Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

28 มกราคม 2556 สมาร์ทโฟนทุบตลาดกล้อง!! "โฟโต้ฮัท กรุ๊ป" ชี้อยู่รอดได้ต้องเป็นกล้องราคา ต่ำกว่า 4,000 บาท


ประเด็นหลัก


 นายสมชาย  ครองสมบูรณ์   ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โฟโต้ฮัท กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารร้านจำหน่ายกล้องถ่ายรูป "โฟโต้ฮัท"  เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า เทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนที่เข้ามามีบทบาทในกลุ่มผู้บริโภคคนไทยจำนวนมาก ซึ่งสมาร์ทโฟนดังกล่าวมีฟีเจอร์โฟนมากมาย เช่น กล้องถ่ายรูป  , MP3  , เชื่อมต่อโซเชียลเน็ตเวิร์ก ฯลฯ  ส่งผลกระทบทำให้ยอดขายกล้องมิร์เรอร์เลสส์ลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด
    ทำให้ในต้นปี 2555 มีหลายบริษัทที่ต้องการตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วยการส่งกล้องดิจิตอล wi-fi ที่สามารถแชร์รูปได้ทันทีเข้ามาเจาะตลาด  แต่ด้วยราคาค่อนสูงอยู่ในหลักหมื่นขึ้นไป ทำให้กระแสของกล้องชนิดนี้ยังมียอดขายไม่เป็นที่น่าพอใจ  ซึ่งในทิศทางแนวโน้มของตลาดปีนี้บริษัทมองว่า ผู้ประกอบการหลายค่ายจะหันมาทำกล้องดิจิตอล wi-fi กันมากขึ้น แต่จะเน้นราคาให้กลุ่มระดับแมสจับต้องได้ประมาณ 3 -5 พันบาท

     "ทั้งนี้ในช่วงปีที่ผ่านมา ตลาดกล้องดูซบเซาเนื่องจากกระแสของรถยนต์คันแรกเข้ามา ทำให้ผู้บริโภคคนไทยหันไปใช้จ่ายกับรถยนต์คันแรกเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ภาพรวมตลาดกล้องทั้งประเทศในแง่ของยูนิตติดลบ 3-4%  ส่วนด้านมูลค่าซึ่งมีอยู่กว่า 1 หมื่นล้านบาทมีการเติบโตขึ้น 7-8% ขณะเดียวกันในกลุ่มของกล้องมิร์เรอร์เลสส์ที่ผ่านมามีการลดราคาลงมาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6 -7 พันบาทเนื่องจากตลาดสมาร์ทโฟนที่เข้ามา  นอกจากนี้ในตลาดกล้องวิดีโอก็ยังมีสัดส่วนยอดขายลดลงจากเดิม เนื่องจากในปัจจุบันคนไทยมักจะนิยมใช้กล้อง DSLR ถ่ายวิดีโอ  ทำให้ยอดขายของกล้องวิดีโอลดลงไปจำนวนมาก"







____________________________________




สมาร์ทโฟนทุบตลาดกล้อง

"โฟโต้ฮัท กรุ๊ป" ชี้เทรนด์ตลาดกล้องมิร์เรอร์เลสส์เตรียมเจาะกลุ่มตลาดแมส ราคาต่ำกว่า 4,000 บาท ระบุปี 55 ตลาดกล้องถ่ายรูป/กล้องวิดีโอ ซบเซาคนหันไปให้ความสนใจกับรถยนต์คันแรก เผยพิษสมาร์ทโฟนฮอตถูกใช้ถ่ายรูปแทนเพราะสะดวกโพสต์ได้ทันที เล็งอัดอีเวนต์กระตุ้นยอดต่อเนื่อง หวังกระตุ้นยอดขายโต

     นายสมชาย  ครองสมบูรณ์   ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โฟโต้ฮัท กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารร้านจำหน่ายกล้องถ่ายรูป "โฟโต้ฮัท"  เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า เทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนที่เข้ามามีบทบาทในกลุ่มผู้บริโภคคนไทยจำนวนมาก ซึ่งสมาร์ทโฟนดังกล่าวมีฟีเจอร์โฟนมากมาย เช่น กล้องถ่ายรูป  , MP3  , เชื่อมต่อโซเชียลเน็ตเวิร์ก ฯลฯ  ส่งผลกระทบทำให้ยอดขายกล้องมิร์เรอร์เลสส์ลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด
    ทำให้ในต้นปี 2555 มีหลายบริษัทที่ต้องการตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วยการส่งกล้องดิจิตอล wi-fi ที่สามารถแชร์รูปได้ทันทีเข้ามาเจาะตลาด  แต่ด้วยราคาค่อนสูงอยู่ในหลักหมื่นขึ้นไป ทำให้กระแสของกล้องชนิดนี้ยังมียอดขายไม่เป็นที่น่าพอใจ  ซึ่งในทิศทางแนวโน้มของตลาดปีนี้บริษัทมองว่า ผู้ประกอบการหลายค่ายจะหันมาทำกล้องดิจิตอล wi-fi กันมากขึ้น แต่จะเน้นราคาให้กลุ่มระดับแมสจับต้องได้ประมาณ 3 -5 พันบาท
     "ทั้งนี้ในช่วงปีที่ผ่านมา ตลาดกล้องดูซบเซาเนื่องจากกระแสของรถยนต์คันแรกเข้ามา ทำให้ผู้บริโภคคนไทยหันไปใช้จ่ายกับรถยนต์คันแรกเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ภาพรวมตลาดกล้องทั้งประเทศในแง่ของยูนิตติดลบ 3-4%  ส่วนด้านมูลค่าซึ่งมีอยู่กว่า 1 หมื่นล้านบาทมีการเติบโตขึ้น 7-8% ขณะเดียวกันในกลุ่มของกล้องมิร์เรอร์เลสส์ที่ผ่านมามีการลดราคาลงมาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6 -7 พันบาทเนื่องจากตลาดสมาร์ทโฟนที่เข้ามา  นอกจากนี้ในตลาดกล้องวิดีโอก็ยังมีสัดส่วนยอดขายลดลงจากเดิม เนื่องจากในปัจจุบันคนไทยมักจะนิยมใช้กล้อง DSLR ถ่ายวิดีโอ  ทำให้ยอดขายของกล้องวิดีโอลดลงไปจำนวนมาก"
    ด้านกลยุทธ์การทำตลาด ในปีที่ผ่านมาโฟโต้ฮัทได้ทยอยปรับร้านใหม่ ซึ่งปัจจุบันมีสาขาที่เปลี่ยนสู่โมเดลใหม่จำนวนทั้งสิ้น 3 สาขา คือ เซ็นทรัล พระราม 9 , เซ็นทรัล ลาดพร้าว และ ฟอร์จูน ส่วนในปีนี้จะทยอยปรับสาขาเดิม โดยเน้นสาขาขนาดใหญ่ ตั้งแต่ขนาด 70 ตารางเมตรขึ้นไป ทั้งนี้ในปัจจุบัน บริษัทมีสาขาทั้งที่เป็น Shop และ consignment รวมกันกว่า 206 สาขา ทั่วประเทศ
    อีกกลยุทธ์ เป็นการเน้นอบรมถ่ายภาพ  โดยในปีนี้บริษัทวางแผนจะจัดงานอีเวนต์ขนาดใหญ่จำนวน 3 งาน  ขนาดเล็ก 7 งาน อาทิ กิจกรรมแรลลี่  คอร์สอบรมถ่ายภาพสำหรับผู้หญิง  เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาบริษัทสำรวจพบว่า พฤติกรรมผู้หญิงในปัจจุบันชอบถ่ายภาพมากกว่าผู้ชาย  แต่ระบบเครื่องมือต่างๆของกล้องต้องใช้งานง่ายขึ้น ดังนั้นบริษัทเล็งเห็นการขยายตัวของกลุ่มดังกล่าว จึงได้จัดคอร์สนี้ขึ้น ซึ่งในปีนี้บริษัทได้วางงบกิจกรรมการตลาดอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบาทเพิ่มจากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 40 ล้านบาท ในส่วนของภาพรวมบริษัทสิ้นปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 30% เมื่อเทียบจากปี 2554 ที่มีมูลค่าประมาณ 1.6 พันล้านบาท
     พร้อมทั้งด้านการแข่งขันของตลาดกล้องในปีที่ผ่านมาจะเห็นว่า  มี 2 แบรนด์หลักๆที่แข่งขันกันโฆษณากันอย่างรุนแรงในส่วนของกล้องมิร์เรอร์เลสส์ คือ นิคอน และ ซัมซุง ซึ่งทั้งสองแบรนด์ได้ทุ่มงบการตลาดจำนวนมาก ส่งผลให้แบรนด์ตลาดนิคอนในปีที่ผ่านมาขยับส่วนแบ่งการตลาดในช่วงไตรมาส 4 เพิ่มเป็น 20% จากเดิมที่มีสัดส่วนการตลาดแค่เพียง 2-3% เท่านั้น ขณะที่ทางด้านกล้องซิงเกิลเลนส์ปัจจุบันยังเป็นแบรนด์แคนนอน และนิคอนเป็นหลัก ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมานิคอนก็สามารถขยับส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับกล้องแคนนอนจากการอัดงบโฆษณาที่มากพอสมควร
     ขณะเดียวกันในปี 2558 ที่จะเกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี บริษัทมองว่าเป็นโอกาสสำหรับตลาดกล้อง เนื่องจากปัจจุบันตลาดประเทศลาว กัมพูชา และพม่า มีภาษีสินค้ากล้องที่สูง  ทำให้ประชาชนในประเทศดังกล่าวเข้ามาซื้อสินค้าในชายแดนบ้านเราเป็นจำนวนมาก ซึ่งถ้าหากเกิดเออีซี สินค้าดังกล่าวก็จะมีภาษี 0% นั่นจะทำให้ตลาดกล้องสามารถกระจายสินค้า และขยายตลาดได้ง่ายเช่นกัน

 จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=165341:2013-01-25-06-32-16&catid=106:-marketing&Itemid=456

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.