Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

11 กุมภาพันธ์ 2556 (อ้าง!! จนรับไม่ได้) กสทช.อ้างกมธ.ต่อสภา ( ว่าให้ใบอนุญาติไทยคมถูกต้อง บอกว่าไม่ใช้กิจการใช้คลื่น ส่วนวงโครงจรเป็นทรัพยากรชาวโลก)



ประเด็นหลัก

กมธ.สื่อสารและโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร อ้างการออกใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมให้ไทยคมของ กสทช. ถูกต้อง หลังเชิญหน่วยงานเกี่ยวข้องและนักวิชาการให้ข้อมูล...


   1) การออกใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมของ กสทช. เป็นกรณีการออกใบอนุญาตเพื่อประกอบกิจการ ไม่ใช่เป็นการออกใบอนุญาตเพื่อให้ใช้คลื่นความถี่ จึงไม่ต้องประมูลคลื่นความถี่แต่อย่างใด หากต่อไปผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นไทยคมหรือรายอื่นๆ จะมีการใช้คลื่นเพื่อรับส่งสัญญาณในประเทศไทยเพื่อให้บริการโทรคมนาคมก็จะต้องผ่านวิธีการประมูลคลื่นความถี่ ตามบทบัญญัติในมาตรา 45 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ
          2) ตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมไม่ได้เป็นสิทธิหรืออธิปไตยของประเทศหนึ่งประเทศใด แต่เป็นทรัพยากรร่วมของทุกประเทศ การใช้งานวงโคจรดาวเทียมจึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (หรือไอทียู) ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงไอซีทีเป็นผู้ดำเนินการ ดังนั้น วงโคจรดาวเทียมจึงไม่ได้อยู่ในอำนาจของ กสทช. และไม่สามารถจะนำมาประมูลคลื่นความถี่ตามมาตรา 45
          3) กสทช. ไม่ได้พิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมแก่บริษัทไทยคมฯ เป็นการเฉพาะ หากต่อไปมีผู้ประกอบการรายอื่นมาขอใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการดาวเทียม กสทช. ก็จะพิจารณาในเงื่อนไขและหลักการเดียวกัน กล่าวคือ หากผู้ประกอบการมีความพร้อมและมีคุณสมบัติตามกฎหมาย ก็จะได้รับใบอนุญาต เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว ผู้ประกอบการก็เข้าสู่กระบวนการระหว่างประเทศของไอทียูผ่าน กสทช.และกระทรวงไอซีที เพื่อให้สามารถมีวงโคจรดาวเทียมใช้งานได้ ซึ่งแนวทางดังกล่าวนี้ เป็นแนวทางที่จะส่งเสริมให้ประเทศไทยมีโอกาสมีวงโคจรดาวเทียมเพิ่มขึ้นและมีผู้ประกอบการมากรายขึ้น และเป็นแนวทางการออกใบอนุญาตผู้ประกอบการดาวเทียมที่ประเทศต่างๆ ใช้กันอยู่โดยทั่วไป



____________________________________





กมธ.ยัน กสทช.ออกใบอนุญาตให้ไทยคม ถูกต้อง



กมธ.สื่อสารและโทรคมนาคม ชี้การออกใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมให้ไทยคมของ กสทช. เป็นไปอย่างถูกต้อง

ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ประธานคณะกรรมาธิการสื่อสารและโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.สื่อสารฯ) เปิดเผยว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ 2556 กมธ.สื่อสารฯ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเรื่องดาวเทียมเข้าชี้แจง กรณีที่ กสทช. ออกใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมให้กับบริษัทไทยคมฯ โดยไม่ผ่านการประมูลคลื่นความถี่

โดยมีตัวแทนจาก กสทช. ได้แก่ พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช.และ ประธาน กทค., นายสุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการ กสทช.และ กทค.ด้านกฎหมายในกิจการโทรคมนาคม; ตัวแทนจากกระทรวงไอซีที นายสมบูรณ์ เมฆไพบูลย์วัฒนา รองปลัดกระทรวงฯ; ดร.สุธี อักษรกิตติ์ ประธานกรรมการสาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมการวิจัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ซึ่งเป็นนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านดาวเทียมของประเทศไทย; ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย; และ ผู้แทนจากบริษัทไทยคมฯ เข้าร่วมชี้แจง
         
ทั้งนี้จากการชี้แจงของผู้เข้าร่วมประชุม ทำให้เกิดความชัดเจนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกรณีการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมดาวเทียมให้แก่บริษัทไทยคมฯ ของ กสทช. โดยสรุปเป็นประเด็นหลักๆ ได้แก่
     
          1) การออกใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมของ กสทช. เป็นกรณีการออกใบอนุญาตเพื่อประกอบกิจการ ไม่ใช่เป็นการออกใบอนุญาตเพื่อให้ใช้คลื่นความถี่ จึงไม่ต้องประมูลคลื่นความถี่แต่อย่างใด หากต่อไปผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นไทยคมหรือรายอื่นๆ จะมีการใช้คลื่นเพื่อรับส่งสัญญาณในประเทศไทยเพื่อให้บริการโทรคมนาคมก็จะต้องผ่านวิธีการประมูลคลื่นความถี่ ตามบทบัญญัติในมาตรา 45 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ
          2) ตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมไม่ได้เป็นสิทธิหรืออธิปไตยของประเทศหนึ่งประเทศใด แต่เป็นทรัพยากรร่วมของทุกประเทศ การใช้งานวงโคจรดาวเทียมจึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (หรือไอทียู) ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงไอซีทีเป็นผู้ดำเนินการ ดังนั้น วงโคจรดาวเทียมจึงไม่ได้อยู่ในอำนาจของ กสทช. และไม่สามารถจะนำมาประมูลคลื่นความถี่ตามมาตรา 45
          3) กสทช. ไม่ได้พิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมแก่บริษัทไทยคมฯ เป็นการเฉพาะ หากต่อไปมีผู้ประกอบการรายอื่นมาขอใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการดาวเทียม กสทช. ก็จะพิจารณาในเงื่อนไขและหลักการเดียวกัน กล่าวคือ หากผู้ประกอบการมีความพร้อมและมีคุณสมบัติตามกฎหมาย ก็จะได้รับใบอนุญาต เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว ผู้ประกอบการก็เข้าสู่กระบวนการระหว่างประเทศของไอทียูผ่าน กสทช.และกระทรวงไอซีที เพื่อให้สามารถมีวงโคจรดาวเทียมใช้งานได้ ซึ่งแนวทางดังกล่าวนี้ เป็นแนวทางที่จะส่งเสริมให้ประเทศไทยมีโอกาสมีวงโคจรดาวเทียมเพิ่มขึ้นและมีผู้ประกอบการมากรายขึ้น และเป็นแนวทางการออกใบอนุญาตผู้ประกอบการดาวเทียมที่ประเทศต่างๆ ใช้กันอยู่โดยทั่วไป
         
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีการอภิปรายกันถึงข้อจำกัดของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ที่กำหนดว่าการจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรคมนาคมต้องใช้วิธีการประมูลคลื่นความถี่เท่านั้น ซึ่งตามความเป็นจริงไม่สามารถใช้ได้ในทุกกรณี กฎหมายที่เป็นอยู่ในปัจจุบันจึงยังเป็นปัญหาอยู่และควรจะต้องมีการพิจารณาแก้ไขให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงของการประกอบกิจการโทรคมนาคมของประเทศต่อไป

ร.ท.ปรีชาพล ย้ำว่า จากข้อมูลที่ได้ชี้แจงและหารือกันในที่ประชุมกรรมาธิการ ก็เป็นที่ชัดเจนว่าการที่ กสทช. ออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมดาวเทียมให้กับบริษัทไทยคมฯ นั้น ได้เป็นไปตามหลักการที่ควรจะเป็น ตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

http://www.moneychannel.co.th/index.php/2012-06-30-12-32-32/10384-2013-02-11-03-35-06.html


_______________________________________

กมธ.สื่อสารฯ ชี้ กสทช.ออกใบอนุญาตให้ THCOM ถูกต้อง


ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช  ประธานคณะกรรมาธิการสื่อสารและโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.สื่อสารฯ) เปิดเผยว่า หลังจากได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเรื่องดาวเทียมเข้าชี้แจงกรณีที่ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ออกใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมให้กับบริษัทไทยคมฯ โดยไม่ผ่านการประมูลคลื่นความถี่ พบว่า กสทช. ได้ออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมดาวเทียมให้กับ บมจ.ไทยคม (THCOM) เป็นไปตามหลักการที่ควรจะเป็น ตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด


ในวันที่ 7 ก.พ. 56 ทางกมธ.สื่อสารฯ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเรื่องดาวเทียมเข้าชี้แจง ประกอบด้วย พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช.และ ประธาน กทค., นายสุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการ กสทช.และ กทค.ด้านกฎหมายในกิจการโทรคมนาคม, ตัวแทนจากกระทรวงไอซีที  นายสมบูรณ์ เมฆไพบูลย์วัฒนา รองปลัดกระทรวงฯ, นายสุธี อักษรกิตติ์ ประธานกรรมการสาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมการวิจัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ซึ่งเป็นนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านดาวเทียมของประเทศไทย, นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย และ ผู้แทนจาก มจ.ไทยคม เข้าร่วมชี้แจง

จากการชี้แจงของผู้เข้าร่วมประชุม ทำให้เกิดความชัดเจนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกรณีการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมดาวเทียมให้แก่บมจ.ไทยคม ของ กสทช. โดยสรุปเป็นประเด็นหลักๆ ได้แก่ การออกใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมของ กสทช. เป็นกรณีการออกใบอนุญาตเพื่อประกอบกิจการ ไม่ใช่เป็นการออกใบอนุญาตเพื่อให้ใช้คลื่นความถี่ จึงไม่ต้องประมูลคลื่นความถี่แต่อย่างใด หากต่อไปผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นไทยคมหรือรายอื่นๆ จะมีการใช้คลื่นเพื่อรับส่งสัญญาณในประเทศไทยเพื่อให้บริการโทรคมนาคมก็จะต้องผ่านวิธีการประมูลคลื่นความถี่ ตามบทบัญญัติในมาตรา 45 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ

ตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมไม่ได้เป็นสิทธิหรืออธิปไตยของประเทศหนึ่งประเทศใด แต่เป็นทรัพยากรร่วมของทุกประเทศ การใช้งานวงโคจรดาวเทียมจึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (หรือไอทียู) ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงไอซีทีเป็นผู้ดำเนินการ ดังนั้น วงโคจรดาวเทียมจึงไม่ได้อยู่ในอำนาจของ กสทช. และไม่สามารถจะนำมาประมูลคลื่นความถี่ตามมาตรา 45

กสทช. ไม่ได้พิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมแก่บริษัทไทยคมฯ เป็นการเฉพาะ  หากต่อไปมีผู้ประกอบการรายอื่นมาขอใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการดาวเทียม  กสทช. ก็จะพิจารณาในเงื่อนไขและหลักการเดียวกัน กล่าวคือ หากผู้ประกอบการมีความพร้อมและมีคุณสมบัติตามกฎหมาย ก็จะได้รับใบอนุญาต เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว ผู้ประกอบการก็เข้าสู่กระบวนการระหว่างประเทศของไอทียูผ่าน กสทช.และกระทรวงไอซีที เพื่อให้สามารถมีวงโคจรดาวเทียมใช้งานได้ ซึ่งแนวทางดังกล่าวนี้ เป็นแนวทางที่จะส่งเสริมให้ประเทศไทยมีโอกาสมีวงโคจรดาวเทียมเพิ่มขึ้นและมีผู้ประกอบการมากรายขึ้น  และเป็นแนวทางการออกใบอนุญาตผู้ประกอบการดาวเทียมที่ประเทศต่างๆ ใช้กันอยู่โดยทั่วไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีการอภิปรายกันถึงข้อจำกัดของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ที่กำหนดว่าการจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรคมนาคมต้องใช้วิธีการประมูลคลื่นความถี่เท่านั้น ตามความเป็นจริงไม่สามารถใช้ได้ในทุกกรณี กฎหมายที่เป็นอยู่ในปัจจุบันจึงยังเป็นปัญหาอยู่และควรจะต้องมีการพิจารณาแก้ไขให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงของการประกอบกิจการโทรคมนาคมของประเทศต่อไป

อินโฟเควสท์
http://www.ryt9.com/s/iq05/1587170


______________________________________




กมธ.สื่อสารฯ อ้างใบอนุญาตไทยคมถูกต้อง

กมธ.สื่อสารและโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร อ้างการออกใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมให้ไทยคมของ กสทช. ถูกต้อง หลังเชิญหน่วยงานเกี่ยวข้องและนักวิชาการให้ข้อมูล...

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ประธานคณะกรรมาธิการสื่อสารและโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.สื่อสารฯ) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 ก.พ.2556 กมธ.สื่อสารฯ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเรื่องดาวเทียมเข้าชี้แจง กรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ออกใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมให้กับบริษัทไทยคมฯ โดยไม่ผ่านการประมูลคลื่นความถี่ โดยมีตัวแทนจาก กสทช. ได้แก่ พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการ กสทช.และ กทค.ด้านกฎหมายในกิจการโทรคมนาคม ตัวแทนจากกระทรวงไอซีที นายสมบูรณ์ เมฆไพบูลย์วัฒนา รองปลัดกระทรวงฯ นายสุธี อักษรกิตติ์ ประธานกรรมการสาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมการวิจัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ซึ่งเป็นนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านดาวเทียมของประเทศไทย นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย และผู้แทนจากบริษัทไทยคมฯ เข้าร่วมชี้แจง

ทั้งนี้ จากการชี้แจงของผู้เข้าร่วมประชุม ทำให้เกิดความชัดเจนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกรณีการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมดาวเทียมให้แก่บริษัทไทยคมฯ ของ กสทช. โดยสรุปเป็นประเด็นหลักๆ ได้แก่ 1.การออกใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมของ กสทช. เป็นกรณีการออกใบอนุญาตเพื่อประกอบกิจการ ไม่ใช่เป็นการออกใบอนุญาตเพื่อให้ใช้คลื่นความถี่ จึงไม่ต้องประมูลคลื่นความถี่แต่อย่างใด หากต่อไปผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นไทยคมหรือรายอื่นๆ จะมีการใช้คลื่นเพื่อรับส่งสัญญาณในประเทศไทยเพื่อให้บริการโทรคมนาคมก็จะต้องผ่านวิธีการประมูลคลื่นความถี่ ตามบทบัญญัติในมาตรา 45 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ 2.ตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมไม่ได้เป็นสิทธิหรืออธิปไตยของประเทศหนึ่งประเทศใด แต่เป็นทรัพยากรร่วมของทุกประเทศ การใช้งานวงโคจรดาวเทียมจึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงไอซีทีเป็นผู้ดำเนินการ ดังนั้น วงโคจรดาวเทียมจึงไม่ได้อยู่ในอำนาจของ กสทช. และไม่สามารถจะนำมาประมูลคลื่นความถี่ตามมาตรา 45

3.กสทช. ไม่ได้พิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมแก่บริษัทไทยคมฯ เป็นการเฉพาะ  หากต่อไปมีผู้ประกอบการรายอื่นมาขอใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการดาวเทียม  กสทช. ก็จะพิจารณาในเงื่อนไขและหลักการเดียวกัน กล่าวคือ หากผู้ประกอบการมีความพร้อมและมีคุณสมบัติตามกฎหมายก็จะได้รับใบอนุญาต เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว ผู้ประกอบการก็เข้าสู่กระบวนการระหว่างประเทศของไอทียูผ่าน กสทช.และกระทรวงไอซีที เพื่อให้สามารถมีวงโคจรดาวเทียมใช้งานได้ ซึ่งแนวทางดังกล่าวนี้ เป็นแนวทางที่จะส่งเสริมให้ประเทศไทยมีโอกาสมีวงโคจรดาวเทียมเพิ่มขึ้นและมีผู้ประกอบการมากรายขึ้น และเป็นแนวทางการออกใบอนุญาตผู้ประกอบการดาวเทียมที่ประเทศต่างๆ ใช้กันอยู่โดยทั่วไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้อภิปรายกันถึงข้อจำกัดของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ที่กำหนดว่าการจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรคมนาคมต้องใช้วิธีการประมูลคลื่นความถี่เท่านั้น ซึ่งตามความเป็นจริงไม่สามารถใช้ได้ในทุกกรณี กฎหมายที่เป็นอยู่ในปัจจุบันจึงยังเป็นปัญหาอยู่และควรจะต้องพิจารณาแก้ไขให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงของการประกอบกิจการโทรคมนาคมของประเทศต่อไป

"จากข้อมูลที่ได้ชี้แจงและหารือกันในที่ประชุมกรรมาธิการ เมื่อวันที่ 7 ก.พ.2556 ก็เป็นที่ชัดเจนว่าการที่ กสทช. ออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมดาวเทียมให้กับบริษัทไทยคมฯ นั้น ได้เป็นไปตามหลักการที่ควรจะเป็น ตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด” ร.ท.ปรีชาพล กล่าว

อย่างไรก็ตาม กรรมาธิการพร้อมที่จะเป็นเวทีให้ได้มีการชี้แจง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกิจการสื่อสารและโทรคมนาคมระหว่างทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะได้ช่วยกันศึกษาตรวจสอบ และสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน เพื่อประโยชน์ของประเทศต่อไป



 http://www.thairath.co.th/content/tech/325992

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.