Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

24 มกราคม 2556 ข่าวค่ำ cybercityclub ไอที 2 ข่าวเด่น ประจำวันที่ 24/01/ 2556 By So Magawn ( โส มกร )

ข่าวค่ำ cybercityclub ไอที 2 ข่าวเด่น ประจำวันที่ 24/01/ 2556 By So Magawn ( โส มกร )

1... (เริ่มยังกังวน) กรณี การแจก set top box 22 ล้านเครื่อง (หวั่นขยะ สินค้าคุณภาพต่ำทะละ)/กสทช.ยังไม่ได้ขอยุติ/สามารถเตรียมขายกล่องแล้ว
2... โหมโรงงาน “คิด ก่อน คลิก” รู้เท่าทันมหันตภัยปลายนิ้ว Terminal 21 ++ เชื่อปีนี้รัฐจะเสียเป็น3เท่าจาก 680,000 ล้านบาท

โหมโรงงาน “คิด ก่อน คลิก” รู้เท่าทันมหันตภัยปลายนิ้ว Terminal 21 ++ เชื่อปีนี้รัฐจะเสียเป็น3เท่าจาก 680,000 ล้านบาท

ประเด็นหลัก

“เรามีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงหรือ 3G ที่หนักไปทางด้านข้อมูล เพราะเดี๋ยวนี้คนก็มักจะส่งข้อมูลผ่านทางออนไลน์ต่างๆ ทั้งแชท ทั้งเฟซบุ๊ก หรือไลน์ ซึ่งเมื่อเราให้ใบอนุญาต 3G ไปแล้ว เราคาดการณ์ว่าประชาชนจะต้องใช้บริการโทรศัพท์มือถือเพิ่มมากขึ้น แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนมันช่วยเรื่องการทำงานต่างๆ

โดยทาง กสทช. เราจะเน้นการดูแลเรื่องของการใช้อินเทอร์เน็ตไร้สายบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆ ที่เราเรียกว่า มหันตภัยไร้สาย และจะเน้นเรื่องการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิคส์ เมื่อเป็นการใช้งานเรื่องคลื่นความถี่เราต้องเข้ามาดู”

นางสาวสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีมูลค่าความเสียหายในด้านอิเล็กทรอนิกส์ อยู่เฉลี่ยปีละ 713 ล้านล้านบาท

ส่วนในภาครัฐ มีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 680,000 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นมูลค่าความเสียหายมหาศาล โดยในอนาคต 3จี จะถูกนำมาใช้ในทุกเครือข่ายอย่างสมบูรณ์แบบในเดือนเมษายน 2556 ก็คาดว่าจะมียอดการสูญเสียจากการถูกโจรกรรมบนโลกไซเบอร์สูงเพิ่มขึ้นอีก 3 เท่า”

กสทช. จึงต้องรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ถึงอันตรายจากโลกออนไลน์ให้กับทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมถึงประชาชนได้หันมาให้ความสำคัญในเรื่องนี้

นอกจากนี้ยังได้จัดนิทรรศการ คิด ก่อน คลิก cybersecurity มหันตภัยปลายนิ้ว ในระหว่างวันที่ 25-27 มกราคมนี้ ที่ Terminal 21 เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้สัมผัสภัยร้ายไร้สายนี้ด้วยตัวเองผ่านกิจกรรมสนุกๆ ที่ได้จำลองสถานการณ์เสมือนจริง

กิจกรรมเพื่อผู้บริโภคจาก กสทช. จะเริ่มจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม โดยในวันแรกจะเป็นการจัดสัมมนา “National Cyber security Awareness Day” ก้าวสู้สังคมไร้สายอย่างปลอดภัย ณ โรงแรม Intercontinental Bangkok โดยมีตัวแทนผู้เชี่ยวชาญทั้งจากภาครัฐและเอกชนมารวมตัวกันทั้ง น.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, สุทธิชัย หยุ่น, พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ, ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และในวันที่ 25-27 มกราคม จะเป็นการจัดนิทรรศการ “คิดก่อนคลิก Cyber security มหันตภัยปลายนิ้ว” ณ Terminal 21 ที่มีการจำลองสถานการณ์ให้สัมผัสได้โดยตรง ทั้งการขโมยข้อมูล การ Phising คืออะไร ภัยจากการใช้โซเชียล มีเดีย

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/it/20130124/487244/%A1%CA%B7%AA.%E0%B5%D7%CD%B9%
C0%D1%C2%C3%E9%D2%C2%E1%BD%A7%C1%D7%CD%B6%D7%CD-
%AA%D5%E9%C1%D9%C5%A4%E8%D2%E0%CA%D5%C2%CB%D2%C2%BE%D8%E8%A7-713-
%C5%E9%D2%B9%C5%E9%D2%B9.html
http://www.manager.co.th/CelebOnline/ViewNews.aspx?NewsID=9560000009900&Keyword=3g

__________________________________

24 มกราคม 2556 (เริ่มยังกังวน) กรณี การแจก set top box 22 ล้านเครื่อง (หวั่นขยะ สินค้าคุณภาพต่ำทะละ)/กสทช.ยังไม่ได้ขอยุติ/สามารถเตรียมขายกล่องแล้ว

ประเด็นหลัก

โตชิบา

ภาครัฐบาลควรจะนำโครงการดังกล่าวกลับมาทบทวนรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ไม่ต้องรีบร้อนดำเนินการ เพราะในอดีตก็เคยมีปัญหามาแล้วในช่วงหลังน้ำท่วมที่ภาครัฐแจกคูปองมูลค่า 2,000 บาทให้ประชาชนนำไปซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งปัญหาตามมามากมายในรายละเอียด และเป็นโครงการที่ไม่ได้เตรียมพร้อมมาอย่างดี

การทำเช่นนั้นกลับเป็นการทำประชานิยมอย่างชัดเจน โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่มากมายที่จะตามมาภายหลัง โดยปัญหาของเครื่องรับโทรทัศน์ระบบแอนะล็อกเดิมที่มีเป็นจำนวนมาก ที่ยังอยู่ในท้องตลาดที่ยังสามารถใช้การได้ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ แต่ต้องถูกนำมาทิ้งเพราะผู้บริโภคจะหันไปซื้อทีวีดิจิตอลรุ่นใหม่หมด จะกลายเป็นปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งผลกระทบตามมาอีก

ทั้งนี้จากข้อมูลที่สำรวจเมื่อ ส.ค. ปี 2555 พบว่ายังมีผู้บริโภคที่ใช้โทรทัศน์ระบบอนาล็อคโดยใช้เสาอากาศหนวดกุ้งอยู่ราว 36 % จากจำนวนผู้บริโภคทั้ง หมด 22 ล้านครัวเรือน ซึ่งผู้บริโภคส่วนนี้จะเปลี่ยนมาใช้ระบบดิจิตอลหลังสุด เพราะอุปนิสัยการบริโภคเปลี่ยนยาก

อย่างไรก็ตามส่วนของผู้บริโภคที่ใช้โทรทัศน์ที่สามารถเชื่อมกับดาวเทียม เคเบิ้ล ทีวีได้ ก็เพียงแค่เพิ่กล่องรับสัญญาณเท่านั้น ก็รับระบบดิจิตอลได้แล้ว ซึ่งส่วนนี้มีจำนวนมาก หากเปิดให้จำหน่ายกล่องรับสัญญาณเมื่อไหร่แล้วไม่ควบคุมให้ดี สินค้าราคาถูกจากตลาดจีนจะทะลักเข้ามาจำนวนมาก ซึ่งราคาถูกและมีความเสี่ยงด้านคุณภาพเสียหาย ซึ่งตรงนี้ก็จะกลายเป็นปัญหาของขยะอิเล็กทรอนิกส์ด้วย

สามารถ

กลุ่มบริษัท สามารถฯ ภายใต้บริษัท สามารถ ดิจิตอล ทีวี ตั้งเป้าขอใบอนุญาตให้บริการด้านโครงข่ายทีวีดิจิตอลจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ลงทุน 800–1,000 ล้านบาท หากมีช่องทีวีเปิดให้บริการครบ 48 ช่อง จะคุ้มทุนใน 2-3 ปี และจะเป็น|ผู้จำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอล 2 รุ่น สำหรับทีวีแบบปกติราคากว่า 1,000 บาท และกล่องสำหรับสมาร์ตทีวี ประมาณ 2,000 บาท หากได้รับอนุญาตจาก กสทช. จะนำเข้ามาเบื้องต้น 1 ล้านกล่อง

กสทช

น.ส.สุภิญญา ชี้แจงว่า ขณะนี้วิธีการแจกยังไม่เป็นที่ยุติ โดย กสทช. ใช้หลักคิดว่าน่าจะนำเงินจากการประมูลคลื่นความถี่ดิจิตอลส่วนหนึ่งมาสนับสนุนให้ประชาชนได้เข้าถึงระบบโทรทัศน์ดิจิตอลในราคาถูก แต่ยังต้องรอหารือกับคณะกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อตามที่กฎหมายกำหนดก่อน และยังไม่รู้ตัวเลขมูลค่าของคูปองจนกว่ารายละเอียดและมูลค่าการประมูลจะมีข้อยุติ

อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีการแจกคูปองราว 50% ของผู้บริโภคเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านจากระบบทีวีอนาล็อคไปสู่ดิจิตอล ซึ่ง กสทช.จะควบคุมด้านนโยบาย โดยดูแลเรื่องมาตรฐานคุณภาพขั้นต่ำของกล่องรับสัญญาณดังกล่าว โดยลักษณะคูปองจะแจกเพื่อเป็นส่วนลด ขณะที่ในส่วนของยี่ห้อของกล่องรับสัญญาณนั้นจะเปิดกว้างให้ประชาชนเลือกซื้อเอง เพื่อไม่ให้มีการล็อกสเปกหรือผูกขาดการแข่งขัน โดย กสทช.จะควบคุมด้านคุณภาพด้วยการให้สติ๊กเกอร์แก่ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐานด้านเทคนิคเท่านั้น

"กสทช. ไม่มีเครื่องมือ ตัวเลขและบุคคลากรในการแจกคูปองจำเป็นที่จะต้องขอความร่วมมือจากรัฐบาล เช่น ข้อมูลสถิติทะเบียนประชากรของกระทรวงมหาดไทย การควบคุมราคาสินค้าของกล่องรับสัญญษณจะต้องอาศัยกระทรวงพาณิชย์ โดยมีแนวคิดที่จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ที่จะช่วยนำไปแจก"น.ส.สุภิญญากล่าว

http://www.manager.co.th/iBizchannel/viewNews.aspx?NewsID=9560000009400

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.