Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

3 มกราคม 2556 ปรับทุกค่ายรวมมูลค่า 51 ล้านบาท (ศาลสรุปแล้ว) 3 กรณี TOT ไม่ต่อ IC กับDTAC // กำหนดวันในบัตรเติมเงิน // ลูกค้าเติมเงินไม่ไปลงทะเบียนตัวตน


ประเด็นหลัก



1. คำสั่งให้บริษัท ทีโอที ทำสัญญาเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม (ค่าไอซี) กับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค   ในส่วนกรณีของทีโอทีจะต้องชำระค่าปรับให้ กสทช.วันละ 20,000 บาท โดยทีโอทีจะต้องชำระค่าปรับตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค. 2553 หากนับจนถึงวันที่ 3 ม.ค. 2556 รวม 812 วัน คิดเป็นเงินค่าปรับ 16,380,000 บาท รวมทั้งต้องจ่ายค่าปรับไปจนกว่าทีโอทีจะชำระค่าปรับทั้งหมด
     
       “แม้ทีโอทีจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดไปแล้วก็ตาม แต่ล่าสุดศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งให้ทีโอทีทำสัญญากับดีแทค ดังนั้นถึงจะอยู่ระหว่างรอคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ทีโอทีก็ต้องชำระค่าปรับดังกล่าว ซึ่งในตอนนี้ทีโอที และดีแทคอยู่ระหว่างเจรจาการทำสัญญาระหว่างกัน โดยคาดว่าจะมีข้อสรุปเร็วๆ นี้”







 2. คำสั่งให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือทุกรายจัดเก็บข้อมูลหรือลงทะเบียนผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือแบบบัตรเติมเงินล่วงหน้า (พรีเพด) ทุกราย  ขณะที่กรณีผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทั้ง 3 ค่าย คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) บริษัท ทรูมูฟ และดีแทค ต้องลงทะเบียนผู้ใช้บัตรเติมเงินล่วงหน้า (ลูกค้าในระบบพรีเพด) นั้น ทั้ง 3 ค่ายมือถือไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง กสทช.จึงต้องสั่งปรับวันละ 80,000 บาท โดยมีคำสั่งปรับตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค. 2555 จนถึงวันที่ 3 ม.ค. 2556 รวม 182 วัน คิดเป็นเงินรวม 14,560,000 บาท หรือรายละประมาณ 3.64 ล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นวันละ 80,000 บาท ไปจนกว่าทั้ง 3 รายจะชำระค่าปรับตามคำสั่ง กสทช.








3. คำสั่งให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือทุกรายห้ามกำหนดวันหมดอายุบัตรเติมเงินล่วงหน้า โดยให้ผู้ประกอบการทุกรายปฏิบัติตามคำสั่ง กสทช.และชำระค่าปรับตามกฎหมายด้วย   ส่วนกรณีที่ 3 ค่ายมือถือยังคงกำหนดวันหมดอายุบัตรเติมเงิน ซึ่งถือว่าไม่ปฏิบัติตามคำสั่งกสทช. จึงได้มีคำสั่งปรับวันละ 100,000 บาท นับตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. 2555 จนถึง 3 ม.ค. 2556 รวม 219 วัน คิดเป็นเงิน 21,900,000 บาท หรือรายละ 7.30 ล้านบาท ไปจนกว่าทั้ง 3 ค่ายมือถือจะชำระค่าปรับดังกล่าวแล้ว
     
     
 
















______________________________


กสทช.ปรับแหลก “ทีโอที-3 ค่ายมือถือ”


       กสทช.ออกคำสั่งปรับ “ทีโอที-3 ค่ายมือถือ” หลังขัดคำสั่งทางปกครองกรณีค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (ไอซี) การลงทะเบียนพรีเพด และการกำหนดวันหมดอายุบัตรเติมเงิน รวมค่าปรับราว 53 ล้านบาท
     
       นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 56 ได้ออกคำสั่งทางปกครอง 3 ฉบับ ได้แก่ 1. คำสั่งให้บริษัท ทีโอที ทำสัญญาเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม (ค่าไอซี) กับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค 2. คำสั่งให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือทุกรายจัดเก็บข้อมูลหรือลงทะเบียนผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือแบบบัตรเติมเงินล่วงหน้า (พรีเพด) ทุกราย และ 3. คำสั่งให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือทุกรายห้ามกำหนดวันหมดอายุบัตรเติมเงินล่วงหน้า โดยให้ผู้ประกอบการทุกรายปฏิบัติตามคำสั่ง กสทช.และชำระค่าปรับตามกฎหมายด้วย
     
       ในส่วนกรณีของทีโอทีจะต้องชำระค่าปรับให้ กสทช.วันละ 20,000 บาท โดยทีโอทีจะต้องชำระค่าปรับตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค. 2553 หากนับจนถึงวันที่ 3 ม.ค. 2556 รวม 812 วัน คิดเป็นเงินค่าปรับ 16,380,000 บาท รวมทั้งต้องจ่ายค่าปรับไปจนกว่าทีโอทีจะชำระค่าปรับทั้งหมด
     
       “แม้ทีโอทีจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดไปแล้วก็ตาม แต่ล่าสุดศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งให้ทีโอทีทำสัญญากับดีแทค ดังนั้นถึงจะอยู่ระหว่างรอคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ทีโอทีก็ต้องชำระค่าปรับดังกล่าว ซึ่งในตอนนี้ทีโอที และดีแทคอยู่ระหว่างเจรจาการทำสัญญาระหว่างกัน โดยคาดว่าจะมีข้อสรุปเร็วๆ นี้”
     
       ขณะที่กรณีผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทั้ง 3 ค่าย คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) บริษัท ทรูมูฟ และดีแทค ต้องลงทะเบียนผู้ใช้บัตรเติมเงินล่วงหน้า (ลูกค้าในระบบพรีเพด) นั้น ทั้ง 3 ค่ายมือถือไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง กสทช.จึงต้องสั่งปรับวันละ 80,000 บาท โดยมีคำสั่งปรับตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค. 2555 จนถึงวันที่ 3 ม.ค. 2556 รวม 182 วัน คิดเป็นเงินรวม 14,560,000 บาท หรือรายละประมาณ 3.64 ล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นวันละ 80,000 บาท ไปจนกว่าทั้ง 3 รายจะชำระค่าปรับตามคำสั่ง กสทช.
     
       ส่วนกรณีที่ 3 ค่ายมือถือยังคงกำหนดวันหมดอายุบัตรเติมเงิน ซึ่งถือว่าไม่ปฏิบัติตามคำสั่งกสทช. จึงได้มีคำสั่งปรับวันละ 100,000 บาท นับตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. 2555 จนถึง 3 ม.ค. 2556 รวม 219 วัน คิดเป็นเงิน 21,900,000 บาท หรือรายละ 7.30 ล้านบาท ไปจนกว่าทั้ง 3 ค่ายมือถือจะชำระค่าปรับดังกล่าวแล้ว
     
       นายฐากรกล่าวว่า ในปี 2556 นี้ถือเป็นปีแห่งการคุ้มครองผู้บริโภค ดังนั้น กสทช.ต้องรักษาสิทธิของผู้บริโภค ซึ่งการออกคำสั่งทางปกครองดังกล่าวเพื่อให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามคำสั่ง นอกจากออกคำสั่งปรับแล้ว ก็จะเชิญผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกรายมาหารือทำความเข้าใจและขอร้องแบบบังคับให้ชำระค่าปรับด้วย โดยยืนยันว่าคำสั่งของ กสทช.มิใช่เสือกระดาษอีกต่อไป แต่สามารถบังคับใช้ได้จริง
     
       “เรายอมรับว่าคำสั่งของ กสทช.มิใช่คำสั่งสุดท้าย เพราะผู้ประกอบการมีทางเลือกที่จะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอความยุติธรรม ซึ่งทำให้กระบวนการต่างๆ ต้องใช้เวลา โดยดูได้จากแต่ละคำสั่ง กสทช.จะมีผลได้จริงก็ต้องรอคำพิพากษาของศาลปกครองแล้วจึงถือเป็นที่สิ้นสุด”
     

http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9560000000729&Keyword=%a1%ca%b7

__________________________________________


เลขาฯกสทช.ลุย"ปีแห่งการคุ้มครองผู้บริโภค"เซ็น 3คำสั่งปรับทีโอที-ดีแทค-เอไอเอส-ทรูมูฟ 53ล้าน


นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เปิดเผยว่า จากแนวทางการบริหารงานของ กสทช. ที่กำหนดให้ในปี2556 เป็นปีแห่งการคุ้มครองผู้บริโภค ล่าสุดวันที่ 3 มกราคม ลงนามในคำสั่งทางปกครองเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคใน 3 เรื่องด้วยกัน ประกอบด้วย 1.ให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ทำสัญญาเชื่อมต่อระหว่างโครงข่ายโทรคมนาคม(อินเตอร์คอนเนคชั่นชาร์จ หรือ ไอซี) กับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ ดีแทค ในทันที ภายหลังเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2553 กสทช. มีคำสั่งให้ทีโอทีเจรจาเรื่องสัญญาดังกล่าว แม้ทางทีโอทียื่นเรื่องต่อศาลปกครอง แต่ล่าสุดศาลปกครองได้มีคำสั่งให้ทีโอทีเข้าเจรจาทำสัญญากับดีแทคเช่นกัน ทั้งนี้หากทำสัญญายังไม่เสร็จสิ้นทางทีโอทีต้องเสียค่าปรับในอัตรา 2 หมื่นบาทต่อวัน นับตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2555 หรือรวม 16,380,000 บาท

 ในเรื่องที่2 กสทช. มีคำสั่งให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบเติมเงิน(พรีเพด) ดำเนินการตามคำสั่งของ กสทช. ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องลงทะเบียนข้อมูลของผู้ใช้งาน ตามที่ได้มีการออกคำสั่งไปเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2555 โดยผู้ประกอบการทั้ง 4 รายที่ยังฝ่าฝืนคำสั่งอยู่ในขณะนี้ประกอบด้วย ทีโอที, บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน), บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ ดีแทค จะต้องเสียค่าปรับวันละ 8 หมื่นบาท หรือรายละ 3.64 ล้านบาท รวม 4 ราย 14.5 ล้านบาท

นายฐากร กล่าวด้วยว่า สำหรับเรื่องสุดท้าย ห้ามผู้ประกอบการกำหนดวันหมดอายุของโทรศัพท์ในระบบพรีเพด ภายหลัง กสทช. ออกคำสั่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม โดยผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย ได้แก่ เอไอเอส, ดีแทค และ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด จะต้องเสียค่าปรับวันละ 1 แสนบาท หรือรายละ 7.3 ล้านบาท หรือรวมทั้ง 3 รายเป็น 21.9 ล้านบาท

“ในปีนี้ จะมีมาตรการที่เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคให้เด็ดขาดมากยิ่งขึ้น หากพวกเขายังฝ่าฝืนอีก กสทช. คงพิจารณามาตรการลงโทษให้หนักขึ้นกว่าเดิม ที่ผ่านมายอมรับว่าสาเหตุที่ช้าเพราะกระบวนการเอาผิดต่อผู้ประกอบการต้องไปสิ้นสุดที่คำสั่งศาล” นายฐากร กล่าว

นายวิเชียร เมฆตระการ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า ในการสั่งปรับทางปกครองของ กสทช. ในการให้บริการระบบเต็มเงินของเอไอเอส ที่ล่าสุด กสทช. มีคำสั่งออกมา ทางเอไอเอสยังไม่มีความเห็น แต่ขอใช้เวลาศึกษารายละเอียดตัวคำสั่งที่มีออกมาอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้เอไอเอสดำเนินการมาเป็นเวลานานแล้ว หรือก่อนที่จะเกิดขึ้นของ กสทช.เสียอีก


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1357205855&grpid=03&catid=03

________________________________


เลขาธิการ กสทช. ประเดิมปีแห่งการคุ้มครองผู้บริโภคของ กสทช. สั่งให้ทีโอทีทำสัญญาเชื่อมต่อไอซีกับดีแทค

  
เลขาธิการ กสทช. ประเดิมปีแห่งการคุ้มครองผู้บริโภคของ กสทช. สั่งให้ทีโอทีทำสัญญาเชื่อมต่อไอซีกับดีแทคพร้อมปรับวันละ 20,000 บาท และห้ามโอเปอเรเตอร์กำหนดวันหมดอายุบัตรเติมเงิน ทั้งให้โอเปอเรเตอร์ต้องจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือพรีเพด

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) (ปัจจุบันคือคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)) ได้มีคำสั่งให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ ทีโอที ทำสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโครงข่ายโทรคมนาคมกับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ตามคำชี้ขาดข้อพิพาทการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่ 4/2551 ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2551 ให้แล้วเสร็จภายในภายใน 7 วัน ซึ่งต่อมาศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษายกฟ้องในคดีหมายเลขดำที่ 1033/2553 คดีหมายเลขแดงที่ 1178/2555 ที่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ฟ้อง กทช. และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) เรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีข้อพิพาทการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมระหว่างบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กับ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และให้การคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวสิ้นสุดลงนับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา นั้น


ข้อเท็จจริงปรากฏว่าปัจจุบัน บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ก็ยังคงฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ กสทช. ไม่ทำสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโครงข่ายโทรคมนาคมกับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ให้แล้วเสร็จ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณะ และประชาชนผู้ใช้บริการ และเพื่อบังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย สำนักงาน กสทช. จึงได้มีหนังสือถึงบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ให้ดำเนินการทำสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมกับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ตามคำชี้ขาดข้อพิพาทการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่ 4/2551 ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2551 และให้ชำระค่าปรับทางปกครองในอัตราวันละ 20,000 บาท ต่อสำนักงาน กสทช. ให้ครบถ้วน โดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่พ้นกำหนด 7 วันที่ ทีโอที ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งให้ปฏิบัติตามคำชี้ขาดข้อพิพาทการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่ 4/2551 ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2551 จนกว่าจะดำเนินการทำสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโครงข่ายโทรคมนาคมกับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) แล้วเสร็จ

นายฐากร กล่าวว่า สำหรับกรณีผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้า หรือ พรีเพด ได้กำหนดเงื่อนไขการให้บริการในลักษณะเป็นการบังคับให้ผู้ใช้บริการต้องใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนดนั้น ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2555 ตนเองได้มีคำสั่งกำหนดค่าปรับทางปกครองในอัตราวันละ 100,000 บาท กรณีบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 3 ราย อันได้แก่บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทรูมูฟ จำกัด ไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามข้อ 11 ของประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 ซึ่งทั้ง 3 บริษัทได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่ง ต่อมา กทค. ปฏิบัติหน้าที่แทน กสทช. ได้พิจารณาคำอุทธรณ์ของทั้ง 3 บริษัทฯ แล้วเห็นว่า คำสั่งเลขาธิการ กสทช. ที่กำหนดค่าปรับทางปกครองชอบด้วยกฎหมายแล้ว จึงมีมติเห็นชอบยืนตามคำสั่งเลขาธิการ กสทช. ในการกำหนดค่าปรับทางปกครองดังกล่าว

ปัจจุบันพบว่าทั้งบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทรูมูฟ จำกัด ยังคงกำหนดระยะเวลาการใช้งานสำหรับให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้าอยู่ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ 11 ของประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 แม้ว่าทั้ง 3 บริษัท จะได้ยื่นขอความเห็นชอบกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับระยะเวลาการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในลักษณะที่เรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้าต่อ กสทช. แต่เมื่อ กสทช. ยังไม่ได้ให้ความเห็นชอบ ทั้ง 3 บริษัท ย่อมไม่มีสิทธิกำหนดเงื่อนไขอันมีลักษณะเป็นการบังคับให้ผู้ใช้บริการต้องใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนดในการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในลักษณะที่เป็นการเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้า

และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณะ และประชาชนผู้ใช้บริการ และเพื่อบังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย สำนักงาน กสทช. จึงได้มีหนังสือถึงบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทรูมูฟ จำกัด ขอให้ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายและปฏิบัติให้ถูกต้องตามข้อ 11 ของประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 โดยให้แก้ไขปรับปรุงเงื่อนไขการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในลักษณะที่เป็นการเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้า ไม่ให้มีข้อกำหนดอันมีลักษณะเป็นการบังคับให้ผู้ใช้บริการต้องใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจาก กสทช. เป็นการล่วงหน้า และให้ชำระค่าปรับทางปกครองในอัตราวันละ 100,000 บาท ต่อสำนักงาน กสทช. ให้ครบถ้วน โดยเริ่มปรับตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2555 ไปจนกว่าทั้ง 3 บริษัทจะปฏิบัติตามประกาศฯ ข้อ 11 อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ หากทั้ง 3 บริษัทยังคงฝ่าฝืนคำสั่ง เลขาธิการ กสทช. จะอาศัยอำนาจตามมาตรา 66 แห่งพ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 พิจารณากำหนดค่าปรับทางปกครองในอัตราที่สูงขึ้นต่อไป

นายฐากร กล่าวต่อว่า ในส่วนของการให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเรียกเก็บเงินล่วงหน้า หรือ พรีเพด ซึ่งนับตั้งแต่เลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กทช.) ได้มีคำสั่งทางปกครองตามมาตรา 64 แห่งพ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 ให้บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทรูมูฟ จำกัด จัดเก็บข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเรียกเก็บเงินล่วงหน้าตามข้อ 38 และข้อ 96 ของประกาศ กทช. เรื่องหลักเกณฑ์การจัดสรรและบริหารเลขหมายโทรคมนาคม พ.ศ. 2551 ให้ครบถ้วนภายใน 90 วัน ซึ่งทั้ง 5 บริษัทได้ยื่นขออุทธรณ์คำสั่ง ต่อมา กทช. ปฏิบัติหน้าที่ กสทช. ได้พิจารณาอุทธรณ์ของทั้ง 5 บริษัทแล้วเห็นว่า คำสั่งทางปกครองของเลขาธิการ กทช. ในขณะนั้น ชอบด้วยกฎหมายแล้ว จึงให้ทั้ง 5 บริษัท ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามประกาศดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ

จากนั้นสำนักงาน กสทช. ได้มีหนังสือแจ้งเตือนให้ทั้ง 5 บริษัทปฏิบัติตามคำสั่งของเลขาธิการ กทช. ในขณะนั้น และคำวินิฉัยอุทธรณ์ ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือ มิฉะนั้นเลขาธิการ กสทช. จะใช้อำนาจตามมาตรา 66 แห่งพ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 พิจารณากำหนดค่าปรับทางปกครองให้ทั้ง 5 บริษัทชำระในอัตราไม่ต่ำกว่า 20,000 บาทต่อวัน จนกว่าบริษัทจะได้ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้บริการแล้วเสร็จ ต่อมาเลขาธิการ กสทช. มีคำสั่งทางปกครองกำหนดค่าปรับทางปกครองในอัตรา 80,000 บาทต่อวัน โดยให้ทั้ง 5 บริษัทชำระค่าปรับนับแต่วันพ้นกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ ซึ่งทั้ง 5 บริษัทได้อุทธรณ์คำสั่งกำหนดค่าปรับทางปกครองของเลขาธิการ กสทช. และ กทค. ปฏิบัติหน้าที่แทน กสทช. ได้พิจารณาอุทธรณ์ของบริษัทในการประชุมครั้งที่ 44/2555 เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2555 แล้วเห็นว่า คำสั่งเลขาธิการ กสทช. ที่กำหนดค่าปรับทางปกครองชอบด้วยกฎหมายแล้วและไม่มีเหตุต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่ง จึ่งมีมติเห็นชอบยืนตามคำสั่งเลขาธิการ กสทช. ในการกำหนดค่าปรับทางปกครองดังกล่าวข้างต้น

ด้วยข้อเท็จจริงปรากฏว่าปัจจุบันผู้ให้บริการบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 5 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทรูมูฟ จำกัด ยังไม่ดำเนินจัดเก็บข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเรียกเก็บเงินล่วงหน้าตามข้อ ๓๘ และข้อ ๙๖ ของประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดสรรและบริหารเลขหมายโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ให้ครบถ้วน เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณะ และประชาชนผู้ใช้บริการ และเพื่อบังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย สำนักงาน กสทช. จึงได้มีหนังสือถึงบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทรูมูฟ จำกัด ให้ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายและปฎิบัติให้ถูกต้องตามข้อ 38 และ 96 ของประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดสรรและบริหารเลขหมายโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามประกาศดังกล่าวให้ครบถ้วน ทั้งนี้ หากทั้ง 5 บริษัทยังคงฝ่าฝืนคำสั่ง เลขาธิการ กสทช. จะอาศัยอำนาจตามมาตรา 66 แห่งพ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 พิจารณากำหนดค่าปรับทางปกครองในอัตราที่สูงขึ้นต่อไป และให้ 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ชำระค่าปรับทางปกครอง ในอัตราวันละ 80,000 บาท ต่อสำนักงาน กสทช. ให้ครบถ้วน ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทฯ ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งของเลขาธิการ กสทช. ในการกำหนดค่าปรับทางปกครอง เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ บริษัทฯ จึงต้องชำระค่าปรับทางปกครองนับแต่วันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๕ เป็นต้นไปจนกว่าบริษัทฯ จะได้ดำเนินจัดเก็บข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเรียกเก็บเงินล่วงหน้าตามข้อ ๓๘ และข้อ ๙๖ ของประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดสรรและบริหารเลขหมายโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ให้ครบถ้วน

ในส่วนของบริษัท ทรูมูฟ จำกัด ศาลปกครองกลางในคดีหมายเลขดำที่ 1867/2554 มีคำสั่งให้ระงับการกำหนดมาตรการบังคับทางปกครองตามคำสั่งของเลขาธิการ กสทช. ตามหนังสือสำนักงาน กสทช. ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2555 ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาเป้นอย่างอื่น และมีคำสั่งให้ยกคำขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองที่ให้บรษัทฯ ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเรียกเก็บเงินล่วงหน้าตามข้อ ๓๘ และข้อ ๙๖ ของประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดสรรและบริหารเลขหมายโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ให้ครบถ้วน จึงไม่ต้องชำระค่าปรับทางปกครอง

นายฐากร กล่าวย้ำว่า ปี 2556 นี้เป็นปีแห่งการคุ้มครองผู้บริโภคของ กสทช. ทางสำนักงานจะดำเนินการเรื่องการดูแลคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับบริการที่มีคุณภาพ ในราคาที่เป็นธรรม จะเร่งแก้ปัญหาที่ได้รับการร้องเรียนจากผู้บริโภคให้เรียบร้อย

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :
กลุ่มงานสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง

(สำนักงาน กสทช.)
โทรศัพท์ : 0-2271-0151 ต่อ 315 - 317 โทรสาร : 0-2290-5241

http://www.ryt9.com/s/prg/1561074


______________________________

สั่งปรับทีโอทีไม่ทำสัญญาเชื่อมโครงข่ายดีแทค


กสทช.สั่งปรับทีโอทีวันละ 20,000บาทตั้งแต่ 26ธ.ค.2551จนถึงปัจจุบัน หลังไม่ยอมทำสัญญาเชื่อมโยงโครงข่ายกับดีแทคตามคำสั่ง

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ตามที่กสทช. ได้มีคำสั่งให้บริษัท ทีโอที หรือ ทีโอที ทำสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโครงข่ายโทรคมนาคมกับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค ตามคำชี้ขาดข้อพิพาทการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่ 4/2551 ลงวันที่ 26 ธ.ค. 2551 ให้แล้วเสร็จภายในภายใน 7 วัน  ข้อเท็จจริงปรากฏว่าปัจจุบัน บริษัท ทีโอที ยังคงฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ กสทช. ไม่ทำสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโครงข่ายโทรคมนาคมกับดีแทค ให้แล้วเสร็จ

ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณะ และประชาชนผู้ใช้บริการ และเพื่อบังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย   สำนักงาน กสทช. จึงได้มีหนังสือถึงบริษัท ทีโอที ให้ดำเนินการทำสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมกับดีแทค ตามคำชี้ขาดข้อพิพาทการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่ 4/2551 ลงวันที่ 26 ธ.ค. 2551 และให้ชำระค่าปรับทางปกครองในอัตราวันละ 20,000 บาท ต่อสำนักงาน กสทช. ให้ครบถ้วน   โดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่พ้นกำหนด 7 วันที่ ทีโอที ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งให้ปฏิบัติตามคำชี้ขาดข้อพิพาทการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่ 4/2551 ลงวันที่ 26 ธ.ค.2551 จนกว่าจะดำเนินการทำสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายแล้วเสร็จ


http://www.posttoday.com/%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95
%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%9F%E0%B9%8C/196818/%E
0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%
E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B5
%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B8%B
1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%
88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8
%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B
8%97%E0%B8%84


_____________________________


ห้ามผู้ให้บริการกำหนดวันหมดอายุบัตรเติมเงิน

กสทช.สั่งผู้ให้บริการเร่งแก้เงื่อนไขห้ามกำหนดวันหมดอายุบัตรเติมเงินโทรศัพท์มือถือ พร้อมให้จ่ายค่าปรับเดือนละแสนตั้งแต่30พ.ค.55ฐานไม่ปฏิบัติตาม

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า  กรณีผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้า (พรีเพด) ได้กำหนดเงื่อนไขการให้บริการในลักษณะเป็นการบังคับให้ผู้ใช้บริการต้องใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนดนั้น ก่อนหน้านี้ เลขาธิการกสทช.ได้มีคำสั่งกำหนดค่าปรับทางปกครองในอัตราวันละ 100,000 บาทกับผู้ให้บริการ 3 รายคือ  กรณีบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค และบริษัท ทรูมูฟ ที่ไม่ปฏิบัติให้ถูกต้อง โดยทั้ง 3 บริษัทได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่ง ต่อมา กทค. ได้พิจารณาคำอุทธรณ์แล้วเห็นว่า คำสั่งที่กำหนดค่าปรับทางปกครองชอบด้วยกฎหมายแล้ว  จึงมีมติเห็นชอบยืนตามคำสั่งให้ปรับ

อย่างไรก็ตามปัจจุบันพบว่า ผู้ให้บริการทั้ง 3 ราย ยังคงกำหนดระยะเวลาการใช้งานสำหรับให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้าอยู่ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ 11 ของประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549

ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณะ และประชาชนผู้ใช้บริการ และเพื่อบังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย สำนักงาน กสทช. จึงได้มีหนังสือถึงผู้ให้บริการทั้ง 3 รายขอให้ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายและปฏิบัติให้ถูกต้อง โดยให้แก้ไขปรับปรุงเงื่อนไขการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในลักษณะที่เป็นการเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้า ไม่ให้มีข้อกำหนดอันมีลักษณะเป็นการบังคับให้ผู้ใช้บริการต้องใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจาก กสทช. เป็นการล่วงหน้า และให้ชำระค่าปรับทางปกครองในอัตราวันละ 100,000 บาท ต่อสำนักงาน กสทช. ให้ครบถ้วน 

นายฐากร กล่าวว่า ผู้ให้บริการทั้ง 3 รายต้องเริ่มชำระค่าปรับตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค.2555ไปจนกว่าทั้ง 3 บริษัทจะปฏิบัติตามประกาศฯ ข้อ 11 อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ หากทั้ง 3 บริษัทยังคงฝ่าฝืนคำสั่ง เลขาธิการ กสทช. จะอาศัยอำนาจตามมาตรา 66 แห่งพ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 พิจารณากำหนดค่าปรับทางปกครองในอัตราที่สูงขึ้นต่อไป

http://www.posttoday.com/%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E
0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%9F%E0%B9%8C/196804/%E0%B8
%AB%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%
83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B
2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%A
7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B
2%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8
0%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.