Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

12 กุมภาพันธ์ 2556 ข่าวค่ำ cybercityclub ไอที 2 ข่าวเด่น ประจำวันที่ 12/02/2556 By So Magawn ( โส มกร )

ข่าวค่ำ cybercityclub ไอที 2 ข่าวเด่น ประจำวันที่ 12/02/2556 By So Magawn ( โส มกร )

1.... blackberry ไทย สู้ตาย!! ( ยังมีคนใช้แพ็คเก็จ 1 ล้านราย!! เชื่อ เทคโนโลยีที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่ผู้ชนะเสมอไป )
2.... (เจาะดูรายเจ้าNETทั่วไทยร้อยละ80) AIS เร็วได้ ต้องร่วมมือใช้โครงสร้างเน็ตเวิร์กร่วมกัน // TRUE ตอนนี้ 20%ของประชากรทั้งหมด // DTAC และ CAT 3G ช่วยได้ // TOT จะลงทุนในเมืองเท่านั้น

(เจาะดูรายเจ้าNETทั่วไทยร้อยละ80) AIS เร็วได้ ต้องร่วมมือใช้โครงสร้างเน็ตเวิร์กร่วมกัน // TRUE ตอนนี้ 20%ของประชากรทั้งหมด // DTAC และ CAT 3G ช่วยได้ // TOT จะลงทุนในเมืองเท่านั้น

ประเด็นหลัก

อีก วิธีที่ไปได้เร็ว คือ การใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน หรือ "อินฟราสตรักเจอร์แชริ่ง" นำเสาส่งสัญญาณ หรือสายไฟเบอร์ออปติกมาแบ่งกันใช้ตามข้อตกลงระหว่างภาครัฐกับเอกชน ซึ่ง "กสท โทรคมนาคม" และ "ทีโอที" รับบทโต้โผ รวมถึงการตั้ง "ทาวเวอร์โค คอมปานี" ที่กระทรวงไอซีทีพยายามผลักดันเช่นกัน

"กิตติพงษ์ เมฆวิจิตรแสง" รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจสื่อสารไร้สาย บมจ. กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า การใช้โครงข่ายร่วมกันเป็นสิ่งที่พยายามทำมาตลอด แต่ถ้าให้ทำต่อโดยไม่มีภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือด้านเงินทุนก็คงไม่ไหว ถ้าให้ลากไฟเบอร์ออปติกคนเดียวแล้วแบ่งให้เอกชนใช้คงไม่คุ้มค่า แต่อีกวิธีที่จะทำให้เป้าหมายที่กระทรวงไอซีทีตั้งไว้ใกล้ความจริงคือ การมาของ 2.1GHz

"เป้าหมายที่ 80% ใน 5 ปี ลำบาก แต่เราจะเดินหน้าลากสายให้มากขึ้น เพื่อให้ใช้ร่วมกับเอกชน ถ้ามี 3G ปีนี้ การใช้งานของประชาชนจะเพิ่มขึ้นมาก การมีอินเทอร์เน็ตใช้ผ่านมือถือดีสำหรับคนในพื้นที่ห่างไกล"

ฝั่ง "รังสรรค์ จันทร์นฤกุล" รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า ปัจจุบันการแชร์อุปกรณ์ไม่ใช่มีแค่เอไอเอสที่ร่วมมือด้วย แต่มีรายอื่น ๆ อีก เพราะทีโอทีเป็นหนึ่งในผู้วางโครงข่ายรายใหญ่ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของวง การโทรคมนาคม ที่มีทั้งเสาส่งสัญญาณ และท่อร้อยสายไฟเบอร์ออปติก แต่ถ้าให้คุ้มกับการลงทุน ทีโอทีจะเป็นแค่คนที่ทำโครงข่ายไปถึงหัวเมืองใหญ่มากกว่า เมื่อลงไปในหมู่บ้านจะเป็นฝั่งโอเปอเรเตอร์ทำกันเอง เพื่อให้เกิดความทั่วถึงสำหรับกรณีมือถือ

"อินฟราสตรักเจอร์แชริ่งจำ เป็นมากในการทำให้ยอดผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นไปตามเป้าหมายไอซีที ถ้าไม่มีคนมาร่วมมือ การใช้ระบบ 3G เพื่อเพิ่มยอดผู้ใช้แทบเป็นไปไม่ได้ บางทีอาจไม่ถึงตัวที่กำหนดไว้เรื่องการครอบคลุมของโครงข่าย 3G ที่ต้องมากกว่า 50% ใน 2 ปีแรก การจับมือกันจึงจำเป็น"

ตัวเลข 80% ย่อมมีความเป็นได้มาก นอกจากนี้ เครื่องราคาถูกลงควรจะมีมากขึ้นด้วย ทั้งโน้ตบุ๊ก และสมาร์ทโฟน ทำให้ปัญหาเรื่องไม่สามารถเข้าถึงดีไวซ์ได้เริ่มลดลง นอกจากนี้ราคาแพ็กเกจบริการเมื่อก่อนยังสูงอยู่ แม้วันนี้จะไม่ปรับลงมาเท่าไรนัก แต่การทำให้ความเร็วเพิ่มมากขึ้นก็ถือเป็นการช่วยผู้บริโภคอีกทางหนึ่งด้วย

แล้วในมุมโอเปอเรเตอร์คิดเห็นอย่างไร

"ศรัณย์ ผโลประการ" ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการส่วนวางแผนระบบเครือข่ายและบริการ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า หาก 3G ครอบคลุมทั่วประเทศไทยเร็วเท่าไร โอกาสที่จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตก็จะเร็วขึ้นเท่านั้น เพราะการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านสัญญาณโทรศัพท์มือถือช่วยให้คนที่อยู่ในพื้นที่ ห่างไกล โดยเฉพาะบริเวณที่สายสัญญาณอินเทอร์เน็ตไปไม่ถึงท่องโลกออนไลน์ได้ แต่ก่อนที่จะถึงวันนั้น การเริ่มต้นใช้โครงสร้างเน็ตเวิร์กร่วมกันเป็นเรื่องจำเป็น ถ้าไม่มีการจับมือ โอกาสที่จะขยายพื้นที่บริการให้ครอบคลุม 50% ของจำนวนประชากรในประเทศตามเป้าหมายย่อมเป็นไปได้ยาก

"นนท์ อิงคุทานนท์" ผู้จัดการทั่วไป สายงานบริการบรอดแบนด์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า เป้าหมายของกระทรวงไอซีทีเป็นไปได้แน่นอน เมื่อคำนวณตัวเลข 80% เป็นประชากรประมาณ 50 ล้านคน ขณะที่ผู้ใช้ปัจจุบันมี 4.3 ล้านครัวเรือน และแต่ละบ้านมีผู้ใช้ 2 คน สำหรับฟิกซ์ไลน์ในบ้านก็มีคนใช้เกือบ 10 ล้านคนแล้ว รวมไวไฟฮอตสปอตกว่า 2 แสนจุดทั่วประเทศ แต่ละจุดใช้รวมกันประมาณ 30 คน ก็มีกว่า 6 ล้านแล้ว เมื่อนำสองตัวมารวมกันก็ได้ 16 ล้านคน หรือราว 20% ของประชากรทั้งหมด

"นฤพล รัตนสมาหาร" ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจสัมพันธ์ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวว่า ก่อนประมูลคลื่น 2.1 GHz จะเริ่มต้น หลายฝ่ายมองเป็นเรื่องยากหากจะทำให้คนครึ่งหนึ่งของประเทศใช้บรอดแบนด์ แต่เมื่อมีคลื่นใหม่ไปให้บริการ3G พร้อมกับการเข้ามา

กระตุ้นของกระทรวงไอซีที เชื่อว่าอาจสำเร็จก่อนกำหนดด้วยซ้ำไป แต่ไม่ควรเร่งเกินไป ซึ่งการใช้โครงข่ายร่วมกันเป็นอีกปัจจัยที่จำเป็น

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1360676854&grpid&catid=06&subcatid=0603

_________________________

blackberry ไทย สู้ตาย!! ( ยังมีคนใช้แพ็คเก็จ 1 ล้านราย!! เชื่อ เทคโนโลยีที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่ผู้ชนะเสมอไป )

ประเด็นหลัก

ผู้บริหารแบล็คเบอร์รี่ระบุว่า ในไทยบริษัทยังคงทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับพันธมิตรผู้ให้บริการเครือข่ายทั้ง 4 รายคือ เอไอเอส, ดีแทค, ทรูมูฟ และ ไอโมบาย (3จี ทีโอที) และพันธมิตรคู่ค้า 1 รายคือ เอสไอเอส โดยบริษัทได้นำความเชี่ยวชาญของพันธมิตรทุกรายมาต่อยอดวิธีการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการให้ตรงใจลูกค้าชาวไทย

ย้ำติดท้อปทรีสมาร์ทโฟนไทย

นายนาลินยังย้ำว่า แบล็คเบอร์รี่ ยังคงติด 1 ใน 3 ผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนไทย ด้วยจำนวนลูกค้าที่ลงทะเบียนใช้บริการแบล็คเบอร์รี่มากกว่า 1 ล้านราย และบริษัทก็ยังเชื่อมั่นมากว่าการเปิดตัวแบล็คเบอร์รี่ 10 ในไทยเร็วๆนี้จะเป็นการมอบประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและแตกต่างให้กับลูกค้า ซึ่งกลยุทธ์ของแบล็คเบอร์รี่ในการทำตลาดในประเทศไทย รวมถึงตลาดอื่นๆ ทั่วโลกคือ การทำให้เห็นและทำให้เข้าใจด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์จากแบล็คเบอร์รี่ 10 ด้วยตัวเอง

ล่าสุด "ฟรอสต์แอนด์ซัลลิแวน" องค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลกระบุว่า สงครามสมาร์ทโฟนครั้งนี้น่าจับตามองอย่างยิ่ง เมื่อแบล็คเบอร์รี่ส่งไม้เด็ดอย่าง "ระบบปฏิบัติการแบล็คเบอร์รี่ 10" ออกมาตอบโต้กับความท้าทายที่มีอยู่รอบด้าน โดยระบุว่า แม้ตัวเครื่องจะเจ๋งขนาดไหน แต่แบล็คเบอร์รี่ยังต้องต่อสู้อย่างหนักกับคู่แข่งรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น โนเกีย ลูเมีย หรือ ซัมซุง กาแล็คซี่ และ สาวกแอ๊ปเปิ้ลบางส่วน นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับความท้าทายในการรื้อฟื้นความเชื่อมั่นจากลูกค้าเก่าอีกด้วย

นายแอนดี้ บอล ลูวิส ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาธุรกิจไอซีที บริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน องค์กรให้คำปรึกษาและวิจัย ให้ความเห็นว่า สิ่งประดิษฐ์ทางเทคโนโลยีที่เจ๋งทีสุด อาจไม่ใช่ผู้ชนะเสมอไป เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆที่มีบทบาทอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น การตลาด ช่องทางการจัดจำหน่าย เป็นต้น แต่สำหรับแบล็คเบอรี่ นั้น ถือว่าเริ่มต้นได้สวยเนื่องจากมีราคาที่เหมาะสม และมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่ดี

ฟันธง ชิงเบอร์3 ร่วมโนเกีย

“ดังนั้น การกลับมาของบีบีในครั้งนี้ คงไม่สามารถพลิกสถานการณ์ให้กลับมาเป็นผู้นำของสมาร์ทโฟนได้เหมือนเดิม ถึงแม้ว่าทางแบล็คเบอร์รี่ จะทุ่มเททั้งในเรื่องการตลาดกับโอเปอเรเตอร์ หรือแม้แต่การเข้ามาเปิดสาขาในประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว สิ่งเหล่านี้ คงไม่สามารถฉุดรั้งความแรงของ ซัมซุง หรือ ไอโฟนได้ สิ่งที่ดีที่สุด คือการคาดหวังในการชิงตำแหน่งเบอร์ 3 กับ โนเกียสมาร์ทโฟน” นางสาว มนธ์สินี กล่าว

ขณะที่ ยักษ์มือถือโลก อย่าง "โนเกีย" ล่าสุด นายสตีเฟ่น อีลอป ซีอีโอโนเกีย เพิ่งเดินทางมาสำรวจตลาดประเทศไทย ระบุว่า โนเกียจะกลับมายืนในตำแหน่งผู้นำอีกครั้้ง ผ่านกลยุทธ์ในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการชู "วินโดว์ส โฟน" เป็นเรือธง เพื่อขับเคี่ยวในตลาดสมาร์ทโฟนไทย ทั้ง ระบุว่า ไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความสำคัญและยกให้เป็น 1 ใน 14 ตลาดสำคัญระดับโลกของโนเกีย

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/it/20130212/490101/%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%
B9%87%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B
5%E0%B9%88%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99-
%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B
8%A2-%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%9B3-
%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B9%82%E0%B8%9F%E0%B
8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2.html

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.