Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

25 มกราคม 2556 (เกาะติดประมูลDigital TV)ปีนี้ AIS ทำกลยุทธเหมือน TRUE !! ยอดฐานลูกค้าโทรศัพท์ ฟัง ชม และ คลิก ตอบรับ Digital TV


ประเด็นหลัก



    อย่างไรก็ตามเมื่อเร็ว ๆ นี้ เอไอเอส ได้แสดงวิสัยทัศน์ปี 2013 โดย นายวิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ เอไอเอส เปิดเผยว่า เอไอเอส พร้อมให้บริการ 3 จี โดยครึ่งปีแรกเครือข่ายจะครอบคลุม 50% ของประชากร และ ครึ่งปีหลังจะครอบคลุม 80% ของประชากร และจะเป็นผู้นำโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 2 จี และ 3 จี ดังนั้นการขยายเครือข่ายพร้อมกับการปรับปรุงคุณภาพการใช้งานที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการทางด้านดาต้า และ ความชัดเจน ในการติดต่อสื่อสาร


    ก่อนหน้านี้สมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร ของ อินทัช ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า บริษัทสนใจร่วมประมูลดิจิตอลทีวี เพราะเป็น Chapter (บท) ใหม่ของประเทศ โดย กสทช. เตรียมเปิดประมูลเพื่อออกใบอนุญาตใหม่ และ อยู่ระหว่างกำหนดช่องทีวีทั้งหมด 50-100 ช่อง และ มีการจัดสรรช่องรายการให้กับหน่วยงานราชการจำหน่ายหนึ่งและช่องเพื่อประกอบธุรกิจการดำเนินงานของดิจิตอลทีวีแผนงานของบริษัทจะเน้นเจาะผู้ชมเป็นกลุ่ม (Viewer segment) เพื่อพิจารณา Marketing Position ของแต่ละช่อง ซึ่งเชื่อว่าจะขายโฆษณาได้ง่ายกว่าและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่า


     ว่ากันว่าการเข้าสู่อุตสาหกรรมทีวีของกลุ่มอินทัชอีกระลอกหนึ่งนั้นก็เพื่อต่อยอดฐานลูกค้าโทรศัพท์เคลื่อนที่จำนวน 36 ล้านราย เพราะอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่และทีวี เข้าสู่ยุคหลอมรวมอย่างแท้จริง เพราะทุกอย่างสามารถฟัง ชม และ คลิก ผ่านมือถือได้ภายในเครื่องเดียว


    เพราะอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ ทีวี ได้เข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านจากระบบสัมปทานเข้าสู่ใบอนุญาตอย่างแท้จริง และ นั้นคือเป้าหมายที่ อินทัช ได้ก้าวเข้าสู่บริบทใหม่เพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น





















______________________________________



7 ปี 'เทมาเสก'ในชินคอร์ป



ถ้าเอาวันที่ 23 มกราคม 2549 เป็นตัวตั้งลบด้วยวันที่ 23 มกราคม 2556 ถึงวันนี้ครบ 7 ปี ที่ครอบครัวชินวัตร และ ดามาพงศ์ ขายหุ้นจำนวน 49% คิดเป็นเงินราว 7.3 หมื่นล้านบาท ให้กับกองทุนเทมาเสก โฮลดิ้งส์ จากประเทศสิงคโปร์ เข้ามาถือหุ้นในบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ อินทัช

    เป็น 7 ปี ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตผู้ก่อตั้งกลุ่มชินคอร์ป และ อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องลี้ภัยทางการเมืองอันเนื่องมาจากพิษการขายหุ้นในครั้งนั้น (หมายเหตุ: 19 กันยายน 2549 พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผู้บัญชาการทหารบก ทำการรัฐประหาร)


    หากแต่ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา กองทุนเทมาเสก โฮลดิ้งส์ เข้ามาถือหุ้นใน บมจ.ชิน คอร์ป โดนมรสุมรุมเร้ากับกรณีการเข้ามาถือหุ้นที่สลับซับซ้อน พลันที่ "สมประสงค์ บุญยะชัย" ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ชินคอร์ป หลังได้รับการโปรโมตให้นั่งตำแหน่งสูงสุดในองค์กรได้ประกาศนโยบายชัดเจนให้ บมจ.ชินคอร์ป ปลอดทางการเมือง


     สุดท้ายเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2555 ตัดสินใจรีแบรนด์เปลี่ยนโลโกพร้อมชื่อใหม่เป็น INTOUCH ส่วนชื่อที่จดในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็น INTUCH (ไม่มีO เพื่อให้ไม่เกิน 6 ตัวอักษร เพื่อจดจำง่ายและเมื่อมีการซื้อขายวอร์แรนต์เติม w- ก็จะครบ 8 ตัวอักษรตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ)


++ 7 ปีปันผล 7.2 หมื่นล้าน


    ในรอบ 7 ปีที่ เทมาเสก ถือหุ้นชิน ได้รับเงินปันผลไปแล้ว 7.2 หมื่นล้านบาท  ขณะที่ยังมีหุ้นชินคอร์ปที่เหลือในมือที่ถือโดยแอสเพน โฮลดิ้ง และที่เหลือในซีดาร์ รวมอีก 54.92% คิดเป็นมูลค่าหุ้นเวลานี้ อีก 1.53 แสนล้านบาท


    วันที่ 10 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา  บริษัท ซีดาร์ โฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งมีกองทุนเทมาเสก โฮลดิ้งส์ จากประเทศสิงคโปร์เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ได้ตัดขายหุ้นใน "อินทัช" หรือ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  จำนวน 330 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน  10.3% ของหุ้นทั้งหมดของบริษัท   คิดเป็นเงินประมาณ 2 หมื่นล้านบาท            


    การขายหุ้นในครั้งนี้ อินทัช  แจ้งว่าได้ขายให้กับนักลงทุนไทยประมาณ 20% และ บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด  โดยล่าสุด  ซีดาร์ โฮลดิ้งส์ ยังมีหุ้นใน "อินทัช" อีกจำนวน 428,049,932 หุ้น หรือประมาณ 13.3%


โดยในรายกุหลาบแก้วมีนายสุรินทร์ อุปพัทธกุล นักธุรกิจไทยในมาเลเซีย เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์สอบแล้วชี้ว่า เป็นการถือแทนแฟร์มองท์ อินเวสเมนท์ กรุ๊ป ซึ่งเป็น"ต่างด้าว"  จึงทำให้ซีดาร์ โฮลดิ้งส์ มีสถานะเป็น"ต่างด้าว" และต่อเนื่องถึงบมจ.ชินดังกล่าว


    การตัดขายหุ้นจำนวน 330 ล้านหุ้น มูลค่า  2 หมื่นล้านบาท เมื่อวันที่ 10 มกราคมนี้ เป็นการลดสัดส่วนของซีดาร์ในบมจ.ชิน เป็นระลอกที่ 3 แล้ว โดยครั้งแรกขาย 253.5 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2554 ถัดมา 200 ล้านหุ้น  เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2555  รวม 3 ครั้ง ซีดาร์ ลดการถือหุ้นบมจ.ชินจาก 1,218 ล้านหุ้นเศษ  เมื่อคราวเข้ามาซื้อหุ้นจากครอบครัวชินวัตร ล่าสุดเหลือ 428 ล้านหุ้น คิดเป็น 13.3%
    เมื่อพลิกดูสินทรัพย์ของกลุ่มอินทัช ในรายงานประจำปี 2554 พบว่าตั้งแต่ปี 2552 ปรากฏว่ามีสินทรัพย์ 61,467 ล้านบาท ปี 2553 อยู่ที่ 47,173 ล้านบาท และปี 2554 อยู่ที่ 55,527 ล้านบาท


++รุกมือถือ 3 จี


    ธุรกิจเรือธงของกลุ่มชินคอร์ป ยังเป็นธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ เนื่องจาก บริษัท แอดวานซ์  อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับหนึ่งมีจำนวนฐานลูกค้าทั้งสิ้น 36 ล้านราย ซึ่งบริษัทลูก คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ AWN ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. (คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) เพื่อให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จีในย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์เป็นระยะเวลา 15 ปี


    อย่างไรก็ตามเมื่อเร็ว ๆ นี้ เอไอเอส ได้แสดงวิสัยทัศน์ปี 2013 โดย นายวิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ เอไอเอส เปิดเผยว่า เอไอเอส พร้อมให้บริการ 3 จี โดยครึ่งปีแรกเครือข่ายจะครอบคลุม 50% ของประชากร และ ครึ่งปีหลังจะครอบคลุม 80% ของประชากร และจะเป็นผู้นำโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 2 จี และ 3 จี ดังนั้นการขยายเครือข่ายพร้อมกับการปรับปรุงคุณภาพการใช้งานที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการทางด้านดาต้า และ ความชัดเจน ในการติดต่อสื่อสาร


    นอกจากนี้ในเชิงของการบริหารจัดการองค์กร ปีนี้ถือเป็นปีแห่งการก้าวไปข้างหน้าด้วยพลังจากพนักงานกว่า 9,000 ชีวิต ที่พร้อมด้วยความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ และมุมมอง ที่สามารถสร้างสรรค์บริการในยุค 3G อย่างเต็มรูปแบบ ได้ร่วมกัน Commit ว่าจะมอบบริการ3 G ที่ดีที่สุดเพื่อลูกค้าและคนไทย


++ลุยบรอดแคสต์


    นอกเหนือจากได้ใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จีบนย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์จาก กสทช. ไปแล้วนั้น หากแต่เป้าหมายของ เอไอเอส ไม่ได้จำกัดเฉพาะธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่เพียงเท่านี้ เป้าหมายต่อไปของกลุ่มอินทัช คือ การเข้าไปประมูลทีวีดิจิตอล ซึ่งกลุ่มอินทัช ประกาศที่จะเข้าไปประมูลโดยมอบหมายให้ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ทำหน้าที่เข้าไปเป็นผู้เล่นหลัก เนื่องจาก กสทช.ประกาศแล้วว่าภายในเดือนกรกฎาคม 2556 จะเปิดประมูลดิจิตอลทีวี


    ก่อนหน้านี้สมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร ของ อินทัช ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า บริษัทสนใจร่วมประมูลดิจิตอลทีวี เพราะเป็น Chapter (บท) ใหม่ของประเทศ โดย กสทช. เตรียมเปิดประมูลเพื่อออกใบอนุญาตใหม่ และ อยู่ระหว่างกำหนดช่องทีวีทั้งหมด 50-100 ช่อง และ มีการจัดสรรช่องรายการให้กับหน่วยงานราชการจำหน่ายหนึ่งและช่องเพื่อประกอบธุรกิจการดำเนินงานของดิจิตอลทีวีแผนงานของบริษัทจะเน้นเจาะผู้ชมเป็นกลุ่ม (Viewer segment) เพื่อพิจารณา Marketing Position ของแต่ละช่อง ซึ่งเชื่อว่าจะขายโฆษณาได้ง่ายกว่าและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่า


     ว่ากันว่าการเข้าสู่อุตสาหกรรมทีวีของกลุ่มอินทัชอีกระลอกหนึ่งนั้นก็เพื่อต่อยอดฐานลูกค้าโทรศัพท์เคลื่อนที่จำนวน 36 ล้านราย เพราะอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่และทีวี เข้าสู่ยุคหลอมรวมอย่างแท้จริง เพราะทุกอย่างสามารถฟัง ชม และ คลิก ผ่านมือถือได้ภายในเครื่องเดียว


    เพราะอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ ทีวี ได้เข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านจากระบบสัมปทานเข้าสู่ใบอนุญาตอย่างแท้จริง และ นั้นคือเป้าหมายที่ อินทัช ได้ก้าวเข้าสู่บริบทใหม่เพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

 จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=164769:7--&catid=123:2009-02-08-11-44-33&Itemid=491

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.