Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

04 กุมภาพันธ์ 2556 (เทศมองไทย) NTT Docomo ( มอง3Gและ4G ) ไทยน่าสนใจเพราะสมาร์ทโพนเราพร้อม ( บางจุดคนใช้3Gมากต้องมี WIFI ช่วย) // วิชัยปิดท้ายแรง!! กม.ล้าหลัง



ประเด็นหลัก

โดย "ฟูมิโอะ อิวาซากิ" รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส "เอ็นทีที โดโคโม" กล่าวว่า ตลาดในประเทศไทยค่อนข้างน่าสนใจ เพราะผู้บริโภค และผู้ประกอบการมีความพร้อมระดับหนึ่ง จึงได้รับความสนใจจากต่างประเทศอย่างแน่นอน สำหรับบริษัทเองหากจะเข้ามาลงทุนจำเป็นต้องวิเคราะห์ให้รอบคอบ เพื่อหาเหตุผล และแนวทางในการดำเนินธุรกิจ เช่น เข้าไปซื้อหุ้น, ร่วมทุนเปิดบริษัทพาร์ตเนอร์ในประเทศ หรือเข้าไปเทกโอเวอร์ ที่ผ่านมาเข้าไปลงทุนในหลายประเทศ มีทั้งที่ประสบความสำเร็จและไม่ดีนักเช่นในอินเดีย แต่มีปัญหาเกี่ยวกับการจัดสรรคลื่นความถี่


เมื่อสมาร์ทโฟนและการใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้นพร้อม ๆ กัน ทำให้ทราฟฟิกเพิ่มขึ้นกว่า 12 เท่า ในปี 2015 เมื่อเทียบจากตอนนี้ ดังนั้นการเตรียมแผนรองรับเรื่องจึงมีความจำเป็นเช่นกัน โดย "โดโคโม" เปิดใช้ระบบ LTE รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Xi หรือครอสซี่ ซึ่งมีความจุของการให้บริการมากกว่าระบบเก่า จะวางโครงข่ายเสร็จประมาณปี 2015 มีสถานีฐาน 7 หมื่นแห่ง มีความเร็วมากกว่า 112.5 Mbps มีผู้ใช้งานในขณะนี้ 2.2 ล้านคน คาดว่าจะถึงกว่า 41 ล้านคนใน 3 ปีข้างหน้า รวมถึงมีการวางเครือข่ายบริการไวไฟเพิ่มเติมอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อช่วยแก้ปัญหาโอเวอร์โหลดของไซต์

นอกจากนี้จะช่วยทำให้การใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือของ "โดโคโม" เร็วขึ้น มีฟังก์ชั่นเปลี่ยนการเชื่อมต่อให้อัตโนมัติ เช่น ถ้าไวไฟสัญญาณเร็วกว่าก็จะใช้ดาต้าจากไวไฟแทนระบบ 3G สะดวกสำหรับลูกค้ามาก ทั้งเครื่องยังสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อดึงข้อมูลจากคลาวด์ที่ผู้ใช้ได้แบ็กอัพไว้ได้อีกด้วย



นอกจากนี้ "วิชัย เบญจรงคกุล" นายกสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย เสริมว่า เอ็นทีทีเคยเข้ามาพูดคุยกับบริษัทในไทยเพื่อเข้ามาทำธุรกิจในประเทศนี้อย่างจริงจัง แต่ที่ยังไม่เข้ามาอาจเพราะกฎหมายบางเรื่อง โดยเฉพาะกับกฎเรื่องต่างชาติ ดังนั้นการจะเปิดโลกโทรคมนาคมไทยให้ไปไกลกว่านี้จำเป็นต้องทบทวนเรื่อง

เก่า ๆ และนำทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาหารือกัน ไม่ใช่จมอยู่กับเรื่องเดิม ๆ







________________________________________




บทเรียนจากแดนปลาดิบ มองอนาคต 3G-4G ประเทศไทย


ญี่ปุ่นเป็นประเทศอันดับต้น ๆ ที่เรานึกถึงการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ถ้าจะพูดถึง 3G-4G ก็เป็นประเทศแรก ๆ ที่ใช้ก่อนใคร เฉพาะ 3G เริ่มมาตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว (2003) ปัจจุบันก้าวไปถึง 4G บนเทคโนโลยี LTE อีกต่างหาก เมื่อเร็ว ๆ นี้สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (TCT) จัดสัมมนาในหัวข้อ Wireless Broadband Experience เกี่ยวกับประสบการณ์ในการพัฒนาเทคโนโลยี และบริการบรอดแบนด์ในประเทศญี่ปุ่น

โดย "ฟูมิโอะ อิวาซากิ" รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส "เอ็นทีที โดโคโม" กล่าวว่า ตลาดในประเทศไทยค่อนข้างน่าสนใจ เพราะผู้บริโภค และผู้ประกอบการมีความพร้อมระดับหนึ่ง จึงได้รับความสนใจจากต่างประเทศอย่างแน่นอน สำหรับบริษัทเองหากจะเข้ามาลงทุนจำเป็นต้องวิเคราะห์ให้รอบคอบ เพื่อหาเหตุผล และแนวทางในการดำเนินธุรกิจ เช่น เข้าไปซื้อหุ้น, ร่วมทุนเปิดบริษัทพาร์ตเนอร์ในประเทศ หรือเข้าไปเทกโอเวอร์ ที่ผ่านมาเข้าไปลงทุนในหลายประเทศ มีทั้งที่ประสบความสำเร็จและไม่ดีนักเช่นในอินเดีย แต่มีปัญหาเกี่ยวกับการจัดสรรคลื่นความถี่



"ส่วนใหญ่ที่เราเข้าไปลงทุนหลัก ๆ คือเรื่องดาต้าและคอนเทนต์ต่าง ๆ ส่วนในประเทศญี่ปุ่น บริษัทตั้งขึ้นเมื่อปี 1991 อยู่ใต้การบริหารของ NTT (Holding Company) หรือ Nippon Telegraph and Telephone Corporation ซึ่งมีกระทรวงการคลังของญี่ปุ่นถือหุ้นอยู่ 32.6% ปัจจุบันโดโคโม มีมาร์เก็ตแชร์อันดับ 1 ในญี่ปุ่น มีส่วนแบ่งตลาดกว่า 47.7% มีผู้ใช้ 60 ล้านราย เป็นอันดับ 21 ของโลก ณ เดือน ม.ค. 2555 บริษัทมีรายได้มากกว่า 1 ล้านล้านเยน หรือกว่า 3 แสนล้านบาท เป็นผู้ให้บริการมือถือที่มีรายได้เป็นอันดับ 4 ของโลก"

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ขณะนี้เป็นช่วงที่ผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นไม่มาก มีการเติบโตเฉลี่ย 1 ล้านรายต่อปี เทียบกับในยุคที่ระบบ 2G รุ่งเรือง หรือประมาณ 15 ปีที่แล้ว มียอดลูกค้าเพิ่มขึ้นกว่า 5 ล้านรายต่อปี เช่นเดียวกับรายได้เติบโตลดลงเช่นกัน ขณะที่เม็ดเงินจากค่าบริการข้อมูลมากกว่าค่าบริการเสียง หรือประมาณ 59.6% จากรายได้ต่อเลขหมายต่อเดือน (ARPU) ตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา เพราะลูกค้าเปลี่ยนพฤติกรรมไปใช้ดาต้าเพื่อคุยโทรศัพท์ผ่านแอปพลิเคชั่นจึงต้องหาโมเดลธุรกิจใหม่ เพื่อให้ลูกค้าใช้ดาต้าเพิ่มขึ้น เพื่อทดแทนรายได้วอยซ์ที่หายไป

อีกปัจจัยที่ทำให้การใช้ดาต้าเพิ่มขึ้นชัดเจนคือ "สมาร์ทโฟน" เพราะเมื่อปี 2011 มียอดขายสมาร์ทโฟนกว่า 50% หรือประมาณ 20 ล้านเครื่อง และแนวโน้มนี้ทำให้ในปี 2015 ญี่ปุ่นมีการขายสมาร์ทโฟนกว่า 80%

เมื่อสมาร์ทโฟนและการใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้นพร้อม ๆ กัน ทำให้ทราฟฟิกเพิ่มขึ้นกว่า 12 เท่า ในปี 2015 เมื่อเทียบจากตอนนี้ ดังนั้นการเตรียมแผนรองรับเรื่องจึงมีความจำเป็นเช่นกัน โดย "โดโคโม" เปิดใช้ระบบ LTE รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Xi หรือครอสซี่ ซึ่งมีความจุของการให้บริการมากกว่าระบบเก่า จะวางโครงข่ายเสร็จประมาณปี 2015 มีสถานีฐาน 7 หมื่นแห่ง มีความเร็วมากกว่า 112.5 Mbps มีผู้ใช้งานในขณะนี้ 2.2 ล้านคน คาดว่าจะถึงกว่า 41 ล้านคนใน 3 ปีข้างหน้า รวมถึงมีการวางเครือข่ายบริการไวไฟเพิ่มเติมอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อช่วยแก้ปัญหาโอเวอร์โหลดของไซต์

"เราค่อนข้างได้เปรียบในตลาด เพราะนอกจากมีโครงข่ายเป็นของตัวเองแล้ว ยังมีเซอร์วิสที่พร้อมให้บริการผ่านคลาวด์ เช่น แปลภาษาแบบเรียลไทม์ รวมถึงจำหน่ายโทรศัพท์มือถือภายใต้แบรนด์ตนเองร่วมกับแบรนด์อื่น ๆ เช่น ซัมซุง มีการออกรุ่นเฉพาะสำหรับตลาดในญี่ปุ่น มีฟังก์ชั่นพิเศษอย่างการเตือนแผ่นดินไหว เป็นต้น ดังนั้นต่อไปเราจะไม่ได้อยู่ในญี่ปุ่น แต่จะแตกไลน์ไปสู่ต่างประเทศมากขึ้น เช่น ลงทุนในยุโรป และสหรัฐอเมริกา รวมถึงขยายไปยังการนำระบบมือถือไปใส่ในรถยนต์ หรืออุปกรณ์ไฮเทคอื่น ๆ"

อีกผู้บริหารจากบริษัทในเครือ "ทาดาโอะโคบายาชิ" ประธานบริษัท เอ็นทีที บรอดแบนด์ แพลตฟอร์ม อิงค์ กล่าวเสริมว่า การใช้ไวไฟที่ญี่ปุ่นได้รับความนิยมสูงมาก เพราะมีความเร็วสูงกว่าการใช้งานผ่านดาต้าของระบบมือถือ โดยตอนนี้มีผู้ใช้งานไวไฟฮอตสปอตตามที่สาธารณะ ประมาณ 5 ล้านคน แบ่งเป็นแบบเสียเงิน และฟรีอย่างละเท่า ๆ กัน ซึ่งในอีก 3 ปีจะเพิ่มขึ้นเป็น 8 ล้านคนด้วย เพราะจำนวนดีไวซ์ที่สามารถใช้งานไวไฟได้กว่า 34 ล้านเครื่อง เช่น มือถือ, เครื่องเกม, แท็บเลต และโน้ตบุ๊ก

สำหรับบริษัทในเดือน มี.ค.จะสร้าง access point ให้ถึง 1.2 แสนจุด และมีการทำแคมเปญกับจุดต่าง ๆ ที่นำอุปกรณ์ไปติด เช่น แจกคูปองจากเซเว่นฯเพื่อเข้าอินเทอร์เน็ต เป็นต้น หรืออีกตัวอย่างที่ "เกาะฟูกูโอกะ" เปิดให้ทุกคนใช้เลย โดยไม่ต้องสมัครสมาชิก เพียงกรอกรายละเอียดส่วนตัว พร้อมภาษากำกับไว้ทุกรูปแบบ และที่สำคัญนินเทนโด ค่ายเกมยักษ์ใหญ่ ยังเข้ามาใช้งาน access point ด้วย โดยมีอยู่ประมาณ 3,000 จุด ทั้งหมดอยู่ในระบบคลาวด์ ที่ใคร ๆ ก็สามารถเข้ามาใช้ได้ด้วย

จากนี้จะมีเข้าไปขยายเพิ่มตามสถานีรถไฟ, ร้านสะดวกซื้อ และหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อไปติดตั้งความสะดวกเหล่านี้ให้ ซึ่งจะคัดเลือกโดยใช้จำนวนผู้คนเป็นเกณฑ์หลัก และเรื่องสถานที่เป็นส่วน ซึ่งระบบไวไฟที่ให้ใช้สามารถไปประยุกต์ใช้ในการทำธุรกิจได้ด้วย เพราะสามารถค้นหาบุคคลได้ว่าอยู่ตรงไหนของจุดที่ปล่อยไวไฟ หากเป็นห้างสรรพสินค้าจะรู้ว่าลูกค้าคนนั้นมาเวลาเมื่อไหร่ ชอบเดินไปตรงไหนด้วย

นอกจากนี้จะช่วยทำให้การใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือของ "โดโคโม" เร็วขึ้น มีฟังก์ชั่นเปลี่ยนการเชื่อมต่อให้อัตโนมัติ เช่น ถ้าไวไฟสัญญาณเร็วกว่าก็จะใช้ดาต้าจากไวไฟแทนระบบ 3G สะดวกสำหรับลูกค้ามาก ทั้งเครื่องยังสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อดึงข้อมูลจากคลาวด์ที่ผู้ใช้ได้แบ็กอัพไว้ได้อีกด้วย

"เราจะทำแท็บเลตราคาถูกด้วย โดยมีชิปไวไฟเพียงอย่างเดียว ดังนั้นความสำคัญของไวไฟจะมีมากขึ้นแน่นอน เพื่อทำให้การใช้อินเทอร์เน็ตผ่านระบบไร้สายมีโอกาสใช้ทุกคน จากนี้จะเพิ่มความเร็วมากขึ้น เพื่อเป็นตัวช่วยให้โครงข่ายมือถือของโดโคโมให้บริการได้เต็มที่"

"ชิเงคาสุ ซาโต้" เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย กล่าวว่า ปีนี้ธุรกิจไอซีทีในประเทศไทยจะกลับมาคึกคักมากขึ้นอย่างแน่นอน โดยเฉพาะธุรกิจโทรคมนาคม เพราะกำลังจะเปิดให้บริการ 3G เต็มรูปแบบ อาจทำให้ยอดการใช้สมาร์ทโฟนในไทยเพิ่มขึ้นจนมีสัดส่วนมากกว่าครึ่งของโทรศัพท์มือถือทั้งหมดก็เป็นได้ นอกจากนี้ผู้ประกอบการและผู้บริหารจัดการคลื่นความถี่ ยังเร่งผลักดันให้เกิด 4G ขึ้นในอีกไม่นาน รวมถึงการพัฒนาด้านอื่นนอกเหนือภาคพื้นดินทั้งดาวเทียม และเคเบิลทีวี

"จากเหตุการณ์อุทกภัยเมื่อปลายปี 2554 จบลง มีหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าญี่ปุ่นจะถอนการลงทุนจากไทย แต่จากข้อเท็จจริงมีเม็ดเงินจากญี่ปุ่นหมุนเวียนอยู่กว่า 3.47 แสนล้านบาทเพื่อเข้ามาลงทุน และ

ต่อยอดธุรกิจ รวมถึงมีนักท่องเที่ยวประมาณ 1.37 แสนคนที่เข้ามาในไทย ซึ่งมากกว่าปีที่แล้วถึง 20%"

นอกจากนี้ "วิชัย เบญจรงคกุล" นายกสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย เสริมว่า เอ็นทีทีเคยเข้ามาพูดคุยกับบริษัทในไทยเพื่อเข้ามาทำธุรกิจในประเทศนี้อย่างจริงจัง แต่ที่ยังไม่เข้ามาอาจเพราะกฎหมายบางเรื่อง โดยเฉพาะกับกฎเรื่องต่างชาติ ดังนั้นการจะเปิดโลกโทรคมนาคมไทยให้ไปไกลกว่านี้จำเป็นต้องทบทวนเรื่อง

เก่า ๆ และนำทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาหารือกัน ไม่ใช่จมอยู่กับเรื่องเดิม ๆ


http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1359695284&grpid=09&catid=06&subcatid=0603

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.