค้าที่ต้องการทำธุรกิจบนช่องทีวีดิจิตอลต่อไป”
     
       นอกจากนี้ ในสายธุรกิจ Utility Services สามารถตั้งเป้ารายได้ไว้ 1,655 ล้านบาท โดยนอกจากจะมีรายได้ที่สม่ำเสมอจากบริษัท แคมโบเดีย แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิสเซส จำกัด (CATS) และบริษัท Kampot Power Plant จำกัด ผู้ผลิตไฟฟ้าป้อนแก่โรงงานปูนซิเมนต์ไทยที่ประเทศกัมพูชาแล้ว ยังมีความคืบหน้าในการขยายธุรกิจด้านสาธารณูปโภคและพลังงานอย่างต่อเนื่อง เช่น การควบรวมกิจการบริษัท เทด้า จำกัด ผู้เชี่ยวชาญทางด้านงานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าและระบบสายส่งไฟฟ้า ซึ่งต่อไปจะเป็นหัวหอกสำคัญในการขยายธุรกิจด้านพลังงานทั้งนี้ มีแผนในการเข้าร่วมประมูลโครงการมูลค่าไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาทในระยะเวลา 3 ปี
     
       “เรามั่นใจด้วยการตั้งเป้ารายได้ในปี 56 แบบก้าวกระโดดถึง 30,000 ล้านบาท และในแผนงานของทุกธุรกิจในเครือ ก็ยังคงมุ่งเน้นการเพิ่มรายได้ประจำและการเติบโตแบบยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า กลุ่มสามารถจะต้องมีรายได้ประจำไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านบาท”
     
       นายวัฒน์ชัยกล่าวอีกว่า ในปี 2555 ที่ผ่านมา กลุ่มสามารถมีอัตราการเติบโตของกำไรที่เพิ่มขึ้นทะลุ 1,000 ล้านบาท และการเติบโตของรายได้ประจำ ซึ่งในปี 55 บริษัทมีรายได้ประจำถึง 5,400 ล้านบาท คิดเป็น 30% ของรายได้รวม ยิ่งไปกว่านั้น ธุรกิจโมบายก็ส่อแววฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัดนับจากช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยยอดขายสมาร์ทโฟนแบรนด์ไอ-โมบายนั้นทะลุหลัก 400,000 เครื่องไปแล้วช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 55
     
       ส่วนธุรกิจด้านไอซีที แม้บางโครงการจะถูกเลื่อนหรือมีความล่าช้า แต่ก็ยังสามารถกวาดงานเข้ามาในมือรวมมูลค่าสัญญากว่า 7,000 ล้านบาทในปี 55


http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9560000009385

__________________________



กลุ่มสามารถประกาศโตก้าวกระโดดตั้งเป้ารายได้ 3 หมื่นล.ปี56,กำไรโต50%

กลุ่มบริษัทสามารถ ผู้ให้บริการเทคโนโลยีครบวงจร ย้ำชัดปี 56 เป็นปีแห่งการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยตั้งเป้ารายได้รวม 30,000 ล้านบาท คาดผลกำไรเพิ่มขึ้นถึง 50 เปอร์เซนต์เมื่อเทียบกับปี 2555

ทั้งนี้ เนื่องจากมีปัจจัยที่ช่วยเสริมความมั่นใจ คือ แนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งการใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่มีการขยายตัวและการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยงบประมาณภาครัฐ ที่สำคัญ คือในปี 56 จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีการสื่อสารอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ 3G และระบบดิจิตอลทีวี ซึ่งจะสร้างโอกาสทางการตลาดอย่างมหาศาลให้แก่กลุ่มบริษัทสามารถ  นอกจากนี้ ทุกธุรกิจของกลุ่มสามารถในปัจจุบัน ล้วนมีผลประกอบการที่ดีขึ้นและมีลู่ทางการเติบโตที่สดใส เช่น ธุรกิจ Call Center โดยบริษัท วันทูวัน คอนแทคส์ จำกัด ซึ่งมีแผนนำเข้าจดทะเบียนในตลท.ภายในไตรมาส 3 ปีนี้  ส่วนการขยายธุรกิจด้านพลังงานและบริการสาธารณะ ก็มีความคืบหน้าชัดเจน ล่าสุด ได้ควบรวมกิจการ บริษัท เทด้า จำกัด ผู้เชี่ยวชาญทางด้านงานก่อสร้างสถานีและสายส่งไฟฟ้า ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการต่อยอดธุรกิจด้านพลังงาน โดยมีแผนเข้าประมูลโครงการมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาทในระยะเวลา 3 ปี

นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “สิ่งที่น่าภาคภูมิใจของกลุ่มสามารถในปี 2555 คือ อัตราการเติบโตของกำไรที่เพิ่มขึ้น ทะลุ 1 พันล้านบาทและการเติบโตของรายได้ประจำซึ่งในปี 55  มีรายได้ประจำถึง 5,400 ล้านบาท   คิดเป็น 30 เปอร์เซนต์ของรายได้รวม
ยิ่งไปกว่านั้น    ธุรกิจโมบายก็ส่อแววฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัดนับจากช่วงปลายปีที่ผ่านมา    โดยมียอดขายเครื่อง
ไอ-โมบาย Smart Phone ถึง 400,000 เครื่องในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ส่วนธุรกิจด้านไอซีที แม้จะมีการดีเลย์ ของบางโครงการ  แต่ก็ยังสามารถกวาดงานเข้ามาในมือ รวมมูลค่าสัญญากว่า 7,000 ล้านบาทในปี 55”

จากปัจจัยบวกรอบด้าน บริษัทฯ จึงมั่นใจว่าในปี 2556 จะเป็นปีทองของธุรกิจ และ STRONG คือ กลยุทธ์เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับกลุ่มสามารถ
“S” Sustainable Growth สร้างความยั่งยืนด้วยรายได้ประจำที่เติบโตต่อเนื่อง
“T” Trustworthy สร้างความเชื่อมั่นด้วยรางวัลดีเด่นจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
“R” Returns on Investment สร้างผลตอบแทนและประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน
“O” Operation & Service Excellence นำเสนอบริการที่เป็นเลิศด้วยทีมงานมืออาชีพ
“N” New Business แสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ
“G” Global Standard สร้างมาตรฐานการทำงานและการให้บริการระดับโลก     ล่าสุด บริษัทฯ ได้รับมาตรฐาน
ISO 27001 (IT Security Management) และมาตรฐานด้านระบบการทำงานและการพัฒนาซอฟต์แวร์



(CMMI) ระดับ 3 รวมทั้งมุ่งสู่มาตรฐาน ISO 20000 ในการบริหารคุณภาพและกระบวนการในการให้บริการด้าน IT

ในปี 2556 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้รวม 30,000 ล้านบาท คิดเป็นรายได้จากสาย ICT Solutions 15,000 ล้านบาท Mobile Multi-media 11,000 ล้านบาท สายธุรกิจ Related Businesses 2,400 ล้านบาท  และสายธุรกิจ Utility Services 1,655 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดของแต่ละสายธุรกิจดังนี้

สาย ICT Solutions นำโดย บมจ.สามารถเทลคอม ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 15,000 ล้านบาท คาดกำไรเพิ่มขึ้น 70 เปอร์เซนต์ ปัจจุบันมีงานสะสมในมือ ( Backlog) มูลค่ารวมกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท โดยในปีนี้ตั้งเป้าพิชิตงานใหญ่ที่รอการประมูลรวมมูลค่ากว่า 40,000 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย โครงการ 3 G เฟส 2 ของทีโอที รวมถึงโครงการต่างๆของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, กรมสรรพากร, กรุงเทพมหานคร และอื่นๆ โดยมั่นใจว่าด้วยความชำนาญและผลงานที่ผ่านมา บริษัทฯ จะสามารถดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งใจ

สาย Mobile Multi-media นำโดย บมจ.สามารถไอ-โมบาย ตั้งเป้ารายได้ที่ 11,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะมีกำไรเพิ่มขึ้นถึง 200 เปอร์เซนต์ โดยปี 56 จะเป็นปีแห่งการเติบโตแบบก้าวกระโดดของธุรกิจโมบายและคอนเทนต์ อันเนื่องมาจากการขยายเครือข่าย 3G อย่างจริงจังและรวดเร็วของทุกค่ายโอเปอเรเตอร์ ก่อให้เกิดโอกาสทางการตลาดอย่างมหาศาล บริษัทฯ จึงตั้งเป้ายอดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือในปีนี้ 3.2 ล้านเครื่อง คิดเป็น Smart Phone 2.2 ล้านเครื่อง หรือ  70 เปอร์เซนต์ของจำนวนเครื่องทั้งหมด ล่าสุดประกาศเปิดตัว iQ6 ซึ่งโดดเด่นด้วยหน้าจอไอพีเอส ภาพคมชัดระดับHDและกันรอยขีดข่วน ในราคาสุดคุ้มตามสไตล์ไอ-โมบาย  ด้านธุรกิจ MVNO ภายใต้  i-mobile 3GX ก็มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีขึ้น ด้วยสัญญาณที่แรงและการอัดฉีดโปรโมชั่น คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการเพิ่มเป็น 1.2 ล้านรายในสิ้นปี 56  สำหรับแผนงานเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้แก่กลุ่มโมบาย-มัลติมีเดียในระยะยาว ได้มีการกำหนดเป้าหมายไว้ว่าภายใน 3 ปี ผลิตภัณฑ์และบริการของกลุ่มโมบาย-มัลติมีเดีย อาทิ โทรศัพท์มือถือ บริการคอนเทนต์ และบริการ MVNO จะต้องเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตแบบ Mobility ของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยจะมุ่งเน้นที่กลุ่ม Mass ซึ่งมีฐานตลาดขนาดใหญ่

สายธุรกิจ Related Businesses ตั้งเป้ารายได้ 2,400 ล้านบาท จากบริษัท วันทูวันคอนแทคส์ จำกัด ผู้ให้บริการ Contact Center มาตรฐานโลก โดยคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในไตรมาส 3 ปีนี้ และเตรียมขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ ทั้งกัมพูชา พม่า และลาว ต่อไป ด้านบริษัท สามารถวิศวกรรม จำกัด ซึ่งปัจจุบันได้ขยายไลน์การผลิตจากเสาอากาศและจานดาวเทียมไปสู่อุปกรณ์รับ-ส่งสัญญานอื่นๆ เช่น กล่องรับสัญญานดิจิตอลทีวี มั่นใจว่าจะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างชัดเจน    ส่วนบริษัท วิชั่นแอนด์ ซิเคียวริตี้ ซิสเต็ม จำกัด ปัจจุบันมีงานในมือมูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท และมีงานที่จะเข้าประมูลในปีนี้ มูลค่าราว 1,200 ล้านบาท




สุดท้ายสายธุรกิจ Utility Services ตั้งเป้ารายได้ 1,655 ล้านบาท โดยนอกจากจะมีรายได้ที่สม่ำเสมอจากบริษัท แคมโบเดีย แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิสเซส จำกัด (CATS) และบริษัท Kampot Power Plant จำกัด ผู้ผลิตไฟฟ้าป้อนแก่โรงงานปูนซิเมนต์ไทยที่ประเทศกัมพูชาแล้ว  ยังมีความคืบหน้าในการขยายธุรกิจด้านสาธารณูปโภคและพลังงานอย่างต่อเนื่อง เช่น การควบรวมกิจการบริษัท เทด้า จำกัด ผู้เชี่ยวชาญทางด้านงานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าและระบบสายส่งไฟฟ้า ซึ่งต่อไปจะเป็นหัวหอกสำคัญในการขยายธุรกิจด้านพลังงานทั้งนี้ มีแผนในการเข้าร่วมประมูลโครงการมูลค่าไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาทในระยะเวลา 3 ปี

นายวัฒน์ชัยกล่าวทิ้งท้ายว่า “ในระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ มีช่วงจังหวะของการเติบโตแบบก้าวกระโดดในหลายๆช่วง โดยเฉพาะในยุคของการเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยี เช่น จากยุคอนาล็อคไปสู่ยุคดิจิตอล ซึ่งในแต่ละครั้งของการเปลี่ยนแปลงก็ได้นำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจ และในปีนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของกลุ่มสามารถในการขยายผลทางธุรกิจ   จากการเปลี่ยนแปลงของระบบเครือข่ายการสื่อสาร 2G ไป 3G และ 4G ในเวลาอันสั้น
ปี 2556 จึงเป็นปีที่เต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทายสำหรับธุรกิจมือถือ คอนเทนต์และบริการไอซีทีทั้งระบบ  บริษัทฯ จึงตอบรับความท้าทายอย่างมั่นใจด้วยการตั้งเป้ารายได้ในปี 56 แบบก้าวกระโดดถึง 3 หมื่นล้านบาทและในแผนงานของทุกธุรกิจในเครือ ก็ยังคงมุ่งเน้นการเพิ่มรายได้ประจำและการเติบโตแบบยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า กลุ่มสามารถจะต้องมีรายได้ประจำไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านบาท”

“กลุ่มบริษัทสามารถ” มุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการด้านเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าอย่างครบวงจร      ภายใต้บริษัทในเครือกว่า 20 บริษัท  และมี 3 บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประกอบด้วย  บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน)  และ บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน)

http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=165041:-3-5650&catid=176:2009-06-25-09-26-02&Itemid=524


ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.