Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

11 กุมภาพันธ์ 2556 ธนาคารแห่งประเทศไทย บอก สินค้าคำสั่งซื้อชิ้นส่วนสมาร์โฟน-แท็บเล็ตพุ่ง จากไทย อู่ฟู้รับกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้


ประเด็นหลัก

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเชื่อมั่นว่า ในไตรมาสแรกของปีนี้ การบริโภคจะยังคงเติบโตต่อเนื่อง ตามกำลังซื้อของประชาชนที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่คาดว่าจะเริ่มได้รับคำสั่งซื้อในประเทศเพิ่มขึ้นในอนาคต ประกอบกับยอดคงค้างส่งมอบรถยนต์มีจำนวนสูง ทำให้คาดว่ายอดขายรถยนต์ในครึ่งแรกของปียังจะขยายตัวได้ดี และจะส่งผลดีต่อการใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ สินเชื่อเช่าซื้อ การประกันภัย และศูนย์บริการ เป็นต้น ในขณะเดียวกันมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของทางการ และอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ รวมถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่สะดวกขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอยและกู้ยืม โดยพบว่า ความต้องการสินเชื่อภาคครัวเรือนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในไตรมาสแรกของปีนี้

แบงก์ชาติเปิดรายงานทิศทางธุรกิจไทยไตรมาสแรกปีนี้อู่ฟู้รับกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น ส่งออกเริ่มกลับมาดีขึ้นจากคำสั่งซื้อชิ้นส่วนสมาร์โฟน-แท็บเล็ตพุ่ง ขณะที่ราคาสินค้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มต้นทุนสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้นจากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ...




ธปท.รายงานด้วยว่า จากการพบปะผู้ประกอบการสามารถแบ่งธุรกิจออกได้เป็นหลายกลุ่ม ธุรกิจที่คาดว่าส่งออกจะทรงตัวและเริ่มมีสัญญาณปรับดีขึ้นอย่างช้าๆ อาทิ กลุ่มฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ดี การผลิตของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มขยายตัว โดยเฉพาะชิ้นส่วนของสินค้าสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ที่มีอัตราการเติบโตและความต้องการสูงในตลาดโลก โดยบริษัทชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บางรายย้ายฐานการผลิตมายังไทยจากค่าแรงที่ถูกกว่าจีนและญี่ปุ่น







____________________________________


ธปท.ชี้ราคาสินค้าส่อเพิ่มขึ้น ตามต้นทุนค่าจ้างขั้นต่ำ

แบงก์ชาติเปิดรายงานทิศทางธุรกิจไทยไตรมาสแรกปีนี้อู่ฟู้รับกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น ส่งออกเริ่มกลับมาดีขึ้นจากคำสั่งซื้อชิ้นส่วนสมาร์โฟน-แท็บเล็ตพุ่ง ขณะที่ราคาสินค้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มต้นทุนสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้นจากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ...

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. มีรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานแนวโน้มธุรกิจในไตรมาสแรกของปี 2556 จากการสำรวจความคิดเห็นของนักธุรกิจในหลายภาคธุรกิจ ซึ่งจากรายงานพบว่า ภาวะธุรกิจมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จากความต้องการซื้อภายในประเทศที่ เติบโตดี โดยผู้ประกอบการประเมินว่า การใช้จ่ายในประเทศจะยังคงเติบโตดีในทุกภาค เนื่องประชาชนมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น จากทั้งผลทางตรงและทางอ้อมจากมาตรการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวันทั่วประเทศเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2556 ที่ผ่านมา ขณะที่ภาคธุรกิจลงทุนขยายกำลังการผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตต่อเนื่อง ส่วนการส่งออกมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งเริ่มได้รับคำสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเชื่อมั่นว่า ในไตรมาสแรกของปีนี้ การบริโภคจะยังคงเติบโตต่อเนื่อง ตามกำลังซื้อของประชาชนที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่คาดว่าจะเริ่มได้รับคำสั่งซื้อในประเทศเพิ่มขึ้นในอนาคต ประกอบกับยอดคงค้างส่งมอบรถยนต์มีจำนวนสูง ทำให้คาดว่ายอดขายรถยนต์ในครึ่งแรกของปียังจะขยายตัวได้ดี และจะส่งผลดีต่อการใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ สินเชื่อเช่าซื้อ การประกันภัย และศูนย์บริการ เป็นต้น ในขณะเดียวกันมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของทางการ และอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ รวมถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่สะดวกขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอยและกู้ยืม โดยพบว่า ความต้องการสินเชื่อภาคครัวเรือนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในไตรมาสแรกของปีนี้

อย่างไรก็ตาม การสำรวจพบว่าในไตรมาสแรกนี้ราคาสินค้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจ พบว่าผู้ประกอบการทั้งภาคการผลิตและไม่ใช่ภาคการผลิต คาดว่าจะปรับราคาขายเพิ่มขึ้น ตามแนวโน้มต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้นจากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ สอดคล้องกับการออกพบผู้ประกอบการที่พบว่า หลายธุรกิจมีแผนจะปรับเพิ่มราคา เพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นบางส่วน อาทิ ธุรกิจผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจโรงแรม อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการยังกังวลว่าอาจไม่สามารถปรับราคาขึ้นได้มากนัก เนื่องจากภาวะการแข่งขันสูง

รายงานแนวโน้มธุรกิจ ของธปท. ยังระบุด้วยว่า ภาคธุริจมีทิศทางของการลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและทดแทนแรงงาน ว่าธุรกิจส่วนใหญ่ทั้งในภาคการผลิต และนอกภาคการผลิตมีแนวโน้มลงทุนเพิ่มขึ้น ในช่วงต้นปี 2556 นอกจากนี้ การลงทุนของภาครัฐโดยเฉพาะในโครงการสาธารณูปโภคมีส่วนสาคัญที่กระตุ้นให้ภาคธุรกิจขยายการลงทุน ทั้งในส่วนที่เชื่อมโยงกับคมนาคมและด้านการสื่อสาร สำหรับภาคการส่งออกในไตรมาสแรกของปีนี้ ผู้ประกอบการประเมินว่า จะทยอยปรับดีขึ้นอย่างช้าๆ ส่งผลให้การผลิตโดยรวมขยายตัวต่อเนื่อง โดยมองว่าคำสั่งซื้อจากต่างประเทศจะปรับดีขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน สะท้อนความเชื่อมั่นต่อภาวะตลาดต่างประเทศที่กลับคืนมาบ้างตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ปรับดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ธปท.รายงานด้วยว่า จากการพบปะผู้ประกอบการสามารถแบ่งธุรกิจออกได้เป็นหลายกลุ่ม ธุรกิจที่คาดว่าส่งออกจะทรงตัวและเริ่มมีสัญญาณปรับดีขึ้นอย่างช้าๆ อาทิ กลุ่มฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ดี การผลิตของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มขยายตัว โดยเฉพาะชิ้นส่วนของสินค้าสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ที่มีอัตราการเติบโตและความต้องการสูงในตลาดโลก โดยบริษัทชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บางรายย้ายฐานการผลิตมายังไทยจากค่าแรงที่ถูกกว่าจีนและญี่ปุ่น

สำหรับธุรกิจที่ยังประเมินว่า จะสามารถส่งออกได้ดีต่อเนื่อง อาทิ กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน ไก่แปรรูปและไก่สด แช่แข็ง ปลาทูน่ากระป๋อง กลุ่มเหล็กและโลหะ ผู้ประกอบการเห็นว่า การส่งออกไก่และปลาทูน่ายังมีแนวโน้มดีเพราะเป็นสินค้าจำเป็นที่คนบริโภคเพิ่มขึ้นในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว และมีตลาดใหม่เพิ่มขึ้น

ขณะที่กลุ่มเหล็กและโลหะ ผู้ประกอบการคาดว่าการส่งออก จะขยายตัวตามความต้องการของกลุ่มประเทศอินโดจีนที่เร่งลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม ธุรกิจบางกลุ่มที่คาดว่าการส่งออกยังคงลดลงต่อเนื่อง เช่น กลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับ กลุ่มเครื่องนุ่งห่ม และกลุ่มกุ้งแช่แข็ง โดยผู้ประกอบการกลุ่มอัญมณีคาดว่าการโดยรวมจะซบเซาต่อเนื่องตลอด

ขณะที่กลุ่มเครื่องนุ่งห่ม ทั้งการผลิตและการส่งออกมีแนวโน้มลดลงเนื่องจากธุรกิจย้ายฐานการผลิตไปยัง ประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้นเพราะสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน ยกเว้นธุรกิจเครื่องนุ่งห่มที่เน้นคุณภาพหรือเฉพาะทาง เช่น ชุดกีฬาทางน้ำ ชุดทนไฟ ชุดชั้นใน และเสื้อผ้าเด็ก ขณะที่ธุรกิจสิ่งทอต้นน้ำยังสามารถส่งออกได้ โดยเฉพาะกลุ่มใยสังเคราะห์ ส่วนธุรกิจกุ้งแช่แข็งมีแนวโน้มส่งออกลดลงเพราะขาดแคลนวัตถุดิบ

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อย (เอสเอ็มอี) บางกลุ่มประเมินว่า จะได้รับผลกระทบทั้งต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มสูงขึ้น คำสั่งซื้อที่ลดลงมากจนถึงขั้นปิดกิจการหรือลดแรงงานลงบางส่วน ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่ใช้แรงงานสูงและมีตลาดหลักในยุโรปและสหรัฐฯ อาทิ ธุรกิจเครื่องนุ่งห่ม เซรามิกและเครื่องปั้นดินเผา เครื่องหนัง เป็นต้น


http://www.thairath.co.th/content/eco/325985

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.