Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

28 มกราคม 2556 AIS เตรียมยุติกิจการ 3G คลื่น 900 เพื่อเอาไปใช้ในระบบ2Gให้มีประสิทธิภาพ โดยโอน3Gให้เป็นหน้าที่คลื่น 2100 ( เพื่อคุณภาพไม่ตก )


ประเด็นหลัก



นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ หัวหน้าผู้บริหารด้านการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า ภายหลังจากที่ กสทช.อนุมัติเลขหมายโทรคมนาคมใหม่สำหรับทำตลาด 3G ให้แก่เอไอเอสจำนวน 14 ล้านเลขหมายแล้วนั้น เอไอเอสคาดว่าจะใช้ในการทำตลาดตลอดปี 2556 นี้จำนวน 8-10 ล้านเลขหมายก่อน ส่วนที่เหลือจะเก็บไว้สำหรับใช้หมุนเวียนในตลาด ผ่านช่องทางการขายของคู่ค้ารายหลักและรายย่อย
     

 นายสมชัยกล่าวว่า ในราวเดือน พ.ค.ที่จะถึงนี้เมื่อสถานีฐาน 3G พร้อมให้บริการ เอไอเอสก็ไม่จำเป็นต้องดึงความถี่ 900 MHz จำนวน 5 MHz ที่นำมาให้บริการ 3G บนความถี่ 900 MHz มาใช้อีกต่อไป ซึ่งจะทำให้คุณภาพของการให้บริการด้านเสียงของเครือข่ายเอไอเอสดีขึ้นแน่นอน โดยช่วงที่ผ่านมาเอไอเอสยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องคุณภาพของสัญญาณ แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เป็นเฉพาะเอไอเอสรายเดียว แต่เป็นทั้งอุตสาหกรรม แต่ด้วยความที่เอไอเอสมีลูกค้ามากที่สุดผลกระทบย่อมเกิดเป็นวงกว้าง
     
       “เรามั่นใจว่าเมื่อโครงข่าย 3G ขึ้นเต็มในพื้นที่ กทม.และ 18 จังหวัดในครึ่งแรกของปีนี้ สัญญาณของเอไอเอสโดยเฉพาะเรื่องวอยซ์ การโทร.เข้า-ออกต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน สิ่งนี้เราสามารถการันตีให้แก่ลูกค้าได้ เพราะเอไอเอสไม่จำเป็นต้องดึงคลื่นความถี่ 2G จำนวน 5 MHz มาแบ่งให้ลูกค้าที่ใช้งาน 3G บนความถี่ 900 MHz อีกต่อไป”




"เอไอเอสเลยจุดที่ดึงเอาดาราดัง มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้แบรนด์ ไม่มีดาราคนไหนเป็นตัวแทนของลูกค้าทั้ง 36 ล้านคนได้หมด การทำตลาดเราเน้นความเป็นตัวตนของลูกค้าในทุกๆ ไลฟ์สไตล์"

เขา กล่าวว่า แนวทางมาร์เก็ตติ้งของเอไอเอส ไม่ได้เน้นว่า เอไอเอสเป็นผู้ประกอบการที่รวยที่สุดในตลาด มีเงินมากสามารถทุ่มไปยังพาร์ทเนอร์ได้ผ่านการซื้อโฆษณา แต่เอไอเอสมองถึงการซื้อสื่อแบบ 1+1= 3 ไม่ใช่แค่ต้องการโลโก้เอไอเอสไปติดบนเวที หรือในการรายการใดๆ เท่านั้น แต่เอไอเอสพร้อมจะจ่ายมากกว่าผู้ประกอบการรายอื่น สิ่งที่ยอมเสียเราต้องได้แบรนด์ความเป็น "เอไอเอส" กลับมาด้วย







____________________________________





เอไอเอสอัดงบตลาด 3 พันล้านสู้ศึก 3G หวังลูกค้า 10 ล้านราย


เอไอเอสเปิดแผนตลาด คาดกวาดลูกค้า 3G ปีแรก 8-10 ล้านราย ทุ่มงบ 3 พันล้านบาท หวังมัดใจลูกค้ากับคู่ค้า “สมชัย” ลั่นหลังเครือข่าย 3G เต็มพื้นที่ คุณภาพสัญญาณเสียงโทร.เข้า-ออก ดีขึ้นแน่นอน
     
       นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ หัวหน้าผู้บริหารด้านการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า ภายหลังจากที่ กสทช.อนุมัติเลขหมายโทรคมนาคมใหม่สำหรับทำตลาด 3G ให้แก่เอไอเอสจำนวน 14 ล้านเลขหมายแล้วนั้น เอไอเอสคาดว่าจะใช้ในการทำตลาดตลอดปี 2556 นี้จำนวน 8-10 ล้านเลขหมายก่อน ส่วนที่เหลือจะเก็บไว้สำหรับใช้หมุนเวียนในตลาด ผ่านช่องทางการขายของคู่ค้ารายหลักและรายย่อย
     
       สำหรับลูกค้า 3G บนความถี่ 2.1 GHz ในช่วงแรกนั้น คาดว่าจะเป็นลูกค้าเดิมที่ใช้บริการ 3G บนย่านความถี่ 900 MHz ของเอไอเอส โดยย้ายมาใช้บริการภายใต้บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ตเวิร์ก (AWN) ผ่าน Agree Port ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างทำระบบรองรับแต่ต้องรอนโยบายจาก กสทช.ในการทำเคลียริ่งเฮาส์ และการประสานงานของผู้ให้บริการในตลาดทุกราย คือบริษัท ทีโอที, บริษัท กสท โทรคมนาคม, บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค), บริษัท ทรูมูฟ และเอไอเอสเอง
     
       ขณะที่ในปีแรกของการทำตลาด 3G ความถี่ 2.1 GHz นั้นคงไม่ถือเป็นรายได้หลักของเอไอเอส เพราะสัดส่วนรายได้ในแต่ละปีประมาณ 78% จะมาจากบริการด้านเสียง ที่เหลืออีก 22% จะมาจากบริการด้านข้อมูล เพียงแต่ในปีนี้คาดว่ารายได้จากบริการด้านข้อมูลจะเติบโตขึ้นเป็น 30% จาก 3G ความถี่ 2.1 GHz หรือคิดเป็นรายได้ราว 3 หมื่นล้านบาท
     
       “เราจะเห็นภาพรวมการเติบโตของบริการด้านเสียงไม่ได้ตกลง แต่อาจจะโตในเปอร์เซ็นต์ที่น้อย ซึ่งในปีนี้ยังคาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 2% ส่วนลูกค้าในปีแรกที่เปิดบริการ 3G ความถี่ 2.1 GHz ก็ยังคงมีลูกค้าในระบบ 2G อยู่ประมาณ 28 ล้านราย ส่วนระบบ 3G จะมีอย่างน้อย 8 ล้านราย”
     
       ***โครงข่าย 3G จะช่วยแก้ปัญหา 2G
     
       ทั้งนี้ เอไอเอสมีแผนติดตั้งโครงข่าย 3G ให้ครอบคลุม 50% ของจำนวนประชากรในครึ่งปีแรก ด้วยจำนวนสถานีฐานให้บริการประมาณ 6,000-7,000 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ กทม.และ 18 จังหวัดหลักทั่วประเทศ โดยเอไอเอสจะให้ความสำคัญต่อคุณภาพของโครงข่าย 3G ซึ่งจำเป็นต้องมีความเสถียรมากที่สุดก่อนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเป็นอันดับแรกโดยไม่จำเป็นต้องรีบเปิดให้บริการก่อนคู่แข่งรายอื่นในตลาด
     
       นายสมชัยกล่าวว่า ในราวเดือน พ.ค.ที่จะถึงนี้เมื่อสถานีฐาน 3G พร้อมให้บริการ เอไอเอสก็ไม่จำเป็นต้องดึงความถี่ 900 MHz จำนวน 5 MHz ที่นำมาให้บริการ 3G บนความถี่ 900 MHz มาใช้อีกต่อไป ซึ่งจะทำให้คุณภาพของการให้บริการด้านเสียงของเครือข่ายเอไอเอสดีขึ้นแน่นอน โดยช่วงที่ผ่านมาเอไอเอสยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องคุณภาพของสัญญาณ แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เป็นเฉพาะเอไอเอสรายเดียว แต่เป็นทั้งอุตสาหกรรม แต่ด้วยความที่เอไอเอสมีลูกค้ามากที่สุดผลกระทบย่อมเกิดเป็นวงกว้าง
     
       “เรามั่นใจว่าเมื่อโครงข่าย 3G ขึ้นเต็มในพื้นที่ กทม.และ 18 จังหวัดในครึ่งแรกของปีนี้ สัญญาณของเอไอเอสโดยเฉพาะเรื่องวอยซ์ การโทร.เข้า-ออกต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน สิ่งนี้เราสามารถการันตีให้แก่ลูกค้าได้ เพราะเอไอเอสไม่จำเป็นต้องดึงคลื่นความถี่ 2G จำนวน 5 MHz มาแบ่งให้ลูกค้าที่ใช้งาน 3G บนความถี่ 900 MHz อีกต่อไป”
     
       ***อัดงบการตลาด 3 พันล้าน
     
       ในปีนี้เอไอเอสคาดว่าจะใช้งบทำตลาดราว 3-4% ของรายได้รวม หรือประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนๆ แต่อย่างใด ซึ่งงบการทำตลาดเอไอเอสแบ่งเป็น 3 ส่วนเท่าๆ กัน คือ 1. โฆษณา ประชาสัมพันธ์ 2. การให้สิทธิพิเศษแก่ลูกค้า ทั้งส่วนลดร้านค้า ดูหนัง รับประทานอาหาร และที่สำคัญคือการทำเซเรเนดอย่างต่อเนื่อง และ 3. การอุดหนุนด้านการเงินแก่คู่ค้า
     
       “เรามองว่าทุกค่ายจะพยายามลงไปทำตลาด 3G ในกลุ่มลูกค้าระดับล่างมากขึ้น หมายถึงทำบริการ 3G ให้เป็นแมส ทำให้เชื่อได้ว่าในปีนี้ตลาดมือถือจะโตขึ้น 15% เป็นอย่างน้อย”
     
       ส่วนเรื่องการแข่งขันในอุตสาหกรรมหลังจากทั้ง 3 ค่ายเปิดบริการ 3G อย่างเป็นทางการแล้ว ส่วนตัวเชื่อว่าความท้าทายของเอกชนแต่ละรายจะอยู่ที่การเสนอสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้ามากกว่าที่จะหันมาแข่งขันกันด้านของราคาจนเกิดเป็นสงครามราคาแน่นอน อีกทั้งการที่ กสทช.ออกประกาศเงื่อนไขที่ให้ลดค่าบริการ 3G ลง 15% ก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดราคากลางของตลาดที่ทั้ง 3 รายต้องปฏิบัติตาม
     
       “การทำตลาดของเอไอเอสมุ่งสู่การเป็นอินสไปเรชันแบรนด์ หรือเป็นแบรนด์ในแบบฉบับของลูกค้าเอง เนื่องจากเอไอเอสเลยจุดที่จะต้องดึงเอาดาราดังมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้แบรนด์ ซึ่งความที่เป็นเอไอเอส เราจะตอบโจทย์ให้ลูกค้ามีชีวิตในแบบของคุณ เนื่องจากไม่มีดาราคนไหนเป็นตัวแทนของลูกค้าทั้ง 36 ล้านคนได้ทั้งหมดนั่นเอง”
     

http://www.manager.co.th/CBiZReview/ViewNews.aspx?NewsID=9560000010984

______________________________




‘เอไอเอส’เปิดแผนลุยตลาด3G กทม.-18จ.ใหญ่ ตั้งเป้าลูกค้าใหม่10ล้านราย


นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ หัวหน้าผู้บริหารด้านการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า หลังจาก คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)อนุมัติเลขหมายโทรคมนาคมใหม่สำหรับทำตลาดการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3Gให้แก่ เอไอเอส จำนวน 14 ล้านเลขหมายแล้ว เอไอเอส คาดว่า จะใช้ในการทำตลาดตลอดปี 2556 นี้จำนวน 8-10 ล้านเลขหมาย ก่อน ส่วนที่เหลือจะเก็บไว้สำหรับให้หมุนเวียนในตลาด ผ่านช่องทางการขายของคู่ค้ารายหลัก และรายย่อย โดยในปี 2556 คาดว่าจะใช้งบการตลาดราว 3-4% ของรายได้รวมหรือประมาณ 3,000 ล้านบาท



ทั้งนี้ การทำตลาดส่วนหนึ่งยอมรับว่าลูกค้า 3G บนคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ (GHz) ก็คือลูกค้าที่ใช้ 3Gบนคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) เดิม (ภายใต้สัมปทานของ ทีโอที)โดยจะโอนย้ายมายังระบบใหม่ที่บริษัทลูกให้บริการ หรือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ตเวิร์ค จำกัด หรือ เอดับบลิวเอ็น ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างทำระบบรองรับ โดยต้องรอนโยบายจาก?กสทช.ในการทำระบบของ บริษัทเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ และประสานงานของผู้ประกอบการในตลาดทุกราย คือบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน),บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน), บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค, บริษัท ทรูมูฟ จำกัด (มหาชน) และเอไอเอส เอง

อย่างไรก็ตาม ในปีแรกของการทำตลาด 3G นั้นก็ยังไม่ได้ถือว่าเป็นการสร้างรายได้ให้แก่บริษัทมากขึ้น เพราะส่วนแบ่งรายได้ของเอไอเอสในแต่ละปีจะคิดเป็นรายได้จากการให้บริการด้านเสียง (วอยซ์) 78% ที่เหลือจะเป็นรายได้จากบริการเสริมด้านสื่อสารข้อมูล (ดาต้า) 22% แต่ในปีนี้ คาดว่ารายได้จากดาต้าจะเพิ่มเป็น 30% หรือราว 30,000 ล้านบาท

นายสัมชัยกล่าวว่า ภายหลังการเปิดให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1GHz ในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ เอไอเอสมีแผนจะสร้างโครงข่าย 3G ให้ครอบคลุม 50% ของจำนวนประชากรในครึ่งปีแรก โดยจะติดตั้งสถานีฐานที่จะเปิดให้บริการได้จำนวน 6,000-7,000 แห่ง ในครึ่งปีแรก โดยจะครอบคลุมพื้นที่ กทม. และ 18 จังหวัดหลักทั่วประเทศ ซึ่งสิ่งที่จะต้องให้ความสำคัญอันดับหนึ่งคือ คุณภาพของโครงข่าย เน็ตเวิร์ก 3G และตอนที่ให้บริการต้องมีความเสถียรมากก่อนที่จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ จึงไม่จำเป็นต้องรีบเปิดบริการก่อนคู่แข่งรายอื่นในตลาด

“ช่วงที่ผ่านมาเรา (เอไอเอส)ยอมรับว่าเกิดปัญหาเรื่องเน็ตเวิร์กสัญญาณแย่จริงๆ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ปฏิเสธ แต่หากมองจริงๆแล้วไม่ใช่เป็นเฉพาะเอไอเอสรายเดียวแต่เป็นทั้งระบบ แต่ด้วยความที่เรามีลูกค้ามากที่สุดผลกระทบย่อมเป็นวงกว้าง แต่เชื่อว่าเมื่อ สถานีฐาน 3G ขึ้นแล้วในเดือนพ.ค.นี้ การโทรเข้า-ออกบนวอยซ์จะดีขึ้นแน่นอน ”

พร้อมให้ความมั่นใจว่า เมื่อโครงข่าย?3G ขึ้นไซต์เต็มในพื้นที่ กทม. และ 18 จังหวัดในกลางปีนี้ สัญญาณของเราโดยเฉพาะเรื่องเสียง(วอยซ์)การโทรเข้า-ออกต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน สิ่งนี้เราสามารถการันตีให้แก่ลูกค้าได้ เพราะเราไม่จำเป็นต้องดึงคลื่นบน 2G 5MHz มาแบ่งให้ลูกค้าที่ใช้งาน 3G บนคลื่น 900MHz

ขณะเดียวกันการแข่งขันในอุตสาหกรรมหลังจากทั้ง 3 ค่าย(เอไอเอส-ดีแทค-ทรู) เปิดบริการ 3Gอย่างเป็นทางการแล้ว ส่วนตัวเชื่อว่า ความท้าทายของเอกชนแต่ละรายจะอยู่ที่การให้สิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้า มากกว่าที่จะหันมาแข่งขันกันด้านของราคาจนเกิดเป็นสงครามราคากัน

อีกทั้งการที่กสทช.ออกประกาศในเงื่อนไขที่ให้ลดราคาโปรโมชั่น 3G ลง 15%ก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดราคากลางของตลาดที่ทั้ง 3 รายต้องปฏิบัติตาม

http://www.naewna.com/business/39327

________________________________



สมชัย เลิศสุทธิวงศ์ "ฉีกกฎ" มาร์เก็ตติ้งฉบับเอไอเอส

โดย : ปานฉัตร สินสุข

"นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์" หัวหน้าผู้บริหารด้านการตลาด บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส)
 ภาพประกอบข่าว

เปิดใจแม่ทัพการตลาดแบรนด์ดัง"เอไอเอสเลยจุดที่ดึงเอาดาราดัง มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้แบรนด์ ความที่เป็นเอไอเอส เราตอบโจทย์ให้ลูกค้าชีวิตในแบบคุณ"

ดังนั้น ไม่มีดาราคนไหนเป็นตัวแทนของลูกค้าทั้ง 36 ล้านคนได้หมด การทำตลาดเราเน้นความเป็นตัวตนของลูกค้าในทุกๆไลฟ์สไตล์ ตรงนี้อาจจะผิดหลักเกณฑ์การทำตลาดก็ได้ แต่เราก็มีทางของทางที่จะเป็นผู้นำในตลาดอุตสาหกรรมต่อไป"

"นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์" หัวหน้าผู้บริหารด้านการตลาด บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ให้สัมภาษณ์ "กรุงเทพไอที" ถึงกลยุทธ์การทำตลาดของเอไอเอสนับจากนี้ โดยระบุว่า พฤติกรรมผู้บริโภคปี 2556 มีความต้องการหลักๆ คือ ต้องการเชื่อมต่อเข้าสู่โลกออนไลน์ ใช้งานโซเชียล เน็ตเวิร์ค ตลอดเวลา ดังนั้น เมื่อโครงสร้างพื้นฐานเริ่มพร้อมแล้ว การพัฒนาบริการเพื่อลูกค้าจึงเป็นสิ่งที่เอไอเอส เตรียมการล่วงหน้ารับยุค 3จีบนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์

มุ่งสู่"อินสไปเรชั่น แบรนด์"

การทำตลาดในแบบเอไอเอสบนความเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม จากระบบสัมปทานไปสู่ใบอนุญาต กำกับดูแลโดยคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีเป้าหมายสูงสุดเพื่อให้เอไอเอส มุ่งสู่ความเป็น "อินสไปเรชั่น แบรนด์" หรือ แบรนด์ของลูกค้าในแบบฉบับตัวเอง เรื่องนี้ไม่ง่ายในการทำตลาด เอไอเอสไม่ต้องการทำให้เป็นแค่แบรนด์ขายสินค้า อัดโปรดักท์ใส่ลูกค้าอย่างเดียว ความท้าทายของเอไอเอส คือ ตอบโจทย์ "Your World Your Way" หรือ ชีวิตในแบบคุณบนบริการ 3จี ที่ลูกค้าต้องสัมผัสได้

"เอไอเอสเลยจุดที่ดึงเอาดาราดัง มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้แบรนด์ ไม่มีดาราคนไหนเป็นตัวแทนของลูกค้าทั้ง 36 ล้านคนได้หมด การทำตลาดเราเน้นความเป็นตัวตนของลูกค้าในทุกๆ ไลฟ์สไตล์"

เขา กล่าวว่า แนวทางมาร์เก็ตติ้งของเอไอเอส ไม่ได้เน้นว่า เอไอเอสเป็นผู้ประกอบการที่รวยที่สุดในตลาด มีเงินมากสามารถทุ่มไปยังพาร์ทเนอร์ได้ผ่านการซื้อโฆษณา แต่เอไอเอสมองถึงการซื้อสื่อแบบ 1+1= 3 ไม่ใช่แค่ต้องการโลโก้เอไอเอสไปติดบนเวที หรือในการรายการใดๆ เท่านั้น แต่เอไอเอสพร้อมจะจ่ายมากกว่าผู้ประกอบการรายอื่น สิ่งที่ยอมเสียเราต้องได้แบรนด์ความเป็น "เอไอเอส" กลับมาด้วย

ต้อง "เคลียร์ วอยซ์ ควอลิตี้"

หลังการเปิดให้บริการ 3จีในไตรมาส 2 ปีนี้ เอไอเอสมีแผนสร้างโครงข่าย 3จีให้ครอบคลุม 50% ของจำนวนประชากรในครึ่งปีแรก ซึ่งจำนวนสถานีฐานที่จะเปิดให้บริการเป็นไปตามที่ ซีอีโอ "วิเชียร เมฆตระการ" เคยให้ข่าวไปที่จำนวน 6,000-7,000 แห่งในครึ่งปีแรก ครอบคลุมกทม.และ18 จังหวัดหลักทั่วประเทศ สิ่งที่สำคัญอันดับหนึ่ง คือ คุณภาพโครงข่าย3จี ที่ต้องเสถียรก่อนเปิดบริการ

นายสมชัย กล่าวว่า เอไอเอสยังคงใช้ความเป็น DNAs หรือ Device Network Application และ service แต่ภายใต้การให้บริการ 3จีเรื่องเน็ตเวิร์คต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง เอไอเอสพยายามดึงเรื่องนี้เป็นจุดขาย ด้วยความเป็นเบอร์หนึ่งในเรื่องเครือข่าย เมื่อมี 3จีทุกอย่างก็จะต้องเป็นอย่างนั้น ดังนั้น เมื่อโครงข่าย 3จีขึ้นไซต์เต็มในพื้นที่กทม.และ18 จังหวัดในครึ่งปีนี้ สัญญาณของเอไอเอส โดยเฉพาะเรื่องวอยซ์การโทรเข้า-ออกต้องดีขึ้น สิ่งนี้การันตีให้ลูกค้าได้ เพราะไม่จำเป็นต้องดึงคลื่นบน 2จี 5 เมกะเฮิรตซ์ มาเสิร์ฟลูกค้าที่ใช้งาน 3จีบนคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์

เคาะงบมาร์เก็ตติ้ง 3 พันล้าน

เขา ระบุว่า ในปีนี้ เอไอเอสคาดว่า จะใช้งบทำมาร์เก็ตติ้งราว 3-4% ของรายได้รวม หรือประมาณ 3,000 ล้านบาท สิ่งที่เอไอเอสให้ความสำคัญ คือ พาร์ทเนอร์ คู่ค้า ช่องทางจำหน่ายผ่านช่องทางรายย่อย ไม่ใช่เพียงแค่เทเลวิซ ซึ่งงบทำตลาดเอไอเอสแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ 1.โฆษณา ประชาสัมพันธ์ 2.ให้พรีวิเลจแก่ลูกค้า ทั้งส่วนลดร้านค้า ดูหนัง กินข้าว การทำเซเรเนดอย่างต่อเนื่อง และ3.อุดหนุนให้เงินแก่คู่ค้าต่อเนื่อง

นอกจากนั้น ยังต้องมาจากความเข้าใจใน "Customer Journey" ของยุค 3จี ด้วย เอไอเอสจึงใช้งบประมาณกว่า 2,000 ล้านบาท ยกระดับช่องทางการส่งมอบบริการ และเสริมศักยภาพบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นเอไอเอส ชอป ที่ขยายต่อเนื่อง และเตรียมเปิดตัว "เอไอเอส ออนไลน์ สโตร์" เต็มรูปแบบในไตรมาสแรก

"เราจะได้เห็นการสร้างแรงจูงใจ ดึงลูกค้ามาอยู่ในระบบผ่านอินโนเวชั่น ควอลิตี้ ของเน็ตเวิร์ค และแอพพลิเคชั่น นอกจากนี้ ยังมีเครื่องลูกข่ายมาเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนเข้ามาในตลาดนี้ เพราะทุกค่ายจะพยายามลงไปทำตลาด 3จีในกลุ่มลูกค้าระดับล่าง สร้างความแมสให้แก่อุตสาหกรรมมากขึ้น ซึ่งเราคาดว่าปีนี้ตลาดมือถือจะโตขึ้น15% เป็นอย่างน้อย"

สำหรับการแข่งขันในอุตสาหกรรมหลัง 3 ค่ายเปิดบริการ 3จี เชื่อว่า ความท้าทายจะอยู่ที่การนำเสนอสิทธิพิเศษให้ลูกค้า ขณะที่ ราคา ยังเชื่อว่าจะไม่เกิดสงครามราคา 3จีช่วงแรก หากมองหลักการทำตลาดอย่างเสรี เมื่อ 3 รายเปิดบริการแล้ว ปริมาณความต้องการลูกค้าย่อมมากขึ้น ดังนั้น การคิดราคาจะไม่ถูกลง แต่ตามเงื่อนไขกสทช.ที่ให้ลดราคาโปรโมชั่น 3จีลง 15% จะเป็นการกำหนดราคากลางของตลาดที่ต้องปฏิบัติตาม

ทำตลาด 3จี ปีนี้ 10 ล้านเบอร์

เขา กล่าวว่า หลังกสทช.อนุมัติเลขหมายโทรคมสำหรับทำตลาด 3จีให้เอไอเอส 14 ล้านเลขหมาย เอไอเอสคาดว่าจะใช้ในการทำตลาดตลอดปี 2556 จำนวน 8-10 ล้านเลขหมาย ที่เหลือจะเก็บไว้สำหรับให้หมุนเวียนในตลาด ผ่านช่องทางการขายของคู่ค้ารายหลัก และรายย่อย โดยการทำตลาดส่วนหนึ่งยอมรับลูกค้า 3จีบนคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ มาจากลูกค้าที่ใช้ 3จีบนคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ โดยจะโอนย้ายมายังระบบใหม่ของบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ตเวิร์ก (เอดับบลิวเอ็น) ผ่าน Agree Port ซึ่งอยู่ระหว่างทำระบบรองรับ

ปีแรกการทำตลาด 3จี ยังไม่สร้างรายได้ให้แก่บริษัทมาก เพราะในส่วนแบ่งรายได้ของเอไอเอสแต่ละปีคิดเป็นรายได้จากวอยซ์ 78% ที่เหลือจะเป็นรายได้จากบริการเสริม (ดาต้า) 22% แต่ปีนี้ คาดว่ารายได้จากดาต้า จะเพิ่มเป็น 30% หรือราว 30,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ภาพรวมการเติบโตของวอยซ์ไม่ตกลง แต่อาจโตในเปอร์เซ็นต์ที่น้อย ปีนี้คาดว่า จะเพิ่มขึ้น 2% ส่วนลูกค้าในระบบเอไอเอสปีแรกน่าจะเป็นลูกค้าในระบบ 2จี จำนวน 28 ล้านราย และระบบ 3จี จำนวน 8 ล้านรายเป็นอย่างน้อย อย่างไรก็ดี แม้เปิดบริการ 3จีแล้วลูกค้า 2จียังค้างอยู่ในระบบราว 10-20% ของฐานลูกค้าทั้งหมด


http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/it/20130128/487638/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E
0%B8%B1%E0%B8%A2-
%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0
%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C-
%E0%B8%89%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%8E-
%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%95%E0%
B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%8
0%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA.html



ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.