Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

25 มกราคม 2556 ( พยายามโต้สังคมกลับทุกวัน++ ) กรณีให้ใบอนุญาติ ไทยคม ถูกแล้ว!! ++(( วงโครง เป็นหน้าที่ ครม.(รัฐบาล) ))++


ประเด็นหลัก

นายสุทธิพล กล่าวต่อว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากใบอนุญาตที่ กสทช.โดย กทค.อนุมัติให้ THCOM เป็นใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมมิใช่ใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ ตามมาตรา 45 แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 จึงไม่ตกอยู่ภายใต้บังคับของบทบัญญัติดังกล่าว และไม่ต้องดำเนินการโดยวิธีการประมูลคลื่นความถี่  ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนน่าจะเกิดจากการนำเอาเรื่องการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมกับเรื่องการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่มาปนกันทำให้เกิดความสับสน

กรรมการ กสทช. กล่าวต่อว่า การที่ กทค. อนุมัติใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมในครั้งนี้เป็นการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ เนื่องจากทำให้ประเทศไทยสามารถรักษาสิทธิ์วงโคจรดาวเทียมไว้ได้ ขณะที่ไทยคมได้ดำเนินการภายใต้มติคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ที่อนุมัติให้ ไทยคม ดำเนินการรักษาสิทธิ์วงโคจรและจัดสร้างดาวเทียมดวงใหม่ขึ้นตามข้อกำหนดสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือไอทียู ซึ่งหาก กสทช. ไม่ดำเนินการอนุมัติใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมให้ จะส่งผลให้ ไทยคม ไม่สามารถดำเนินการติดต่อประสานงานเพื่อจัดหาดาวเทียมอื่นมาไว้ที่วงโคจรเป็นการชั่วคราวได้ และหากไม่มีดาวเทียมขึ้นให้บริการภายในเวลาที่กำหนด (ตามหลักไอทียู) ประเทศไทยก็จะเสียสิทธิ์วงโคจรดาวเทียมที่ 120 องศาตะวันออกที่ได้รักษาไว้ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างยิ่งต่อประเทศไทย



ทั้งนี้ การที่ กทค. อนุมัติใบอนุญาตในครั้งนี้เป็นการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ เนื่องจากทำให้ประเทศไทยสามารถรักษาสิทธิวงโคจรดาวเทียมไว้ได้  ในขณะที่ THCOM ดำเนินการภายใต้มติ ครม.ที่อนุมัติให้รักษาสิทธิวงโคจรและจัดสร้างดาวเทียมดวงใหม่ขึ้นตามข้อกำหนด ITU หาก กสทช.ไม่ดำเนินการอนุมัติใบอนุญาตให้กับ THCOM จะส่งผลทำให้ไม่สามารถดำเนินการติดต่อประสานงานเพื่อจัดหาดาวเทียมอื่นมาไว้ที่วงโคจรเป็นการชั่วคราวได้ และหากไม่มีดาวเทียมขึ้นให้บริการภายในเวลาที่กำหนด(ตามหลัก ITU) ประเทศไทยก็จะเสียสิทธิวงโคจรดาวเทียมที่ 120 องศาตะวันออกที่ได้รักษาไว้ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างยิ่งต่อประเทศไทย


ทั้งนี้ การประกอบกิจการดาวเทียมสื่อสารมีองค์ประกอบหลักสองประการ ได้แก่ ประการแรก การมีสิทธิ์เป็นผู้ประกอบการโทรคมนาคมจะต้องได้รับการอนุญาตให้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ภายใต้อำนาจหน้าที่ของ กสทช. และประการสอง จะต้องดำเนินการให้ได้มาซึ่งเอกสารจองสิทธิ์ในวงโคจรและย่านความถี่ที่จะใช้งานสำหรับดาวเทียมที่จะนำมาให้บริการ ซึ่งเอกสารดังกล่าวจะได้มาโดยผ่านกระบวนการระหว่างประเทศตามข้อกำหนดของไอทียู ประเด็นที่มีการโจมตีนั้นเป็นเรื่องขั้นตอนในการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมตามอำนาจหน้าที่ของ กทค. ซึ่งการออกใบอนุญาตประเภทนี้ไม่ต้องดำเนินการโดยประมูลคลื่นความถี่ แต่หากภายหลัง ไทยคม ต้องการขออนุญาตใช้คลื่นความถี่ เพื่อกิจการโทรคมนาคมก็ต้องดำเนินการโดยวิธีการประมูลคลื่นความถี่ตามมาตรา 45 ส่วนการดำเนินการให้ได้มาซึ่งเอกสารจองสิทธิ์ในวงโคจรและย่านความถี่จะต้องดำเนินการโดยกระบวนการระหว่างประเทศตามข้อกำหนดไอทียู














______________________________________



กสทช. ยันออกใบอนุญาตให้ THCOM ถูกต้องตามกม.ไม่ต้องประมูล

 
นายสุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกฎหมาย และในฐานะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. เปิดเผยถึง กรณีที่มีการนำประเด็นที่ กสทช. โดย กทค. ให้ใบอนุญาตประกอบกิจการแก่บมจ.ไทยคม (THCOM) ในฐานะผู้ให้บริการช่องดาวเทียม ที่มีอายุ 20 ปี โดยไม่ผ่านการประมูลคลื่นความถี่ ไปร้องต่อคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา ว่า การนำประเด็นนี้ไปร้องต่อคณะกรรมาธิการนั้น น่าจะเกิดจากการที่ผู้วิจารณ์และผู้ร้องไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบ จึงทำให้มีความคลาดเคลื่อน ทั้งในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย และเกิดความเสียหายต่อ กทค.

นายสุทธิพล กล่าวต่อว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากใบอนุญาตที่ กสทช.โดย กทค.อนุมัติให้ THCOM เป็นใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมมิใช่ใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ ตามมาตรา 45 แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 จึงไม่ตกอยู่ภายใต้บังคับของบทบัญญัติดังกล่าว และไม่ต้องดำเนินการโดยวิธีการประมูลคลื่นความถี่  ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนน่าจะเกิดจากการนำเอาเรื่องการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมกับเรื่องการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่มาปนกันทำให้เกิดความสับสน

"ขอยืนยันว่า กสทช. โดย กทค. ได้พิจารณาออกใบอนุญาตดาวเทียมสื่อสารถูกต้องตามกฎหมาย และตามแนวทางการออกใบอนุญาตการประกอบกิจการโทรคมนาคมที่คณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการอนุญาตและกำกับดูแลกิจการบริการดาวเทียมสื่อสาร นำเสนอ ส่งผลให้สามารถปกป้องผลประโยชน์ของชาติ โดยรักษาสิทธิวงโคจรดาวเทียมตำแหน่ง 120 องศาตะวันออกไว้ได้  และจะเป็นแนวทางที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบการดาวเทียมรายใหม่ๆ  อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนากิจการดาวเทียมสื่อสารของไทยต่อไป ดังนั้นการที่มีกลุ่มคนบางกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ จึงควรศึกษาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้เข้าใจเสียก่อน มิเช่นนั้นอาจจะเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยจนเกือบจะทำให้ประเทศชาติเสียประโยชน์เหมือนกับกรณีการประมูลคลื่นความถี่ 3 จี ที่ผ่านมา" นายสุทธิพล กล่าว

ทั้งนี้ การที่ กทค. อนุมัติใบอนุญาตในครั้งนี้เป็นการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ เนื่องจากทำให้ประเทศไทยสามารถรักษาสิทธิวงโคจรดาวเทียมไว้ได้  ในขณะที่ THCOM ดำเนินการภายใต้มติ ครม.ที่อนุมัติให้รักษาสิทธิวงโคจรและจัดสร้างดาวเทียมดวงใหม่ขึ้นตามข้อกำหนด ITU หาก กสทช.ไม่ดำเนินการอนุมัติใบอนุญาตให้กับ THCOM จะส่งผลทำให้ไม่สามารถดำเนินการติดต่อประสานงานเพื่อจัดหาดาวเทียมอื่นมาไว้ที่วงโคจรเป็นการชั่วคราวได้ และหากไม่มีดาวเทียมขึ้นให้บริการภายในเวลาที่กำหนด(ตามหลัก ITU) ประเทศไทยก็จะเสียสิทธิวงโคจรดาวเทียมที่ 120 องศาตะวันออกที่ได้รักษาไว้ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างยิ่งต่อประเทศไทย

อินโฟเควสท์
http://www.ryt9.com/s/iq05/1576390

_______________________________




“สุทธิพล”เคลียร์ปมการออกใบอนุญาตดาวเทียมไทยคม

 
กสทช. ปกป้องผลประโยชน์ของชาติสำเร็จ อัดกลุ่มหน้าเดิมบิดเบือนข้อมูล ซ้ำรอยกรณีประมูลคลื่น 3 จี

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกฎหมาย และในฐานะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. เปิดเผยถึง กรณีที่มีการนำประเด็นที่ กสทช. โดย กทค. ให้ใบอนุญาตประกอบกิจการแก่บริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ให้บริการช่องดาวเทียม ที่มีอายุ 20 ปี โดยไม่ผ่านการประมูลคลื่นความถี่ ไปร้องต่อคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา ว่า การนำประเด็นนี้ไปร้องต่อคณะกรรมาธิการนั้น น่าจะเกิดจากการที่ผู้วิจารณ์และผู้ร้องไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบ จึงทำให้มีความคลาดเคลื่อน ทั้งในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย และเกิดความเสียหายต่อ กทค. จึงขอชี้แจง ว่า เรื่องที่โจมตี กทค. ดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจาก ใบอนุญาตที่ กสทช. โดย กทค. อนุมัติให้ บมจ.ไทยคมเป็นใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมมิใช่ใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ ตามมาตรา 45 แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 จึงไม่ตกอยู่ภายใต้บังคับของบทบัญญัติดังกล่าว และไม่ต้องดำเนินการโดยวิธีการประมูลคลื่นความถี่ ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนน่าจะเกิดจากการนำเอาเรื่องการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมกับเรื่องการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่มาปนกันทำให้เกิดความสับสน

กรรมการ กสทช. กล่าวด้วยว่า แท้จริงแล้วการที่ กทค. อนุมัติใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมในครั้งนี้เป็นการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ เนื่องจากทำให้ประเทศไทยสามารถรักษาสิทธิวงโคจรดาวเทียมไว้ได้ ในขณะที่ บมจ.ไทยคม ได้ดำเนินการภายใต้มติ ครม. ที่อนุมัติให้ บมจ.ไทยคม ดำเนินการรักษาสิทธิวงโคจรและจัดสร้างดาวเทียมดวงใหม่ขึ้นตามข้อกำหนดITU ซึ่งหาก กสทช.ไม่ดำเนินการอนุมัติใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมให้กับ บมจ.ไทยคม จะส่งผลทำให้ บมจ.ไทยคม ไม่สามารถดำเนินการติดต่อประสานงานเพื่อจัดหาดาวเทียมอื่นมาไว้ที่วงโคจรเป็นการชั่วคราวได้ และหากไม่มีดาวเทียมขึ้นให้บริการภายในเวลาที่กำหนด (ตามหลัก ITU) ประเทศไทยก็จะเสียสิทธิวงโคจรดาวเทียมที่ 120 องศาตะวันออกที่ได้รักษาไว้ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างยิ่งต่อประเทศไทย

โดยการประกอบกิจการดาวเทียมสื่อสารมีองค์ประกอบหลักสอง ประการ ได้แก่ ประการแรก การมีสิทธิเป็นผู้ประกอบการโทรคมนาคมจะต้องได้รับการอนุญาตให้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ภายใต้อำนาจหน้าที่ของ กสทช. และประการสอง จะต้องดำเนินการให้ได้มาซึ่งเอกสารจองสิทธิในวงโคจรและย่านความถี่ (Filing) ที่จะใช้งานสำหรับดาวเทียมที่จะนำมาให้บริการ ซึ่งเอกสารดังกล่าวจะได้มาโดยผ่านกระบวนการระหว่างประเทศตามข้อกำหนดของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ประเด็นที่มีการโจมตีนั้นเป็นเรื่องขั้นตอนในการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมตามอำนาจหน้าที่ของกทค. ซึ่งในการดำเนินการ กทค.ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคมฯ ทำให้ บมจ.ไทยคมเข้ามาอยู่ในระบบการควบคุมภายใต้กติกาโทรคมนาคมเสียก่อน ซี่งการออกใบอนุญาตประเภทนี้ไม่ต้องดำเนินการโดยประมูลคลื่นความถี่ แต่หากภายหลัง บมจ.ไทยคม ต้องการขออนุญาตใช้คลื่นความถี่ เพื่อกิจการโทรคมนาคมก็ต้องดำเนินการโดยวิธีการประมูลคลื่นความถี่ตามมาตรา 45 ส่วนการดำเนินการให้ได้มาซึ่งเอกสารจองสิทธิในวงโคจรและย่านความถี่ (Filing) นั้นจะต้องดำเนินการโดยกระบวนการระหว่างประเทศตามข้อกำหนด ITU

นอกจากนี้ที่มีการโจมตีเงื่อนไขประกอบใบอนุญาต ว่า ให้บริษัท ไทยคม ส่งเอกสารจองสิทธิการใช้งานวงโคจรเพิ่มเติมที่ตำแหน่งวงโคจรใดๆ ได้ ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับบริษัท ไทยคม ที่เป็นผู้ประกอบการรายเก่าในการขยายสิทธิการใช้วงโคจรที่มีอยู่อย่างจำกัด จนอาจทำให้ไม่มีวงโคจรเหลือสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่นั้น ก็ไม่เป็นความจริง ทั้งนี้เพราะตามข้อเท็จจริงนั้น ITU มิได้มีการจำกัดจำนวนสิทธิวงโคจรดาวเทียมที่ประเทศหนึ่งประเทศใดจะจองสิทธิแต่อย่างใด ดังนั้นการกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวจึงเป็นการกำหนดเพื่อผู้ประกอบการดาวเทียมสื่อสารทุกรายที่เป็นผู้ได้รับอนุญาตจาก กสทช. จะได้สามารถส่งเอกสารจองสิทธิการใช้งานวงโคจร (Filing) ที่วงโคจรใดๆ ก็ได้เช่นกัน มิใช่เป็นการอนุญาตหรือให้สิทธิเป็นการเฉพาะแก่ บมจ.ไทยคม

“จึงขอยืนยันว่า กสทช. โดย กทค. ได้พิจารณาออกใบอนุญาตดาวเทียมสื่อสารถูกต้องตามกฎหมาย และตามแนวทางการออกใบอนุญาตการประกอบกิจการโทรคมนาคมที่คณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการอนุญาตและกำกับดูแลกิจการบริการดาวเทียมสื่อสาร นำเสนอ ส่งผลให้สามารถปกป้องผลประโยชน์ของชาติ โดยรักษาสิทธิวงโคจรดาวเทียมตำแหน่ง 120 องศาตะวันออกไว้ได้ และจะเป็นแนวทางที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบการดาวเทียมรายใหม่ๆ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนากิจการดาวเทียมสื่อสารของไทยต่อไป ดังนั้นการที่มีกลุ่มคนบางกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ จึงควรศึกษาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้เข้าใจเสียก่อน มิเช่นนั้นอาจจะเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยจนเกือบจะทำให้ประเทศชาติเสียประโยชน์เหมือนกับกรณีการประมูลคลื่นความถี่ 3 จี ที่ผ่านมา” ดร.สุทธิพล กล่าวทิ้งท้าย

http://www.ryt9.com/s/prg/1576425

____________________________




'กสทช.' แจงการออกใบอนุญาตดาวเทียมไทยคม

“สุทธิพล ทวีชัยการ” กก.กสทช. ชี้แจงการออกใบอนุญาตดาวเทียมไทยคม ระบุเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ทำให้ประเทศไทยสามารถรักษาสิทธิ์วงโคจรดาวเทียมไว้ได้...

เมื่อวันที่ 25 ม.ค. นายสุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ด้านกฎหมาย และกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. กล่าวถึงกรณีที่มีการนำประเด็นที่ กสทช. โดย กทค. ให้ใบอนุญาตประกอบกิจการแก่บริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ให้บริการช่องดาวเทียมที่มีอายุ 20 ปี โดยไม่ผ่านการประมูลคลื่นความถี่ ไปร้องต่อคณะกรรมาธิการของวุฒิสภาว่า การนำประเด็นนี้ไปร้องต่อคณะกรรมาธิการนั้น น่าจะเกิดจากการที่ผู้วิจารณ์และผู้ร้องไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบ จึงทำให้มีความคลาดเคลื่อน ทั้งในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย และเกิดความเสียหายต่อ กทค. จึงขอชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจาก ใบอนุญาตที่ กสทช. โดย กทค. อนุมัติให้ไทยคมเป็นใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมมิใช่ใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ ตามมาตรา 45 แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553 จึงไม่ตกอยู่ภายใต้บังคับของบทบัญญัติดังกล่าว และไม่ต้องดำเนินการโดยวิธีการประมูลคลื่นความถี่ ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนน่าจะเกิดจากการนำเอาเรื่องการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมกับเรื่องการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่มาปนกันทำให้เกิดความสับสน

กรรมการ กสทช. กล่าวต่อว่า การที่ กทค. อนุมัติใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมในครั้งนี้เป็นการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ เนื่องจากทำให้ประเทศไทยสามารถรักษาสิทธิ์วงโคจรดาวเทียมไว้ได้ ขณะที่ไทยคมได้ดำเนินการภายใต้มติคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ที่อนุมัติให้ ไทยคม ดำเนินการรักษาสิทธิ์วงโคจรและจัดสร้างดาวเทียมดวงใหม่ขึ้นตามข้อกำหนดสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือไอทียู ซึ่งหาก กสทช. ไม่ดำเนินการอนุมัติใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมให้ จะส่งผลให้ ไทยคม ไม่สามารถดำเนินการติดต่อประสานงานเพื่อจัดหาดาวเทียมอื่นมาไว้ที่วงโคจรเป็นการชั่วคราวได้ และหากไม่มีดาวเทียมขึ้นให้บริการภายในเวลาที่กำหนด (ตามหลักไอทียู) ประเทศไทยก็จะเสียสิทธิ์วงโคจรดาวเทียมที่ 120 องศาตะวันออกที่ได้รักษาไว้ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างยิ่งต่อประเทศไทย

ทั้งนี้ การประกอบกิจการดาวเทียมสื่อสารมีองค์ประกอบหลักสองประการ ได้แก่ ประการแรก การมีสิทธิ์เป็นผู้ประกอบการโทรคมนาคมจะต้องได้รับการอนุญาตให้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ภายใต้อำนาจหน้าที่ของ กสทช. และประการสอง จะต้องดำเนินการให้ได้มาซึ่งเอกสารจองสิทธิ์ในวงโคจรและย่านความถี่ที่จะใช้งานสำหรับดาวเทียมที่จะนำมาให้บริการ ซึ่งเอกสารดังกล่าวจะได้มาโดยผ่านกระบวนการระหว่างประเทศตามข้อกำหนดของไอทียู ประเด็นที่มีการโจมตีนั้นเป็นเรื่องขั้นตอนในการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมตามอำนาจหน้าที่ของ กทค. ซึ่งการออกใบอนุญาตประเภทนี้ไม่ต้องดำเนินการโดยประมูลคลื่นความถี่ แต่หากภายหลัง ไทยคม ต้องการขออนุญาตใช้คลื่นความถี่ เพื่อกิจการโทรคมนาคมก็ต้องดำเนินการโดยวิธีการประมูลคลื่นความถี่ตามมาตรา 45 ส่วนการดำเนินการให้ได้มาซึ่งเอกสารจองสิทธิ์ในวงโคจรและย่านความถี่จะต้องดำเนินการโดยกระบวนการระหว่างประเทศตามข้อกำหนดไอทียู

นอกจากนี้ การโจมตีเงื่อนไขประกอบใบอนุญาต ให้บริษัท ไทยคม ส่งเอกสารจองสิทธิ์การใช้งานวงโคจรเพิ่มเติมที่ตำแหน่งวงโคจรใดๆ ได้ ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับไทยคมที่เป็นผู้ประกอบการรายเก่าในการขยายสิทธิ์การใช้วงโคจรที่มีอยู่อย่างจำกัด จนอาจทำให้ไม่มีวงโคจรเหลือสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่นั้นก็ไม่เป็นความจริง ทั้งนี้เพราะตามข้อเท็จจริงนั้น ไอทียูมิได้จำกัดจำนวนสิทธิ์วงโคจรดาวเทียมที่ประเทศหนึ่งประเทศใดจะจองสิทธิ์แต่อย่างใด ดังนั้นการกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวจึงเป็นการกำหนดเพื่อผู้ประกอบการดาวเทียมสื่อสารทุกรายที่เป็นผู้ได้รับอนุญาตจาก กสทช. จะได้สามารถส่งเอกสารจองสิทธิ์การใช้งานวงโคจรที่วงโคจรใดๆ ก็ได้เช่นกัน มิใช่เป็นการอนุญาตหรือให้สิทธิ์เป็นการเฉพาะแก่ไทยคม ดังนั้นบางกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ จึงควรศึกษาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้เข้าใจก่อน

http://www.thairath.co.th/content/tech/322532


_______________________________



กสทช.เคลียร์ปมออกใบอนุญาตไทยคม


กสทช.ชี้แจงออกใบอนุญาตดาวเทียมไทยคมเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ อัดกลุ่มหน้าเดิมบิดเบือนข้อมูล ซ้ำรอยกรณีประมูลคลื่น 3 จี

นายสุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกฎหมาย และในฐานะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. เปิดเผยถึง กรณีที่มีการนำประเด็นที่ กสทช. โดย กทค. ให้ใบอนุญาตประกอบกิจการแก่บริษัทไทยคม ในฐานะผู้ให้บริการช่องดาวเทียม ที่มีอายุ 20 ปี โดยไม่ผ่านการประมูลคลื่นความถี่ ไปร้องต่อคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา ว่า ใบอนุญาตที่อนุมัติให้ ไทยคมเป็นใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม มิใช่ใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ ตามมาตรา 45 แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 จึงไม่ตกอยู่ภายใต้บังคับของบทบัญญัติดังกล่าว และไม่ต้องดำเนินการโดยวิธีการประมูลคลื่นความถี่

ทั้งนี้ การที่ กทค. อนุมัติใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมในครั้งนี้เป็นการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ เนื่องจากทำให้ประเทศไทยสามารถรักษาสิทธิวงโคจรดาวเทียมไว้ได้  ในขณะที่ ไทยคม ได้ดำเนินการภายใต้มติ ครม. ที่อนุมัติให้ ไทยคม ดำเนินการรักษาสิทธิวงโคจรและจัดสร้างดาวเทียมดวงใหม่ขึ้นตามข้อกำหนด ITU ซึ่งหาก กสทช.ไม่อนุมัติใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมให้กับ ไทยคม จะส่งผลทำให้ ไทยคม ไม่สามารถดำเนินการติดต่อประสานงานเพื่อจัดหาดาวเทียมอื่นมาไว้ที่วงโคจรเป็นการชั่วคราวได้ และหากไม่มีดาวเทียมขึ้นให้บริการภายในเวลาที่กำหนด (ตามหลัก ITU) ประเทศไทยก็จะเสียสิทธิวงโคจรดาวเทียมที่ 120 องศาตะวันออกที่ได้รักษาไว้ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างยิ่งต่อประเทศไทย

สำหรับประเด็นขั้นตอนในการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมตามอำนาจหน้าที่ของกทค. ซึ่งในการดำเนินการ กทค.ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคมฯ ทำให้ ไทยคม เข้ามาอยู่ในระบบการควบคุมภายใต้กติกาโทรคมนาคมเสียก่อน  ซึ่งการออกใบอนุญาตประเภทนี้ไม่ต้องดำเนินการโดยประมูลคลื่นความถี่ แต่หากภายหลัง ไทยคม ต้องการขออนุญาตใช้คลื่นความถี่ เพื่อกิจการโทรคมนาคมก็ต้องดำเนินการโดยวิธีการประมูลคลื่นความถี่ตามมาตรา 45 ส่วนการดำเนินการให้ได้มาซึ่งเอกสารจองสิทธิในวงโคจรและย่านความถี่ (Filing) นั้นจะต้องดำเนินการโดยกระบวนการระหว่างประเทศตามข้อกำหนด ITU

นอกจากนี้ที่ระบุว่าให้บริษัท ไทยคม ส่งเอกสารจองสิทธิการใช้งานวงโคจรเพิ่มเติมที่ตำแหน่งวงโคจรใดๆ ได้ ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับ ไทยคม ที่เป็นผู้ประกอบการรายเก่าในการขยายสิทธิการใช้วงโคจรที่มีอยู่อย่างจำกัด จนอาจทำให้ไม่มีวงโคจรเหลือสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่นั้น ก็ไม่เป็นความจริง เพราะตามข้อเท็จจริงนั้น ITU มิได้มีการจำกัดจำนวนสิทธิวงโคจรดาวเทียมที่ประเทศหนึ่งประเทศใดจะจองสิทธิแต่อย่างใด  ดังนั้นการกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวจึงเป็นการกำหนดเพื่อผู้ประกอบการดาวเทียมสื่อสารทุกรายที่เป็นผู้ได้รับอนุญาตจาก กสทช. จะได้สามารถส่งเอกสารจองสิทธิการใช้งานวงโคจร (Filing) ที่วงโคจรใดๆ ก็ได้เช่นกัน มิใช่เป็นการอนุญาตหรือให้สิทธิเป็นการเฉพาะแก่ ไทยคม

“การที่มีกลุ่มคนบางกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ จึงควรศึกษาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้เข้าใจเสียก่อน มิเช่นนั้นอาจจะเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยจนเกือบจะทำให้ประเทศชาติเสียประโยชน์เหมือนกับกรณีการประมูลคลื่นความถี่ 3 จี ที่ผ่านมา” นายสุทธิพล กล่าว

http://www.posttoday.com/%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%
B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%9F%E0%B9%8C/201082/%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%97%E
0%B8%8A-
%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%
B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%
B8%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A1




ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.