Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

24 มกราคม 2556 (เริ่มยังกังวน) กรณี การแจก set top box 22 ล้านเครื่อง (หวั่นขยะ สินค้าคุณภาพต่ำทะละ)/กสทช.ยังไม่ได้ขอยุติ/สามารถเตรียมขายกล่องแล้ว


ประเด็นหลัก


โตชิบา

ภาครัฐบาลควรจะนำโครงการดังกล่าวกลับมาทบทวนรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ไม่ต้องรีบร้อนดำเนินการ เพราะในอดีตก็เคยมีปัญหามาแล้วในช่วงหลังน้ำท่วมที่ภาครัฐแจกคูปองมูลค่า 2,000 บาทให้ประชาชนนำไปซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งปัญหาตามมามากมายในรายละเอียด และเป็นโครงการที่ไม่ได้เตรียมพร้อมมาอย่างดี
     
       การทำเช่นนั้นกลับเป็นการทำประชานิยมอย่างชัดเจน โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่มากมายที่จะตามมาภายหลัง โดยปัญหาของเครื่องรับโทรทัศน์ระบบแอนะล็อกเดิมที่มีเป็นจำนวนมาก ที่ยังอยู่ในท้องตลาดที่ยังสามารถใช้การได้ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ แต่ต้องถูกนำมาทิ้งเพราะผู้บริโภคจะหันไปซื้อทีวีดิจิตอลรุ่นใหม่หมด จะกลายเป็นปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งผลกระทบตามมาอีก


ทั้งนี้จากข้อมูลที่สำรวจเมื่อ ส.ค. ปี 2555 พบว่ายังมีผู้บริโภคที่ใช้โทรทัศน์ระบบอนาล็อคโดยใช้เสาอากาศหนวดกุ้งอยู่ราว 36 % จากจำนวนผู้บริโภคทั้ง หมด 22 ล้านครัวเรือน  ซึ่งผู้บริโภคส่วนนี้จะเปลี่ยนมาใช้ระบบดิจิตอลหลังสุด  เพราะอุปนิสัยการบริโภคเปลี่ยนยาก

อย่างไรก็ตามส่วนของผู้บริโภคที่ใช้โทรทัศน์ที่สามารถเชื่อมกับดาวเทียม  เคเบิ้ล ทีวีได้  ก็เพียงแค่เพิ่กล่องรับสัญญาณเท่านั้น  ก็รับระบบดิจิตอลได้แล้ว  ซึ่งส่วนนี้มีจำนวนมาก หากเปิดให้จำหน่ายกล่องรับสัญญาณเมื่อไหร่แล้วไม่ควบคุมให้ดี  สินค้าราคาถูกจากตลาดจีนจะทะลักเข้ามาจำนวนมาก  ซึ่งราคาถูกและมีความเสี่ยงด้านคุณภาพเสียหาย  ซึ่งตรงนี้ก็จะกลายเป็นปัญหาของขยะอิเล็กทรอนิกส์ด้วย




สามารถ

กลุ่มบริษัท สามารถฯ ภายใต้บริษัท สามารถ ดิจิตอล ทีวี ตั้งเป้าขอใบอนุญาตให้บริการด้านโครงข่ายทีวีดิจิตอลจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ลงทุน 800–1,000 ล้านบาท หากมีช่องทีวีเปิดให้บริการครบ 48 ช่อง จะคุ้มทุนใน 2-3 ปี และจะเป็น|ผู้จำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอล 2 รุ่น สำหรับทีวีแบบปกติราคากว่า 1,000 บาท และกล่องสำหรับสมาร์ตทีวี ประมาณ 2,000 บาท หากได้รับอนุญาตจาก กสทช. จะนำเข้ามาเบื้องต้น 1 ล้านกล่อง




กสทช

น.ส.สุภิญญา ชี้แจงว่า ขณะนี้วิธีการแจกยังไม่เป็นที่ยุติ โดย กสทช. ใช้หลักคิดว่าน่าจะนำเงินจากการประมูลคลื่นความถี่ดิจิตอลส่วนหนึ่งมาสนับสนุนให้ประชาชนได้เข้าถึงระบบโทรทัศน์ดิจิตอลในราคาถูก  แต่ยังต้องรอหารือกับคณะกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อตามที่กฎหมายกำหนดก่อน  และยังไม่รู้ตัวเลขมูลค่าของคูปองจนกว่ารายละเอียดและมูลค่าการประมูลจะมีข้อยุติ

อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีการแจกคูปองราว 50% ของผู้บริโภคเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านจากระบบทีวีอนาล็อคไปสู่ดิจิตอล ซึ่ง กสทช.จะควบคุมด้านนโยบาย  โดยดูแลเรื่องมาตรฐานคุณภาพขั้นต่ำของกล่องรับสัญญาณดังกล่าว  โดยลักษณะคูปองจะแจกเพื่อเป็นส่วนลด ขณะที่ในส่วนของยี่ห้อของกล่องรับสัญญาณนั้นจะเปิดกว้างให้ประชาชนเลือกซื้อเอง เพื่อไม่ให้มีการล็อกสเปกหรือผูกขาดการแข่งขัน  โดย กสทช.จะควบคุมด้านคุณภาพด้วยการให้สติ๊กเกอร์แก่ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐานด้านเทคนิคเท่านั้น

"กสทช. ไม่มีเครื่องมือ  ตัวเลขและบุคคลากรในการแจกคูปอง  จำเป็นที่จะต้องขอความร่วมมือจากรัฐบาล  เช่น  ข้อมูลสถิติทะเบียนประชากรของกระทรวงมหาดไทย  การควบคุมราคาสินค้าของกล่องรับสัญญษณจะต้องอาศัยกระทรวงพาณิชย์   โดยมีแนวคิดที่จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ที่จะช่วยนำไปแจก"น.ส.สุภิญญากล่าว














__________________________________


จี้รัฐทบทวนคูปองทีวีดิจิตอล หวั่นขยะอิเล็กทรอนิกส์ล้นเมือง


       “โตชิบา” แนะรัฐทบทวนเรื่องแจกคูปองกระตุ้นทีวีดิจิตอล ชี้อดีตเป็นบทเรียนมาแล้ว กรณีคูปองน้ำท่วม 2,000 บาท หวั่นโละทีวีเก่าเป็นปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์
     
       นายณัฐพงษ์ อารีกุล รองประธานบริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ให้ความเห็นถึงกรณีที่ภาครัฐบาลมีโครงการที่จะแจกคูปองเป็นส่วนลดเพื่อนำไปซื้อทีวีดิจิตอล ภายหลังจากที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ออกมาประกาศการใช้สัญญาณทีวีดิจิตอลจริงว่า ภาครัฐบาลควรจะนำโครงการดังกล่าวกลับมาทบทวนรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ไม่ต้องรีบร้อนดำเนินการ เพราะในอดีตก็เคยมีปัญหามาแล้วในช่วงหลังน้ำท่วมที่ภาครัฐแจกคูปองมูลค่า 2,000 บาทให้ประชาชนนำไปซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งปัญหาตามมามากมายในรายละเอียด และเป็นโครงการที่ไม่ได้เตรียมพร้อมมาอย่างดี
     
       การทำเช่นนั้นกลับเป็นการทำประชานิยมอย่างชัดเจน โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่มากมายที่จะตามมาภายหลัง โดยปัญหาของเครื่องรับโทรทัศน์ระบบแอนะล็อกเดิมที่มีเป็นจำนวนมาก ที่ยังอยู่ในท้องตลาดที่ยังสามารถใช้การได้ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ แต่ต้องถูกนำมาทิ้งเพราะผู้บริโภคจะหันไปซื้อทีวีดิจิตอลรุ่นใหม่หมด จะกลายเป็นปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งผลกระทบตามมาอีก
     
       “จริงๆ แล้วการจะเปลี่ยนถ่ายสู่ระบบดิจิตอลนั้นไม่จำเป็นต้องซื้อโทรทัศน์เครื่องใหม่ทั้งหมดก็ได้ เพราะถ้าบ้านไหนมีทีวีหลายเครื่องต้องซื้อใหม่จะเป็นภาระที่มากมาย อีกทั้งวิธีที่จะรับชมระบบดิจิตอลนั้นมีหลายอย่าง ไม่จำเป็นต้องซื้อทีวีดิจิตอลก็ได้ เช่น การใช้ระบบกล่อง หรือเสาอากาศ หรือระบบอื่นๆ ที่ต้องมีการพัฒนาขึ้นมา ซึ่งในต่างประเทศก็มีการใช้ระบบอื่นเหมือนกัน ที่จะรับชมดิจิตอลได้โดยไม่ต้องซื้อเครื่องใหม่”
     
       สำหรับโตชิบเองนั้น หากมองถึงความพร้อมก็มีอยู่แล้ว ซึ่งในต่างประเทศโตชิบาก็ได้มีการทำตลาดบ้างเช่นกัน ทั้งในญี่ปุน ออสเตรเลีย อเมริกา หรือยุโรป แต่ก็ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการระยะสั้นเท่านั้น เพราะเมื่อทุกครัวเรือนเปลี่ยนเป็นทีวีดิจิตอลหมดแล้ว ความต้องการซื้อทีวีใหม่ก็จะลดลง ซึ่งโตชิบามีฐานผลิตทีวีดิจิตอล 2 แห่ง คือ ที่อินโดนีเซีย และโปแลนด์ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยนำทีวีดิจิตอลเข้ามาให้บริการในไทยบ้างแล้ว คือติดตั้งที่โรงแรมดิโอกูระเพรสทีจกรุงเทพ
     
       นายณัฐพงษ์กล่าวต่อถึงแผนการทำตลาดกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าของโตชิบาในปีนี้ ตั้งงบตลาดรวมไว้ที่ 500 ล้านบาท เพื่อใช้ในการเปิดตัวสินค้าใหม่ต่อเนื่องและการทำโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ เพื่อกระตุ้นยอดขาย ล่าสุดคือการเปิดตัวตู้เย็นรุ่นใหม่ชื่อ “ทวิสท์ ซีรีย์” เป็นนวัตกรรมใหม่ของเทคโนโลยีและการออกแบบประกอบด้วย 3 รุ่น คือ ทวิสท์ พาสชัน, ทวิสท์ ไลน์ และทวิสท์ เพื่อตอบสนองตามความต้องการของไลฟ์สไตล์ลูกค้า โดยจะใช้งบตลาดสำหรับตู้เย็นมากกว่า 250 ล้านบาท หรือ 50% ของงบตลาดเพื่อทำกิจกรรมการตลาดกลุ่มสินค้าตู้เย็นตลอดปีนี้
     
       บริษัทฯ คาดว่าภายในสิ้นปีนี้โตชิบาจะมีส่วนแบ่งตลาดรวมตู้เย็น 19% จากปัจจุบัน 16% จากการที่โตชิบาจะสามารถทำตลาดตู้เย็น 2 ประตูได้อีกครั้งในปีนี้หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยคาดว่ารอบปีบัชี 2555 (เม.ย. 54 - มี.ค. 55) บริษัทฯจะมีรายได้รวม 10,000 ล้านบาท เติบโต 15% ส่วนปีนี้คือรอบปีบัญชี 2556 คาดว่าจะมีรายได้ 11,000 ล้านบาท เติบโต 10%

http://www.manager.co.th/iBizchannel/viewNews.aspx?NewsID=9560000009400



_________________________________


โตชิบาแนะรัฐรื้อแจกคูปองทีวีดิจิตอล


โตชิบา วอนรัฐทบทวนแจกคูปองทีวีดิจิตอล หวั่นซ้ำรอยช่วงน้ำท่วม ชี้พร้อมขายทีวีดิจิตอลเมื่อรัฐปล่อยสัญญาณ

นายณัฐพงษ์ อารีกุล รองประธานบริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ กล่าวถึงกรณีที่ภาครัฐจะแจกคูปองเพื่อให้ประชาชนนำไปเป็นส่วนลดซื้อทีวีดิจิตอล หรือกล่องรับสัญญาณ ดิจิตอลทีวี ว่า อยากให้ภาครัฐทบทวนการแจกคูปองทีวีดิจิตอล เพราะที่ผ่านมารัฐก็เคยดำเนินการในรูปแบบดังกล่าวมาแล้ว เช่น การแจกคูปองช่วยเหลือน้ำท่วม แต่ผลตอบรับไม่เป็นที่น่าพอใจ

ดังนั้น อยากให้รัฐออกมาให้ข้อมูลการรับสัญญาณทีวีดิจิตอล มากกว่าการซื้อทีวีเป็นดิจิตอลว่าทำอย่างไรทีวีจึงจะรับสัญญาณดิจิตอลได้ เนื่องจากทีวีเครื่องเก่า|ที่ใช้ปัจจุบัน สามารถรับสัญญาณดิจิตอลโดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ และยังถือเป็นการลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะหากทุกครัวเรือนเปลี่ยนทีวีใหม่ จะเกิดปัญหาขยะล้น

อย่างไรก็ตาม หากภาครัฐโดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ออกมาประกาศการใช้สัญญาณทีวีดิจิตอลจริง บริษัทก็จะนำเข้าทีวีดิจิตอลจาก 2 แหล่งผลิต คือ อินโดนีเซีย และโปแลนด์ เข้ามาทำตลาดในไทย

http://www.posttoday.com/%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%
B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%9F%E0%B9%8C/200773/%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B8%8A%E
0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8
%90%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%84
%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0
%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A5

____________________________



เล็งให้อปท.ช่วยแจกคูปองทีวีดิจิตอล

"กสทช."เล็งขอแรงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยแจกคูปองทีวีดิจิตอล ด้านเอกชนหวั่นกล่องรับสัญญาณคุณภาพต่ำทะลัก

เมื่อวันที่ 24 ม.ค.  คณะกรรมาธิการ (กมธ.) คุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร โดยนายวิชัย  สามิตร  รองประธานทำหน้าที่แทนประธาน  ได้เชิญ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)  และ ตัวแทนบริษัทซัมซุง  โตชิบา มาชี้แจงกรณีการเปลี่ยนผ่านการรับสัญญาณโทรทัศน์จากระบบอนาล็อคไปสู่ระบบดิจิตอล

ทั้งนี้เนื่องจากกมธ.มีคำถามในประเด็นการแจกคูปองส่วนลดให้กับประชาชนเพื่อนำไปซื้อกล่องรับสัญญาณ (เซ็ตท็อปบ็อกซ์) หรือ โทรทัศน์ที่รับสัญญาณดิจิตอล ในรายละเอียดต่างๆ อาทิ วิธีการในการแจก  มีการเลือกปฏิบัติหรือไม่  งบประมาณที่จะใช้ในการแจกมาจากไหน  รวมทั้งหลักประกันสิทธิของประชาชนที่จะเข้าถึงคลื่นความถี่ของชาติอย่างเสรี  โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลย

น.ส.สุภิญญา ชี้แจงว่า ขณะนี้วิธีการแจกยังไม่เป็นที่ยุติ โดย กสทช. ใช้หลักคิดว่าน่าจะนำเงินจากการประมูลคลื่นความถี่ดิจิตอลส่วนหนึ่งมาสนับสนุนให้ประชาชนได้เข้าถึงระบบโทรทัศน์ดิจิตอลในราคาถูก  แต่ยังต้องรอหารือกับคณะกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อตามที่กฎหมายกำหนดก่อน  และยังไม่รู้ตัวเลขมูลค่าของคูปองจนกว่ารายละเอียดและมูลค่าการประมูลจะมีข้อยุติ

อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีการแจกคูปองราว 50% ของผู้บริโภคเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านจากระบบทีวีอนาล็อคไปสู่ดิจิตอล ซึ่ง กสทช.จะควบคุมด้านนโยบาย  โดยดูแลเรื่องมาตรฐานคุณภาพขั้นต่ำของกล่องรับสัญญาณดังกล่าว  โดยลักษณะคูปองจะแจกเพื่อเป็นส่วนลด ขณะที่ในส่วนของยี่ห้อของกล่องรับสัญญาณนั้นจะเปิดกว้างให้ประชาชนเลือกซื้อเอง เพื่อไม่ให้มีการล็อกสเปกหรือผูกขาดการแข่งขัน  โดย กสทช.จะควบคุมด้านคุณภาพด้วยการให้สติ๊กเกอร์แก่ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐานด้านเทคนิคเท่านั้น

"กสทช. ไม่มีเครื่องมือ  ตัวเลขและบุคคลากรในการแจกคูปอง  จำเป็นที่จะต้องขอความร่วมมือจากรัฐบาล  เช่น  ข้อมูลสถิติทะเบียนประชากรของกระทรวงมหาดไทย  การควบคุมราคาสินค้าของกล่องรับสัญญษณจะต้องอาศัยกระทรวงพาณิชย์   โดยมีแนวคิดที่จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ที่จะช่วยนำไปแจก"น.ส.สุภิญญากล่าว

ด้าน นายพุทธพงศ์  ปุณณกันต์ ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปปัตย์ (ปชป.) ในฐานะกรรมาธิการกล่าวว่า  เรื่องของคูปองนี้มีประชาชนถามหากันมาก  ในแง่การเมืองเชื่อว่านักการเมืองระดับชาติคงต้องการจะนำไปแจกเอง  แต่หากรัฐบาลนำไปแจกเพียงฝ่ายเดียวฝ่ายค้านก็คงไม่ยอม

นอกจากนี้อยากให้ศึกษาตัวเลขให้ดี  เพราะปัจจุบันราคากล่องรับสัญญาณที่วางขายในต่างประเทศราคาเฉลี่ยอยู่ที่เครื่องละ 1,500-2,000บาท หากแจก22ล้านกล่องจะเป็นมูลค่าไม่น้อย  หรือหากรัฐบาลจะทำตัวเป็นซานตาคลอส  แจกให้ฟรีทั้งหมด ส่วนนี้ก็จะไปไล่ภาษีเอากับประชาชนทั่วไปอีก จึงน่าจะเป็นปัญหาวุ่นวายต่อไปในอนาคต

นายมานพ ชูวงศ์ หัวหน้าเทคโนโลยีและโซลูชั่นเซ็นเตอร์ บริษัทโตชิบากล่าวว่า บริษัทมีทีวีดิจิตอลพร้อมวางตลาดอยู่แล้ว  เพียงแต่รายละเอียดบางประการด้านเทคนิคยังไม่ลงตัว  ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้บริษัทวางแผนที่จะจำหน่ายทีวีที่รับได้ทั้งสองระบบคู่ขนานกันไปเนื่องจากเบื้องต้นสัญญาณดิจิตอลยังไม่ครอบคลุมทั้งประเทศ  เพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น

ทั้งนี้จากข้อมูลที่สำรวจเมื่อ ส.ค. ปี 2555 พบว่ายังมีผู้บริโภคที่ใช้โทรทัศน์ระบบอนาล็อคโดยใช้เสาอากาศหนวดกุ้งอยู่ราว 36 % จากจำนวนผู้บริโภคทั้ง หมด 22 ล้านครัวเรือน  ซึ่งผู้บริโภคส่วนนี้จะเปลี่ยนมาใช้ระบบดิจิตอลหลังสุด  เพราะอุปนิสัยการบริโภคเปลี่ยนยาก

อย่างไรก็ตามส่วนของผู้บริโภคที่ใช้โทรทัศน์ที่สามารถเชื่อมกับดาวเทียม  เคเบิ้ล ทีวีได้  ก็เพียงแค่เพิ่กล่องรับสัญญาณเท่านั้น  ก็รับระบบดิจิตอลได้แล้ว  ซึ่งส่วนนี้มีจำนวนมาก หากเปิดให้จำหน่ายกล่องรับสัญญาณเมื่อไหร่แล้วไม่ควบคุมให้ดี  สินค้าราคาถูกจากตลาดจีนจะทะลักเข้ามาจำนวนมาก  ซึ่งราคาถูกและมีความเสี่ยงด้านคุณภาพเสียหาย  ซึ่งตรงนี้ก็จะกลายเป็นปัญหาของขยะอิเล็กทรอนิกส์ด้วย


http://www.posttoday.com/%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AD
%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%9F%E0%B9%8C/200876/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0
%B9%87%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%97-
%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%84%
E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0
%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A5

________________________________

สามารถลุ้น3จี/ทีวีดิจิตอล


สามารถฯ เปิดทิศธุรกิจปี 2556 ลุยไอซีทีโซลูชัน–โมบายมัลติมีเดีย ร่วมทีโอทีทดสอบ 4จี แอลทีอี ตั้งเป้า 3 หมื่นล้าน

นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ปี 2556 จะเป็นปีก้าวกระโดดของกลุ่มบริษัท สามารถฯ โดยตั้งเป้ารายได้โตกว่า 50% หรือ 3 หมื่นล้านบาท และกำไรโต 50% โดยปัจจัยหลักมาจากการลงทุนโครงข่าย 3จี และการเริ่มต้นระบบทีวีดิจิตอลอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่ปี 2555 คาดรายได้ประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงกับปี 2554

การเติบโตของเป้ารายได้ปี 2556 ส่วนหลักมาจากธุรกิจสายไอซีทีโซลูชัน ที่คาดว่าจะมีรายได้ 1.5 หมื่นล้านบาท โดยมีโครงการใหญ่รอประมูลรวมมูลค่า 4 หมื่นล้านบาท รวมถึงโครงการ 3จี ทีโอทีเฟส 2 จำนวน 1.5 หมื่นสถานีฐาน มูลค่าโครงการกว่า 3 หมื่นล้านบาท ที่จะประมูลประมาณเดือน เม.ย.นี้ ยังมีโครงการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กรมสรรพากร และกรุงเทพมหานคร ส่วนโครงการ 3จี ทีโอทีเฟสแรก คาดจะครบ 4,000 สถานีฐาน เดือน ก.พ.นี้ และเสร็จสมบูรณ์เดือน พ.ค.

“นอกจากให้บริการ 3จี แล้ว ปลายเดือน ม.ค.นี้ สามารถฯ จะร่วมกับทีโอทีเปิดทดลองให้บริการ 4จี แอลทีอี บนคลื่นความถี่ 2.3 กิกะเฮิรตซ์ 200 สถานีฐานในเขตกรุงเทพฯด้วย” นายวัฒน์ชัย กล่าว

ขณะที่ธุรกิจโมบายมัลติมีเดีย คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นผู้ให้บริการเอ็มวีเอ็นโอ คาดว่าจะลงนามสัญญาระยะยาว 12 ปี ในเดือน ก.พ.นี้ ภายใต้แบรนด์ ไอ-โมบาย 3จี เอ็กซ์ โดยโครงข่ายคาดว่าจะมีความจุ 7.2 ล้านเลขหมาย ซึ่ง ไอ-โมบาย จะขอทำตลาด 2.8 ล้านเลขหมาย คิดเป็น 40% ของโครงข่าย ตั้งเป้าลูกค้าปีนี้ 1.2 ล้านราย โดยเน้นลูกค้าเฉพาะกลุ่ม เช่น กลุ่มผู้ใช้ ไอ-โมบาย และตลาดลูกค้าองค์กร จากเดิมมีลูกค้ากว่า 2 แสนราย เนื่องจากไม่ได้ทำตลาดเลย เพราะติดเรื่องโครงข่ายที่ยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ

สำหรับธุรกิจเครื่อง จะขายเครื่องโทรศัพท์มือถือ 3.2 ล้านเครื่อง เน้นสมาร์ตโฟน 2.2 ล้านเครื่อง ในซีรีส์ไอคิว ที่ทยอยออกวางตลาดอย่างต่อเนื่องทดแทนฟีเจอร์โฟน เพื่อเพิ่มรายได้ให้มากขึ้นจากค่าเฉลี่ยต่อเครื่องที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ ปี 2556 ในสายธุรกิจทีวีดิจิตอล ซึ่งอยู่ระหว่างเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี กลุ่มบริษัท สามารถฯ ภายใต้บริษัท สามารถ ดิจิตอล ทีวี ตั้งเป้าขอใบอนุญาตให้บริการด้านโครงข่ายทีวีดิจิตอลจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ลงทุน 800–1,000 ล้านบาท หากมีช่องทีวีเปิดให้บริการครบ 48 ช่อง จะคุ้มทุนใน 2-3 ปี และจะเป็น|ผู้จำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอล 2 รุ่น สำหรับทีวีแบบปกติราคากว่า 1,000 บาท และกล่องสำหรับสมาร์ตทีวี ประมาณ 2,000 บาท หากได้รับอนุญาตจาก กสทช. จะนำเข้ามาเบื้องต้น 1 ล้านกล่อง

ขณะที่ธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องอื่น เช่น คอนแทกต์เซ็นเตอร์ คาดรายได้ 2,400 ล้านบาท


http://www.posttoday.com/%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0
%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%9F%E0%B9%8C/200772/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A
1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%993%E0%B8%88%
E0%B8%B5-
%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B4%E
0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A5


ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.