Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

25 มกราคม 2556 ขุมทรัพย์เติมเงิน!! จับตาระบบเติมเงิน 3G บางจังหวัดได้เล่น3Gครั้งแรก (บริหารลูกค้าหลายกลุ่ม)


ประเด็นหลัก





 การใช้งานบริการข้อมูลโดยส่วนใหญ่เกิดจากการใช้งานของลูกค้าประเภทรายเดือน (Post-paid) ซึ่งปัจจุบันยังมีอยู่เพียง 11% ของเลขหมายทั้งหมดและกระจุกตัวอยู่ในเขตเมือง ในขณะที่อีก 89% หรือกว่า 70 ล้านเลขหมายนั้น เป็นลูกค้าประเภทเติมเงิน (Pre-paid) ซึ่งกระจายอยู่ทั่วทุกจังหวัด มีลักษณะการใช้งานที่น้อยกว่าลูกค้า Post-paid ถึงเกือบ 4 เท่า (ประมาณ 162 บาท/ราย/เดือน) และโดยส่วนใหญ่ยังคงเป็นการใช้งานในรูปของบริการเสียงเป็นหลัก ทำให้การลงทุนในโครงข่าย 3G ด้วยจำนวนเงินที่สูงเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่การให้บริการทั่วประเทศอาจไม่สามารถสร้างผลตอบแทนการใช้งานบริการข้อมูลให้แก่ผู้ประกอบการได้เท่าที่ควร หากไม่สามารถหาทางกระตุ้นให้ตลาด Pre-paid หันมาใช้งานบริการข้อมูลได้มากกว่านี้

....แต่แนวโน้มการเติบโตของ Smart Phone ราคาย่อมเยาจะกระตุ้นให้เกิดการใช้งานบริการข้อมูลที่เพิ่มขึ้น ในกลุ่มลูกค้า Pre-paid ที่จะเป็นทั้งโอกาสและความจำเป็นให้ผู้ประกอบการเข้ามาแย่งชิงตลาดเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนผู้ใช้งานโทรศัพท์ Smart Phone ประมาณ 10.4 ล้านเครื่องหรือคิดเป็น 13% ของจำนวนผู้ใช้งานทั้งหมด และมีแนวโน้มว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 3 เท่าตัว ภายในปี 2016 โดยมีปัจจัยผลักดันคือ Smart Phone ราคาถูกที่มีราคาต่ำกว่า 3,000 บาท (ประมาณ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ) ที่จะเข้ามาทำตลาดมากขึ้น ทำให้กลุ่มลูกค้าประเภทเติมเงินที่โดยส่วนใหญ่มีกำลังซื้อไม่สูงมากจะสามารถจัดหา Smart Phone มาใช้งานได้เพิ่มมากขึ้น ทำให้ตลาดบริการข้อมูลในกลุ่มลูกค้า Pre-paid กลายเป็นทั้งโอกาสและความจำเป็นที่ผู้ประกอบการแต่ละรายต้องเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดและกระตุ้นให้เกิดการใช้งานบริการข้อมูล เพื่อให้คุ้มค่าการลงทุนระบบโครงข่าย 3G ทั่วประเทศ และชดเชยการใช้บริการเสียงที่มีแนวโน้มลดลงดังที่ได้เกิดขึ้นในทั่วโลก

ผู้ประกอบการจะต้องใช้กลยุทธ์หางยาว (Long tail) กำหนดรูปแบบแพ็กเกจการให้บริการที่หลากหลายเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม รวมถึงเน้นส่งเสริมการขายเพื่อจับตลาดลูกค้า Pre-paid ซึ่งส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายและอาจไม่เคยใช้ Mobile Internet มาก่อน กลุ่มลูกค้า Pre-paid เป็นตลาดใหญ่ที่มีพฤติกรรมผู้บริโภคหลากหลาย แต่จะมีจุดร่วมกันบางประเด็นคือ มีกำลังซื้อไม่สูงมากจึงให้ความสำคัญกับราคาค่าใช้จ่ายด้วยการใช้งานตามความจำเป็น และควบคุมให้อยู่ในขอบเขตของกำลังจ่าย ประกอบกับผู้บริโภคส่วนใหญ่โดยเฉพาะในต่างจังหวัดอาจไม่เคยใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือเนื่องจากโครงข่ายเดิมยังไม่มีความพร้อมในการให้บริการ   ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์หางยาว (Long tail) กำหนดรูปแบบแพ็กเกจการให้บริการที่หลากหลายเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม และกระตุ้นให้เกิดการใช้งานบริการข้อมูล เช่น การทำ Segmentation เพื่อให้เกิดราคาที่หลากหลายสำหรับผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อแตกต่างกัน  หรือการคิดค้นแพ็กเกจบริการควบรวมต่างๆ (Bundling) ที่จะทำให้ราคาถูกลง เช่น แพ็กเกจแบบครอบครัว (Family Plan) และแพ็กเกจรองรับการใช้ข้อมูลผ่านอุปกรณ์สื่อสารทุกรูปแบบ (Multi Device Service) เพื่อส่งเสริมการขาย นอกจากนี้ อาจออกแบบแพ็กเกจที่ให้ตัวเลือกแก่ผู้บริโภคตามความต้องการ อาทิ การจับคู่บริการ Social Media และการใช้งาน web browsing รวมถึงสามารถซื้อบริการเพิ่มเติม โดยสามารถใช้อุปกรณ์โทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องแสดงมาตรวัดสถานะการใช้งานเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายได้ด้วยตัวเอง

นอกจากนั้นผู้ประกอบการยังจำเป็นต้องมีระบบจัดการหลังบ้านที่ดี (Back Office) เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลายและปริมาณข้อมูลที่จะเพิ่มสูงขึ้นอีกหลายเท่าตัว ระบบจัดการหลังบ้านที่ดี (Back Office) ซึ่งประกอบด้วยโครงข่ายที่ทันสมัย (Smart Network) โปรแกรมประยุกต์ที่เหมาะสมกับการให้บริการด้านข้อมูล (Smart Application) และการบริหารจัดการระบบข้อมูลที่ดี (Smart Data Management) จะกลายเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการใช้งานที่หลากหลายและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น  ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อเป็นการบริหารจัดการข้อมูลปริมาณมหาศาลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  อาจจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยี QOS (Quality of Service) เพื่อเข้ามาจัดลำดับความสำคัญในการให้บริการข้อมูลที่มีความสำคัญหรือกลุ่มลูกค้าที่สามารถเลือกจ่ายสูงกว่าเพื่อคุณภาพบริการที่ดีขึ้นก่อน ซึ่งทั้งหมดจะช่วยสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้ในทุกกลุ่มการใช้งาน
Implication

   
\

















______________________________________



3G Pre-paid แหล่งขุมทรัพย์ที่ผู้ประกอบการควรต้องหันมาจับตามอง



ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ บมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ  SCB EIC ออกบทวิเคราะห์ "3G Pre-paid แหล่งขุมทรัพย์ที่ผู้ประกอบการควรต้องหันมาจับตามอง" ระบุว่า

การลงทุนในโครงข่าย 3G ด้วยเม็ดเงินที่สูงเพื่อครอบคลุมการให้บริการทั่วประเทศ เป็นแรงกดดันให้ผู้ประกอบการต้องสร้างรายได้จากการบริการที่เพิ่มมากขึ้น โดยมีตลาดบริการข้อมูลในกลุ่มลูกค้าประเภทเติมเงิน (Pre-paid) เป็นตลาดใหม่ขนาดใหญ่ที่น่าจับตามอง ผู้ประกอบการควรหาโอกาสทำตลาดด้วยการส่งเสริมการขายและมีระบบจัดการหลังบ้าน (Back Office) ที่พร้อมให้บริการตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีความหลากหลายสูงแต่มีกำลังจ่ายที่ค่อนข้างน้อย

การลงทุนในโครงข่าย 3G ด้วยเม็ดเงินมหาศาลเพื่อรองรับการใช้บริการข้อมูลอาจไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงมากนักในสภาวะที่ตลาดส่วนใหญ่ยังเป็นกลุ่มลูกค้า Pre-paid ที่เน้นการใช้งานบริการเสียงเป็นหลัก หลังจากการประมูลใบอนุญาตให้บริการ 3G คลื่นความถี่ 2100 MHz เสร็จสิ้นไปตั้งแต่ปลายปี 2012 ผู้ประกอบการที่ชนะการประมูลทั้งสามรายต่างเร่งลงทุนในโครงข่ายฯ โดยหวังเปิดให้บริการได้ทันก่อนไตรมาส 3 ปี 2013 ซึ่งคาดการณ์ว่าต้องใช้เม็ดเงินลงทุนรวมทุกรายไม่ต่ำกว่า 1.2 แสนล้านบาทตลอดระยะเวลา 3 ปี เพื่อหวังรองรับการให้บริการแทนโครงข่าย 2G เดิมที่อยู่ในรูปแบบสัมปทาน  และรองรับการใช้งานบริการข้อมูลที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการกว่า 22% ของรายได้ที่เกิดจากการให้บริการ  อย่างไรก็ตาม การใช้งานบริการข้อมูลโดยส่วนใหญ่เกิดจากการใช้งานของลูกค้าประเภทรายเดือน (Post-paid) ซึ่งปัจจุบันยังมีอยู่เพียง 11% ของเลขหมายทั้งหมดและกระจุกตัวอยู่ในเขตเมือง ในขณะที่อีก 89% หรือกว่า 70 ล้านเลขหมายนั้น เป็นลูกค้าประเภทเติมเงิน (Pre-paid) ซึ่งกระจายอยู่ทั่วทุกจังหวัด มีลักษณะการใช้งานที่น้อยกว่าลูกค้า Post-paid ถึงเกือบ 4 เท่า (ประมาณ 162 บาท/ราย/เดือน) และโดยส่วนใหญ่ยังคงเป็นการใช้งานในรูปของบริการเสียงเป็นหลัก ทำให้การลงทุนในโครงข่าย 3G ด้วยจำนวนเงินที่สูงเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่การให้บริการทั่วประเทศอาจไม่สามารถสร้างผลตอบแทนการใช้งานบริการข้อมูลให้แก่ผู้ประกอบการได้เท่าที่ควร หากไม่สามารถหาทางกระตุ้นให้ตลาด Pre-paid หันมาใช้งานบริการข้อมูลได้มากกว่านี้

....แต่แนวโน้มการเติบโตของ Smart Phone ราคาย่อมเยาจะกระตุ้นให้เกิดการใช้งานบริการข้อมูลที่เพิ่มขึ้น ในกลุ่มลูกค้า Pre-paid ที่จะเป็นทั้งโอกาสและความจำเป็นให้ผู้ประกอบการเข้ามาแย่งชิงตลาดเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนผู้ใช้งานโทรศัพท์ Smart Phone ประมาณ 10.4 ล้านเครื่องหรือคิดเป็น 13% ของจำนวนผู้ใช้งานทั้งหมด และมีแนวโน้มว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 3 เท่าตัว ภายในปี 2016 โดยมีปัจจัยผลักดันคือ Smart Phone ราคาถูกที่มีราคาต่ำกว่า 3,000 บาท (ประมาณ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ) ที่จะเข้ามาทำตลาดมากขึ้น ทำให้กลุ่มลูกค้าประเภทเติมเงินที่โดยส่วนใหญ่มีกำลังซื้อไม่สูงมากจะสามารถจัดหา Smart Phone มาใช้งานได้เพิ่มมากขึ้น ทำให้ตลาดบริการข้อมูลในกลุ่มลูกค้า Pre-paid กลายเป็นทั้งโอกาสและความจำเป็นที่ผู้ประกอบการแต่ละรายต้องเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดและกระตุ้นให้เกิดการใช้งานบริการข้อมูล เพื่อให้คุ้มค่าการลงทุนระบบโครงข่าย 3G ทั่วประเทศ และชดเชยการใช้บริการเสียงที่มีแนวโน้มลดลงดังที่ได้เกิดขึ้นในทั่วโลก

ผู้ประกอบการจะต้องใช้กลยุทธ์หางยาว (Long tail) กำหนดรูปแบบแพ็กเกจการให้บริการที่หลากหลายเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม รวมถึงเน้นส่งเสริมการขายเพื่อจับตลาดลูกค้า Pre-paid ซึ่งส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายและอาจไม่เคยใช้ Mobile Internet มาก่อน กลุ่มลูกค้า Pre-paid เป็นตลาดใหญ่ที่มีพฤติกรรมผู้บริโภคหลากหลาย แต่จะมีจุดร่วมกันบางประเด็นคือ มีกำลังซื้อไม่สูงมากจึงให้ความสำคัญกับราคาค่าใช้จ่ายด้วยการใช้งานตามความจำเป็น และควบคุมให้อยู่ในขอบเขตของกำลังจ่าย ประกอบกับผู้บริโภคส่วนใหญ่โดยเฉพาะในต่างจังหวัดอาจไม่เคยใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือเนื่องจากโครงข่ายเดิมยังไม่มีความพร้อมในการให้บริการ   ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์หางยาว (Long tail) กำหนดรูปแบบแพ็กเกจการให้บริการที่หลากหลายเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม และกระตุ้นให้เกิดการใช้งานบริการข้อมูล เช่น การทำ Segmentation เพื่อให้เกิดราคาที่หลากหลายสำหรับผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อแตกต่างกัน  หรือการคิดค้นแพ็กเกจบริการควบรวมต่างๆ (Bundling) ที่จะทำให้ราคาถูกลง เช่น แพ็กเกจแบบครอบครัว (Family Plan) และแพ็กเกจรองรับการใช้ข้อมูลผ่านอุปกรณ์สื่อสารทุกรูปแบบ (Multi Device Service) เพื่อส่งเสริมการขาย นอกจากนี้ อาจออกแบบแพ็กเกจที่ให้ตัวเลือกแก่ผู้บริโภคตามความต้องการ อาทิ การจับคู่บริการ Social Media และการใช้งาน web browsing รวมถึงสามารถซื้อบริการเพิ่มเติม โดยสามารถใช้อุปกรณ์โทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องแสดงมาตรวัดสถานะการใช้งานเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายได้ด้วยตัวเอง

นอกจากนั้นผู้ประกอบการยังจำเป็นต้องมีระบบจัดการหลังบ้านที่ดี (Back Office) เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลายและปริมาณข้อมูลที่จะเพิ่มสูงขึ้นอีกหลายเท่าตัว ระบบจัดการหลังบ้านที่ดี (Back Office) ซึ่งประกอบด้วยโครงข่ายที่ทันสมัย (Smart Network) โปรแกรมประยุกต์ที่เหมาะสมกับการให้บริการด้านข้อมูล (Smart Application) และการบริหารจัดการระบบข้อมูลที่ดี (Smart Data Management) จะกลายเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการใช้งานที่หลากหลายและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น  ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อเป็นการบริหารจัดการข้อมูลปริมาณมหาศาลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  อาจจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยี QOS (Quality of Service) เพื่อเข้ามาจัดลำดับความสำคัญในการให้บริการข้อมูลที่มีความสำคัญหรือกลุ่มลูกค้าที่สามารถเลือกจ่ายสูงกว่าเพื่อคุณภาพบริการที่ดีขึ้นก่อน ซึ่งทั้งหมดจะช่วยสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้ในทุกกลุ่มการใช้งาน
Implication

   

ผู้ประกอบการควรต้องพึงระวังปัญหาความหนาแน่นของข้อมูล ผู้ประกอบการต้องจัดความสมดุลระหว่างรายได้จากการให้บริการข้อมูลที่เพิ่มขึ้นกับปัญหาความหนาแน่นของการใช้งานบริการข้อมูลที่จะตามมาซึ่งจะเป็นปัญหาต่อคุณภาพการให้บริการ โดยผู้ประกอบการต้องจัดการระบบหลังบ้านให้เหมาะสมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยต่างๆ
   
มีแนวโน้มการแข่งขันที่สูงขึ้นในการให้บริการด้านข้อมูลในต่างจังหวัด   โดย AIS มีความได้เปรียบด้านฐานลูกค้า Pre-paid ที่มีมากที่สุด เหมาะกับการนำ
กลยุทธ์ Long tail มาปรับใช้ในการทำตลาดจากข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีมากกว่าคู่แข่ง ในขณะเดียวกัน TRUE มีความได้เปรียบด้านโครงข่าย 3G ที่ปัจจุบันครอบคลุมทุกอำเภอใน 77 จังหวัดแล้ว ส่วน DTAC ที่ยังมีอายุสัญญาสัมปทานในโครงข่าย 2G เดิมในระยะเวลานานกว่าคู่แข่ง ทำให้อาจยังไม่จำเป็นต้องเร่งลงทุนโครงข่าย 3G ให้ครบทุกจังหวัด  แต่ในที่สุดก็จะถูกแรงกดดันให้เปลี่ยนกลยุทธ์เข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดนี้เช่นกัน ดังนั้นผู้ประกอบการรายใดที่สามารถคิดค้นบริการและแพ็กเกจเพื่อรองรับตลาด Pre-paid ดังกล่าวได้ก่อนจะมีโอกาสครอบครองส่วนแบ่งการตลาดที่สำคัญนี้ไปได้ ทำให้ภาพรวมการแข่งขันในการให้บริการด้านข้อมูลโดยเฉพาะตลาดในต่างจังหวัดในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2013 จะมีแนวโน้มแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น
   
เป็นโอกาสสำหรับกลุ่มธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องในการเจาะตลาดกลุ่มผู้ใช้โทรศัพท์ระบบ Pre-paid ที่มีขนาดใหญ่ ผู้พัฒนาซอฟท์แวร์และแอพพลิเคชั่น ผู้ขายสินค้าออนไลน์ และดิจิตอลมาร์เกตติ้ง เป็นต้น จะต้องเร่งเตรียมความพร้อมในการคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือช่องทางการค้าในรูปแบบต่างๆ ให้สอดคล้องกับการใช้งานบริการข้อมูลของลูกค้า Pre-paid ผ่านระบบ 3G ที่จะเพิ่มสูงขึ้น
   
เมื่อรูปแบบการตลาดและการส่งเสริมการขายมีมากขึ้น ผู้บริโภคจะต้องใช้ความระมัดระวังในการตัดสินใจ จากแนวโน้มการเข้ามาจับตลาด Pre-paid ของผู้ประกอบการโดยการใช้กลยุทธ์ทางด้านราคาและวิธีการส่งเสริมการขายต่างๆ ผู้บริโภคจะต้องศึกษาและเลือกรูปแบบแพ็กเกจให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้งานโดยสอดคล้องกับราคาที่สามารถจ่ายได้

http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=165371:3g-pre-paid-&catid=176:2009-06-25-09-26-02&Itemid=524

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.