Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

21 กุมภาพันธ์ 2556 แท็บเลต รุกคืบครองโรงเรียน ( ชัดเจนนักเรียนซื้อหนังสือ8วิชามากกว่า800บาท ปีมากกว่า8000ลบ.)แอปเปิลชื่อว่า iBooks Author ให้ราคาพิเศษ


 ประเด็นหลัก



เมื่อ "แท็บเลต" กลายเป็นอุปกรณ์สำคัญในการเรียนของนักเรียนและการสอนของครู บรรดาตำราเรียนทั้งหลายย่อมต้องปรับตัวตาม เพราะมีแต่เครื่องมือเครื่องไม้ไม่มีคอนเทนต์คงไม่ได้ ล่าสุดสำนักพิมพ์วัฒนาพานิชร่วมกับบริษัท ดิ แอสไพเรอร์ส กรุ๊ป และแอปเปิล นำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาร่วมมือกันบุกเบิกตลาดภาคการศึกษา



โดย "วิโรจน์ อัศวรังสี" รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิ แอสไพเรอร์ส กรุ๊ป จำกัด พูดถึงความร่วมมือกับสำนักพิมพ์วัฒนาพานิช (ว.พ.) ในการออกโซลูชั่นตำราเรียนดิจิทัลสำหรับสถานศึกษาในประเทศไทยว่า โซลูชั่นนี้เป็นโซลูชั่นด้านการศึกษาตัวแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างสำนักพิมพ์


"ค่าใช้จ่ายของโรงเรียนครอบคลุมตั้งแต่เรื่องคอนเทนต์การเรียนการสอน ไอแพด เครือข่ายภายใน และเครื่องโปรเจ็กเตอร์ใน 1 ห้องเรียน ที่มีจำนวนนักเรียนประมาณ 40 คน จะอยู่ที่ 700,000-800,000 บาท โดยโรงเรียนอาจใช้วิธีซื้อไอแพดเป็นทรัพย์สินของโรงเรียนหรือใช้วิธีเก็บเงินจากผู้ปกครองเพื่อให้เด็กนักเรียนนำกลับไปใช้งานที่บ้านได้"

ผู้บริหารแอสไพรเรอร์ระบุว่า ตลาดภาคการศึกษาในประเทศไทยมีขนาดใหญ่มาก โดยเฉพาะด้านคอนเทนต์ โดยปัจจุบันมีนักเรียนประมาณ 10 ล้านคน ซื้อหนังสือทั้ง 8 ภาควิชา ในราคาเล่มละประมาณ 100 บาท เท่ากับมีมูลค่าตลาดไม่ต่ำกว่า 8,000 ล้านบาท/ปี ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนหนังสือเรียนแบบกระดาษมีมากถึง 95% มีเพียง 5% เท่านั้นที่เป็นสื่อการเรียนการสอนแบบดิจิทัล





______________________________



ตำราเรียนปรับตัวรับยุคดิจิทัล เมื่อ "แท็บเลต" รุกคืบครองโรงเรียน

ต้องยอมรับว่า หลังจากภาครัฐขับเคลื่อนโครงการแจกแท็บเลตเด็ก ป.1 ก่อนขยับมายัง ม.1 (One-Tablet-Per-Child) กระตุ้นให้ตลาดแท็บเลตคึกคักขึ้นทันตาเห็น ประกอบกับความนิยมในการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กซึ่งขยายจากสมาร์ทโฟนมายัง "สมาร์ทดีไวซ์" ส่งผลให้ธุรกิจพัฒนาแอปพลิเคชั่นและคอนเทนต์ต่าง ๆ มีความเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นเช่นกัน

เมื่อ "แท็บเลต" กลายเป็นอุปกรณ์สำคัญในการเรียนของนักเรียนและการสอนของครู บรรดาตำราเรียนทั้งหลายย่อมต้องปรับตัวตาม เพราะมีแต่เครื่องมือเครื่องไม้ไม่มีคอนเทนต์คงไม่ได้ ล่าสุดสำนักพิมพ์วัฒนาพานิชร่วมกับบริษัท ดิ แอสไพเรอร์ส กรุ๊ป และแอปเปิล นำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาร่วมมือกันบุกเบิกตลาดภาคการศึกษา



โดย "วิโรจน์ อัศวรังสี" รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิ แอสไพเรอร์ส กรุ๊ป จำกัด พูดถึงความร่วมมือกับสำนักพิมพ์วัฒนาพานิช (ว.พ.) ในการออกโซลูชั่นตำราเรียนดิจิทัลสำหรับสถานศึกษาในประเทศไทยว่า โซลูชั่นนี้เป็นโซลูชั่นด้านการศึกษาตัวแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างสำนักพิมพ์

แอสไพเรอร์สกับแอปเปิล ด้วยการใช้วิธีนำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมารวมกัน

"แอสไพเรอร์สมีจุดเด่นเรื่องการเป็นตัวแทนจำหน่ายให้แอปเปิลในภาคการศึกษาของประเทศไทย และเป็นผู้จัดหาโซลูชั่น ส่วนทางวัฒนาพานิชมีจุดเด่นเรื่องคอนเทนต์ในฐานะที่เป็นสำนักพิมพ์ที่มีตำราเรียนในไทยมากที่สุด ครบถ้วนทุกสาระวิชา และทุกชั้นปีตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงระดับมัธยม ทั้งยังมีความสัมพันธ์กับโรงเรียนในประเทศไทยมานานถึง 30-40 ปี"

โซลูชั่นดังกล่าวใช้เทคโนโลยีของแอปเปิลชื่อว่า iBooks Author เนื่องจากทำให้ใช้สร้างอีบุ๊กได้ง่าย และทำให้ไฟล์มีขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังทำให้สื่อการเรียนการสอนมีทั้งตัวหนังสือ ภาพประกอบไฟล์วิดีโอ ระบบจดบันทึกเพิ่มเติม และการเน้นข้อความสำคัญไปจนถึงแบบทดสอบแบบอินเตอร์แอ็กทีฟ

สำนักพิมพ์วัฒนาพานิชจะเป็นผู้จัดเตรียมคอนเทนต์ด้านการเรียนการสอนให้ครอบคลุมทั้ง 8 กลุ่มสาระวิชา ใช้เวลาแปลงเนื้อหาในแบบเรียนทั้งระดับชั้นจากแบบเดิมให้เป็นรูปแบบของสื่อดิจิทัล ประมาณ 1 เดือน

ขณะที่ "แอสไพเรอร์ส" ทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาและติดตั้งโซลูชั่นให้สถานศึกษาต่าง ๆ เพื่อใช้เชื่อมต่อกับคลังข้อสอบ ระบบฐานข้อมูลธุรการ และสามารถใช้วิเคราะห์ผลการเรียนการสอนของเด็กนักเรียนได้ในทันทีจากแบบทดสอบในสื่อการเรียนการสอนนั้น ๆ รวมถึงการเพิ่มเนื้อหาการเรียนรู้ใหม่เข้าไปในแท็บเลตของนักเรียนได้โดยตรง พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายแท็บเลตไอแพด

ของแอปเปิลให้สถานศึกษาในราคาพิเศษด้วย

"เราจะช่วยวัฒนาพานิชด้านเทคโนโลยีโซลูชั่นและบริการหลังการขายด้านไอทีทั้งหมด และสนับสนุนด้านการตลาดและการขายเป็นพันธมิตรดูแลทั้งเรื่องหลังบ้านและหน้าบ้าน"

ทั้ง "แอสไพเรอร์สและวัฒนาพานิช" ตั้งเป้าว่า ภายในปีนี้จะผลักดันให้มีจำนวนโรงเรียนในประเทศไทยใช้บริการโซลูชั่นตำราเรียนดิจิทัลทั้งหมด 500 แห่ง ซึ่งขณะนี้มีโรงเรียนที่สนใจจะใช้บริการประมาณ 20 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนภาครัฐที่มีนักเรียนตั้งแต่ 3,000 คนขึ้นไป ซึ่งช่วงแรกบริษัทจะทำโซลูชั่นดังกล่าวกับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และมัธยมศึกษาปีที่ 4

"ค่าใช้จ่ายของโรงเรียนครอบคลุมตั้งแต่เรื่องคอนเทนต์การเรียนการสอน ไอแพด เครือข่ายภายใน และเครื่องโปรเจ็กเตอร์ใน 1 ห้องเรียน ที่มีจำนวนนักเรียนประมาณ 40 คน จะอยู่ที่ 700,000-800,000 บาท โดยโรงเรียนอาจใช้วิธีซื้อไอแพดเป็นทรัพย์สินของโรงเรียนหรือใช้วิธีเก็บเงินจากผู้ปกครองเพื่อให้เด็กนักเรียนนำกลับไปใช้งานที่บ้านได้"

ผู้บริหารแอสไพรเรอร์ระบุว่า ตลาดภาคการศึกษาในประเทศไทยมีขนาดใหญ่มาก โดยเฉพาะด้านคอนเทนต์ โดยปัจจุบันมีนักเรียนประมาณ 10 ล้านคน ซื้อหนังสือทั้ง 8 ภาควิชา ในราคาเล่มละประมาณ 100 บาท เท่ากับมีมูลค่าตลาดไม่ต่ำกว่า 8,000 ล้านบาท/ปี ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนหนังสือเรียนแบบกระดาษมีมากถึง 95% มีเพียง 5% เท่านั้นที่เป็นสื่อการเรียนการสอนแบบดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นโรงเรียนหลายแห่งนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนการสอน โดยปัจจุบันมีโรงเรียนที่ใช้ไอแพดมากกว่า 100 แห่ง โดยเป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษากว่า 70% รองลงมาเป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษา ส่วนโรงเรียนระดับชั้นอนุบาลและมหาวิทยาลัยยังใช้ไอแพดในการเรียนการสอนไม่กี่แห่ง

ที่น่าสนใจก็คือ โรงเรียนส่วนใหญ่ที่ใช้ไอแพดเป็นโรงเรียนในต่างจังหวัดที่เป็นหัวเมืองใหญ่ เนื่องจากกล้าลงทุนและอาจารย์มีความรู้ความเข้าใจด้านเทคโนโลยีมากกว่าโรงเรียนในกรุงเทพฯ

"เรายังพบด้วยว่า ผู้เล่นรายอื่นในตลาดโซลูชั่นสื่อการเรียนการสอนแบบดิจิทัลยังคงเน้นการทำหนังสือเรียนเป็นไฟล์พีดีเอฟและมีแอปพลิเคชั่นมาครอบไว้ แต่

คอนเทนต์ส่วนใหญ่ยังไม่ตอบโจทย์เรื่องอินเตอร์แอ็กทีฟ และยังไม่มีการเชื่อมโยงกันจึงมีโอกาสทางการตลาดอีกมาก"


http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1361162417&grpid=no&catid=06&subcatid=0603

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.