Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

29 มกราคม 2556 ข่าวค่ำ!! TECHTVTHAILAND โทรคมนาคมและการสือสาร 3 ข่าวเด่น ประจำวันที่ 29/01/2556 By So Magawn ( โส มกร )

ข่าวค่ำ!! TECHTVTHAILAND โทรคมนาคมและการสือสาร 3 ข่าวเด่น ประจำวันที่ 29/01/2556 By So Magawn ( โส มกร )

1... (ก่อนปิดระบบสิ้นมี.ค.นี้)CATจัดหนัก!!เตรียม200ล้านบาทให้ลูกค้าCAT CDMAย้ายสู่ MY สนองทั้งค่าเครื่องและแพ็คเกจ
2... (สุดยอด) ชาวพะเยาทำประชาคมยื่น กสทช. ไล่เสา AIS ออกจากพื้นที่(โดยให้ไปอยู่พื้นที่ที่กำหนด) เหตุนอนไม่หลับ ปวดศีรษะ
3... กสทช.ขึ้นเชียงราย ตรวจนาทีละไม่เกิน 99 สตางค์และวันหมดอายุ++ ( พบยังไร้ผลอยู่ ) ++


(ก่อนปิดระบบสิ้นมี.ค.นี้)CATจัดหนัก!!เตรียม200ล้านบาทให้ลูกค้าCAT CDMAย้ายสู่ MY สนองทั้งค่าเครื่องและแพ็คเกจ

ประเด็นหลัก


ปัจจุบันลูกค้าที่ค้างอยู่ในระบบซีดีเอ็มเอ แบ่งเป็นลูกค้าในระบบรายเดือน(โพสต์เพด) 20,000 ราย และลูกค้าระบบเติมเงิน (พรีเพด) 90,000 ราย


นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสิรฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า บริษัทจะใช้งบประมาณ 200 ล้านบาท เป็นมาตรการเยียายาในการปิดระบบโทรศัพท์มือถือระบบซีดีเอ็มเอในประเทศไทย โดยมีแผนปิดระบบดังกล่าวสิ้นเดือนมี.ค.นี้

เงินจำนวนดังกล่าวจะใช้ทำแคมเปญจูงใจลูกค้า "แคท ซีดีเอ็มเอ" ใน 51 จังหวัด ที่ค้างในระบบซีดีเอราว 1 ล้านราย แบ่งเป็นลูกค้าในระบบรายเดือน (โพสต์เพด) 20,000 ราย และลูกค้าระบบเติมเงิน (พรีเพด) 90,000 รายในการให้โปรโมชั่นแพ็คเกจ 3จีรวมเครื่องลูกข่ายในระบบจีเอสเอ็ม

อย่างไรก็ดี คาดว่ามาตรการเยียวยาลูกค้าจะเริ่มได้เดือนก.พ.นี้ ซึ่งการที่ กสท จำเป็นต้องจูงใจให้ลูกค้ามาอยู่ในระบบใหม่ เพราะต้องการให้ลูกค้าได้รับบริการต่อเนื่อง แต่ต้องยอมรับว่า ลูกค้าที่ไม่ยอมเปลี่ยนมายังโครงข่ายใหม่ในแบรนด์ "มาย" เพราะลูกค้าพอใจโปรโมชั่นระบบซีดีเอ็มเอที่ได้รับ ดังนั้น กสท ต้องพยายามใช้งบจำนวนนี้ซับซิไดซ์ค่าเครื่องและแพ็คเกจ

"ปัจจุบันเราต้องเสียค่าบำรุงรักษาระบบซีดีเอ็มเอมากกว่าเดือนละ 70 ล้านบาท ขณะที่ลูกค้าใช้บริการลดลงเรื่อยๆ ดังนั้น กสท จำเป็นต้องเทงบประมาณจำนวน 200 ล้านบาท มาเยียวลูกค้าให้โอนย้ายมายัง 'มาย' ทีเดียว และจะทำให้ กสท ให้บริการโทรศัพท์ในระบบเดียวคือ 3จีบนคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์บนเทคโนโลยีจีเอสเอ็ม"

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/it/20130129/487843/%A1%CA%B7%CD%D1%B4-200-
%C5.%BB%D4%B4-%AB%D5%B4%D5%E0%CD%E7%C1%E0%CD-
%E0%C2%D5%C2%C7%C2%D2%C5%D9%A1%A4%E9%D2.html
_________________

(สุดยอด) ชาวพะเยาทำประชาคมยื่น กสทช. ไล่เสา AIS ออกจากพื้นที่(โดยให้ไปอยู่พื้นที่ที่กำหนด) เหตุนอนไม่หลับ ปวดศีรษะ

ประเด็นหลัก

กลุ่มชาวบ้านร้องเรียนว่า ก่อนหน้านี้ได้มีเสาโทรศัพท์ของ AIS ตั้งอยู่กลางชุมชนของหมู่บ้านดังกล่าวตั้งแต่ปี 2547 ทำให้ชาวบ้านวิตกเรื่องความปลอดภัย หลังจากนั้นก็สงสัยเรื่องอาการนอนไม่หลับ ปวดศีรษะ เจ็บป่วยต่างๆ ฯลฯ ทำให้เมื่อ 2 ปีก่อนจึงได้เริ่มร้องทุกข์ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับจังหวัด และ กสทช.แต่เรื่องก็ไม่คืบหน้า ทุกหน่วยงานอ้างว่าบริษัทเอกชนได้ขออนุญาตจัดตั้งอย่างถูกต้องไปแล้ว

นางอนงค์กล่าวว่า เมื่อเกิดปัญหาขึ้นชาวบ้านได้จัดประชุมเมื่อวันที่ 3 ม.ค. 56 ที่ผ่านมาโดยมีเจ้าหน้าที่ กสทช.ไปรับเรื่องด้วย จากนั้นชาวบ้านทั้งหมู่บ้านได้ทำประชาคมมีมติว่า ขอให้ย้ายเสาโทรศัพท์ออกไปตั้งห่างจากหมู่บ้านอย่างน้อย 400-500 เมตร ซึ่งชาวบ้านได้จัดเตรียมสถานที่ตั้งเสาใหม่รองรับเอาไว้ให้ด้วย แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการย้ายออกไป ทำให้ชาวบ้านร้อนใจอย่างหนัก จึงได้ร้องเรียนต่อ กสทช. และขอให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับจากนี้ด้วย


จากนั้นกลุ่มชาวบ้านได้ยื่นหนังสือถึง กสทช. โดยมีเนื้อหาว่าการดำเนินการตั้งเสาโทรศัพท์ดังกล่าวขัดต่อหลักเกณฑ์การขออนุญาตในการตั้งเสาส่งสัญญาณ และ กสทช.ได้มีคำสั่งปรับเอกชนรายดังกล่าวตามมาตรา 19 ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนต่อระเบียบเงื่อนไขของใบอนุญาต โดยไปตั้งก่อนแล้วขออนุญาตภายหลังแต่มีเพียงการปรับเป็นเงินจำนวน 9,000 บาทเท่านั้น ไม่ได้มีการให้ย้ายเสาออกไปแต่อย่างใด ซึ่ง พ.อ.เศรษฐพงศ์รับเรื่องไว้พร้อมดำเนินการให้ต่อไปทำให้ชาวบ้านแยกย้ายกันกลับ



ข่าวที่เกี่ยวข้อง
13 ธันวาคม 2555 (ระเบิดอารมณ์)AISขอโทษ!!โทรไม่ติด30นาที(อ้างลูกค้าเติมเงินเช็คยอดมากไป)//ชาวเชียงคำฮือจี้AISย้ายเสาพ้นหมู่บ้าน
http://somagawn.blogspot.com/2012/12/13-2555-ais30ais.html

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9560000011811&Keyword=ais
_________________

กสทช.ขู่ทุกค่าย ไม่จ่ายค่าปรับไม่อนุมัติหมายเลขเบอร์โทรศัพท์แน่นอน // AIS เปลื่ยนใจ!! ลั่นนะ ยอมจ่ายค่าปรับเป็นรายแรก

ประเด็นหลัก

เข้าชี้แจงตามคำสั่งเรียกไต่สวนในคดีหมายเลขดำที่ 56/2556 ที่บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ฟ้อง สำนักงาน กสทช.และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งสำนักงาน กสทช. ที่ได้เรียกค่าปรับจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ยังกำหนดวันหมดอายุ ในการให้บริการระบบเติมเงิน หรือ พรีเพด ที่ห้องไต่สวน 1 ชั้น 2 เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ถ.แจ้งวัฒนะ



เลขาธิการ กสทช. กล่าวต่อว่า สำหรับการชี้แจงกับศาลในครั้งนี้ จะนำส่งสำเนาหนังสือของเอไอเอสที่แจ้งว่ายินยอมปฏิบัติตามพร้อมกับจ่ายค่า ปรับ รวมถึงได้ทำหนังสือชี้แจงกับศาลว่า หากศาลปกครองกลางกำหนดมาตรการ หรือวิธีการใดๆ เพื่อบรรเทาทุกข์ก่อนการพิพากษา โดยให้ระงับการกำหนดมาตรการบังคับทางปกครองตามคำสั่งไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าคดีจะสิ้นสุดหรือจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและการบริหารงานโดยตรงของ กสทช. ในการคุ้มครองผู้บริโภค ไม่ให้ถูกเอาเปรียบจากการใช้โทรศัพท์มือถือเคลื่อนที่ในลักษณะที่เรียกเก็บ ค่าบริการล่วงหน้า หรือพรีเพด

“เชื่อว่าเอไอเอสจะยอมจ่ายค่าปรับ และถ้าเอไอเอสจ่ายค่ายมือถืออื่นๆ ก็จะยอมจ่ายด้วย เหมือนเป็นการนำร่องจ่ายก่อน ให้ค่ายอื่นจ่ายตาม เพราะถ้าไม่จ่ายก็จะกระทบกับการอนุมัติเลขหมายที่เอกชนต้องนำไปให้บริการ” นายฐากร กล่าว

อย่างไรก็ตามเลขาธิการกสทช.มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหา เนื่องจากการคิดอัตราค่าปรับอ้างอิงมาจากพ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคมพ.ศ. 2544 ม.66 ระบุว่าค่าปรับต้องขั้นต่ำ 20,000 บาท และกสทช.ได้คิดค่าปรับตามรายได้ของผู้ประกอบการค่ายมือถือที่พึ่งจะได้รับผลประโยชน์จากการกำหนดวันหมดอายุระบบพรีเพด



นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 28 ม.ค. 2556 กสทช.ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังกรมบังคับคดีครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้ง เพื่อให้กรมฯ ปรับผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เรื่องห้ามกำหนดวันหมดอายุของบริการโทรศัพท์มือถือแบบเติมเงิน (พรีเพด) และการลงทะเบียนบัตรประชาชน ผู้ใช้บริการบัตรพรีเพด 13 หลัก รวมวงเงิน 134.32 ล้านบาท พร้อมกับทำหนังสือไปยังผู้ประกอบการให้จ่ายค่าปรับภายใน 7 วัน

ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ กสทช. ก็จะมีมาตรการไม่อนุมัติหมายเลขเบอร์โทรศัพท์เคลื่อนที่ 2จี ให้แก่ผู้ประกอบการเพิ่มเติม หลังจากปัจจุบันผู้ประกอบการทั้งเอไอเอสและดีแทคต่างยื่นคำขอหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2จี ใหม่แล้ว


http://www.thairath.co.th/content/tech/323363
http://www.dailynews.co.th/technology/181354
http://www.posttoday.com/%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B
8%A5%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%9F%E0%B9%8C/201614/%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B9%893%E0
%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%96%E0%B8%
B7%E0%B8%AD%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0
%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%83%E0%B8%997%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%
99

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.